ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 105 ร้านคลังโอสถ

            “แก รนหาที่ตาย” ชายกลางคนหน้าตาน่าเกลียดพูดเสียงดัง

            เขาเกลียดที่สุดเวลาคนบอกว่าเขาเป็นหมูลับหลังก็ไม่ได้ ทันใดคิ้วก็ขมวดขึ้น ยกขวานขึ้นสูงแล้วฟันไปทางหลิงเซียวพร้อมกับพลังพิเศษเฉพาะของจอมยุทธชั้นจันทรา ผู้คนโดยรอบรีบเขยิบถอยหลังทันใด

            ขณะที่ขวานใหญ่กำลังจะโดนตัวหลิงเซียวนั้นร่างเขาก็ปรากฏเปลวไฟสีม่วงขึ้นมาอย่างน่าแปลกประหลาดความร้อนแรงของเปลวไฟนั้นทันใดก็เพิ่มอุณหภูมิอบอ้าวรอบๆ นั้นอย่างมากจากนั้นแปรเปลี่ยนเป็นลักษณะคล้ายมังกรไฟพันขวานใหญ่นั้นไว้ พริบตาก็เผาไหม้เป็นจุญจากนั้นเปลวไฟสีม่วงนั้นก็ลอยพุ่งไปยังชายกลางคน…

            ชายกลางคนไม่ทันได้ร้องออกมาเปลวไฟก็พุ่งทะลวงตัวเขา จากนั้นกระจายหายไปอย่างไร้ร่องรอย

            คนทั้งหมดต่างพากันผวากับภาพนี้

            เมื่อเปลวไฟสีม่วงหายไปร่างของชายกลางคนก็ล้มฟุบลงไป เลือดไหลท่วมตัว เพียงชั่วครู่กองเลือดก็ไหลเต็มพื้นถนนบนหน้าอกชายกลางคนนั้นปรากฏเป็นรูโบ๋ตรงกลาง

            หลายคนปิดปากพูดไม่ออกสายตาผวาจ้องไปยังใบหน้าสง่างดงามที่กำลังยิ้มแย้ม ใครจะคิดว่าชายที่ยิ้มแย้มนุ่มนวลกลับลงมือได้อย่างโหดเหี้ยม

            จัดการประมุขแก๊งเขี้ยวหมาป่าที่สิบกว่าปีไม่มีใครกล้าหือด้วยจอมยุทธชั้นจันทรากลับถูกชายผู้นี้ฆ่าอย่างง่ายดาย ช่างโชคร้ายเสียจริง

            แต่การลงมือของชายผู้นี้ที่เหี้ยมโหดเฉียบขาดในเมืองฮุยจี๋อันสงบสุขนี้ไม่ได้พบเจอมานาน แต่วันนี้เกิดขึ้นแล้วเหี้ยมจนผู้คนต่างพากันตกตะลึง

            โหยวเสี่ยวโม่ก็คาดไม่ถึง พลันกลืนน้ำลายเงยหน้ามองหลิงเซียว

            เขานึกว่าอย่างมากหลิงเซียวก็แค่ไล่ตะเพิดพวกเขาไปคิดไม่ถึงว่าจะถึงขั้นเอาชีวิต แต่เขาก็ไม่ได้ตกใจมากนัก เพราะในถ้ำน้ำแข็งตอนนั้นเขาก็เคยเห็นหลิงเซียวฆ่าผู้อาวุโสเจียงด้วยฝ่ามือเดียวมาแล้วกล้าฆ่าแม้กระทั่งผู้อาวุโสของสำนักเทียนซิน ยังมีใครที่เขาไม่กล้าฆ่าอีกแม้ผู้อาวุโสเจียงจะเป็นสายสืบก็เถอะ

            ดังนั้นเขารู้มานานแล้วว่าหลิงเซียวนั้นเป็นคนเหี้ยมแต่สิ่งที่ในใจคิดไว้กับภาพที่เห็นกับตาก็ยังเทียบกันไม่ติด

            กลุ่มคนเมื่อครู่ที่ชี้หน้าหลิงเซียวอย่างได้ใจหน้าซีดเผือดหลังเห็นประมุขพรรคของตนถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาสายตาหวาดผวาจ้องมองร่างสูงโปร่งของหลิงเซียว ขาสั่นเทิ้มแทบยืนไม่อยู่เรื่องแก้แค้นให้ประมุขพรรคยิ่งไม่ต้องพูดถึง

            “เอาศพประมุขพรรคพวกเจ้าไปแล้วรีบไสหัวไปซะ หรือว่า อยากอยู่เป็นเพื่อนกับประมุขพวกเจ้าล่ะ?” หลิงเซียวจ้องพวกเขาแล้วเอ่ยอย่างนิ่มนวล

            แก๊งเขี้ยวหมาป่าทุกคนต่างขนลุกชันด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลนั้นรีบกุลีกุจอกันลุกไปหน้าประมุขพรรคจากนั้นเก็บศพเขาแล้วก็หายไปต่อหน้าเขาอย่างรวดเร็ว

            “เอาล่ะ เราไปกันเถอะ” หลิงเซียวก้มหน้าบอกกับโหยวเสี่ยวโม่

            โหยวเสี่ยวโม่รีบเดินตามเขาแล้วหายไปท่ามกลางฝูงชนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นหากไม่มีกองเลือดบนถนน หลายคนคงคิดว่าภาพที่เกิดขึ้นเมื่อครู่คือฝันไปแต่มันช่างน่าตะลึงจริงๆ

            หลังจากที่พวกเขาจากไปไม่นาน มีคนชายคนหนึ่งพากลุ่มทหารคุ้มกันชุดดำมาแต่ช้าไปก้าวเดียว เพราะเหตุการณ์จบไปแล้ว คนก็หายไปหมดแล้วหากไม่ใช่เพราะเลือดบนถนน ทหารคุ้มกันอาจนึกว่าชายผู้นั้นแจ้งความเท็จก็ได้เพราะไม่มีอะไรให้ดู คนแยกย้ายกันหมดแล้ว

            เดินไปตามถนนอย่างช้าๆโหยวเสี่ยวโม่ก็กวาดตามองร้านค้าสองฝั่ง

            ย่านที่เจริญที่สุดในเมืองฮุยจี๋สิ่งของที่ค้าขายมีครบครันกว่าเมืองเหอผิงมาก เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็เจอร้านโอสถหรือร้านหญ้าเซียนแต่ร้านพวกนี้นับว่าเล็กกว่า ด้านในร้านพอมีเงาคนบ้าง แต่ไม่เยอะ

            โหยวเสี่ยวโม่อยากเข้าไปดูแต่หลิงเซียวไม่ได้หยุด เขาก็ไม่กล้าวิ่งเข้าไปเอง

            สองคนเดินไปราวสิบห้านาทีโหยวเสี่ยวโม่กวาดตาดูโดยรอบแล้วก็หมายตาที่ร้านแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างใหญ่โตด้านบนมีป้ายชื่อสีทองอ่อนสลักไว้ว่า ‘ร้านคลังโอสถ’ ตัวอักษรเก่าแก่ นอกจากนี้ ขอบด้านล่างแผ่นป้ายก็มีสลักดาวสีแดงไว้เจ็ดดวงแสดงให้เห็นว่าเป็นกิจการในเครือของเจ็ดดวงดารา

            ร้านนี้มีประตูเข้าออกสี่ด้านเทียบกับร้านค้าโดยรอบ ร้านนี้ถือว่าดูหรูกว่า

            ตอนนี้เอง หลิงเซียวก็หยุดเดินก้มหน้าบอกกับเขา “ที่นี่แหละ”

            โหยวเสี่ยวโม่พยักหน้าอย่างดีใจเดินเข้าไปในร้านที่ดูดีไม่ธรรมดา พึ่งจะเข้าไป ก็ได้กลิ่นหอมของยาโชยเข้าจมูกความเข้มข้นนั้นเกือบทำให้เขาจาม พอดูอย่างละเอียดในดวงตาก็เต็มไปด้วยสิ่งของน่าตื่นตาตื่นใจ

            ร้านคลังโอสถด้านในนั้นไม่ได้กว้างมากนักสี่ทิศนั้นมีของมากมาย แต่ก็ถูกจัดเรียงอยู่บนชั้นวางอย่างเป็นระเบียบชั้นวางเหมือนทำจากคริสตัลคล้ายกับตู้กระจกของยุคปัจจุบันแต่ชั้นวางพวกนี้แข็งแรงกว่าตู้กระจกมาก มีพลังปราณแผ่บางๆ ตรงผิวเผินด้านในนั้นจัดวางยาเซียนตันหลากหลายขั้น ทั้งยังมีหญ้าเซียนไม่น้อย

            คงเพราะตู้ชั้นวางนั้นสามารถกักขังพลังปราณหญ้าเซียนด้านในจึงไม่มีท่าทีห่อเหี่ยวแต่อย่างใด ดึงดูดสายตาคนยิ่งนักส่วนตู้อื่นก็พอมีคนยืนดูบ้าง เสียงคุยกันจอแจรอบทิศ

            โหยวเสี่ยวโม่มองไปแล้วน้ำลายเกือบหกบนตู้นั้นมีหญ้าเซียนขั้นกลางคุณภาพระดับกลางอยู่มากมายส่วนใหญ่เป็นขั้นสี่ถึงขั้นหกที่เห็นได้ทั่วไป ส่วนหญ้าเซียนขั้นต่ำนั้นไม่ค่อยมีร้านโอสถขนาดใหญ่นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ

            แต่พอเขาเห็นราคาที่ระบุไว้บนนั้นถึงกับต้องเบิกตามอง ขูดรีดกันเหลือเกินหญ้าเซียนขั้นสี่ต้นเดียวราคาสูงถึงสองหมื่นตำลึงทองอีกทั้งยังเป็นแค่ระดับปานกลาง หากระดับสูงไม่ถึงห้าหกหมื่นเลยรึไง?

            การค้าขายเช่นนี้กำไรมากโขเลยเขาได้แต่อิจฉา!

            เมื่อดูได้รอบหนึ่งเขาก็ถอนสายตาอย่างครุ่นคิด

            เขาคิดไปถึงตอนที่ขายยาที่ร้านยาในเมืองเหอผิงเงินที่ได้ตอนนั้นยังไม่ได้หนึ่งในสิบของราคาหญ้าเซียนขั้นสี่นี่เลยช่างจี้ใจเขาเหลือเกิน แต่ขณะเดียวกันก็โชคดีที่เขาปลูกเองได้ไม่งั้นถ้าให้เขาซื้อเองคงไม่ไหว

            เมื่อก่อนเคยได้ยินศิษย์พี่ใหญ่บอกว่านักหลอมโอสถแม้จะเป็นอาชีพที่ได้ผลประโยชน์ แต่ก็เป็นอาชีพที่ผลาญเงินมากตอนนี้ดูแล้ว จริงอย่างที่เขาพูดไว้ไม่ผิด!

            “นายท่านทั้งสองมีอะไรให้ช่วยมั้ยเจ้าคะ?”

            สาวบริการสวมชุดขาวออกมาต้อนรับสายตานิ่งสงบจ้องมองทั้งคู่ท้ายสุดก็กลับมาจดจ้องอยู่ที่หลิงเซียวอย่างไม่น่าแปลกใจ ท่าทางนอบน้อม

            หลิงเซียวไม่ได้ตอบนางทันทีแต่ขณะที่นางพูดอยู่นั้น ก็แอบเหลือบมองโหยวเสี่ยวโม่เขายังไม่ลืมเรื่องที่ศิษย์น้องเล็กบอกเขาที่โรงประมูลเจ็ดดวงดาราแต่ตอนที่เขามองไป อีกฝ่ายไม่เพียงไม่ได้สนใจหญิงสาวผู้นั้นหากแต่มีท่าทีครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ ถึงได้ถอนสายตากลับมาอย่างพอใจ

            “ที่นี่รับซื้อยาเซียนตันรึเปล่า?”

            สาวบริการชะงัก พลันรีบพยักหน้า “รับค่ะแต่ว่าอยู่ชั้นสอง ท่านทั้งสองโปรดตามข้ามา”

            ถัดมาโหยวเสี่ยวโม่ก็ถูกหลิงเซียวหิ้วขึ้นชั้นสอง

            ชั้นสองของร้านคลังโอสถไม่ได้หรูหราเท่าชั้นล่างมันกลับดูเรียบง่าย ตกแต่งด้วยสีขาวสะอาดตา ตรงกลางห้องก็มีตู้กระจกวางเรียงรายบนชั้นวางมีกล่องหยกนับไม่ถ้วนวางอยู่ แต่ที่น่าเอะใจคือหญ้าเซียนส่วนใหญ่เป็นแบบคุณภาพสูง สีขาวจางๆ ดูก็รู้ว่าไม่ใช่หญ้าเซียนธรรมดา

            ไม่แปลกใจทำไมร้านนี้ถึงเป็นร้านโอสถที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฮุยจี๋มีของสะสมเยอะแยะมากมายนี่เอง

            ตรงกลางห้องมีคนยืนอยู่มากมายจากตัวคนเหล่านี้ โหยวเสี่ยวโม่รับรู้ได้ถึงพลังอันแกร่งกล้าจากดวงวิญญาณของพวกเขาล้วนเป็นนักหลอมโอสถ แต่ก็จริง คนที่จะมาซื้อหญ้าเซียนคงมีแค่นักหลอมโอสถเท่านั้น

            สาวรับใช้พาพวกเขามาหน้าผู้เฒ่าสวมชุดนักพรตสีดำคนหนึ่งจากนั้นบอกสถานการณ์คร่าวๆ

            ผู้เฒ่าผายมือให้นางออกไปได้จากนั้นสายตามาหยุดที่คนทั้งสอง ในที่สุดโหยวเสี่ยวโม่ก็ถูกมองด้วยสายตาหนักแน่นขึ้นมาบ้างเพราะคนที่มาขายยาเซียนตันคงมีแค่นักหลอมโอสถที่มีความสามารถเช่นนี้แต่นักฝึกตนนั้นไม่มีทางมาขายแน่นอน เพราะพวกเขาน่าจะเก็บไว้ใช้เองมากกว่า

            “น้องชายท่านนี้ต้องการขายยาเซียนตันอะไรรึ? แต่ข้าขอแจ้งไว้ก่อนว่าทางเราไม่รับยาเซียนตันทั่วไป”

            ผู้เฒ่าเอ่ยเสียงเรียบ เขากล่าวถึงจุดนี้ดักไว้ก่อนคงเพราะดูออกว่าโหยวเสี่ยวโม่เป็นเพียงนักหลอมโอสถระดับล่างซึ่งยาเซียนตันที่ขายคงจำกัดอยู่แค่ขั้นหนึ่งถึงขั้นสามอีกทั้งยังเป็นคุณภาพระดับล่าง และร้านคลังโอสถนั้นไม่รับยาคุณภาพระดับล่าง

            โหยวเสี่ยวโม่เองก็พอเข้าใจถึงความคิดเขาไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม พลันหยิบขวดยาห้าขวดออกมาวางบนหน้าเขา

            ผู้เฒ่าหยิบขึ้นมาขวดหนึ่ง เมื่อเปิดออกก็มีกลิ่นยาหอมโชยเตะจมูกสีหน้าผู้เฒ่าเปลี่ยนไป รีบเทยาออกมาเม็ดหนึ่งเป็นยาเม็ดสีเหลืองทองที่กลิ้งไปมาในอุ้งมือ ดูจากสีและพลังปราณ ชัดเจนว่าเป็นยาเซียนตันขั้นสองแบบคุณภาพสูง

            จากนั้นผู้เฒ่าก็จ้องมองยาในขวดด้านในบรรจุอยู่ราวห้าสิบเม็ด ถัดมาดูอีกสี่ขวดที่เหลือล้วนเป็นขั้นสองแบบคุณภาพสูง ขวดละห้าสิบเม็ด แววตาของผู้เฒ่าฉายความประหลาดใจ

            “ท่าน…หลอมเองทั้งหมดหรือ?” ผู้เฒ่าจ้องมองอย่างอดสงสัยไม่ได้

            ยากที่จะเชื่อได้ว่าคนที่พลังปราณไม่กล้าแกร่งอะไรอายุไม่เกินสิบเจ็ดสิบแปดกลับเป็นถึงนักหลอมโอสถขั้นสอง ที่สำคัญกว่าคือเขากลับหลอมยาเซียนตันขั้นสองคุณภาพสูงได้ถึงสองร้อยห้าสิบเม็ด

    ร้านคลังโอสถแม้จะเป็นร้านยาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองฮุยจี๋แต่ไม่มีใครสามารถเอายาเซียนตันชั้นสูงสองร้อยห้าสิบเม็ดออกมาได้ในคราวเดียวเช่นนี้แน่อีกอย่างเขาไปหาหญ้าเซียนชั้นสูงมาจากไหนเยอะแยะ?

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828