“จะขาดสารอาหาร ถึงว่า ..ฮองเฮาของท่านหน้าเหี่ยวนมห้อย (เหนียงยาน) ”ส่งสายตาคมดุ นี่เมียหรือแม่วะ แตะไม่ได้
“ฮองเฮา เป็แม่ของแผ่นดินจะ วิจารณ์หรือ ตำหนิสิ่งใดต้องนึกถึงตำแหน่งนางด้วย”หา”อธิบายช้าๆ ชัดๆ ใบบัวเบิกตาโพลง
“เ้าคงจะเหงามาก ไปเช่นนั้นต่อไปหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อจากนี่ เ้าถนัดด้านไหน” เหงาไม่สิคงคิดว่าว่างนินทาเมียแก่เขาแน่เลย
“ถนัดเหรอ ถนัดอะไรดี ดื่มเหล้า ยั่วผู้ชาย หรือว่าหาเด็ก”
“ยั่วผู้ชาย”ทำหน้าเหมือนเห็นผี ใบบัวเดินเข้าประชิดตัวยกมือขึ้นสอดเข้าไปที่อกเสื้อลูบไล้หน้าท้อง แน่น ปึกของฝ่าพระบาท ที่ยืนนิ่งตกตะลึงอยู่ตรงนั้น ทำตาปรือ เผยอริมฝีปาก กดคอฮ่องเต้หนุ่มลงมาเหมือนจะจูบ
“555เคลิ้มเลยไหม”ร่าบางกับโดนรวบฮ่องเต้หนุ่มกดริมฝีปากที่ปากบางสีชมพูบดจูบอ่อนโยน ตามอารณ์อ่อนไหว ใบบัวหน้าเสีย ผลักอกกว้างออกห่าง แต่สู้แรงปรารถนาไม่ไหวโดนเขา กอดเสียแน่ ซวยแล้วคงจะห่างเมียมานาน
ทำเป็เก่ง พอเขาปล่อยเซแซดๆ จูบเก่งจังวะคนอะไร ทำเอาตัวอ่อนไปหมดเลย ฝ่าาอมยิ้มเมื่อเห็นใบบัว เซเบาๆ
“ข้าก็ถนัดเื่..คราวหลังอย่าทำแบบนี้กับใครอีกเป็อันขาดตัวเองเป็หญิง แต่บังอาจเล่นกับบุรุษอย่างข้า”อย่างไหนเชิดหน้าขึ้น แค่นี้ใครสนไม่มีทางเสียหรอก
เดิน หลบไปนั่งห่างที่สุดเท่าที่จะห่างได้ คนอะไรฉวยโอกาส
“หน้าที่ของเ้าอีกอย่างต่อไปนี้ ต้องเปลี่ยนเครื่องทรงให้ข้า”
“หานั่นมันหน้าที่ของขันทีไม่ใช่เหรอ”
“ขันที ใครบอกปกติเป็หน้าที่ของเ้าต่อยากนี้ต่างหาก”ใบบัวย่นจมูก ทำอย่างไรได้ ต้องยอมเขาไปก่อนก็เป็ถึงฝ่าา ชี้เป็ชี้ตาย
“ฝ่าา จื่อรั่วมาถวายการปรนนิบัติ”อันฉีเลิกคิ้วสูง หน้ามอง
“เข้ามา”ฮองเฮาเดินเยื้องย่างเข้ามาข้างใน ใบหน้าฉาบทาไปด้วยิ้มหวาน
“ฝ่าา นาง จากบ้านจากเมืองมาไกล คงยังไม่คุ้นชินกับวังหลวงของเรา จื่อรั่วเห็นว่าฝ่าาส่งนาง ไปฝึกฝนในด้านต่างๆเสียก่อนจึงค่อยนำนางมาไว้ข้างกาย” หวังดีจัง
“ข้าอยากไปทำการฝึกฝนแบบที่เมียท่านว่า”หาทางหลบฝ่าา
“ดีแล้ว การใชีชีวิตในวังหลวงหาก้าปรนนิบัติฝ่าา ใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆ หรือถุกใจฝ่าาบ้านเมืองของเ้าต่างออกไปคง ไม่มี การฝึกสอนมาก่อนมาถึงจึงใช้ อาภรณ์ยั่วยวนฝ่าาทันที”
“บ้านขัา สอนแต่วิธี ผูกใจ คนเป็สามีให้อยู่มัดไม่จำเป็ต้อง วิ่งแล่ไปหาเขาเวลาที่้า...ปรนนิบัติเขา แต่มี ชายมากมายวิ่งมาหาข้า ด้วย อาภรณ์ที่สวยงาม อย่างที่ข้าใส่มา”ทันควัน
“ฝ่าาเห็นไหมเพคะ นางยังคงไม่เคยถูกสอนมาก่อนจื่อรั่ว สงสารนางจริงนางไม่รู้แม้กระทั่งเื่ไหนสมควรพูดเื่ไหนไม่สมควรพูด ฝ่าาเห็นที่ต้อง ส่งนางในกิจการฝ่ายในฝึกสอนเื่มารยาท”ยัยป้าแกนี่ น้ำผึ้งเคลือบยาพิษชัดๆ
“ข้าไม่อนุญาต ระหว่างนี้เื่การหายตัว ของทูตจากเสียนหลอยังไม่กระจ่างข้าจึงจำเป็ต้องกักตัวนาง หากเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้น หรือได้เบาะแสเื่การหายตัวไปของราชทูตจึงค่อยปล่อยนาง ฮองเฮาเห็นด้วยหรือไม่” ฮองเอายิ้มหวาน
“ฝ่าาทรงพระปรีชา จื่อรั่ว คิดไม่ถึงเื่นี้นับว่าจื่อรั่วยัง อ่อนด้อยในเื่ความรอบคอบเช่นฝ่าา”อวยกันไปก็อวยกันมา ใบบัวทำตาต่ำ
“ข้าเหนื่อยมาทั้งวันหากฮองเอาไม่มีสิ่งใดเร่งด่วนไว้คุยกัน วัน พรุ่งนี้วันนี้ ข้าต้องหารพักผ่อน”ไล่เหรอไล่แบบดื้อๆ ไม่น่าเชื่อแต่อีกคนกลับยิ้มหวาน หยดย้อยไม่โกรธสักนิด
“จื่อรั่ว ทูลลาฝ่าาถนอมพระวรกายด้วย”แล้วจะอย่างไร ใบบัว ต้องอยู่สองต่อสองกับฝ่าพระบาทอีกแล้ว
ยัยป้าไปแล้ว เสียงชวีกงกง
“หวังิ่อ๋อง ขอเข้าเฝ้า” อันฉีส่ายหน้าไปมา
“หวังิ่อ๋องถวายพระพร ฝ่าา”ประสานมือคารวะใบบัวพยายามจะมองหน้าที่ก้มต่ำ เพียงครู่เดียว
“ลุกขึ้น”ร่างสูง เกือบเมตรเก้าสิบ ผิวขาวจัดแววตาแข็งกร้าว ช่างขัดกันกับใบหน้าที่หล่อเหลาราวรูปวาด เงยหน้ามองใบบัวที่นั่งไขว่ห้าง ไม่รู้ไม่ชี้อยู่ตรงนั้น
“นางนี่หรือคือ บรรณาการจากเสียนหลอ”
“ใช่ เ้าคิดว่าอย่างไร เื่บรรณาการมีชีวิต”หวังิ่ เดินวนรอบตัว ใบบัวแบบไม่มีความเกรงใจสักนิด
“ธรรมดามาก ข้าไม่เห็นว่านางจะมีพิษสงอะไร หรือหากจะมีพิษสงอะไรก็คงสู้เราๆ บุรุษไม่ได้นอกจากนางจะกลายร่างได้ หรือมีเวทมนตร์”ใบบัว ไม่ชอบใจ คำพูดนักถึงกับเบะปากคนอะไรหน้าตาก็ดี แต่ทำไมไม่รักษาท่าทีให้น่ารักก็ไม่รู้
“นาง เป็เพียงหญิงธรรมดาทั่วไปเสียแต่ไร้มารยาทไปนิดที่นางจากมาคง ไม่มีการบ่มเพาะให้เป็กุลสตรี อย่างบ้านเมืองเรา”นินทาซึ่งหน้า เดินไปนั่งบนแท่นนอนทิ้งตัวลงนอน หวังิ่ถลาเข้ามาคว้าตัว ใบบัว แต่กับล้มลงไปกองบนที่นอน ด้วยกัน ฝ่าาถลามาอีกคน หมายจะรับร่างใบบัวที่กำลังจะล้ม แต่ไม่ทันจึงเก้ออยู่ตรงนั้น
“นาง เหตุใดถึงถือวิสาสะเช่นนี้ มานอนบนแท่นนอนของฝ่าา ก่อนที่ฝ่าาจะนอน ตามกฎของวังหลวงหากเป็สนมนางในหรือแม้แต่ฮองเฮาก็ต้องรอปรนนิบัติฝ่าาก่อนจึงจะนอนได้”ใบบัวถอนใจอยู่ใต้ร่างสูง ที่ไม่ได้สังเกตมัวแต่บ่นว่า ตัวเองกอด ใบบัวแนบชิดขนาดไปแล้วยังทับอยู่บนตัใบบัว เสียทั้งตัว ดิ้น ออกจากอ้อมกอด ยกมือดันร่างสูง ฝ่าายืนมอง แบบงงงง กับสิ่งที่นอนชายทำ
“ปล่อย เดี๋ยวนี้”ตวาดแว๊ด เหมือนเพิ่งจะรู้สึกตัว ว่ากอดแล้วก็ทับใบบัวไว้ลุกขึ้นยืน ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก อันฉีอมยิ้มเมื่อเห็นว่าใบบัว ออกอาการโมโห แสดงว่าหวงตัวไม่น้อย แต่เหตุใดจึงใสอาภรณ์ เปิดเผยถึงขนาดนั้น
“นึกจะกอดก็กอดนึกจะทับก็ทับ ตามกฎของวังหลวง มีห้ามไว้ไหมว่าห้ามทับห้ามกอดคนอื่นเขาแบบนี้ ข้าไม่ใช่เมียเ้า มีสิทธิ์อะไรมากอด”เอาคืนบ้างหวังิ่ เกาหัวแกรกๆ รู้แล้วว่าทำไมได้ยินกิติศัพท์ของนางเลื่องลือไปถึงจวนอ๋องของเขา ถึงกับต้องแวะเข้ามาดูหน้านาง