บทที่ 8 ให้คะแนนเต็ม
สวี่เจิงหน้าตาหล่อเหลา แถมบ้านยังอยู่ในเมือง ที่สำคัญที่สุดคือเป็คนตระกูลลู่
เจียงเหมยยินยอมคบกับเขา เพราะสวี่เจิงบอกกับเธอว่า ต่อไปเธอจะสามารถกลั่นแกล้งรังแกเจียงหนานอย่างไรก็ได้
ไม่ต้องกังวลกับความสัมพันธ์ระหว่างพี่สะใภ้และน้องสะใภ้แต่อย่างใด เพราะแม่สามีเจียงหนานคือแม่แท้ ๆ ของสวี่เจิง ย่อมต้องยืนอยู่ข้างเธอแน่นอน
ทว่าเวลานี้ เธอกลับโดนเจียงหนานทำเสียเื่โดยไม่ทันตั้งตัว อารมณ์หญิงสาวพลันแปรปรวน จ้องมองพี่สาวในนามด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว รีบเปลี่ยนประเด็นทันที
“ตอนอยู่บ้าน พี่ร้องไห้โวยวายว่าจะไม่แต่งงานกับคนอัปลักษณ์ไม่ใช่หรือ? ตอนนี้จะเสแสร้งทำไม? หรืออิจฉาตาร้อนที่คนรักของฉันดีกว่าคนของพี่? เลยจงใจสาดน้ำโคลนใส่ฉัน? ฉันกับอู๋เอ้อร์จู้ไม่มีอะไรทั้งนั้น ว่าแต่พี่เถอะ ฉันจะรอดูว่าพี่จะอยู่กับเ้าอัปลักษณ์คนนี้ได้นานแค่ไหน”
ในเมื่อเจียงหนานทำเธอเสียเื่ เธอก็จะไม่ให้หล่อนได้อยู่สบายอีกต่อไป
“อัปลักษณ์อะไรกัน? ตบปากเดี๋ยวเลยนะ”
เมื่อครู่นี้เจียงหนานเตรียมแผนโจมตีน้องสาวไว้เรียบร้อย
ในที่สุดตอนนี้ก็มีข้ออ้างสักที หญิงสาวจึงสามารถตบหน้าของเจียงเหมยผู้ปากร้ายใจอำมหิตได้สองที
จากนั้นก็จับทึ้งผมของหล่อน กระชากลงสองครั้ง ลากหล่อนลงพื้น
แล้ว…
เธอก็ยกขาช้างขึ้นคร่อม นั่งลงขี่บนร่างของน้องสาว
มืออวบอ้วนเงื้อขึ้น หมายจะตบอีกครั้ง
“เบิกตาดูให้ดีสิ นี่มันบ้านสามีฉัน คิดว่าจะรังแกฉันเหมือนเมื่อก่อนอย่างไรก็ได้หรือ?”
เจียงหนานชี้ลู่ฮ่าวที่กำลังตกตะลึงกับการกระทำของเธอ “ดูให้ชัด ฉันแต่งงานกับเขาแล้ว เขาก็คือผู้ชายของฉัน ถ้าไม่เคารพแล้วพร่ำะโไร้สาระอีก ระวังฉันจะถอนฟันเธอทิ้งซะ”
คนตระกูลลู่ที่เหลือคิดอยากห้ามปราม แต่เจียงหนานนั้นแข็งแกร่งเกินไป เธอถีบร่างเจียงเหมย ปล่อยหมัดดุจเม็ดฝนพุ่งจู่โจมจนใบหน้าบวมตุ่ยเป็หัวหมู คนอื่นไม่อาจเข้าใกล้เธอได้เลย
เธอโจมตีน้องสาวตัวเองจนกลายเป็หัวหมูต่อหน้าคนตระกูลลู่ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
ผู้เฒ่าลู่เองก็คิดไม่ถึงว่าลูกสะใภ้จะแข็งแกร่งขนาดนี้
เพื่อปกป้องลู่ฮ่าว เจียงหนานถึงกับว่าไปตามผิด ไม่เห็นแก่ความเป็ญาติมิตรสักนิด แถมยังฟาดฟันน้องสาวของตัวเองซึ่ง ๆ หน้า
นี่…
แม้จะทำได้ดี แต่...
ผู้เฒ่าลู่อดกังวลไม่ได้ หลานชายคนโตของเขาจะเอาแม่หนูเ้าเนื้อคนนี้อยู่หมัดหรือ?
เขากลัวว่าขืนเป็แบบนี้ต่อไปจะถึงขั้นเอาชีวิต ชายชราจึงรีบเร่งสั่งให้ลู่ฮ่าวดึงหลานสะใภ้ออกไป
ลู่ฮ่าวยืนนิ่งไม่ไหวติง คลื่นแววตาผันผวนเล็กน้อย แสดงชัดถึงอารมณ์ของเขาในตอนนี้
การได้รับการปกป้องนี้ แม้จิตใจเยือกเย็นแข็งกระด้าง แต่เขาก็ยังััถึงมันได้
“นังอ้วน แกปล่อยฉันนะ ฉันจะกลับไปฟ้องพ่อกับแม่ ระวังพ่อจะหักขาแก...”
ยิ่งเจียงเหมยด่าว่าอ้วน เจียงหนานยิ่งโทสะลุกโชน ตบหน้าคนพูดอีกสองที “ฉันอ้วนก็เพราะแกไม่ใช่หรือ? ถ้าแกไม่ทำร้ายฉัน ฉันจะอ้วนขนาดนี้ได้อย่างไร?”
“ปล่อยฉัน นังอ้วน แกบ้าไปแล้วหรือไง? พี่เจิง ช่วยฉันด้วย...”
สวี่เจิงแทบจะไม่อยากรู้จักผู้หญิงคนนี้ เขามองดูทุกอย่างอย่างเฉยชา
เขาไม่มีความรู้สึกรักหยกถนอมบุปผา*[1] เลยสักนิด
ชายหนุ่มแค่อยากดูว่า ภรรยาอ้วนที่ลู่ฮ่าวแต่งด้วยคนนี้จะเก่งกล้าสามารถสักเพียงใด?
เจียงเหมยร้องราวกับหมูโดนฆ่า ผู้เฒ่าลู่กับลู่เซิ่งหมินทนดูต่อไปไม่ไหว สั่งให้ลู่ฮ่าวรีบดึงตัวภรรยาออกไป
ลู่ฮ่าวกลับแคะเขี่ยหู เดินไปอย่างไม่เร่งรีบ ดุปรามด้วยน้ำเสียงมาดเคร่ง “พอได้แล้ว หยุดเดี๋ยวนี้”
เจียงหนานยังคงไว้หน้าให้ลู่ฮ่าว เธอเลยทำแค่ใช้ท่อนขาช้างถีบอีกครั้งเดียวแล้วยอมผละออก เธอปัดปรบมือ เอ่ยขึ้นว่า “วันหน้า ถ้าใครยังกล้ารังแกคุณอีก ฉันก็จะทำเขาแบบนี้แหละ”
เจียงหนานพูดไป ปรายตามองสวี่เจิงไปโดยไม่ตั้งใจ
สวี่เจิง “...”
สวี่เจิงสีหน้ามืดทะมึน ไม่เคยอับอายเช่นนี้มาก่อน
เจียงหนานกัดไม่ยอมปล่อย มองสวี่เจิงพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “น้องสามี อย่าใส่ใจเลย น้องสาวฉันไม่รู้จักเคารพคน พี่สาวคนนี้เลยต้องสอนหล่อนให้เป็เด็กดีมีมารยาท ฉันยังคงสนับสนุนให้คบกับเธอนะ พวกเธอเหมาะสมกันมากทั้งรูปลักษณ์และอุปนิสัย อู๋เอ้อร์จู้สู้เธอไม่ได้แน่นอน”
สวี่เจิงกัดฟัน “ขอบคุณครับ”
เจียงเหมยโดนตบตีจนกลายเป็หัวหมู ผมเผ้าถูกกระชากยุ่งเหยิงเป็หญิงบ้า ไม่อาจอยู่ทานอาหารเย็นที่บ้านตระกูลลู่ได้ต่อ สวี่เจิงจึงพาเธอออกไป
เมื่อเช้าลู่เสี่ยวเยว่ยังกระตือรือร้นรอดูสีหน้าเจียงหนาน พอมาถึงหน้าประตูเห็นเจียงหนานตบตีเจียงเหมย เลยถอยห่างออกไปเงียบ ๆ ไม่กล้าทะเลาะวิวาทกับพี่สะใภ้อีก
ผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งเกินไป
เธอให้คะแนนเต็มเลย
หลังจากเจียงเหมยโดนทุบตีจากไป เจียงหนานก็สบสายตากับลู่เซิ่งหมินกับสวี่อวี้ฉิน ทำเป็เกาศีรษะอย่างเก้อเขิน “ขอโทษด้วยค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันแค่ไม่อยากให้น้องสาวด่าว่าลู่ฮ่าว ลู่ฮ่าวเป็สามีของฉัน แต่งงานกันแล้วก็ต้องปกป้องเป็ธรรมดา”
“หลานสะใภ้ เธอทำถูกแล้ว ทำถูกแล้ว” ผู้เฒ่าลู่ซาบซึ้งจนแทบน้ำตาไหล “ฉันมองคนไม่ผิดจริง ๆ เสี่ยวฮ่าวโชคดีแล้ว”
นับแต่เล็กจนโต หลานชายคนโตของเขาไม่เคยได้รับการปกป้องแบบนี้มาก่อนเลย
ครั้งนี้เขาไม่ได้เลือกผิดคนจริง ๆ
แม่สาวอ้วนคนนี้ช่างซื่อตรงนัก
เจียงหนานยิ้มแหย คีบอาหารให้ผู้เฒ่าลู่ “คุณปู่ กินเร็วเข้าค่ะ”
สวี่อวี้ฉินมองผู้เฒ่าลู่กับเจียงหนานและคนอื่น ๆ ที่กำลังรับประทานอาหารอย่างมีความสุขด้วยสีหน้าครึ้มทะมึน ไม่มีความอยากอาหารแต่อย่างใด
ลูกชายของเธอไม่สนิทกับคนตระกูลลู่ แถมวันนี้เสียหน้าขนาดนี้ เกรงว่าต่อไปลู่ฮ่าวกับชายชราจะดูแคลนสวี่เจิงยิ่งกว่าเดิม
สวี่อวี้ฉินครุ่นคิดตรึกตรอง ต้องให้ลู่ฮ่าวกับภรรยาย้ายไปอยู่บ้านเก่ากับชายชราไปให้พ้น ๆ
ก่อนหน้าที่ผู้เฒ่าลู่กับลู่ฮ่าวไม่อยู่ที่นี่ ทั้งครอบครัวก็เข้ากันได้ดี
อีกอย่าง แม่สาวอ้วนคนนี้ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน*[2] ในเมื่อไม่ใช่ลูกสะใภ้แท้ ๆ ทำไมเธอต้องเจอกับความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้อันยุ่งยากแบบนี้ด้วย?
หลังอาหารเย็น ผู้เฒ่าลู่ก็อยากกลับบ้านเก่า
เจียงหนานมองชายชรา จับจูงแขนของของเขาไว้ “คุณปู่ ฉันอยากไปดูบ้านหลังนั้นด้วยค่ะ”
ผู้เฒ่าลู่ปฏิเสธ “ไม่ได้หรอก ยังเป็สะใภ้ใหม่ ภายในสามวันเขาห้ามออกพ้นประตู”
เจียงหนานไม่สนใจ หัวเราะแหะ ๆ ออกมา “ไม่เป็ไรค่ะ คนหนุ่มสาวไม่สนใจเื่แบบนั้นหรอก”
“แต่...” ชายชราเกิดความสงสัย บ้านเก่าทรุดโทรม ถ้าแม่หนูคนนี้รังเกียจจะทำอย่างไร?
เดิมหลานชายของเขาก็ได้รับาเ็ไม่น่ามองอยู่แล้ว หากเห็นบ้านเช่นนี้อีกจะทำอย่างไร
“คุณปู่ ไปกันเถอะค่ะ หนูอยากไปดูบ้านของคุณปู่กับลู่ฮ่าว”
เจียงหนานดึงดันจะไปกับผู้เฒ่าลู่
ชายชราทำได้เพียงตามใจหล่อน
เมื่อเห็นลู่ฮ่าวยังนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับเขยื้อน เขาเลยเรียก “แกก็มาด้วย”
…
ลัดเลาะเดินไปตามทางก็พบประตูรั้วและบ้านดินหลายหลัง
ลานค่อนข้างกว้างทีเดียว เธอเห็นพืชผักใบเขียวชอุ่มเรียงราย
ผู้เฒ่าลู่จิตใจกระสับกระส่าย เพราะรู้ดีว่าที่แห่งนี้สภาพแวดล้อมอันอัตคัดขัดสน “ลูกเอ๋ย ที่ตรงนี้แหละ”
“ว้าว คุณปู่ นี่คือบ้านของเราหรือคะ? กว้างขวางจังเลย” เจียงหนานผลักประตูรั้ว อุทานออกมาพลางมองดูแปลงผัก “คุณปู่ปลูกผักด้วยหรือคะ?”
ชาติก่อน เจียงหนานอาศัยอยู่ในเมืองเป็เวลานาน ได้กลับมายังชนบทที่อากาศบริสุทธิ์ เห็นขนบประเพณีอันเรียบง่าย และได้อยู่กับคนที่ตัวเองชอบเช่นนี้ เธอก็พึงพอใจไร้สิ่งใดเปรียบความรู้สึกตอนนี้อีก
เธอยังประทับใจมากเช่นกัน
์ไม่ทอดทิ้งเธอจริง ๆ
“ปกติคุณปู่กับลู่ฮ่าวพักอยู่ที่นี่หรือคะ””
ผู้เฒ่าลู่พยักหน้า “อืม ใช่ หลังจากเสี่ยวฮ่าวเรียนจบ ฉันก็กลับบ้านเกิดมาอยู่บ้านหลังเก่า”
เจียงหนานเข้าไปในประตูรั้ว พินิจมองไปรอบ ๆ ก่อนเลิกคิ้วขึ้น “คุณปู่ หนูคิดว่าที่นี่ไม่เลวเลย เราย้ายมาอยู่กับคุณปู่ได้ไหมคะ?”
“ย้ายมาที่นี่?” ผู้เฒ่าลู่มองเธอด้วยความประหลาดใจ
“ใช่ค่ะ หนูอยากอยู่กับคุณปู่”
เจียงหนานหันกลับมามองลู่ฮ่าวที่ยืนอยู่ที่ประตูรั้ว ั์ตาครึ้มมืดดำ "เรามาอยู่ด้วยกันเถอะ ตกลงไหมคะ"
ชายชรากลับเอ่ยปากปฏิเสธ “หนานหน่าน บ้านนี้ทรุดโทรมเกินไป พวกเธออยู่กับฝั่งบ้านพ่อแม่ดีกว่า อย่าย้ายมาที่นี่เลย”
“คุณปู่ ที่นี่เงียบสงบจะตาย หนูอยากอยู่กับคุณปู่”
เจียงหนานรู้ดี ลู่ฮ่าวอยากอยู่ในบ้านทรุดโทรมหลังนี้กับปู่ของเขามากกว่าบ้านหลังนั้น
*[1] รักหยกถนอมบุปผา หมายถึง ความอ่อนโยนทะนุถนอมที่บุรุษพึงมีต่อสตรี
*[2] ตะเกียงประหยัดน้ำมัน หมายถึง คนเื่มาก ชอบสร้างความวุ่นวาย