หลังจากที่หลิวชุนฮวาใช้รองเท้าฟาดชายเสเพลไปกว่าสิบครั้ง ชายเสเพลก็ถูกตีจนดูไม่เป็นผู้เป็นคน ในที่สุดชาวบ้านก็เริ่มรู้สึกตัว และรีบเข้ามารั้งตัวเธอไว้ “ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งใจร้อน!”
“วันนี้คนทั้งหมู่บ้านเห็นกันหมดว่า ไอ้บ้านั่นได้กอดจิ่งเสี่ยวเยวี่ย นี่มันคุ้มสุดๆ ไปเลย!”
“ถ้าฉันเป็นหลิวชุนฮวา ฉันก็คงโมโหเจียนตาย ไอ้คนเสเพลนั่นไม่คู่ควรกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเลยสักนิด!”
เสียงพูดคุยจอแจดังระงมไปทั่ว ต่างกันพูดกันไปต่างๆ นานา หลิวชุนฮวาโมโหจนหน้าตาบิดเบี้ยว ทั้งยังพยายามจะพุ่งเข้าไปทำร้ายชายเสเพลอีกรอบ
เหตุการณ์ตอนนี้วุ่นวายอลหม่านไปหมด โชคดีที่ผู้ใหญ่บ้านฉินตงเฉียงมาถึงพอดี เขารีบออกคำสั่งให้คนมาดึงตัวหลิวชุนฮวาไว้ ขณะเดียวกันก็ให้คนพาจิ่งเสี่ยวเยวี่ยและชายเสเพลไปที่บ้านเชอฉางเกิน เพราะถ้ายังปล่อยให้ทะเลาะกันต่อไปคงมีคนตายจริงๆ แน่!
ในตอนนั้นเชอฉางเกินก็กำลังยืนดูความวุ่นวายอยู่เหมือนกัน เมื่อเห็นอาการบาดเจ็บของทั้งสองก็ถึงกับส่ายหัว เมื่อเทียบบาดแผลนี้กับของจิ่งเยี่ยนกุยก่อนหน้านี้แล้ว เรียกได้ว่าร้ายแรงหนักกว่าเสียอีก โดยเฉพาะชายเสเพลที่ถูกตัวต่อต่อยอย่างหนักจนกลายเป็นสภาพนี้ ไม่ถึงตายก็จริง แต่ก็ต้องเจ็บปวดทรมานไม่น้อยแน่
ขณะที่จิ่งเยี่ยนกุยลงจากเขาหลังจากเก็บสมุนไพรเสร็จแล้ว ก็มีชาวบ้านมาเล่าเรื่องชายเสเพลกับจิ่งเสี่ยวเยวี่ยให้เธอฟัง
จิ่งเยี่ยนกุยแค่อยากจะให้ชายเสเพลได้รับบทเรียนที่ต้องจำฝังใจไปชั่วชีวิต แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องน่ายินดีเหนือความคาดหมายอย่างจิ่งเสี่ยวเยวี่ยด้วย เมื่อคิดดูแล้ว ดูเหมือนว่าวันนี้ชายเสเพลจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเสียด้วยซ้ำ
ฟังจากคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค เธอก็จับใจความเรื่องราวได้หลายอย่าง ปกติแล้วจิ่งเสี่ยวเยวี่ยถูกเลี้ยงมาเยี่ยงลูกคุณหนู แทบไม่เคยขึ้นเขาเลย นอกเสียจากครั้งนี้ที่เธอถูกผลักตกจากหน้าผา
แต่อยู่ๆ จิ่งเสี่ยวเยวี่ยกลับอยากขึ้นเขามานี้ ถ้าจะบอกว่าไม่มีเรื่องอื่นแอบแฝงอยู่ จิ่งเยี่ยนกุยไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
ตอนแรกจิ่งเยี่ยนกุยคิดว่าชายเสเพลคิดจะฉวยโอกาสตอนที่เธอขึ้นเขาตามลำพัง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่านี่จะเป็นแผนจากจิ่งเสี่ยวเยวี่ยเสียมากกว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ จึงเรียกได้ว่าเป็นผลกรรมตามสนองของจิ่งเสี่ยวเยวี่ย
หลังจากที่ฟังชาวบ้านเล่าเรื่องราวโดยรวมแล้ว จิ่งเยี่ยนกุยก็ครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย ก่อนจะจัดการนำสมุนไพรที่เก็บมาไปไว้ที่บ้านเก่า จากนั้นก็ไปดูอาการจิ่งเสี่ยวเยวี่ยที่บ้านเชอฉางเกิน
ไม่ใช่ว่าจิ่งเยี่ยนกุยอยากไปดูความอับอายที่จิ่งเสี่ยวเยวี่ยได้รับ แต่เป็นเพราะตอนนี้เธอก็ยังถือว่าเป็นพี่สาวของจิ่งเสี่ยวเยวี่ยอยู่ เมื่อเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ถึงแม้จะเป็นการแสดง แต่เธอก็ต้องไปแสดงท่าทีบ้าง
เมื่อเธอไปถึงบ้านเชอฉางเกิน หลิวชุนฮวาก็นั่งร้องไห้อยู่ที่นั่น อีกทั้งยังด่าทอบรรพบุรุษของชายเสเพล ส่วนชาวบ้านที่มาดูเหตุการณ์ก็เริ่มแยกย้ายกันไปเกือบหมดแล้ว
พอจิ่งเยี่ยนกุยเข้ามาก็เห็นจิ่งเสี่ยวเยวี่ยนอนอยู่บนเตียงที่ทำขึ้นง่ายๆ และบนหน้าผากมีแผลปริแตก เลือดเปรอะเต็มหน้า อีกทั้งบนใบหน้าก็เหมือนจะมีรอยแผลถลอกอื่นๆ อีก ดูน่าเวทนาเหลือเกิน
เมื่อเห็นสภาพแบบนี้ของจิ่งเสี่ยวเยวี่ย เธอกลับไม่รู้สึกเห็นใจเลยสักนิด เมื่อเดือนที่แล้วจิ่งเสี่ยวเยวี่ยผลักเธอตกหน้าผา หล่อนก็สมควรได้รับผลกรรมที่ก่อไว้เอง
ชายเสเพลนอนอยู่บนเก้าอี้เอนหลังที่อยู่ข้างๆ ส่งเสียงร้องครางไม่หยุด ตอนนี้ความตื่นเต้นของเขาหายไปแล้ว พิษจากการถูกตัวต่อต่อยก็เริ่มแสดงอาการ บริเวณที่ถูกเหล็กในต่อยหนักที่สุดคือใบหน้า ทั้งหน้าของเขาปูดบวมไม่ต่างกับหัวหมู และปากก็บวมจนแทบพูดไม่ได้
เมื่อเห็นสภาพของทั้งสองคนแล้ว จิ่งเยี่ยนกุยก็รู้สึกว่าพวกเขาเหมาะสมกันดี
เมื่อหลิวชุนฮวาเห็นเธอเข้ามา ก็รีบดึงมือเธอไว้แล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย ในที่สุดก็มาสักที พ่อของแกเพิ่งจะไปทำงานที่ทางใต้ ดันมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น! แล้วทีนี้จะทำยังไงดี?”
จิ่งเยี่ยนกุยสบตากับหลิวชุนฮวาก็นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เธอถูกชายเสเพลแบกกลับมาในชาติที่แล้ว ตอนนั้นหลิวชุนฮวาไม่ได้จ่ายเงินให้เธอรักษาตัว และเอาแค่เอาแต่ร้องไห้อยู่ข้างๆ 'เยี่ยนกุยที่น่าสงสารของแม่ ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับแกกันนะ!'
'มาถึงขั้นนี้แล้ว จะทำยังไงได้อีก? ถ้าแกไม่แต่งงานกับไอ้คนเสเพล ต่อไปก็จะไม่มีใครมาขอแกแต่งงานแล้ว! แต่ไอ้คนเสเพลมันไม่คู่ควรกับแกเลยสักนิด!'
'เอาอย่างนี้ดีกว่า ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ไปทำงานที่ทางใต้สักพัก รอให้เรื่องนี้ผ่านไปก่อน แล้วค่อยหาแต่งงานกับผู้ชายดีๆ นะ!'
ในตอนนั้นที่หลิวชุนฮวาพูดเรื่องแบบนี้ เธอยังไม่ค่อยเข้าใจความหมายจริงๆ ที่ซ่อนอยู่ แต่ก็ไม่กังวลแม้แต่น้อย แม้ว่าใบหน้าของหลิวชุนฮวาจะแสดงทีท่าเป็นห่วงเป็นใยเธอมากแค่ไหน แต่ในใจของหล่อนก็คงมีความสุขจนหัวใจพองโต
จิ่งเยี่ยนกุยตัดสินใจเอ่ยคำพูดที่หลิวชุนฮวาเคยบอกเธอในอดีต “ตอนนี้เสี่ยวเยวี่ยมาเจอเรื่องแบบนี้ คงไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้แล้วค่ะ ถ้าไม่แต่งงานกับคนคนนั้น งั้นก็ไปทำงานที่ทางใต้เพื่อหลบเลี่ยงเรื่องนี้ไปก่อนค่ะ”
หลิวชุนฮวาเดือดทันใด “เสี่ยวเยวี่ยของฉันจะแต่งงานกับคนเสเพลได้ยังไง!”
ตอนนี้สภาพของชายเสเพลน่าเกลียดจนทำให้คนที่เห็นอยากจะอาเจียน
จิ่งเยี่ยนกุยพูดต่ออย่างใจเย็น “ก็บอกให้ไปทำงานที่ทางใต้เพื่อหลบเลี่ยงไปสักพักไงคะ อีกไม่กี่ปีให้หลัง เสี่ยวเยวี่ยอาจจะเจอสามีที่ดีก็ได้”
วันนี้หลิวชุนฮวาดูเหมือนจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ “ไปทำงานที่ทางใต้งั้นเหรอ? เสี่ยวเยวี่ยของฉันจะต้องเป็นคุณนาย จะไปทำงานที่ทางใต้ได้ยังไง!”
“เยี่ยนกุย เอาอย่างนี้ดีกว่า ตั้งแต่เด็กจนโตแกก็ไม่เก่งเท่าเสี่ยวเยวี่ย ทั้งการเรียนก็ด้อยกว่า จะทำอะไรก็ไม่ฉลาดเท่าน้อง ถ้าแกแต่งเข้าตระกูลฟางจริงๆ เจียงอี่โหลวจะกลั่นแกล้งแค่ไหนก็ไม่รู้ ถ้างั้นแกลองสลับกับเสี่ยวเยวี่ยดีไหม ให้เสี่ยวเยวี่ยแต่งกับฟางเสียนจือ ส่วนแกก็แต่งกับมันแทน!”
จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินคำพูดนี้ของหลิวชุนฮวาก็ตกใจจนแทบพูดไม่ออก ความคิดของหลิวชุนฮวาน่ากลัวมาก ทำไมถึงพูดคำพูดแบบนี้ออกมาได้!
หลังจากที่พูดออกมาแล้ว หลิวชุนฮวาก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นไปได้ หล่อนจับมือจิ่งเยี่ยนกุยแล้วพูดว่า “แกเชื่อฟังแม่มาตั้งแต่เด็กแล้ว ช่วงนี้แกถูกย่าปลุกปั่นให้ทำอะไรผิดๆ ไปหลายอย่าง แม่ไม่โทษแกหรอก เพราะแม่รู้ว่าแกเป็นคนดี”
“แกเป็นพี่สาวคนโตของบ้าน ต้องดูแลน้องให้ดี ตอนนี้เกิดเรื่องขึ้นกับเสี่ยวเยวี่ย มีแค่แกเท่านั้นที่ช่วยได้”
“จริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่แกที่ช่วยเสี่ยวเยวี่ยอย่างเดียว เสี่ยวเยวี่ยเองก็กำลังช่วยแกอยู่ด้วย เพราะแกไม่เหมาะที่จะแต่งเข้าตระกูลฟางแต่แรกแล้ว เยี่ยนกุยรู้ไหม? ตั้งแต่แกหมั้นกับฟางเสียนจือ แม่ก็เป็นห่วงมาตลอดเลยนะ”
“ทุกคืนที่หลับตา แม่ก็ฝันว่าแกอยู่ในบ้านตระกูลฟางอย่างลำบาก ถูกคนข่มเหงอยู่ทุกวัน แต่ถ้าเสี่ยวเยวี่ยแต่งเข้าตระกูลฟางก็จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ เพราะน้องสาวแกฉลาดกว่าตั้งเยอะ! ถ้างั้นเยี่ยนกุย ฟังแม่นะ แม่ไม่มีทางทำร้ายลูก งั้นเรื่องนี้ก็เอาตามนี้แหละ!”
จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกว่าหลิวชุนฮวานั้นเก่งที่สุดในการพลิกเรื่องราวให้เป็นไปตามใจชอบ ไม่ว่าเรื่องอะไร เมื่อมันออกมาจากปากของเธอแล้วก็จะเปลี่ยนไปอีกแบบ พร้อมหาเหตุผลที่ดูเหมือนจะเหมาะเหม็งมาอ้างได้
แต่เหตุผลเหล่านั้น ในสายตาของจิ่งเยี่ยนกุยตอนนี้กลับดูเหมือนเรื่องตลกสิ้นดี เธอมองหลิวชุนฮวาแล้วพูดว่า “แม่คะ เรื่องนี้ไม่ใช่ที่แม่คนเดียวจะตัดสินใจได้ แม่ได้ถามความเห็นของตระกูลฟางแล้วหรือยังคะ?”
หลิวชุนฮวาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาอย่างรวดเร็วว่า “เรื่องทางฝั่งตระกูลฟาง แกก็ไปจัดการเอง บอกฟางเสียนจือไปว่าน้องแกเหมาะที่จะแต่งกับเขามากกว่า เขาไม่ได้โง่ ที่ผ่านมาแค่ยังไม่เห็นข้อดีของเสี่ยวเยวี่ย ตอนนั้นพอได้รู้แล้ว เขาต้องมองเสี่ยวเยวี่ยใหม่แน่ และจะไม่แต่งงานกับแกแล้ว แต่จะยอมแต่งกับเสี่ยวเยวี่ยแทน!”