ค่ำคืนวันนี้ มันช่างแสนยาวนานในความคิดของหวังจินไห่ ในขณะที่กำลังล้มลุกคลุกคลาน กลับทำหมวกกันน็อกหลุดร่วงไปจากมือกลิ้งไปตามพื้นถนน จนสีหลุดลอกออกมา จากนั้นก็พยายามยันตัวลุกขึ้นมาจากพื้น ทันทีที่เขายืนขึ้นได้เต็มความสูง ก็พบกับพวกเราสามคนที่ปรากฎตัวขึ้นอย่างกระทันหัน เห็นได้ชัดว่าเขาถึงกับผงะไปเล็กน้อย “พวกแก … หมายความว่าไง?”
“ไม่มีอะไร”
หลินเฉอเอ่ยถามออกไปเบา ๆ “นายคืออี้เชียงเป้าโถวใช่ไหม?”
“ใช่ แล้วทำไมล่ะ? ” หวังจินไห่เช็ดเืที่มุมปากของเขา จากนั้นถามขึ้นว่า “พวกนาย …ตามหาฉันมีธุระอะไร? ”
ผมยิ้มให้อย่างเป็มิตร “พวกเรากำลังวางแผนที่จะตั้งสตูดิโอ สำหรับ《สกายโร้ด》ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆนี้ จึง้ามือปืนยอดฝีมือ เลยอยากจะชวนนายมาร่วมทีมกับพวกเรา”
สายตาของหวังจินไห่ที่จ้องมองมาทำให้บรรยากาศโดยรอบดูอึดอัดเล็กน้อย “ทำไมฉันต้องเข้าร่วมกับพวกนาย? พวกนายมีคุณสมบัติงั้นหรือ?”
หลินเฉอคลี่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนชี้นิ้วมาที่ผม จากนั้นพูดขึ้นว่า
“ชื่อของเขาคือ ติงมู่เฉิน ไอดีเทียนจ้ง คือ 'เป่ยเฉินมู่ชิง' รู้จักกันในนาม'เทพยุทธ์เป่ยเฉิน' ส่วนฉันชื่อหลินเฉอ ไอดีเทียนจ้งคือ 'ชิวฉุ่ยหาน' จอมเวทย์อันดับที่ 17 ของเซิร์ฟเวอร์ระดับประเทศ นายคิดว่าพวกเรามีคุณสมบัติพอที่จะชวนนายเข้าร่วมได้หรือยัง?”
“ปะ…เป่ยเฉินมู่ชิง?”
หวังจินไห่มองผมด้วยความประหลาดใจ “นายคือ …เป่ยเฉินมู่ชิง ที่ได้นำทีมหยินหูเข้าสู่โกลเด้นลีก? อัศวินอันดับหนึ่งของประเทศคนนั้นหรือ?”
“ยังมีอะไรสงสัยอีกไหม?”
ผมอาศัยความสว่างจากโคมไฟข้างทาง เพื่อจะได้เห็นสีหน้าเขาชัดๆ
หวังจินไห่ยังคงจ้องผมด้วยความตกตะลึง “จริง ๆแล้วก็ดูคุ้นๆนะ …”
หลินเฉอพูดด้วยรอยยิ้ม “บนสังเวียนเซิร์ฟเวอร์ระดับประเทศ ผู้เล่นระดับาาที่แข็งแกร่งที่สุดมีเพียงร้อยคนเท่านั้น ซึ่งเขาก็เป็หนึ่งในนั้น ผู้เล่นอัศวินมืออาชีพเพียงคนเดียว คุณสมบัติแค่นี้เพียงพอที่จะชวนนายเข้าร่วมกับพวกเราได้หรือยัง?”
“หากฉันเข้าร่วม … เเล้วฉันจะได้ประโยชน์อะไร?” หวังจินไห่ครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนถามขึ้นมา
หลินเฉอเอ่ยอย่างจริงจัง “พวกเราไม่ใช่ว่าจะจัดตั้งเป็เพียงสตูดิโอเท่านั้น แต่จะตั้งเป็บริษัท ที่บริหารในส่วนเกี่ยวข้องด้วย บริษัทของพวกเราสามารถให้เงินเดือนกับนายในอัตราที่สูง จนนายคาดไม่ถึงเลยล่ะ หวังจินไห่ นายยินดีที่จะเข้าร่วมหรือเปล่า?”
หวังจินไห่ถูกคำพูดทำให้เอนเอียงแล้ว “บริษัทของนาย ...... มีกำลังพอในการสร้างโลกในสกายโร้ดหรือเปล่าล่ะ?
“แน่นอนสิ”
“ตกลง งั้นฉันจะเข้าร่วม!” หวังจินไห่พยักหน้ารัวพร้อมคำตอบ
ผมยื่นมือออกไปให้หวังจินไห่จับ พร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม “ยินดีที่เราจะได้ร่วมงานกัน พวกเราควรเรียกนายว่าอะไรดี?”
“เรียกฉันว่า ต้าไห่”
“โอเค ต้าไห่ ยินดีที่ได้รู้จักนะ หลังจากนี้ต้องคอยดูแลกันและกันแล้วล่ะ!”
หวังจินไห่พยักหน้า “แน่นอน ร่วมด้วยช่วยกัน!”
……
จากนั้น พวกเราก็ได้พาหวังจินไห่กลับมาที่สตูดิโอด้วย
ทุกอย่างได้ตระเตรียมไว้พร้อมแล้ว รอแค่ให้ถึงเวลาเปิดตัวเกมอย่างเป็ทางการอย่างเดียวเท่านั้น
หัวข้อต่อไป คือการซื้อหมวกกันน็อคสำหรับเล่นเกม
“《สกายโร้ด》 เปิดตัวหมวกเกมสามแบบล่วงหน้าแล้ว แบบที่หนึ่ง เป็หมวกเกมเกรดธรรมดาทั่วไป สามารถซื้อได้ในราคา 2000 หยวน แต่ความเสถียรมีเพียง 85% เท่านั้น อาจมีผลกระทบเล็กน้อยต่อคำอธิบายเสียงและภาพในเกม แถมหมวกเกมแบบนี้สามารถออนไลน์ได้เพียงแปดชั่วโมงติดต่อกัน และจะต้องพักมากกว่าหนึ่งชั่วโมง ไม่อย่างนั้นจะเป็อันตรายต่อร่างกายได้”
หลินเฉอมองไปที่นิตยสารข้อมูลเกมในมือ ก่อนจะพูดต่อไป ไม่สนใจว่าจะมีใครฟังเขาอยู่หรือเปล่าก็ตาม “แบบที่สอง คือ หมวกเกมขนาดกลาง ใบละ 10000 หยวน ว่ากันว่าความเสถียรมีมากกว่า 96% และสามารถออนไลน์ได้ต่อเนื่องสิบสองชั่วโมง โดยที่ไม่เป็อันตรายต่อร่างกาย
แบบที่สามคือหมวกเกมระดับวีไอพี ราคาใบละ 50000 หยวน มีความเสถียร 100% สามารถออนไลน์ได้ไม่จำกัด ตราบเท่าที่ผู้เล่นสามารถทนได้ หลังจากเริ่มจัดจำหน่าย ปรากฏว่าหมวกเกมธรรมดาถูกกวาดซื้อจนเกือบหมดแล้ว เวลาเล่นจำกัดอยู่ที่แปดชั่วโมง หมวกเกมแบบธรรมดานี้ ฉันไม่แนะนำให้ซื้อนะ”
หวังจินไห่พยักหน้าเห็นด้วย “อื้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน่แรกของเกม ถ้าหากออนไลน์มากกว่าสิบสองชั่วโมงติดต่อกันย่อมได้เปรียบกว่า เพราะจุดประสงค์สตูดิโอของเรา คือการสร้างรายได้ ดังนั้นพวกเราจึงควรซื้อหมวกเกมวีไอพีที่ดีที่สุดไปเลย”
จางเหว่ยเองก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แต่ว่า พวกเราไม่มีเงินนี่สิ” ผมกล่าวท้วงติง
หลินเฉอพยักหน้า “ใช่ พี่เฉินได้ใช้เงินออมทั้งหมดซื้อวิลล่าขนาดหลายร้อยตารางเมตรที่ชานเมืองให้คุณลุง ส่วนเงินของฉันที่ขายอุปกรณ์ได้ก็ให้แม่ไปหมดแล้วเหมือนกัน ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าหมดตูด”
จางเหว่ยกางมือของเขาขึ้นตรงหน้าทุกคน “ส่วนฉันไม่เพียงแค่หมดตัว แต่ยังมีหนี้นอกระบบอีกหลายพันหยวน”
หวังจินไห่ตัวสั่น เมื่อดวงตาทั้งสามคู่ต่างจับจ้องมาที่เขา เขามึนงงจนทำอะไรไม่ถูก “เดี๋ยวนะ....ไม่ใช่ว่าบริษัทของนายได้เสนอจะให้เงินเดือนสูง ๆ กับฉันไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่อะไร ....แค่เงินทุนที่จะใช้ซื้อหมวกเกม ยังต้องมาเอากับฉัน?”
หลินเฉอพูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยน “เอาน่า...... คิดซะว่าเป็เงินลงทุนที่นายให้กับสตูดิโอไปก่อนแล้วกัน หลังจากบริษัทมีรายได้ จะคืนเงินให้เป็เท่าตัวเลย ต้าไห่นายไม่ต้องกังวลไปหรอกน่า”
“ต้าไห่ นายพอจะมีซักสองแสนไหม?” ผมถาม
หวังจินไห่กัดฟันแน่นด้วยสีหน้าโศกเศร้า “ไม่มี ฉันจะไปมีเยอะขนาดนั้นได้ยังไงกันล่ะ และถึงแม้ว่าจะมีแต่มันก็เป็เงินที่ได้มาอย่างยากลำบากจากการทำงาน PK ออฟไลน์เลยนะ หากบริษัทของนายไม่สามารถทำกำไรได้ ฉันจะไม่ล้มละลายไปเลยงั้นเหรอ”
“นายเป็ผู้เล่นมือปืนอันดับสูงของประเทศเลยนะ ต้องมีแรงผลักดันและความมั่นใจในตนเองสิ เคยได้ยินกวีบทนี้ไหม‘พร์ของข้า จักต้องได้ใช้ในสักทาง เงินทองมากมายใช้จ่ายหมดไปเดี๋ยวก็หวนคืนมา’”หลินเฉออาศัยหลักทางจิตวิทยาในการกล่อมหวังจินไห่
“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าไม่ค่อยน่าไว้ใจ เหมือนอยู่บนเรือของขโมยเลยนะ” หวังจินไห่กล่าวอย่างระมัดระวัง
ผมพูด “จริงๆแล้วนายจ่ายเงินเพียง 150000 หยวนก็พอ เพราะฤดูกาลที่แล้วาาผู้แข็งแกร่งที่สุดของประเทศต่างได้หมวกเกมวีไอพีเป็ของขวัญ มันเป็หมวกเกมที่บริษัทเยว่เหิงออกแบบให้เป็พิเศษ ฉันได้รับมานานแล้ว ดังนั้นของฉันไม่จำเป็ต้องซื้อ”
ขณะพูด ผมก็เปิดกระเป๋าเป้สะพายหลัง หยิบหมวกเกมสีทองออกมา ้ามีคำว่า "คนเที่ยงธรรมไร้ซึ่งความกลัว ผู้กล้าแห่งสกายโร้ด" ตามมาด้วยติงมู่เฉินอีกสามคำติดอยู่ นี่เป็สิทธิพิเศษสำหรับาาแห่งฤดูกาล “ หมวกเกมสีทอง” ในตำนาน แบบเดียวกับที่นักบินของกองทัพอากาศใช้กัน
ดวงตาของหวังจินไห่ดูเปล่งประกายขึ้นในทันที สิ่งนี้ดูเหมือนจะเสริมสร้างความมุ่งมั่นของเขา ก่อนจะเอ่ยว่า “โอเค ฉันจะเอาเงิน 150000 หยวนร่วมลงทุน และจะยังคงทำงานร่วมกับทุกคน!”
"อื้ม!"
หลินเฉอทำการสั่งหมวกเกมวีไอพีสามใบในทันที คราวนี้ทุกอย่างพร้อมจริงๆแล้ว รออีกเพียงแค่สามเดือน เพื่อให้สกายโร้ดเริ่มเปิดให้บริการเท่านั้น
……
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็มาถึงสามวันก่อนที่สกายโร้ดจะเปิดเซิร์ฟเวอร์ โดยที่เกมจะเปิดให้ลงทะเบียนไอดีในเวลาเที่ยงตรง!
“จำไว้ให้ดีล่ะ จะพูดเป็ครั้งสุดท้ายแล้วนะ”
ในมือของผมถือหมวกกันน็อคสำหรับเล่นเกม พร้อมทั้งพูดกับทุกคนว่า “ฉันเลือกอัศวิน เสี่ยวเฉอเลือกนักบวช ต้าไห่เลือกมือปืน และพี่เหว่ยเลือกนักพรต อย่าเลือกผิดกันละ หลังจากสร้างตัวละครแล้วขั้นต่อไปคือเลือกอาชีพ จากนั้นก็ถือว่าสร้างบัญชีได้สำเร็จ ห้ามมีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด”
“รับทราบ!”
ทั้งสามคนพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียงกัน
“เตรียมพร้อม!”
“อื้ม!”
ณ บริเวณห้องโถงชั้นสองของวิลล่า มีเตียงหลายหลังวางอยู่เรียงกัน นี่คือห้องทำงานของพวกเราทุกคนที่จะเข้ามาเล่นเกมด้วยกัน ทั้งยังสามารถได้ยินเสียงกันและกัน ดังนั้นอยู่ที่นี่พร้อมหน้าพร้อมตาจึงสะดวกมาก
......
ทุกคนต่างล้มตัวนอนลง หลังจากสวมหมวกเกมเรียบร้อย กดเริ่มสตาร์ททันที
“ติ๊ดๆๆๆ~~~”
ขณะที่ผมสวมหมวกเกมนั้นตรงหน้าพบเพียงความมืดมิด ทว่าดูเหมือนจะมีจุดสีแดงเล็ก ๆ ในความมืดที่กะพริบอย่างช้าๆ ใกล้เข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่กี่วินาทีต่อมาจุดสีแดงเล็ก ๆนั้นก็กลายเป็แสงที่ส่องสว่างไสวไปทั่วบริเวณ แสงสว่างค่อยๆรวมตัวกัน กลายเป็ร่างบอบบางของภูติสาวตนหนึ่ง ตัวของเธอนั้นเล็กน่ารักเหมือนตุ๊กตา สวมใส่ชุดกระโปรงผ้าโปร่งสีอ่อน ร่างอรชรร่ายรำพร้อมคฑาอันวิจิตรงดงามที่อยู่ในมืออวดความภาคภูมิใจของตนเอง ก่อนจะบินจากความมืดมาหาผม พร้อมทั้งเอ่ยด้วยรอยยิ้มดีใจ “นายท่าน ข้าเป็ภูติสาวใช้ของท่าน โปรดตั้งชื่อให้ข้าด้วยเ้าค่ะ”
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ “ขอตั้งชื่อให้เธอว่า แฟนสาวของติงมู่เฉิน!”
ไม่มีทางอื่น ความทุกข์ของชายหนุ่มโสดที่มีอายุมาก มีแต่ตัวเองเท่านั้นที่รู้ได้
ภูติสาวใช้ใ ในไม่ช้าก็มีข้อความ "แฟนสาวของติงมู่เฉิน" ปรากฎขึ้นเหนือศีรษะของเธอ ท่าทางของเธอดูเขินอาย ใบหน้าสวยแดงก่ำ เหตุเพราะเธอสามารถรับรู้ได้ว่าชื่อนี้หมายถึงอะไร “นายท่าน ท่านมันแย่ที่สุด ……”
การตอบสนองเช่นนี้ทำเอาผมถึงกับตื่นตะลึง พระเ้าช่วย เกม 'สกายโร้ด' นี้เหนือกว่าเกมก่อนๆของบริษัทเยว่เหิงไปมากเลยนะ!
หลังจากนั้นภูติสาวใช้ก็พูดต่อ “นายท่าน ยังมีเวลาอีกห้าสิบเจ็ดนาทีก่อนที่จะลงทะเบียน ข้าจะคอยแนะนำท่านตลอดการลงทะเบียนนี้จนเสร็จสมบูรณ์เองเ้าค่ะ”
“โอเค”
การนับถอยหลังปรากฎขึ้นบนท้องฟ้าอันมืดมิด และมีเพียงภูติสาวใช้ที่ยังคงลอยอยู่ตรงหน้าผม พลางพึมพำกับตัวเอง “ในที่สุดโลกที่สับสนวุ่นวายนี้ก็กำลังจะเปิดออก ข้าตั้งตารอคอยเหลือเกิน~~~~”
เกมนี้ค่อนข้างสมจริง ผมแอบชื่นชม
หลังจากนั้นไม่นานการนับถอยหลังได้สิ้นสุดลง พร้อมกับที่ความมืดตรงหน้าก็พลันสว่างวาบ
ราวกับว่าโลกนี้พึ่งเปิดออก ความมืดสลายหายไปราวกับถูกความสว่างกลืนกิน โลกอันดำมืดก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าผม พร้อมกับบนแผ่นดินโลกที่ปรากฎเหล่าวิญญาณชั่วร้ายที่มีกลิ่นอายกระหายเลือด พร้อมกับร่างง่อนแง่นที่มากมายจนนับไม่ถ้วน กำลังแผดเสียงคำรามโหยหวนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อีกทั้งยังมีสัตว์ร้ายร่างยักษ์ที่มีความสูงห้าเมตรกำลังแบกหินก้อนใหญ่ด้วยดวงตาสีแดงโลหิต
ซุ่มเสียงลั่นกลองรบดังกึกก้อง ฐานที่มั่นทหารม้าเหล็กของเผ่าพันธุ์มนุษย์ปรากฎตัวประจันหน้ากับกองทัพมอนสเตอร์ ก่อนจะพุ่งเข้าห้ำหั่นฟาดฟันกันอย่างดุเดือด
เสียงกลองดังสนั่นสั่นสะเทือนทั่วฟ้าดิน พายุนองเลือดที่แสนบ้าคลั่งเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง
ขณะเดียวกันพ่อมดวิญญาณชั่วร้ายในชุดเสื้อคลุมสีแดงเลือดก็เปล่งเสียงร่ายคาถา อัญเชิญวิญญาณชั่วร้ายจากต่างโลก ทันใดนั้นกระแสลมสีแดงเลือดก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า กลายเป็นลำแสงฟาดลงมาท่ามกลางกลุ่มทหารม้าเหล็กของเผ่าพันธุ์มนุษย์ระเบิดอย่างรุนแรง เลือดเนื้อต่างกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ ขณะเดียวกันมอนสเตอร์ประหลาดที่เหมือนล้อมีหนามแหลมได้กลิ้งเข้าไปในฝูงชน เหล่าทหารและม้าศึกต่างถูกหนามแหลมทิ่มแทงอย่างต่อเนื่อง จนล้มตายเป็นจำนวนมาก ในทางด้านหน้าของแนวป้องกันนั้น มีกลุ่มทหารผีอยู่อย่างหนาแน่น เดิมทีพวกมันก็เป็นมนุษย์เช่นกัน ทว่าถูกครอบงำโดยอาคมมืด จึงกลายเป็นแนวหน้าของวิญญาณชั่วร้าย ทั่วทั้งร่างของมันประทุพลังออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พร้อมทั้งกวัดแกว่งกรงเล็บเข้าใส่ทหารม้าหนักของเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
เพียงชั่วพริบตา โลกทั้งใบก็เจิ่งนองไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน
ท่ามกลางศึกสงครามอันยุ่งเหยิง ร่างอรชรร่างหนึ่งก็ก้าวเดินออกมาจากกองทัพทหารม้าของเผ่าพันธุ์มนุษย์ สาวสวยคนนั้นสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวราวกับหิมะ ดาบในมือของเธอเปล่งประกายแสงสีทองสว่างเจิดจ้า เพียงเสี้ยววินาที ครั้นเธอได้ฟาดดาบไปข้างหน้า พลังแห่งดาบก็ฉีกกระชากฟ้าดินออกจากกัน ตรงเข้าไปยังกลุ่มพ่อมดวิญญาณชั่วร้าย ร่างของพ่อมดทั้งสามก็ระเบิดออกพร้อมกัน กลายเป็นหมอกเลือดในทันที
หญิงสาวก้าวเดินต่อไปข้างหน้าทีละก้าว เปลวเพลิงสีเลือดจำนวนนับไม่ถ้วนล้วนพุ่งเข้าหาเธอรอบด้าน ทว่าเปลวเพลิงเหล่านั้นกลับถูกลมปราณที่ห่อหุ้มคุ้มกันกายผลักกระเด็นออกไป บางทีเธอก็หยุดนิ่ง บางครั้งก็กัดริมฝีปากสวยแน่น ทว่าเธอจะก้าวไปข้างหน้าเสมอโดยไม่มีถอย สุดท้าย ร่างของเธอก็ถูกเหล่าทหารผี และพวกยักษ์ดุร้ายมากมายจนนับไม่ถ้วนห้อมล้อมกลบจนมิด ช่วงเวลานี้เองด้วยเดิมพันครั้งสุดท้าย ลำแสงแห่งดาบพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้า ฟาดลงมารัดคอเหล่าวิญญาณชั่วร้ายที่มีอยู่นับไม่ถ้วน โลกทั้งใบก็เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดเพียงเสี้ยววินาที
ในพริบตาทุกอย่างก็กลายเป็นความว่างเปล่า เหลือเพียงหมู่มวลเมฆกลางท้องฟ้าที่แดงฉานประหนึ่งเลือด ในเวลานั้นเองประโยคหนึ่งก็ค่อยๆปรากฎขึ้น ——
คนเที่ยงธรรมไร้ซึ่งความกลัว ผู้กล้าแห่งสกายโร้ด
……
คำว่า "สกายโร้ด" ขนาดใหญ่แขวนอยู่ตรงขอบฟ้า ตอนนี้ผมกำลังเข้าสู่ระบบการสร้างบัญชีผู้ใช้ วิหารจึงปรากฎขึ้นตรงหน้า พร้อมกับที่ระบบได้เริ่มสแกนร่างกายและรูปลักษณ์ของผม ชั่วอึดใจต่อมา ชายหนุ่มที่คล้ายกับผมก็ถูกสร้างขึ้นยืนอยู่ ณ ใจกลางวิหาร ในชุดมือใหม่ที่ช่างซอมซ่อมอมแมมซะเหลือเกิน
ในที่สุด โลกสกายโร้ด ผมมาแล้ว!
“ติ๊ง!”
ภูติสาวใช้มองมาที่ผม แล้วพูดว่า “ระบบตรวจพบชื่อเดิมของนายท่านคือ 'เป่ยเฉินมู่ชิง' และชื่อนี้ได้รับการดูแลโดยระบบ นายท่านอยากจะเปิดใช้งานหรือไม่เจ้าคะ?”
“ไม่ใช้”
ผมส่ายหัวปฏิเสธ เขาไม่ต้องการใช้ชื่อนี้อีก
“งั้นนายท่าน โปรดตั้งชื่อใหม่ให้ตัวเองด้วยเจ้าค่ะ” ภูติสาวใช้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ผมคิดอยู่พักหนึ่ง ชื่อหนึ่งก็กระโดดออกมาอย่างเงียบ ๆ จากก้นบึ้งของหัวใจผม จากนั้นก็กล่าวว่า “จินซีเหอซี” [ไม่ว่าคืนนี้หรือคืนไหน]
ใช่ ครั้งหนึ่งผมเคยเป็นผู้นำทีมหยินหูเข้าสู่การแข่งขันโกลเด้นลีก ครั้งนั้นมันช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน เพียงแค่หลับตาลงก็ราวกับว่า ผมยังสามารถมองเห็นเพื่อนร่วมทีม พร้อมกับที่ชื่อมากมายก็ผุดขึ้นมา เซี่ยอีหราน ซูซีหราน และคนอื่นๆ ร่างของแต่ละคนก็ปรากฎขึ้นในความทรงจำ ทว่าในตอนนี้ทุกอย่างจบลงแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนว่าไม่ว่าคืนนี้หรือคืนไหนหรือวันนี้คือวันอะไร จะเป็นเวลาที่ทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบอย่างแท้จริง
“ชื่อของเกมได้รับการยืนยัน 'จินซีเหอซี' โปรดยืนยันอีกครั้ง”
“ยืนยัน”
**************************
โปรดติดตามตอนต่อไป.........