"เ้าแน่ใจแล้วหรือเจียวจิง" ฮูหยินใหญ่ถามย้ำประโยคคำถามของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ นางนึกเสียดายเจียวจิงมากอยู่พอสมควร ั้แ่มีบ่าวชายเลี้ยงม้ามาแต่ละคน ไม่มีบ่าวคนไหนเลยที่จะใส่ใจดูแลม้าของจวนเท่ากับเจียวจงอีกแล้ว
"บ่าวคิดดีแล้วขอรับฮูหยินใหญ่" เจียวจิงยังคงยืนยันคำพูดของตัวเองเช่นเดิม อย่างไรเขาเองไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจอยู่แล้ว ให้อยู่ร่วมจวนกับคุณชายเหวินจงเขาขอกลับไปอยู่ที่บ้านของตัวเองจะดีกว่า
"เอาเช่นนี้ดีหรือไม่เจียวจิง ระยะเวลาสี่เดือนที่เ้ายังไม่หมดสัญญากับจวนสกุลเหวิน เ้าลองเอากลับไปคิดดูก่อนก็ได้เจียวจิง อย่างไรแล้วเ้าคอยตัดสินใจใหม่อีกทีดีหรือไม่" ฮูหยินใหญ่เอ่ยพูดด้วยรอยยิ้ม
ภายในใจของนางเองก็แอบมีความหวังอยู่เหมือนกัน ว่าระยะเวลาสี่เดือนที่เหลืออยู่นี้ เจียวจิงอาจจะเปลี่ยนใจและอยากทำงานที่จวนต่อก็ได้
"..." เจียวจิงไม่ได้เอ่ยตอบอะไรออกไป เขาเพียงแต่นั่งฟังในสิ่งที่ฮูหยินใหญ่เอ่ยพูดออกมาเท่านั้น
เมื่อฮูหยินใหญ่เห็นว่าบ่าวชายไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาอีก นางจึงพูดด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
"ถ้าเช่นนั้นเ้าก็กลับไปทำงานของเ้าเถอะเจียวจิง ถ้าวันใดเ้าเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา เ้าก็มาพบข้าที่เรือนใหญ่ก็แล้วกัน"
"ขอรับฮูหยินใหญ่ บ่าวขอตัวนะขอรับ"
เอ่ยคำพูดของตัวเองจบ เจียวจิงก็เดินออกมาจากเรือนหลังใหญ่ทันที
ภายในใจของเจียวจิงได้แต่คิดว่า ถ้าคืนนั้นตนเองไม่เกิดเื่กับคุณชายเหวินจง วันนี้ตนอาจจะตอบรับคำพูดของฮูหยินใหญ่ออกไปแล้วก็ได้
ทว่าเจียวจิงเดินออกมาจากเรือนหลังใหญ่ได้เพียงไม่กี่ก้าว เ้าตัวก็พบเจอเข้ากับเหวินจงและภรรยาทั้งสามของเขา เจียวจิงรีบเดินหลบทางให้กับผู้เป็นายของจวนแทบจะทันที ก่อนที่เขาจะยืนก้มหน้าก้มตาของตัวเองมองแค่พื้นดินเพียงอย่างเดียว
"!!"
ร่างกายของเจียวจิงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย เขายังจำภาพเหตุการณ์เมื่อสามวันได้เป็อย่างดี คนคนนั้นก็คือคุณชายเหวินจงแห่งจวนสกุลเหวิน คนที่ทำให้ตนเองต้องเป็แบบนี้
"..."
เหวินจงจ้องมองร่างบางตรงหน้าตัวเองไม่วางตา ก่อนจะเห็นว่าเจียวจิงมีร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อพบเจอกับตนเอง เหวินจงได้เห็นท่าทางของเจียวจิงแล้วเขาเองกับหงุดหงิดใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น
เหวินจงไม่สบอารมณ์ั้แ่เห็นร่างบางเดินออกจากเรือนใหญ่ของจวนแล้ว เพราะหลายวันมานี้เขาแทบจะนอนไม่หลับเสียเลยด้วยซ้ำ เพราะทุกครั้งที่เขาหลับตาลง เป็ต้องได้เห็นภาพช่องทางอ่อนนุ่มของเจียวจิงที่ตอดรัดแก่นกายของเขาอยู่ตลอดเวลา
อย่างเช่นในเวลานี้ แค่เพียงเหวินจงได้เห็นใบหน้าและก้นงอนๆ ของเจียวจิง เหวินจงกับคิดอยากรังแกร่างบางที่อยู่ตรงหน้าตนเสียดื้อๆ แก่นกายที่เคยหลับใหลของเขากับตื่นตัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมร่างกายของเขามันถึงเป็แบบนี้ไปได้ ทุกค่ำคืนที่ผ่านมาเขาเองก็ไปเรือนของภรรยาทั้งสามอยู่ตลอด แต่แปลกตรงที่ว่าเขากลับไม่มีความสุขเสียอย่างนั้น
ไม่ว่าภรรยาทั้งสามของเขาจะทำให้อย่างเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา แต่แก่นกายที่เคยตื่นตัวง่ายกับนอนสลบและไม่คิดจะสู้ศึกเหมือนอย่างเคย ทุกค่ำคืนเขาจึงต้องกลับมานอนที่เรือนของตัวเอง
เหวินจงกำมือของตัวเองแน่นขึ้นเป็เท่าตัว เขาพยายามควบคุมอาการกำหนัดของตัวเองเอาไว้ ใบหน้าอันหล่อเหล่าของเหวินจงที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ร่างกายของเขาแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"ท่านพี่ เราเข้าไปพบท่านแม่กันเถอะเ้าค่ะ" จินเหลียนเอ่ยพูดด้วยเสียงที่อ่อนหวาน เมื่อเห็นว่าสามีตัวเองไม่ยอมเดินเข้าเรือนใหญ่เสียที
มีหรือที่ซุนเหลียงจะยอมให้จินเหลียนได้หน้าอยู่คนเดียว นางรีบเดินเข้าไปหาเหวินจงแล้วเอ่ยพูดออกมาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
"ท่านพี่น้องซับเหงื่อให้นะเ้าคะ" เอ่ยคำพูดของตัวเองจบ ซุนเหลียงก็ใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเม็ดเหงื่อบนใบหน้าของเหวินจงทันที
ต่างจากเพ่ยหลินในเวลานี้ ที่นางยืนดูการกระทำของจินเหลียนและซุนเหลียงเพียงอย่างเดียว แต่สายตาของนางคอยจับสังเกตอยู่ตลอด และนางยังเห็นอีกว่า สายตาของเหวินจงจับจ้องและมองร่างของบ่าวชายไม่วางตาเสียด้วยซ้ำ
เพ่ยหลิงได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ภายในใจตัวเอง ก่อนที่นางจะหันไปมองจินเหลียนกับซุนเหลียงด้วยรอยยิ้มอย่างผู้ชนะ
นางไม่คิดจะทำตัวให้เหวินจงรำคาญหรือเบื่อหน่าย อย่างจินเหลียนและซุนเหลียงเป็แน่
เหวินจงมีความหงุดหงิดใจเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เขาจึงรู้สึกรำคาญและเบื่อหน่ายกับการกระทำของซุนเหลียงเล็กน้อย เหวินจงจึงเดินเข้าเรือนใหญ่ไปด้วยใบหน้าหงุดหงิด โดยที่เขาไม่ได้สนใจด้วยว่าภรรยาทั้งสามของเขาจะมีสีหน้าเช่นไรกันบ้าง
...
หลังจากทำงานที่คอกม้าเสร็จแล้ว เจียวจิงและจินจูก็เดินตรงไปยังโรงครัวของจวน เมื่อมาถึงเจียวจิงและจินจูก็รีบกินข้าวที่แม่ครัวของจวนเตรียมเอาไวให้ พรุ่งนี้พวกเขาทั้งสองยังมีงานที่ต้องทำอีกหลายอย่าง
หลังจากที่เจียวจิงและจินจูกินข้าวกันอิ่มแล้ว พวกเขาทั้งสองก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ แล้วเข้าห้องนอนเพื่อพักผ่อนร่างกายของตัวเอง
เพราะทำงานหนักมาทั้งวัน เมื่อหัวถึงหมอนเจียวจิงจึงหลับใหลจากอาการอ่อนเพลียของร่างกายทันที
"ปึง ปึง ปึง"
เจียวจิงสะดุ้งใตื่นมากลางดึก เมื่อมีเสียงทุบประตูห้องของเขาดังขึ้นอยู่หลายครั้ง ด้วยความอ่อนล้าและอ่อนเพลียของร่างกาย ทำให้เจียวจิงไม่คิดที่จะสนใจเสียงที่ได้ยิน เขาจึงหลับตาลงอีกครั้งเพื่อพักผ่อน
"ปึก ปึก ปึก ปึก"
ทว่าเสียงทุบประตูห้องของเจียวจิงกับดังขึ้นกว่าเดิมหลายครั้ง มันจึงทำให้เจียวจิงหลับตาลงไม่ได้อีกแล้ว ถึงจะมีความอ่อนล้าของร่างกายมากแค่ไหน เจียวจิงก็ฝืนลุกจากเตียงนอนไปเปิดประตูห้อง
ภายในใจของเจียวจิงได้แต่คิดว่า จวนสกุลเหวินอาจจะมีเื่เกิดขึ้นก็เป็ได้ คงจะหนีไม่พ้นจินจูเป็แน่ที่มาเคาะประตูห้องของเขาในเวลาเช่นนี้
"ว่าอย่างไรจิน...!!!" เจียวจิงมีสีหน้าตกตะลึง เมื่อเขาได้เห็นว่าใครยืนอยู่หน้าประตูห้อง