สิ่งแรกที่ชายหนุ่มกำลังคิดนั้นคือการหาอาวุธที่เหมาะกับตัวของเขา
ถึงแม้พลังเวทย์ที่เขามีเมื่อดูจากเื่ราวของอาเธอร์แล้ว มันจะทรงอานุภาพมากเพียงใด แต่เลเวลความแข็งแกร่งของเขาก็ยังมีเพียงแค่หนึ่ง หากจะเข้าไปต่อสู้กับเหล่าอสูรเลย บางทีคงจะเป็เขาเองที่จะกลายเป็อาหารให้กับพวกมัน
ฟางโม่เดินเข้าไปในตลาดเพื่อที่จะมองหาอาวุธที่เข้า้า แต่แล้วเข้าก็มาสะดุดกับตัวอักษรมากมาย ที่ติดตามตัวผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา ที่บอกถึงชื่อ เลเวลและฉายาของคนเ่าั้ เหมือนกับที่เขามีอยู่บนมุมซ้ายบนของระยะการมองเห็น
เขาไม่แน่ใจว่าตัวอักษรพวกนี้มีมานานหรือยัง ตอนที่คุยกับพ่อและเฉาซาง ชายหนุ่มก็เอาแต่ถึงถึงเื่อะไรมากมายจนบางทีอาจลืมมองสิ่งแปลกใหม่ที่ปรากฏออกมาตรงหน้าก็เป็ได้
พัค จินอา เลเวล 21
ฉายา แม่ค้าปลาจัด
ฟางโมจ้องมองไปยังตัวอักษรที่บอกชื่อของแม่ค้าขายปลาที่อยู่ตรงหน้าของเขา
ตัวเลขเลเวลที่เธอมีนั้น ก่อให้เกิดความสงสัยถึงความััของมันกับพลังิญญา
ถ้าจะบอกว่าเธอคนนี้ก็เป็พวกที่มีพลังเวทย์แบบเดียวกับเขาก็ไม่น่าใช่ ที่ผ่านมาเขาเคยเจอป้าคนนี้ใช้พลังลมปราณจัดการสามีที่แอบไปจู๋จี๋กับแม่ค้าคนอื่นในตลาดมาแล้ว ยิ่งถ้าบอกว่าตัวเลขเลเวลนั้นคืออายุของเธอยิ่งไม่น่าใช่ไปใหญ่ เพราะดูจากิัที่เริ่มมีรอยย่น หรือรอยตีนกาบนใบหน้าของเธอแล้ว ไม่มีทางที่จะเป็ไปได้เลยที่ป้าคนนี้จะอายุเพียงแค่ยี่สิบต้น ๆ
สิ่งเดียวที่น่าจะพอเป็ไปได้ก็คือพลังวิญญษณของป้าคนนี้เท่านั้น
“ขอโทษนะครับ ปลาตัวนี้เท่าไรเหรอครับ”
ฟางโม่เดินเข้าไปจับปลาง้วงช้างตัวใหญ่ ที่กำลังนอนตายอยู่บนเข่ง
“นายน้อยเหยา ท่านฟื้นแล้วรึ ข้านึกว่าท่านจะไม่ตื่นขึ้นมาแล้วเสียอีก”เธอพูดไปพลางหัวเราะ แต่เมื่อเห็นว่าผู้ที่ถูกตนเสียดสีไม่มีท่าทีอะไรตอบกลับมาอย่างที่เธอหวังเอาไว้ ก็ทำให้เธอเกิดความไม่พอใจขึ้นมา “50 เหรียญทอง”
“นั้นมันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ”
ถึงแม้สำหรับตระกูลเหยาแล้ว เงินจำนวนเท่านี้ มันก็ไม่ต่างจากเศษเงินที่พร้อมจะจ่ายออกไปได้โดยไม่คิดอะไร แต่เงินจำนวนห้าสิบเหรียญทองนี้สำหรับคนที่ไปแล้วนั้นมีค้ามากเหลือเกินถึงขนาดสามารถที่จะซื้อสร้อยทอง หรือหยกจากช่างฝีมือดีได้หลายเส้นเลย
“นายน้อยผู้ไร้พลังคงจะดูสิ่งนี้ไม่ออก นี้ไม่ใช่ปลาง้วงช้างธรรมดา แต่มันพิเศษตรงที่สามารถกระตุ้นพลังิญญาของผู้ที่กินมันเข้าไปได้เลยนะ กว่าข้าน้อยจะจับมันมาได้ก็ใช่ความพยายามมากเป็พิเศษเช่นกัน แล้วข้าก็ได้ข่าวมาว่าอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันทดสอบพลังของท่านแล้ว เงินจำนวนนี้กับโอกาศในการเพิ่มพลังิญญาของท่าน ข้าว่ามันก็สมเหตุสมผลแล้ว”
ถ้าเป็ตัวของฟางโม่ก่อนหน้านี้ เขาคงตัดสินใจไม่ยากที่จะรีบตะคลุบโอกาศที่จะเพิ่มพลังิญญาในตัวเช่นนี้เอาไว้ทันที แต่นั้นก็ไม่ใช่กับตัวเขาในตอนนี้ที่รู้สึกความพยายามอันแสนไร้ประโยชน์ของตนจนเขาอยากจะหัวเราะการกระทำที่แสนโง่เขลาของตัวเองเสียเหลือเกิน มันเหมือนคำพูดประโยคหนึ่งที่เขาได้ยินมาจากโลกแห่งวิทยาศาสตร์ที่บอกว่า ขยันผิดที่ กี่ปีก็ไม่รวยจริง ๆ
แต่สาเหตุที่เขาเข้ามาถามราคาของปลาตัวนี้ไม่ใช่เื่ของความพิเศษในสรรพคุณของปลาตัวนี้แม้แต่น้อย ทั้งหมดนั้นเป็เพียงการเปิดเื่เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เขา้า
“ท่านเป็คนจับมันด้วยตัวเองเลยงั้นเหรอ แปลว่าท่านาุโต้องมีพลังิญญาในระดับที่สูงมากแน่เลย ข้าน้อยของแสดงความนับถือจริง ๆ”ฟางโมพูดขึ้นพร้อมกับก้มหัวคารวะให้แก่ป้าร้านขายปลา จนคุณเธอหัวเราะออกมาอย่างพอใจ
“แน่นอนนายน้อย พลังิญญาของข้าอยู่ถึงขั้นนักรบระดับหนึ่ง ข้าใช้เวลาฝึกนานมากเลยรู้มั้ยกว่าจะมาได้ถึงขั้นนี้”และเธอก็พูดอวดถึงประสบการณ์ต่าง ๆ นา ๆ ที่ใช้ในการออกล่า และการฝึกท่าโจมตีต่าง ๆ อีกมากมาย แต่ทั้งหมดนั้นก็ไม่ผ่านเข้าประสาทการรับฟังของฟางโม่เลย
เพราะเขาได้ยินสิ่งที่้าเรียบร้อยแล้ว เขาเข้าใจถึงความััของเลเวลที่เขาเห็นกับพลังิญญาเป็ที่เรียบร้อย แม้นั้นจะยังเป็ข้อสันนิษฐานที่ผ่านการทดลองมาแค่ครั้งเดียว แต่แค่นั้นสำหรับเขาก้เพียงพอที่จะใช้เป็ข้อเท็จจริงในเื่นี้ได้แล้ว
ฟางโม่ยิ้มให้กับร้านขายปลาก่อนจะเดินถอยออกมา โดยไม่ฟังคำเชิญชวนให้ซื้อปลาราคาแพงอีกต่อไปแล้ว จากการที่เห็นฉายาและนิสัยของคนขายป้า ที่ชอบใช้คำที่รุนแรงในการทรอดแทรกเสียดสีเขา ก็ทำให้เขาพอจะรู้ว่าจะใช้ฉายาในการหาร้านอาวุธที่ดีได้อย่างไร
ฟง หวิน เลเวล23
ฉายา จอมโกหก
ชายหนุ่มส่ายหน้าให้กลับคนขายอาวุธร้านแรก แม้ว่าของในร้านจะดูน่าสนใจเพียงใด แต่ชื่อฉายาจอมโกหกมันก็ทำให้ความไว้ใจในตัวสินค้าเหล่านี้หายไปจนหมด
เขารู้ซึ้งถึงที่มาของฉายาดี เหมือนฉายาขยะของเขาที่ได้มานั้น ต้องผ่านเื่ราวความเ็ปอะไรมากมายกว่าจะได้มันมา ถึงจะเป็ฉายาที่เขาไม่อยากจะได้เลยก็ตามที แต่ก็ก็ไม่สามารถที่จะบังคับความคิดของผู้อื่นที่มีต่อตัวเขาได้ เขาจึงทำได้เพียงแค่ยอมรับในความเป็ขยะของตัวเอง แล้วทำตัวให้ฉายาของเขานั้นเปลี่ยนไป
ดังนั้นฉายาอย่างจอมโกหกของชายร่างกำยำเ้าของร้ายขายอาวุธเช่นนี้ ชายคนนั้นคนสร้างเื่ราวเอาไว้มากมายจนผู้คนคิดกับเขาเช่นนั้น ไม่ว่าการโกหกนั้นจะเกี่ยวกับสินค้าหรือไม่ ฟางโมก็ขอที่จะไม่เสี่ยงเข้าไปดูสินค้าในร้านให้เสียเวลา
ชายหนุ่มยังคนเดินหาร้านอาวุธที่คนขายมีฉายาดี ๆ ซักร้านอย่างมีความหวัง แต่ไม่ว่าจะผ่านไปร้านไหน ฉายาของพ่อค้าแต่ละคนก็ยิ่งไม่น่าที่จะเข้าไปใกล้เลย มีทั้งจอมขี้โกงบาง หัวขโมยบาง หน้าเืบาง และอีกหลาย ๆ คนที่มีฉายาไม่ต่างจากนี้ไปมากนัก จนฟางโม่เริ่มถอดใจที่จะหาคนค้าที่มีฉายาดี ๆ
แต่แล้วความคิดบางอย่างก้ผุดขึ้นมาในหัวของเขา มันช่างเป็อะไรที่ง่าย ๆ จนทำให้ต้องนึกขำว่าทำไมเขาถึงหลงลืมมันไป ว่าอาชีพค้าขายไม่ว่าจะอยู่โลกไหน พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ก้มักจะอยากได้กำไร จนทำให้ลูกค้าที่มาซื้อไม่พอใจอยู่แล้ว
ยิ่งพูดถึงการขายอาวุธด้วยแล้ว ก็ยิ่งไม่แปลกเลยที่ความยากในการหาวัตถุดิบกับความรำบากในการตีอาวุธแต่ละชิ้นขึ้นมา จะทำให้ลูกค้าที่มาซื้อเกิดความไม่พอใจจนไปตั้งฉายาให้กับแต่ละคนลับหลัง
แม้ว่าพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของจะมีบางคนที่ได้รับฉายาที่ดี แต่บางทีพวกเขาอาจไม่อยู่ในตลาดนี้ก้เป็ได้ การยึดติดแต่เื่ของฉายาที่ดีนั้น คงจะทำให้ฟางโม่เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชย์ก้ได้
เมื่อคิดได้อย่างนั้นฟางโม่จึงตัดสินใจเดินกลับไปยังร้านขายอาวุธที่เขาคิดว่าฉายาของคนขายนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาวุธที่เขา้าเท่าไร
เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านขายอาวุธ ของพ่อค้าร่างใหญ่ที่มีใบหน้าเหมือนคนโมโหอยู่ตลอดเวลา ผู้เป็เ้าของฉายา พ่อค้าใจโฉดนั้นเอง
“มีธุระอะไร”พ่อค้าเริ่มเปิดประโยคสนธนาขึ้นเมื่อเห็นฟางโม่เดินเข้ามาดูสินค้าในร้าน
“ก็มาซื้อสินค้านะสิ”
“งั้นเชิญดูได้ตามสบายเลย”พ่อค้าพูดขึ้นพร้อมกับผายมือไปในร้านที่เต็มไปด้วยอาวุธต่าง ๆ มากมายเกือบทุกชนิด
ฟางโม่เดินดูเหล่าอาวุธที่ถูกตีขึ้นมาอย่างงดงาม และเขาก็ได้รู้ถึงความสามารถในการมองเห็นของเขาอีกอย่างนอกเสียงจากชื่อ และระดับของผู้คนแล้ว เขายังมองเห็นชื่อของอาวุธ และค่าสถานะของมันอีกต่างหาก
ฟางโม่เดินตรงเข้าไปหยิบดาบยาวเล่มงามที่ประดับไปด้วยขนนกตรงด้ามจับ และมีน้ำหนักที่เบามากจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็ดาบขนาดกลางจริง ๆ
ดาบปีกขนนก +พลังโจมตี 45
ฟางโม่มองดูค่าสถานะของมันซักพักก่อนจะวางมันกลับเข้าไปตามเดิม
แม้ดาบเล่มนั้นจะเป็ดาบที่ดี แต่เขาก็ยังมีความ้าที่อยากจะดูอย่างอื่นก่อนที่จะตัดสินใจด้วยความชอบของอารมณ์เพียงอย่างเดียว เพราะด้วยความเบาของดาบเล่มนั้น แม้มันจะแหลมคมและเพิ่มพลังโจมตีได้เยอะเพียงใด แต่ความทนทานของมันคงจะไม่มากพอที่จะทนรับการลุยเข้าไปล่าอสูรกับเขาได้นานแน่ ๆ
เพราะฉนั้นการจะเลือกอาวุธคู่กายมาใช้แต่ละชิ้น นั้นจะต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน ไม่อย่างนั้นภัยอันตรายอาจมาถึงตัวได้
ฟางโม่เดินจับดูอาวุธต่างต่างมากมายภายในร้าน จนเขาและพ่อค้าน่าจะมีความคิดเห็นตรงกันที่ว่ายังไม่มีสินค้าชิ้นไหนที่เขายังไม่ได้ดุค่าสถานะของมัน แม้มันจะสร้างความไม่พอใจให้กับพ่อค้าใจโฉดไม่ใช่น้อยก็ตาม
ตอนนี้ฟางโม่ก้ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับเื่ค่าสถานะของอาวุธแต่ละชนิดมาแล้ว
ทวนนั้นจะมีค่าพลังโจมตีที่สูงที่สุด แต่จากระยะความยาวที่เป็การโจมตีระยะกลาง ทำให้มีความยากในการใช้ค่อนข้างสูง รองลงมาก็คือดาบที่มีค่าพลังโจมตีที่มาก และเสถียรสูง แต่ตัวดาบส่วนใหญ่ที่ร้านนี้มีนั้นเป็ดาบใหญ่ที่จำเป็ต้องใช้สองมือในการจับ ซึ่งคงจะทำให้เข้าใช้พลังเวทย์ได้ไม่ค่อยถนัด ส่วนดาบที่มีขนาดเล็กหรือขนาดกลางนั้นก็เบาเสียจนไม่คุ้มค่าที่จะเสีย่งเื่ความทนทาน ถ้าจะให้เลือกขวานที่มีค่าพลังโจมตีไม่ต่างกับดาบ แม้จะใช้เป็โล่ป้องกันได้ แต่ปัญหาด้านการใช้เวทย์ก็เหมือนกับดาบใหญ่ ธนูหรือปืนถ้าจะใช้ก็มีเวทมนต์เป็ตัวทดแทนการโจมตีระยะไกลแล้ว ปัญหาด้านการใช้งานของอาวุธแต่ล่ะอย่างที่มีข้อดีข้อเสียแต่ต่างกันนั้น ทำให้ความหนักใจของเด็กหนุ่มพ่อมากขึ้น
แม้ตัวเขานั้นจะรู้วิธีใช้อาวุธทั้งหมดเป็อย่างดีจากที่อาเธอร์สามารถใช้อาวุธในการต่อสู้ได้ทุกชนิด และเขาใช้เป็หลักนั้นก็คือดาบใหญ่ที่ต้อสู้ควบคู่ไปกับเวทมนต์ที่เข้ามี
และสิ่งนั้นคือสิ่งที่ฟางโม่ต้องคอยย้ำเตือนตัวเองให้ดีอยู่ตลอดเวลา
เขาในตอนนี้คือเหยา ฟางโม่ ไม่ใช่อาเธอร์แม้จะผ่านการเรียนรู้การใช้อาวุธและพลังต่าง ๆ มาเหมือนกัน แต่เลเวลและพละกำลังของเขาในตอนนี้ไม่เหมือนอาเธอร์เลยซักนิด เขาไม่สามารถยกดาบใหญ่ที่หนักขนาดนั้นได้ด้วยมือข้างเดียวอีกแล้ว และพลังเวทยืในตอนนี้ของเขาก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าตอนที่เป็จอมมาร
นี้คือเื่ที่สำคัญที่ต้องคอยท่องจำเอาไว้ให้ดี เพราะถ้าเขาเกิดลืมมันขึ้นมาในตอนนี้ที่ตนนั้นยังเป็เพียงแค่ขยะเลเวลหนึ่ง ความตายต้องเข้ามาหาเข้าแน่นอน
หลังจากที่เข้าใช้ความคิดอยู่นานสุดท้ายชายหนุ่มก็ตัดสินใจเดินตรงไปหยิบอาวุธออกมาจากหิ่ง แล้วยืนให้กับพ่อค้าที่รอคอยตัวเขาอยู่นานจนความอดทนของเขาแทบจะหมดแล้ว
“ตกลงเอาชิ้นนี้นะ ยี่สิบเหรียญทองกับห้าเหรียญเงิน”ฟางโม่รีบยื่นเงินตามจำนวนที่พ่อค้า้าไปให้ทันที เมื่อตรวจนับจำนวนเงินครบแล้ว พ่อค้าใจโฉดก็ยิ้มหน้าระรื่นรีบยื่นอาวุธไปให้กับฟางโม่ทันที “เ้านี้ตาดีจริง ๆ เลือกของที่ข้าคนนี้ภูมิใจเป็ที่สุด”
มีดเมฆาสะบั่นดวงจันทร์ +พลังโจมตี 50
ชายหนุ่มมองดูอาวุธในมืออย่างพอใจก่อนที่จะนำมันติดเข้าไปที่เข็มขัดของเขาเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน
เมื่อได้อาวุธที่ถูกใจแล้วฟางโม่ก็รีบมุ่งตรงไปยังป่าอสูรทันที
และในเวลาไม่นานด้วยความลมของพลังลมที่ทำให้ความเร็วของฟางโม่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ตัวเขาก็มาถึงป่าอสูรอย่างรวดเร็ว
ฟางโม่เตรียมหยิบมีดสั้นที่เพิ่งซื้ออกมา พลางสอดสายสายตาค้นหาอสูรที่อยู่ในบริเวณนั้นไปด้วย เข้าเดินลึกเข้าไปในป่าเรื่อย ๆ จนในที่สุดสายตาของเขาก็พบกับหมาป่าอสูรฝูงใหญ่
“หมาป่าโลหิต”เขาอ่านชื่อของมันที่มีตัวอักษรสีแดงอยู่บนหัว “ทั้งหมดห้าตัวสินะ ไม่สิ”
ฟางโม่ใช้พลังลมให้พัดไปตรวจสอบหาอสูรตัวอื่นที่หลบซ่อนตัวอยู่ในบริเวณนั้น และความคิดของเขาก็ถูกต้องจริง ๆ
ตอนนี้ไม่ใช่เขาที่เป็ผู้พบเจอฝูงหมาป่าโลหิตกลุ่มนี้ก่อน แต่เป็เหล่าหมาป่าโลหิตต่างหากที่เป้นผู้เจอเข้าก่อน เพราะตอนนี้ตัวเขาได้ถุกล้อมเอาไปโดยเหล่าหมาป่าประมาณสิบห้าตัว
ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างพอใจ ก่อนจะเคลื่อนตัวด้วยความรวดเร็วของพลังลม เข้าไปฟันเข้ากับร่างของม้าป่าหนึ่งในห้าที่คำมองเห็นก่อนที่มันจะได้ทันตั้งตัว
คุณได้สังหารหมาป่าโลหิต +ค่าประสบการณ์500 หน่วย
เสียงหอนของหมาป่าดังก้องไปทั่วทั้งป่าพร้อมกับเืสีแดงที่กระเด็ดไปตามตัวของฟางโม่
“หนึ่ง”
สิ้นเสียงหอนของเหล่าหมาป่าโลหิต พวกมันสี่ตัวที่เหลือก้รีบกระโจนเข้าใส่ฟางโม่ทันที
ชายหนุ่มไม่รีรอให้กงเล็บของพวกมันมาทำอะไรเขาได้ รีบะโถอยหลังไปติดกับต้นไม้ที่เข้าพุ่งออกมา
ทันใดนั้นหมาป่าโลหิตที่แอบซ้อนตัวอยู่ก็กระโจนเข้ามาตะครุมตัวของฟางโม่เอาไว้อย่างรวดเร็ว
“ไอ้หมาโสโครก”
ฟางโมรีบปล่อยเปลวเพลิงออกจากมือของเขาเผาร่างหมาป่าโลหิตจนร่างของมันไหม้เกรียมไม่เหลือซาก
คุณได้สังหารหมาป่าโลหิต +ค่าประสบการณ์500 หน่วย
ยินดีด้วยคุณเลเวลอัป ตอนนี้คุณเลเวล 2
าแจากที่โดนการโจมตีของหมาป่าโลหิตค่อย ๆ รักษาตัวของมันเองเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่แผลจะหายดี การรักษานั้นก็หยุดลง แต่นั้นก็ถือว่ามากพอที่จะทำให้เืของเขาหยุดไหลได้
“สองแล้วสินะ”
ฟางโม่กำมีดในมือเอาไว้แน่น ก่อนจะห่อหุ้มใบมีดด้วยน้ำแข็งที่มีความเย็นจนใบไม้ที่ปลิ้วมาัักลายเป็น้ำแข็งไปด้วย
ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมาพร้อมปาดของหมาปาดโลหิดที่กระเด็ดมาโดนหน้า ก่อนจะพุ่งตัวเข้าไปหาฝูงหมาป่าโลหิตทั้งสี่ตัวอีกครั้ง
ด้วยความเย้นของน้ำแข็งที่ห่อหุ้มมีดสั้นเอาไว้ทันที แม้พวกหมาป่าจะหลบหลีกการฟาดฟันดาบได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็มีบางตัวที่พลาดโดนคมของมีดน้ำแข็งจนตัวของมันถูกความเย็นหุ้มร่างกายเอาไว้แล้วกลายเป้นน้ำแข็งไป
คุณได้สังหารหมาป่าโลหิต +ค่าประสบการณ์500 หน่วย
คุณได้สังหารหมาป่าโลหิต +ค่าประสบการณ์500 หน่วย
แต่เหล่าหมาป่าโลหิตก้ไม่ยอมให้จะให้พรรคพวกของมันต้องตายไปอย่างเปล่าประโยชน์ มันใช้จังหวะที่ฟางโม่กำลังหันหลังอยู่กระจะเข้าไปขวนแผ่นหลังที่ไร้การปกกันของฟางโม่ทันที
เมื่อถูกโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว แม้เขาจะรู้สึกเจ็บ เขาก็รีบะโถอยหลัง แล้วปล่อยดาบวายุออกไปเฉือดเฉือนร่างของหมาป่าสองตัวที่เหลืออยู่ทันที
คุณได้สังหารหมาป่าโลหิต +ค่าประสบการณ์500 หน่วย
คุณได้สังหารหมาป่าโลหิต +ค่าประสบการณ์500 หน่วย
แต่การต่อสู้นี้ก็ยังไม่สิ้นสุด ในจังหวะที่ของเขายังคงลอยอยู่ในอาการ หมาป่าโลหิตอีกสิบสี่ตัวที่เหลือก็โผล่ออกมา กระโจนเข้าไปกัดที่ตัวของชายหนุ่มทั้งฝูง
ฟางโม่ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยก็ที่ร่างกายของเขาจะค่อย ๆ บิดเบียวและแตกตลายกลายเป็ละอองน้ำ ลอยเต้มอยู่ในอากาศ แล้วจากนั้นไม่นาน ละอองน้ำก็ค่อย ๆ เปลี่ยนรูปร่างกลายเป็เข็มที่แหลมคม เข้าไปทิ่มแทงร่างของหมายป่าโลหิตทั้งสิบสี่ตัวในคราวงเดี่ยว
คุณได้สังหารฝูงหมาป่าโลหิต +ค่าประสบการณ์7,000 หน่วย
ยินดีด้วยคุณเลเวลอัป ตอนนี้คุณเลเวล 5
ฟางโม่ค่อย ๆ เดินออกมาจากหลังต้นไม้ ด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยาแเต็มไปหมด ก่อนจะจ้องมองมีดสั้นที่เขาถืออยู่ในมือ
“ไร้ประโยชน์”
เขาพูดขึ้นก่อนจะง้างมือเตรียมจะขว้างมีดสั้นที่เขาเพิ่งซื้อมาทิ้งไป แต่เขาก็เกิดเปลี่ยนใจแล้วเก็บมันเข้าไปที่เข็มขัดตามเดิม
“เพื่อเอาไว้เวลาฉุกเฉินดีกว่า”
หลังจากที่การฟื้นฟูที่เขาได้รับเลเวลห้าเสร็จสิ้น แม้บาดแพ้ของเขาจะยังไม่หายดี แต่เขาก็เดินลุยต่อเข้าไปเพื่อหาอสูรตัวใหม่มาทำให้เลเวลของเขามากขึ้น