หลายๆ ครั้งที่เขาปรายตามองมาทางสเตฟานี่ แต่ก็มิใช่ในเชิงเ้าชู้ซึ่งทําให้เธอออกจะรู้สึกดีใจอยู่ เพราะถ้าเขาทําเช่นนั้นจริงๆ มันก็เท่ากับทําให้งานที่พี่ชายของเธอกําลังตั้งอกตั้งใจจะทําให้สําเร็จในครั้งนี้ กลายเป็สิ่งที่ไร้ความหมาย
หลังจากที่จานอาหารถูกเลื่อนออกไปแล้ว บริกรก็เข็นรถใส่ของหวานมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ
"คุณไม่ทานของหวานสักหน่อยหรือคะบร็อค?" เฮเลน ถามอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นเขามิได้สั่งของหวานมารับประทานเช่นคนอื่นๆ
"ไม่เอาละ" เขาตอบยิ้มๆ กวาดตามองไปรอบๆ โต๊ะ "ของหวานมันต้องกินดึกๆ หน่อย" สายตาของเขาจรดจ้องอยู่กับใบหน้าของสเตฟานี่เป็ครู่
และในทันใดนั้น มันก็ทําให้เธอนึกไปถึงคําพูดของเขาเมื่อตอนกลางวันที่ว่า เขาจะเก็บเธอไว้เพื่อรับประทานเป็ของหวานขึ้นมาได้ บังเกิดความเสียวสะท้านขึ้นมาในใจ หลบตาลงมองผลไม้ที่อยู่ในจานตรงหน้า
เป็อีกครั้งหนึ่งที่เธอตั้งตัวไม่ทัน เพราะในขณะที่เธอเริ่มจะชินกับการหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากับเขา บร็อคก็เตือนเธอขึ้นมาอีกด้วยคําพูดประโยคนั้น บางทีเธออาจจะต้องตั้งจุดยืนให้มั่นคงไว้ในทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับผู้ชายคนนี้ มันเป็ทางเดียวที่เธอจะป้องกันตัวเองไว้ได้ั้แ่แรก
"ห้องอาหารที่นี่เขาปิดตอน 10 โมง กลางคืนค่ะ คุณแคนฟิลด์" สเตฟานี่เอ่ยขึ้น "ถ้าคุณอยากจะรับประทานของหวานก็ควรจะสั่งมาทานเสียั้แ่ตอนนี้เลย"
"เดี๋ยวนี้เลยเรอะ?" ริมฝีปากของเขาบิดเป็รอยยิ้ม เมื่อปรายตามองเธออย่างท้าทาย "ผมว่าเอาไว้กินดึกๆ ดีกว่าน่า ถ้าเกิดอยากทานขึ้นมาหลังเวลานั้นแล้ว ผมสั่งให้เขาเก็บไว้ในตู้เย็นก็ได้"
"ถ้าคุณอยากทานตอนนั้นจริงๆ ผมจะสั่งให้เขาส่งขึ้นไปในห้องชุดของคุณก็ได้นะครับ" เพอรี่เสนอแนะขึ้นด้วย ไม่เข้าใจในความนัยซึ่งแทบจะทําให้สเตฟานี่สําลักสตรอเบอรี่ที่กําลังรับประทานอยู่
"ทําได้จริงๆ น่ะหรือ?" มันมีความหมายลึกซึ้งแฝงอยู่ในคําถามที่บร็อคย้อนเอากับเพอรี่ "ผมจะจําไว้นะ" เขาเหลือบตามองบริกรที่เดินถือเหยือกกาแฟเข้ามาเสิร์ฟ "ของผมกาแฟดําขอบใจ"
หลังจากที่รับประทานของหวาน ดื่มกาแฟกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เป็ที่ตกลงกันระหว่างเพอรีกับบร็อคว่า เพอรี่จะเป็ผู้จัดการติดต่อกับสถาปนิกในตอนเช้าวันเสาร์ บร็อคได้เปลี่ยนแปลงรายการบางอย่างในแผนผังตามที่้าก่อนที่จะอนุมัติในขั้นสุดท้าย สเตฟานี่รู้ดีว่าบัดนี้ความหวังของพี่ชายได้ประสบความสําเร็จอีกขั้นหนึ่งแล้วและออกจะรู้สึกภูมิใจในตัวเขาอยู่มาก
"ผมชักจะคิดแล้วนะว่า ความสามารถของคุณมันไม่น่าจะจํากัดอยู่เพียงแค่โรงแรมเท่านี้" บร็อคพูดขึ้นเหมือนจะตั้งข้อสังเกต "ความทะเยอทะยานของคุณมีจุดอยู่แค่นี้ละหรือ? แค่ที่ได้มาเป็ผู้จัดการโรงแรมนี่นะ?"
เพอรี่อึ้งไปเลื่อนสายตามองไปทางสเตฟี่แวบหนึ่ง มองเห็นความลังเลที่ปรากฏขึ้นในอากัปกิริยา
"ถ้าจะให้พูด ผมก็เห็นจะบอกว่าจริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงสําหรับชีวิตผมหรอก แต่ผมมีความรู้สึกว่างานที่นี่มันเป็งานท้าทาย แล้วก็มีสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ผ่านเข้ามาเสมอ"
"ก็นับว่าเป็คําตอบที่ฉลาดมาก แล้วที่มันจริงๆ ล่ะ?" บร็อคเค้นจะเอาคําตอบให้ได้
"ก็นั่นแหละครับที่มันเป็ความจริง" เพอรี่พูดหัวเราะๆ แต่น้ำเสียงออกจะฝืนเต็มที
"ความจริงน่ะหรือคะคุณแคนฟิลด์ ฉันตอบแทนก็ได้ว่าเพอรี่เขาอยากเป็นักกฎหมายมากกว่า" สเตฟานี่ช่วยตอบแทน ทําเป็ไม่สนใจสายตาของพี่ชายที่มองมาเสีย
"แล้วอะไรที่ทําให้คุณเป็ไม่ได้ล่ะ? ผมก็เคยเห็นใบผ่านการศึกษาของคุณนี่"
"พ่อผมเกิดได้รับอุบัติเหตุจากการเล่นสกีครับ ผมก็เลยจําเป็ต้องลาออก" พี่ชายของเธออธิบายเรียบๆ พร้อมกับเปลี่ยนเื่พูด "เห็นวิทยุเขาประกาศว่าฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้หิมะจะต้องตกหนัก เพราะฉะนั้นมันก็เท่ากับเป็การทํานายล่วงหน้าว่า ปีนี้กิจการทางด้านสกีในแถบนี้จะต้องดีแน่"
"รายการจองห้องของโรงแรมก็ชี้ชัดอยู่แล้วนี่" สเตฟานี่คล้อยตามพี่ชายทันที ราวกับจะเป็การขออภัยที่ได้ไปพูดเื่การศึกษาที่จําต้องยุติลงของเขาเข้า "เวลานี้ห้องพักของเรามีคนจองเต็มไปจนถึงเดือนมีนาคมแน่ะ"
"ผมเห็นแล้ว" บร็อคพลอยคล้อยตามไปด้วยอีกคนหนึ่ง
"ขอโทษนะคะ" เสียงแหลมๆ ของเฮเลนเอ่ยขึ้น ขณะที่เลื่อนเก้าอี้ออกพร้อมกับผุดลุกขึ้นยืน "ขอตัวไปห้อง แต่งตัวหน่อยจะเติมลิปสติก"
บร็อคเอื้อมไปจับมือเธอไว้
"งั้นเดี๋ยวไปพบกันในห้องเครื่องดื่มนะ อย่าไปนานนักล่ะ"
รอยยิ้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ค่อนข้างบึ้งตึงของเฮเลน
"ไม่นานหรอกค่ะ" เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวจะให้คํามั่นก่อนที่จะเดินส่ายสะโพกออกไป
"เราก็ควรกลับบ้านกันได้แล้วนะ" สเตฟานี่กระซิบกับพี่ชาย
"นั่นสิ ออกจะดึกแล้วด้วย" เพอรี่เห็นด้วยเมื่อก้มลงมองนาฬิกา
"ไปดื่มต่อกันอีกสักแก้วก่อนเถอะ" บร็อคเอ่ยขึ้น "เรายังไม่ได้ดื่มฉลองโครงการใหม่ของคุณเลย เพราะต้องนับว่าเป็ความคิดที่ชาญฉลาดมากนะเพอรี่สําหรับการที่เราจะสร้างห้องอบไอน้ำขึ้นเป็แห่งแรกในแถบนี้ เพราะนอกจากจะหมายถึงความเจริญของโรงแรมแล้ว ยังหมายถึงรายได้ของโรงแรมด้วย"
"ผมดีใจครับที่คุณคิดอย่างนั้น บร็อค" พี่ชายของเธอตอบอย่างสุภาพ "เพราะผมก็แน่ใจอยู่แล้วว่าคุณจะต้องเห็น ด้วยกับโครงการนี้ที่จะสร้างเป็ห้องอบไอน้ำทันสมัยขึ้น"
"ผมเห็นด้วย" อีกครั้งหนึ่งที่รอยยิ้มอาบเสน่ห์ฉาบขึ้นบนใบหน้า "ว่าไงล่ะไปดื่มกันหน่อยก่อนไหม ?"
หลังจากที่สบตากับสเตฟานี่แวบหนึ่งอย่างจะชั่งใจ เพอรี่ก็ยอมตกลง
"ครับ สักแก้วเดียวนะ เพราะเราสองพี่น้องไม่อยากจะเชื้อเชิญตัวเองเข้ามาทําลายเวลาพักผ่อนตอนค่ำของคุณอยู่เหมือนกัน"
"ก็ได้" บร็อคพยักหน้ารับ
เขาเข้ามายืนอยู่ข้างเก้าอี้ตอนที่สเตฟานี่ลุกขึ้นจากโต๊ะ ฝ่ามือทาบอยู่กับ่เอว ขณะที่พาเธอเดินออกไปสู่ห้องเครื่องดื่ม มันเป็ััที่คล้ายจะสําแดงออกถึงความเป็เ้าของ แม้จะไม่ใกล้ชิดมากนัก แต่ก็สร้างความอบอุ่นให้ไม่น้อย สเตฟานี่รู้สึกถึงฝ่ามือที่ทาบอยู่ราวกับจะประทับรอยลึกลงไปถึงผิวเนื้อ มันคล้ายจะเป็การประทับตราที่บอกความเป็เ้าของไว้อย่างแท้จริง
ห้องเครื่องดื่มแออัดไปด้วยผู้คน ซึ่งก็เป็ธรรมดา เพราะเป็่ของวันหยุด เสียงเพลงบรรเลงอยู่ด้วยจังหวะเร่งเร้า สลับกับแสงไฟที่วับวาบราวประกายรังหลากสีภายในห้องที่พรางไฟไว้ค่อนข้างสลัว ใน่ที่มิใช่ฤดูท่องเที่ยว ห้องเครื่องดื่มของโรงแรมแห่งนี้จะเปิดเฉพาะใน่วันหยุดสุดสัปดาห์เท่านั้น แต่ถ้าเป็ฤดูหนาว เมื่อเทือกเขา ไว้ท์เม้าเท่นส์ คลาคล่ำไปด้วยนักเล่นสกีแล้ว จึงจะเปิดบริการตลอดทุกวันในสัปดาห์
บร็อคได้โต๊ะว่างตัวหนึ่งตรงมุมห้องที่ไกลออกไป เมื่อทุกคนสั่งเครื่องดื่มเสร็จเฮเลนก็มาถึงพอดี เธอไม่ใส่ใจกับคําชวนของเขาให้นั่งลงที่โต๊ะก่อน แต่กลับเรียกร้องให้บร็อคพาตัวออกไปเต้นรํา สเตฟานี่จับตามองเฮเลนเหมือนมองนางแมงมุมที่กําลังคลี่ใยออกรัดตั้งบร็อคไว้ และรู้ดีว่าตัวเองไม่อาจจะหาญไปสู้กับเสน่ห์เล่ห์กลที่เ้าหล่อนกําลังโปรยใส่เขาอยู่ได้
"อยากเต้นรําไหมล่ะ?" เสียงเพอรี่เอ่ยถามขึ้น
สเตฟานี่เหลือบตาขึ้นมองพี่ชายทําท่าเหมือนจะปฏิเสธ แต่จากแววรู้ทันในดวงตาของเพอรี่ ทําให้เธอคิดขึ้นมาได้ว่า กำลังปล่อยจิตใจให้ลอยล่องไปกับสถานการณ์มากเกินไปแล้ว รอยยิ้มขรึมๆ ปรากฏขึ้นตรงมุมปาก เมื่อเธอผงกศีรษะยอมรับคําชวนของเขา
"รู้สึกดีขึ้นหรือยังล่ะ?" เพอรี่ถามยิ้มๆ ขณะที่พาน้องสาวเดินออกจากฟลอร์เต้นรํา
"ดีขึ้นมากทีเดียว" เธอตอบไปตามความจริง เบือนหน้าไปยิ้มให้เขา "ขอบใจมากนะ"
แสงไฟหรี่สลัวลงกว่าเดิม เพลงเปลี่ยนทวงทํานองเป็จังหวะสโลว์ สเตฟานี่ ยังไม่อาจจะปรับระดับสายตาให้เข้ากับความมืดได้ จึงต้องหยุดอยู่กับที่เป็ครู่ ก่อนที่จะเดินไปชนโต๊ะหรือเก้าอี้เข้า
ขณะเดียวกัน เธอก็มองเห็นบร็อคกับเฮเลนยืนอยู่ไม่ห่างเท่าใดนัก เขากําลังก้มลงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างอยู่กับเธอ ซึ่งสีหน้าของเฮเลนมิได้บอกความพอใจในคําพูดของเขาเลย และแล้วบร็อคก็ผละออกมาเสียปล่อยให้เฮเลนเดินกลับไปที่นั่งตามลําพัง เขาก้าวเข้ามาหยุดขวางทางเธอไว้
"คุณคงไม่รังเกียจถ้าผมจะขอเต้นรํากับน้องสาวคุณสักเพลงก่อนกลับหรอกนะ เพอรี่?" บร็อคเอ่ยถามขึ้นและก่อนที่สเตฟานี่จะทันรู้ตัว เขาก็จับมือเธอพาเดินออกไปยังฟลอร์เต้นรําก่อนแล้ว
เธอแน่ใจว่าเพอรี่จะต้องตอบคําถามของบร็อค เพียงแต่ไม่ได้ยินว่าเขาพูดอะไรเท่านั้น และทันทีที่เข้าไปถึงที่ว่างฟลอร์ บร็อคก็หมุนร่างเธอเข้าสู่อ้อมแขน เนื่องจากมีคู่เต้นรำอยู่บนฟลอร์ไม่น้อยดังนั้น ในไม่ช้าเขาและเธอก็ถูกกลืนหายเข้าไปในกลางกลุ่ม
เขารวบแขนทั้งสองของเธอเข้ามาไว้กับแผงอก ขณะเดียวกันก็โอบร่างเธอเข้ามาแนบไว้ สเตฟานี่ได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นแรงขณะที่เคลื่อนไหวไปตามจังหวะเพลง โดยมิได้ก้าวไกลไปจากที่ซึ่งยืนอยู่ และในที่สุดเธอก็สํานึกถึงแผงอกที่แข็งแกร่ง หน้าท้องแบนราบกับ่ขาที่เสียดสีอยู่กับเธอยามที่ขยับไปตามจังหวะเพลง
เมื่อเขาปล่อยมือเธอออก และให้มันทาบอยู่กับปกเสื้อนั้น ดูเหมือนบร็อคจะไม่สนใจกับการเต้นรําอีกต่อไป อ้อมแขนทั้งสองข้างโอบรัดร่างเธอไว้ ลูบไล้ฝ่ามือเบาๆ ไปตามหลังไหล่เหมือนจะโลมเล้าให้เธออิงร่างเข้ามาชิดใกล้กว่าเดิม