ความอุ่นจากััของสารวัตรกฤตยังคงตกค้างอยู่ที่หลังมือของเอมิ แม้ว่าร่างสูงในชุดลำลองจะเดินหายลับไปกับสายฝนที่เริ่มซาเม็ดลงแล้วก็ตาม เธอยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ พยายามประมวลผลสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
"พี่เอมิ โอเคหรือเปล่าคะ หน้าซีดๆ นะ" มิ้นท์เดินออกมาจากหลังร้านพอดี เอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นเ้านายยืนนิ่งผิดปกติ
"อ๋อ... เปล่าจ้ะ พี่แค่... รู้สึกเพลียๆ นิดหน่อย สงสัยจะโดนละอองฝน" เอมิปั้นหน้ายิ้ม รีบหันไปเก็บแก้วกาแฟของกฤต ก้มหน้าก้มตาเช็ดเคาน์เตอร์เพื่อซ่อนความรู้สึกที่พลุ่งพล่านอยู่ในใจ ััเมื่อครู่มันไม่ใช่เื่บังเอิญ มันคือความจงใจ คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าเขากำลังรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ... และที่น่ากลัวที่สุดคือ ส่วนหนึ่งในใจเธอกำลังยินยอมพร้อมใจ
เมื่อฝนหยุดสนิทและถึงเวลาปิดร้าน เอมิกล่าวลามิ้นท์แล้วกลับเข้าบ้านด้วยจิตใจที่หนักอึ้ง เธอมองไปรอบๆ บ้านที่เคยเป็์อันอบอุ่น แต่ตอนนี้กลับรู้สึกเหมือนเป็กรงทองที่กักขังเธอไว้ เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองภาพถ่ายแต่งงานของเธอกับศิวัฒน์ที่ตั้งอยู่บนชั้นวาง
คืนนั้นศิวัฒน์กลับบ้านดึกกว่าปกติเพราะฝนตกหนักทำให้รถติดอย่างรุนแรง เขาดูเหนื่อยอ่อนและหงุดหงิดเล็กน้อย เอมิพยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ต้อนรับเขาด้วยรอยยิ้ม จัดหาอาหารอุ่นๆ ให้ แต่เธอกลับรู้สึกห่างเหินอย่างประหลาด ตอนที่ศิวัฒน์เอื้อมมือมาโอบไหล่เธอขณะนั่งดูโทรทัศน์ด้วยกัน เอมิสะดุ้งเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว รีบขยับตัวออกห่างอย่างแเี อ้างว่าปวดหลัง
"เป็อะไรไป วันนี้ดูแปลกๆ นะ" ศิวัฒน์ถามอย่างสังเกตเห็นความผิดปกติ
"เปล่าค่ะ สงสัยจะเพลียๆ จริงๆ วันนี้ยืนทั้งวันเลย" เธอโกหกอีกครั้ง รู้สึกขมขื่นกับคำโกหกที่พรั่งพรูออกมาอย่างง่ายดายขึ้นทุกที
เธอนอนไม่หลับทั้งคืน ภาพััอุ่นๆ ที่หลังมือ เสียงทุ้มนุ่มที่ถามถึงความเหงา และแววตาคมกริบคู่นั้นวนเวียนอยู่ในความคิด เธอพลิกตัวไปมาบนเตียงนอนข้างๆ สามีที่หลับสนิท รู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนแปลกหน้าที่นอนอยู่ผิดที่ผิดทาง ความรู้สึกผิดกัดกินใจ แต่ในขณะเดียวกัน ความตื่นเต้นและแรงดึงดูดอันน่าประหลาดที่มีต่อสารวัตรกฤตก็รุนแรงขึ้นจนยากจะต้านทาน เธอเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตแต่งงานของตัวเอง ความรักที่ศิวัฒน์มีให้มันเพียงพอจริงๆ หรือ? หรือเธอแค่กำลังโหยหาความตื่นเต้นเร้าใจที่ขาดหายไป?
สองวันต่อมา ใน่บ่ายที่ร้านค่อนข้างเงียบ สารวัตรกฤตก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง วันนี้เขาอยู่ในเครื่องแบบเต็มยศ ดูสง่างามและน่าเกรงขามเช่นเคย แต่แววตาที่เขามองมายังเอมิกลับดูมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่
"อเมริกาโน่ร้อน ไม่หวานครับ" เขาสั่งเมนูเดิมด้วยรอยยิ้ม
เอมิพยักหน้ารับ เดินไปชงกาแฟ หัวใจเต้นไม่เป็ส่ำ บรรยากาศระหว่างพวกเขามีความตึงเครียดบางอย่างที่มองไม่เห็นปกคลุมอยู่ เธอรู้สึกได้ถึงสายตาของเขาที่จับจ้องมาตลอดเวลา
"ผมขอเข้าไปคุยเื่... เอ่อ เื่ความปลอดภัยหลังร้านนิดหน่อยได้ไหมครับ พอดีเมื่อวานมีคนแจ้งเื่เจอคนน่าสงสัยแถวๆ นี้" กฤตพูดขึ้น ทำลายความเงียบด้วยข้ออ้างที่ดูเหมือนจะเป็เื่งาน
"คะ? อ๋อ... ได้ค่ะ เชิญค่ะ" เอมิตอบอย่างงงๆ แต่ก็เดินนำเขาไปยังส่วนหลังร้าน ซึ่งเป็ทางเดินแคบๆ และมีห้องเก็บของเล็กๆ อยู่
ทันทีที่ลับสายตาจากหน้าร้าน กฤตก็หยุดเดิน เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอ แต่เพียงแค่การหยุดยืนเผชิญหน้ากันในพื้นที่แคบๆ นั้น ก็ทำให้เอมิรู้สึกเหมือนถูกต้อนจนมุม
"ผมไม่ได้จะคุยเื่นั้นหรอก" กฤตพูดเสียงเบาลง ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเอมิ "จริงๆ แล้ว... ผมยังคิดถึงเื่ที่เราคุยกันวันฝนตกอยู่นะครับ เอมิ เื่ความเหงา..."
เอมิใจหายวาบ เธอเบือนหน้าหนี ไม่กล้าสบตาเขาตรงๆ "เื่...เื่นั้นมันไม่มีอะไรหรอกค่ะ"
"เหรอครับ" กฤตยิ้มบางๆ "แต่ผมรู้สึก... ว่ามันมีบางอย่างนะ" เขาก้าวเข้ามาใกล้อีกนิด จนเอมิแทบจะได้กลิ่นลมหายใจของเขา "ผมรู้สึก... มีบางอย่างพิเศษเกิดขึ้นระหว่างเรานะ เอมิ" เขากระซิบคำนั้นออกมา "คุณ...รู้สึกเหมือนกันไหม?"
คำถามที่ตรงไปตรงมาและท้าทายนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ เอมิยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างตกตะลึง หัวใจเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก สมองว่างเปล่า หาคำตอบใดๆ ไม่เจอ เธอควรจะปฏิเสธอย่างแข็งขัน ควรจะบอกว่าเขาคิดไปเอง ควรจะผลักไสเขาออกไป... แต่ร่างกายและหัวใจกลับทรยศ คำพูดใดๆ จุกอยู่ที่ลำคอ มีเพียงแววตาที่สั่นระริกและแก้มที่ร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ เท่านั้นที่พอจะเป็คำตอบได้...