ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 5 บทที่ 133 อะไรกันนี่

            แม้คุณย่าจะไม่เคยเรียนหนังสือ แต่ก็เป็นคนฉลาดหลักแหลม ตอนนี้ในใจกำลังขุ่นเคือง แต่ก็ยังให้อาหญิงใหญ่จิ่งและอู๋ต้าเฉิงเข้าไปในบ้านเก่า แถมยังรินน้ำให้ทั้งสองคนอีกด้วย

            เมื่อก่อนตอนที่อู๋ต้าเฉิงมาที่บ้านเก่าตระกูลจิ่งก็มักจะแสดงท่าทีรังเกียจสารพัด ทั้งรังเกียจว่าถนนในชนบทเดินทางลำบาก รังเกียจว่าบ้านเก่าของตระกูลจิ่งและเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ รังเกียจที่ตระกูลจิ่งยากจน และยังกลัวว่าคนของตระกูลจิ่งจะมาเกาะตระกูลอู๋ ดังนั้นทุกครั้งที่เขามาก็จะทำหน้าบึ้งตึง ราวกับกำลังพูดว่า “ฉันสูงส่งมาก พวกแกไม่คู่ควรจะคุยกับฉัน”

            แต่ครั้งนี้เขากลับเป็นกันเองมากขึ้นและฉีกยิ้มกว้าง “แม่ครับ ทำไมไม่เห็นเยี่ยนกุยเลยล่ะครับ?”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่อยู่บ้านพอดี ถ้าเขาสามารถจัดการกับหยางหว่านซิ่วและจิ่งจงอี้ได้ เมื่อถึงตอนนั้นให้พวกเขาเป็นคนพูดเองจะดีกว่า

            หยางหว่านซิ่วยิ้มตาหยี “เยี่ยนกุยออกไปข้างนอกน่ะ อ้าว ต้าเฉิง ดูเหมือนลูกจะไม่เคยเรียกแม่ว่าแม่เลยนะ ครั้งนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไงเนี่ย ลูกถึงได้ไม่รังเกียจว่าแม่เป็นคนแก่บ้านนอก แถมยังเรียกว่าแม่ด้วย แม่ดีใจจริงๆ นะ!”

            อู๋ต้าเฉิงสีหน้าแข็งค้าง รีบฝืนยิ้ม “แม่จำผิดแล้ว ผมจะไม่เคยเรียกแม่ได้ยังไงครับ?”

            จิ่งจงอี้ที่เงียบมานานก็พูดแทรก “ฉันก็ไม่เคยได้ยินเหมือนกัน”

            อู๋ต้าเฉิง “….”

            เขารู้ดีว่าตัวเองเคยทำอะไรไว้บ้าง ตอนนี้ในใจก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อย เมื่อก่อนเขาแค่กลัวว่าตระกูลจิ่งจะมาเกาะพวกเขา คิดว่าตระกูลจิ่งไม่มีใครที่เจริญรุ่งเรืองเลยสักคน นอกจากจะมาเกาะตระกูลอู๋แล้วก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าเมื่อก่อนน่าจะแสร้งแสดงท่าทีบ้าง

            เขาไอเบาๆ “เมื่อก่อนผมยังไม่รู้ความ ยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็อย่าถือสาผมเลยนะครับ”

            หยางหว่านซิ่วยิ้ม “ลูกไม่ขายพวกเราก็ดีถมไปแล้ว พวกเราจะกล้าถือสาอะไรกับลูก? แต่ว่าของที่ลูกถือมาวันนี้ ลูกก็ถือกลับไปด้วยนะ เมื่อก่อนก็แค่ลูกกวาดฟักทองสองห่อ แต่ครั้งนี้กลับขนมาเป็นห่อใหญ่ๆ ไม่รู้ว่าไปขายใครแลกเงินมา เงินพวกนั้นเป็นเงินที่ได้มาจากการทุจริต แม่กลัวกินเข้าไปแล้วท้องจะเสีย”

            รอยยิ้มเสแสร้งของอู๋ต้าเฉิงพลันหายไป อาหญิงใหญ่จิ่งโวยวายในทันใด “แม่ วันนี้แม่เป็นอะไรไปเนี่ย? ฉันกับต้าเฉิงอุตส่าห์มาเยี่ยมแม่ทั้งที แต่พอเข้ามาแม่ก็เอาแต่พูดจาเสียดสี ไม่ต้อนรับพวกเราขนาดนี้เลยเหรอ?”

            ขณะที่หยางหว่านซิ่วกำลังหั่นสมุนไพร พอได้ยินก็กระแทกมีดสับลงบนเขียงอย่างแรง เก็บสีหน้ายิ้มแย้มแล้วพูดเสียงเย็นชาว่า “จิ่งซูจวง ตัวเองทำอะไรไว้ ตัวเองก็รู้ดี แล้วยังอยากให้ฉันทำหน้าดีๆ ใส่งั้นเหรอ? หน้าด้านไปหน่อยมั้ง!”

            สีหน้าของอาหญิงใหญ่จิ่งก็ไม่น่ามองอย่างยิ่งเช่นกัน “เป็นเพราะนังเด็กผีจิ่งเยี่ยนกุยพูดอะไรต่อหน้าแม่ใช่ไหม? แม่คะ นังนั่นมันยุยงให้แตกแยก! หนูเป็นลูกสาวแท้ๆ ของแม่ ส่วนมันก็แค่ลูกนอกสมรสที่หลิวชุนฮวาเก็บมาเลี้ยง!”

            อู๋ต้าเฉิงได้ยินดังนั้นก็โมโหแทบตาย นี่มันโง่จริงๆ นี่มาขอร้องคนหรือมาทำให้เขาซวยกันแน่?

            เขายกมือตบหน้าอาหญิงใหญ่จิ่งไปทีหนึ่ง “คุณพูดกับแม่แบบนี้ได้ยังไง!”

            อาหญิงใหญ่จิ่งทำตัวเป็นใหญ่ในบ้านเก่า แต่พอเจออู๋ต้าเฉิงกลับอ่อนลงทันที นึกถึงสิ่งที่อู๋ต้าเฉิงกำชับก่อนออกจากบ้าน จึงได้แต่เอามือกุมหน้าแล้วไม่กล้าพูดอะไร

            อู๋ต้าเฉิงก็รีบยิ้มอีกครั้ง “แม่ครับ ซูจวงพูดจาไม่ดี อย่าถือสาเลยนะครับ เรื่องของเยี่ยนกุย แม่คงเข้าใจพวกเราผิดไปบ้าง ฟังผมอธิบายก่อนนะครับ”

            “ดีเลย!” หยางหว่านซิวยืนขึ้น “ฉันจะฟังคำอธิบายของพวกแกให้ดีๆ  เพราะฉันอยากจะรู้ว่าพวกแกจะอธิบายอะไรออกมาได้บ้าง!”

            อู๋ต้าเฉิงรู้สึกหงุดหงิดใจ ในใจก็ก่นด่าอาหญิงใหญ่จิ่งไปรอบหนึ่ง ฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “คือซูจวงเห็นว่าเยี่ยนกุยปีนี้ก็อายุสิบเจ็ดแล้ว แถมเรียนก็ไม่เก่ง มิสู้ไปหาคนดีๆ แต่งงานเสียแต่เนิ่นๆ”

            “ประจวบกับที่หัวหน้าใหญ่ของผมเขากำลังหาคู่พอดี บ้านเขามีฐานะดี แถมหัวหน้าผมก็เป็นคนใจดีมาก ถ้าเยี่ยนกุยได้แต่งงานไปก็เหมือนกับได้ไปอยู่ในรังแห่งความสุขเลย! ซูจวงก็เลยคิดว่าจะช่วยหาคู่ให้เยี่ยนกุย...”

            “ไปอยู่ในรังแห่งความสุข?” หยางหว่านซิ่วพูดแทรก “อวี๋ซือเหยี่ยใช่ไหม เรื่องนี้ตอนนี้คนทั้งเมืองหยางเฉิงรู้หมดแล้ว เขาบีบบังคับเมียตัวเองจนตาย มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นๆ ข้างนอกไม่ต่ำกว่าแปดร้อยคน อู๋ต้าเฉิง แกบอกฉันหน่อยสิว่านี่มันเรียกรังแห่งความสุขตรงไหน?”

            อู๋ต้าเฉิงหน้าซีด ยังไม่ทันพูดอะไร จิ่งจงอี้ก็เคาะกระบอกยาสูบด้วยความโกรธ “ไม่ใช่รังแห่งความสุข แต่เป็นถ้ำเสือที่กินคนแล้วไม่คายกระดูก”

            หยางหว่านซิ่วหัวเราะเยาะ “อวี๋ซือเหยี่ยเป็นหัวหน้าของแก แกอย่าบอกนะว่าเรื่องพวกนี้แกไม่รู้”

            อู๋ต้าเฉิงรู้ว่าเรื่องของอวี๋ซือเหยี่ยเป็นข่าวใหญ่มาก แต่คิดว่าหยางหว่านซิ่วเป็นแค่ชาวบ้านคงไม่รู้ เรื่องนี้คงเป็นจิ่งเยี่ยนกุยที่พูดออกมา เขาไม่คิดว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะเล่าทุกอย่างให้หยางหว่านซิ่วฟังแบบนี้

            เขาจึงรีบพูดว่า “แม่ครับ เรื่องนี้ผมไม่รู้จริงๆ นะครับ ก่อนที่ซูจวงจะแนะนำเยี่ยนกุยให้หัวหน้าผม ผมไม่รู้จริงๆ! ก็เพราะเพิ่งเกิดเรื่องนี้ขึ้นนี่แหละ ผมถึงเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นคนแบบนั้น! ผมเสียใจจริงๆ ครับ! เสียใจที่พวกเราหวังดีแต่กลับกลายเป็นเรื่องเลวร้าย!”

            เขาพูดถึงตรงนี้ก็ปาดน้ำตา “ดีที่พวกเราเพิ่งแนะนำเยี่ยนกุยให้อวี๋ซือเหยี่ยไป ก็เกิดเรื่องนี้ขึ้นเสียก่อน ไม่อย่างงั้นผมคงเสียใจไปจนตาย! ผมที่เป็นอาก็หวังดีกับหลาน อยากให้หลานได้ดี ใครจะรู้ว่าคนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ!”

            นี่เป็นสิ่งที่เขาคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว ในเมื่อจะมาคืนดีกับตระกูลจิ่ง และจะมาพึ่งบารมีของจิ่งเยี่ยนกุย ก็ต้องเอาตัวเองออกไปจากเรื่องนี้ให้ได้

            ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้นั่งนึกทบทวนภาพที่เขาเจอจิ่งเยี่ยนกุยในร้านชิ่งอันถัง วันนั้นเหมือนเขาจะไม่ได้พูดอะไรที่ร้ายแรงเกินไป เขาคิดว่าขอแค่ทำหน้าด้านๆ นิดหน่อย ก็คงพอจะเอาตัวรอดไปได้

            การแสดงของเขาใช้ได้เลยทีเดียว สีหน้าท่าทางก็ดี หยางหว่านซิ่วขมวดคิ้ว จิ่งจงอี้พ่นควันยาแล้วพูดว่า “ฉันได้ยินมาว่าอวี๋ซือเหยี่ยสี่สิบกว่าแล้วนะ แก่กว่าแกตั้งหลายปี เรื่องนี้แกก็ไม่รู้ใช่ไหม?”

            หน้าของอู๋ต้าเฉิงแข็งค้าง หยางหว่านซิ่วก็คิดขึ้นมาได้ทันที เธอเบิกตากว้างแล้วพูดว่า “อู๋ต้าเฉิง แกเอาผู้ชายที่อายุแก่กว่าพ่อของเยี่ยนกุย มาแนะนำให้หลานฉัน นี่หรือสิ่งที่แกเรียกว่าคู่ที่ดี? แกนี่มันไร้หัวใจจริงๆ!”

            เรื่องนี้ต่อให้อู๋ต้าเฉิงมีวาทศิลป์เลิศเลอก็คงจะเอาตัวรอดไปไม่ได้

            อาหญิงใหญ่จิ่งที่อยู่ข้างๆ ก็พูดอย่างเหลืออดว่า “ผู้ชายแก่กว่าหน่อยก็ไม่เห็นเป็นอะไรนี่คะ? ผู้ชายแก่ๆ ถึงจะเอาใจคนเป็น! ไม่ใช่ฉันว่าเยี่ยนกุยนะ แต่นอกจากอวี๋ซือเหยี่ยที่แก่ๆ หน่อยแล้ว ยังจะมีใครทนได้!”

            เดิมทีหยางหว่านซิ่วยังอยากจะฟังคำอธิบายของพวกเขาต่อ เผื่อจะมีเรื่องอื่นที่ซ่อนอยู่ หรือว่าพวกเขาถูกบังคับอะไรมา แต่ตอนนี้พอได้ยินอาหญิงใหญ่จิ่งพูดอย่างนี้ก็ทนไม่ไหวจริงๆ เธอหยิบไม้กวาดข้างๆ ขึ้นมาแล้วพูดว่า “ไสหัวออกไป!”

            “ใครบอกว่าเยี่ยนกุยนิสัยไม่ดี? หล่อนทั้งเอาใจใส่ทั้งกตัญญู จะมีน้ำโหก็แค่กับคนใจดำอย่างพวกแกเท่านั้นแหละ! พวกแกสองคนเป็นยังไงกัน ผ่านมานานปีขนาดนี้ ยังจะคิดว่าฉันไม่รู้เลยเหรอ!”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730