"เห้อ! ควบคุมเปลวเพลิงหรือ ขนาดกระบี่หมื่นเล่มข้ายังควบคุมได้มันจะไปยากอะไร"เฟยหรงกล่าวอย่างมั่นใจในมือของเขาคือเปลวเพลิงอัสนีสีขาวขุ่นที่กำลังลุกโชติ่อยู่ เฟยเรงมือเห็นดังนั้นเขาไม่รอช้าอีกต่อไปและทำควบคุมมันให้แปรเปลี่ยนไปดังใจที่เขา้าต่อมาไม่นานเปลวเพลิงเ่าั้ก็แปรเปรียนเป็รูปลักษณ์ต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน ใชเวลานี้ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างพึงพอใจเปลวเพลิงเหล่านี้ความจริงหาได้ควบคุมยากเฉกเช่นลักษณะภายนอกที่เห็น
เขาทำการควบคุมมันไปได้สักพักเมื่อทำจนชำนาญ เด็กหนุ่มก็พลันเริ่มทำการทวีความรุนแรงของเปลวเพลิงไปเรื่อยๆเพื่อที่จะดูว่าเขาสามารถควบคุมมันไปได้มากที่สุดแค่ไหน เฟยหรงควบคุมเปลวเพลิงให้กลายเป็รูปลักษณ์ัและทำให้มันทวีความยิ่งใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆจนในที่สุดเปลวเพลิงของเขาก็พลันสูงเสียดฟ้าในขณะนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ด้วยอำนาจของธาตุสายฟ้าที่อยู่ในเปลวเพลิงสีขาวมันก็ทำให้ความมั่งคงและการคงรูปของเปลวนั้นสั่นไหวอย่างรุนแรง เฟยหรงจากที่มีสีหน้ายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาในเวลานี้เขาพลันขมวดคิ้วเป็ปมสีหน้าเต็มไปด้วยความตึงเครียด
"แย่แล้ว!!ดูเหมือนข้าจะประมาทเกินไป ลืมไปว่ามันมีคุณสมบัติธาตุสายฟ้าอยู่"เฟยหรงพยายามควบคุมพลังเปลวเพลิงสุดขีด บัดนี้ัเพลิงสีขาวกำลังค่อยๆพังทลายลงเรื่อยๆเปลวเพลิงมากมายเริ่มกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณสวนดอกไม้ของตระกูลเฟยและลุกไหม้มันจนแทบจะไม่เหลือชิ้นดี เฟยหรงพยายามที่จะลดระดับเปลวเพลิงสุดกำลังและใช้ระยะไปถึงสองชั่วยามก่อนที่จะทำให้เปลวเพลิงอัสนีนั้นหายไปพร้อมกับถอนหายใจยาว
"เห้อ.......ข้าเกือบเผาตระกูลตัวเองไปซะแล้ว บ้าที่สุดจิตเพลิงนี้ควบคุมยากกว่าที่ข้าคิดเอามากมายนัก"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนที่ตนเองจะค่อยๆจัดการเศษซากทุ่งดอกไม้ที่ตอนนี้ใหม้จนกลายเป็เถ้าถ่าน ในเวลาที่เขากำลังจัดการกับผลงานที่ได้สร้างเอาไว้นั้นเองเฟยหงปู่ของเขาก็ปรากฏตัวออกมาในทันทีพร้อมมองไปที่หลานชายด้วยความประหลาดใจอย่างสุดซึ่ง
"หลานข้า!!มันเกิดอะไร เมื่อครู่ข้าััได้ถึงพลังมหาศาลบริเวณนี้เลยรีบมาดู"เฟยหงกล่าวถามออกมาในทันที เฟยหรงเมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็หันไปหาผู้เป็ปู่ใบหน้าประดับรอยยิ้มเจื่อนๆเอาไว้ก่อนจะกล่าวตอบไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม "ไม่มีอะไรขอรับ ข้าเพียงทำความเข้าใจกับพลังใหม่เท่านั้น"เฟยหรงกล่าวเรียกเปลวเพลิงอัสนีไว้ในมือ ทางด้านเฟยหงเขามองไปทางเปลวเพลิงที่อยู่ในมือของหลานชายในใจพลันเต้นระรัวไม่เป็จังหวะ
"นะ นี่คือเปลวเพลิงอสูรแถมยังมีลักษณะสองธาตุ หลานข้าเ้าไปได้มาอย่างไร!!"เขากล่าวถามอีกคราด้วยน้ำเสียงที่สั่นเคลือผิดปกติแสดงให้เห็นถึงความตื่นเต้นและร้อนรนอย่างชัดเจน เฟยหรงเมื่อเห็นเขาก็ไม่คิดจะปิดบังอะไรปู่ของเขาอีกต่อไปดังนั้นเขาจึงบอกไปตามความจริง
"ท่านปู่ใน่ระยะเวลาที่ผ่านมาไม่นานนี้ข้าได้พบกับอาจารย์ท่านหนึ่งเขาได้สั่งสอนการบ่มเพาะพลังวิญญานให้กับข้าและพาข้าไปตามหาจิตเปลวเพลิงและจิตเปลวเพลิงที่ท่านเห็นนี้มันคือเปลวเพลิงที่ได้มาจากการผสมกันระหว่างเพลิงเมฆาของสิงโตเพลิงเมฆาและสายฟ้าอสูรของพยัคฆ์สายฟ้าขอรับ นอกจากนี้ข้ายังได้นำลูกมันมาด้วยตอนนี้อยู่ที่หน้าเรื่อนของหลาน"เฟยหงเมื่อได้ยินเช่นนั้นในใจของเขาพลันสั่นสะท้าน พร้อมมองไปที่เฟยหรงด้วยแววตาที่สั่นระรัวก่อนจะพุ่งเข้าไปกอดหลานชายด้วยความภาคภูมิใจ
ภูมิใจที่หลานชายของเขาในเวลานี้นอกจากจะเป็อัจฉริยะในด้านปรับปรุงวิชาแล้ว ในตอนนี้ยังเป็ถึงผู้ฝึกตนพลังวิญญาน นี่คือสิ่งที่มหัศจรรย์เหนื่อสิ่งอื่นใด เพราะผู้ฝึกพลังวิญญานนั้นหายากมากๆและส่วนใหญ่ก็เป็นักปรุงยาที่มีเกียรติ การที่เฟยหรงกลายเป็ผู้ฝึกตนพลังวิญญานเช่นนี้ก็หมายความว่าในอนาคตข้างหน้าไม่มีทางที่เด็กคนนี้จะตกต่ำอย่างแน่นอน
"ยอดเยี่ยม!!์เข้าข้างหลานข้ายของข้าจริง หรงหรงน้อยตอนนี้อาจารย์ผู้นั้นอยู่ที่ไหนหรือปู่จะไปทำความเคารพเพื่อเป้นการขอบคุณเขาเสียหน่อยที่ถ่ายทอดวิชาให้แก่เ้า"เฟยงหรงได้ยินดังนั้นเขาก็ตอบไปอย่างชัดเจน "ท่านอาจารย์เขาไปทวีปอื่นแล้วขอรับ เขาบอกว่าหากมีวาสนาคงได้พบกันใหม่"
"อื่ม เช่นนั้นก็เอาตามนั้นอาจารย์เ้าว่าแล้วกัน ถึงจะเสียดายที่ไม่ได้ขอบคุณเขาอย่างเป็ทางการก็เถอะ"เฟยหงถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะกล่าวเสริมต่อไปว่า "หรงหรง ตอนนี้พื้นฐานลมปรานและพลังวิญญานของเ้าอยู่ระดับใดแล้ว บอกตามตรงแม้เ้าจะปิดไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะความผันผวนในพลังของหลานมันไม่สมเหตุสมผลกับระดับพลังที่หลานมี แม้จะรอดพ้นสายตาของผู้อื่นได้แต่ไม่อาจจะรอดพ้นสายตาของปู่ได้หรอกนะ"เฟยหรงผงะเล็กน้อยเมื่อได้ยินก่อนที่เขาจะถอนหายใจและปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา
"ท่านปู่ข้าจะไม่ปิดบังท่าน ตอนนี้ระดับลมปราณข้าอยู่ที่ก่อเกิดลมปราณขั้นที่หกแล้วและกำลังจะไปถึงขั้นที่เจ็ดในไม่ช้า ส่วนพลังวิญญานของข้าตอนนี้อยู่ที่หลอมรวมวิญญานขั้นสามขอรับ"เฟยหรงกล่าวด้วยความสัตย์จริง ทำให้เฟยหงที่ได้ยินพลันต้องตกตะลึงจนตัวสั่นเทาไปอีกรอบและมองหลานชายด้วยความประหลาดใจอย่างสุดซึ้ง
"หลานข้า!!ข้าคิดเอาไว้อยู่แล้วลูกของัจะเป็ใส้เดือนไปได้อย่างไร"เฟยหงโอบกอดเฟยหรงเอาไว้อีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันช่างแตกต่างเนื่องจากชายวัยกลางคนได้หลั่งน้ำตาแห่งความสุขออกมาด้วยจนทำให้เฟยหรงใจนทำตัวไม่ถูก
"ท่านปู่นี่มันเื่อะไรกันขอรับ เพียงแค่ข้าฝึกฝนได้เร็วมันทำให้ท่านหลั่งน้ำตาออกมาเชียวหรือ"เฟยหรงกล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ ในความทรงจำของเขาปู่ของเขาคนนี้ไม่เคยหลั่งน้ำตาออกมาแม้แต่หยดเดียวแม้ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้นก็ตาม
"ฮ่าๆๆไม่มีอะไรๆปู่แค่ภูมิใจในตัวของหลานเท่านั้น เอาละต่อไปเรามาเข้าเื่กันดีกว่าเ้าอยากรู้ไม่ใช่หรือว่าพ่อแม่ของเ้าอยู่ที่ไหนนะ"เฟยหรงเมื่อได้ยินจิตใจของเขาก็สั่นคลอนในทันทีพร้อมกับมองไปที่ปู่อย่างคาดหวัง
"ทะ ท่านจะบอกข้าจริงหรือ ไหนท่านบอกว่าจะรอให้ข้าถึงระดับประสานแก่นแท้ก่อนไงขอรับ"เฟยหรงกล่าวออกมาน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและประหลาดใจอย่างถึงที่สุด ในชีวิตนี้นอกจากเื่ผู้หญิงแล้วเห็นทีจะมีเื่นี้เท่านั้นที่เฟยหรงให้การสนใจในตอนนี้
"เด็กโง่ ข้ารู้ดีอีกไม่นานเ้าก็สามารถบรรลุระดับนั้นได้แล้ว แถมเ้าในตอนนี้ยังฝึกฝนพลังถึงสองสายนับว่าเป็อัจฉริยะที่สุดเท่าที่เคยมีมา แล้วข้าจะปิดบังเ้าต่อไปได้อย่างไร อย่างน้อยการที่เ้าได้รับรู้เอาไว้มันก็ทำให้เ้ารู้แนวทางของตนเองในอนาคตว่าจะเอาอย่างไรต่อไป"เฟยหงกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนที่จะพาเฟยหรงมานั่งยังศาลาริมสระบัวและค่อยๆเล่าเื่ราวให้เด็กหนุ่มเฟย
"ก่อนอื่นเลยปู่อยากจะถามเ้าว่าตระกูลเฟยในตอนนี้ในสายตาเ้าเป็อย่างไร"เฟยหงกล่าวถาม
"แน่นอนว่าคือตระกูลใหญ่แห่งเยียนจิงในทวีแเทียนหยวน แต่หากเทียบกับขุมกำลังอื่นๆในดินแดนที่แตกต่างตระกูลนี้ช่างเล็กจ้อยนัก"เฟยหรงกล่าวออกมาตามความคิดเห็นจริงๆของเขา เฟยหรงที่ได้ยินก็พลันหัวเราะออกมายกใหญ่แล้วกล่าวต่อไป
"ใช่ มันดูเล็กมากทีเดียวเมื่ออยู่ในทวีปแห่งนี้แต่ในทวีประดับสูงมันกลับเป็หนึ่งขุมอำนาจที่ทรงอำนาจที่สุด"
"ท่านปู่กำลังจะบอกว่า ตระกูลเฟยยังมีอยู่ในทวีประดับสูงด้วยหรือขอรับ!!"เฟยหงได้แต่พยักหน้าก่อนจะกล่าวต่อ "แน่นอนว่ามันเป็เช่นนั้น แท้จริงแล้วตระกูลเฟยเป็ขุมกำลังในทวีประดับสูง และตาเองก็เป็น้องของผู้นำตระกูลคนเฟยแต่ถูกขับไล่ออกมา"
"อะไรนะ!!!"เฟยหรงอุทานออกมาด้วยความใแท้จริงแล้วเหตุการณ์เป็เช่นไรกันแน่ถึงได้ ถ้าเป็เช่นที่ปู่ของเขากล่าวมาจริงแล้วเหตุผลอะไรที่ทำให้ปู่ของเขาถูกไล่ออกมากัน
"เ้าคงสงสัยสินะว่าทำไม เื่นี้หากจะให้เล่าคงต้องเล่าไปใน่ที่พ่อของเ้าเฟยเทียนพึ่งกลับมาจากการท่องยุทธภพ ซึ่งแน่นอนว่าเขาได้พาหญิงสาวนางหนึ่งกลับมาด้วยซึ่งนั่นก็คือแม่ของเ้าเป่ยอิงอิง เป่ยอิงอิงนั้นนางงดงามมากเลยทีเดียวงามเสียจนพวกหญิงสาวของทวีประดับสูงต้องมัวหมองเมื่อคิดจะเปรียบเทียบ และด้วยความงามนี้เองมันก็ได้ไปต้องตาลูกพี่ลูกน้องของพ่อเ้าซึ่งก็คือลูกของผู้นำตระกูลซึ่งเป็พี่ชายข้าจนในที่สุดพวกเขาก็ได้ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงแม่ของเ้าแล้วก็เป็พ่อเ้าที่เอาชนะมาอย่าง่ายดายและนับแต่นั้นมาทั้งสองก็ครองคู่กันในฐานะสามีภรรยากันอย่างเป็สุขเรื่อยมาจนให้กำเนิดเ้าขึ้นมา"
"แต่่เวลาสิบห้าวันหลังจากให้กำเนิดเ้านั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับเทวะนับร้อยได้มาล้อมตระกูลของพวกเราเอาไว้พร้อมทำกับเตรียมตัวจะทำลายพวกเราจนหมดสิ้น ในเวลานั้นทุกคนล้วนแต่สิ้นหวังแล้วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่จนในที่สุดเมื่อทุกอย่างเข้าสู่จุดวิกฤติแม่ของเ้าก็ปรากฏตัวออกมาแล้วแล้วกล่าวสิ่งที่ทำให้ทุกคนในตระกูลต้องสั่นสะท้านไปถึงแก่นของหัวใจ"
"นางใช้เพียงคำสั่งเดียวทำให้ผู้ฝึกตนระดับเทวะนับร้อยนี้คุกเข่าลงอย่างง่ายดาย และกล่าวขอโทษข้าที่เป็พ่อสามีอย่างจริงใจแล้วยังบอกอีกว่าพวกนี้คือพวกคนในตระกูลของนางเอง ต่อมาจึงได้รับรู้ว่านางคือลูกสาวเพียงคนเดียวของจ้าวสมุทรนิรันทร์กาลในดินแดนศักดิ์สิทธิ์และคนพวกนี้เพียงมาตามนางกลับบ้านเท่านั้น ก่อนจากไปนางยังอยากคำขอโทษมาถึงเ้ากับพ่อเ้าอีกด้วย"เฟยหงกล่าวออกมาถึงตรงนี้เขาก็หยุดลงแล้วถอนหายใจ เฟยหรงเมื่อเห็นดังนั้นก้ได้กล่าวถามไปอีกว่า
"แล้วท่านพ่อละ ท่านพ่อได้ไม่ได้ห้ามท่านแม่เอาไว้หรือ"
"แน่นอนว่าเขาย่อมห้ามแต่พอแม่ของเ้าเปิดเผยพลังที่แท้จริงของตนเองที่อยู่ในระดับนิพพานขั้นสูง พ่อของเ้าที่อยู่เพียงนักบุญขั้นกลางก็ไม่อาจห้ามนางได้อีกต่อไปเนื่องจากนางได้ทำให้เขาสลบลงไปแล้วก่อนจะออกมา"
"งั้นก็แสดงว่าท่านแม่ทิ้งข้ากับท่านพ่อไปแล้ว เขาไม่รักพวกเราเลยงั้นหรือ!!"เฟยหรงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้า หมัดของเขากำหมัดแน่นเสียจนเืออก ทำให้เฟยหงต้องลูกหัวเขาเบาๆก่อนจะกล่าวต่อ
"เ้าเด็กโง่ ทำไมถึงได้คิดเช่นนั้นกัน แน่นอนว่าแม่ของเ้าย่อมรักเ้าและพ่อของเ้ามากถึงได้ทำเช่นนี้ จากที่ข้ารู้มาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แต่ละขุมกำลังต่างให้ความสำคัญกับสายเืมาก หากนางพาเ้ากลับไปด้วยจะไม่เป็ผลดีต่อเ้าเอง ยิ่งไม่ต้องพูดถงพ่อของเ้าหากคนตระกูลแม่เ้ารับรู้ถึงตัวตนของเขาพ่อของเ้าจะตายในทันที ดังนั้นในสายตาของแม่เ้าวิธีนี้จึงดีที่สุดแล้วที่จะให้พวกเ้าอยู่รอด"เฟยหงกล่าวปลอบใจหลานชาย
เขารู้ว่าในเวลานี้เฟยหรงคิดไปต่างๆนาๆแต่ความจริงก้เป็ดังเช่นที่เขากล่าวไปและไม่อาจหลีกเหลี่ยงได้ ถ้าหากเฟยหรงยังเป็เด็กหนุ่มที่ไร้เส้นลมปราณธรรมดาๆเช่นแต่ก่อนเขาอาจจะกลบฝังความจริงนี้เอาไว้ตลอดกาลเลยก็เป็ได้แต่ในเวลานี้ไม่ใช่อีกแล้ว หลานชายของเขาคนนี้ได้ฉายแววความเป็อัจฉริยะเหนือใครออกมาแล้วในเวลานี้ และเมื่อเขาบอกเื่เหล่านี้ไปมันก็ขึ้นอยู่กับเขาแล้วว่าจะเลือกอย่างไรต่อไป
"ละ แล้วท่านพ่อของข้าตอนนี้อยู่ที่ใด"เฟยหรงกล่าวถามเป็คำถามสุดท้าย เฟยหงได้แต่ส่ายหัวออกมาพร้อมกล่าว "ไม่รู้ ในตอนที่ปู่ทวดของเ้าไล่พวกเราออกมาด้วยข้อหาชักศึกเข้าบ้าน ปู่และพ่อของเ้าก็ออกมาจากตระกูลจนได้พบกับพ่อของเสี่ยวเฟิงโดยบังเอิญจนพวกเขาเชินเราให้มาอยู่ที่นี่และหลังจากนั้นสองปีพ่อของเ้าก็หายไปพร้อมกับจดหมายที่เขียนไว้ว่าจะไปแสวงหาความแข็งแกร่งแล้วพาแม่เ้ากลับมาเท้านั้น"เฟยหรงได้ยินดังนั้นจิตใจของเขาก็พลันสั่งสะท้านราวกับถูกค้อนมาทุบที่ใจ พ่อของเขาต้องทรมานแค่ไหนกันใน่เวลานั้นเขาไม่อาจที่จะบรรยายได้