อึก อึกฮ้า“หากเราไม่รีบแข็งแกร่งขึ้นโอกาสรอดคงไม่เหลือแน่” หลังจากจัดการอาหารตรงหน้าเรียบร้อยแล้วเขาก็เริ่มสำรวจผลลัพธ์ที่ได้จากการสังหารเหล่ากลายพันธุ์อีกครั้ง
.................คุณมีพ้อยอยู่ 34 พ้อย .........................
34 พ้อย ? มันแสดงว่าช่วงเวลาที่เขาไล่สังหารพวกมัน เขาสามารถจัดการพวกมันได้มากถึง 34 ตัว แต่ที่น่าสงสัยที่สุดคือ ในตอนแรกตัวเขาเองคิดว่าโลกในตอนนี้ความแข็งแกร่งน่าจะอิงกับระดับเหมือนกับในนิยายที่เขาเคยๆอ่านมา ทว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับเป็นพ้อยที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งแทนการเพิ่มระดับ ซึ่งตลอดเวลาที่เขาไล่สังหาร แม้เขาจะได้ยินเสียงที่แจ้งถึงจำนวนพ้อยที่เขาได้รับ ทว่ากลับไร้ซึ่งเสียงแจ้งถึงระดับที่น่าจะมีวี่แววว่าจะเพิ่มขึ้น
ดังนั้นตอนนี้เขาพอจะสรุปได้คร่าวๆว่า ต่อให้สังหารพวกมันเท่าไหร่ก็จะไม่มีการเพิ่มระดับ หรืออีกความหมายหนึ่งคือมันไม่มีการเพิ่มระดับ แต่มันจะมีเพียงพ้อยที่เราสามารถนำไปอัพความสามารถต่างๆที่ร่างกายเรามี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของร่างกายให้สูงขึ้น อย่างเช่นการเคลื่อนไหว เมื่ออัพพ้อยเพิ่มการเคลื่อนไหวของร่างกาย ร่างกายก็จะมีความยืดหยุ่นและสามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมทั้งพละกำลังหากอัพเพิ่มก็จะมีกำลังมากขึ้น
ซึ่งในส่วนนี้หลังจากอัพพ้อยไปแล้วก็พอจะรับรู้ได้จากร่างกายที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เช่นกล้ามเนื้อเพิ่มมากขึ้นหลังจากอัพเพิ่มพละกำลัง หรือรู้สึกถึงร่างกายที่ยืดหยุ่นมากขึ้นเมื่ออัพการเคลื่อนไหว แต่กระนั้นการจะเพิ่มความสามารถเหล่านี้ก็จำเป็นจะต้องมีความกล้ามากพอที่จะเผชิญกับพวกมัน เพราะจากการไล่สังหารทำให้เขาทราบอีกว่าเมื่อสังหารได้ 1 ตัวก็จะได้รับพ้อยเพิ่ม 1 พ้อยแสดงว่า 1 พ้อยเท่ากับ 1 ตัว แต่ก็ยังคาใจอยู่ว่าหากเขาสามารถสังหารไอ้ตัวประหลาดนั้นได้เขาจะยังได้รับ 1 พ้อยอยู่เหมือนเดิมหรือไม่ หรือบางที่เขาอาจได้ 2 หรือ 3 พ้อยก็ได้
อัพพ้อยความสามารถต่อต้านเชื้อ 5 พ้อยอัพพ้อยความสามารถฟื้นฟูตนเอง 5 พ้อยอัพพ้อยความสามารถของร่างกายในด้านพละกำลัง 12 พ้อยอัพพ้อยความสามารถของร่างกายในด้านการเคลื่อนไหว 12 พ้อย
ทำการอัพพ้อยความสามารถต่อต้านเชื้อ 5 พ้อยเรียบร้อยแล้วปัจจุบันร่างกายสามารถต่อต้านเชื้อได้ 15 เปอร์เซ็นต์
ทำการอัพพ้อยความสามารถฟื้นฟูตนเอง 5 พ้อยเรียบร้อยแล้วขีดความสามารถในการฟื้นฟูตนเอง เพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์
ทำการเพิ่มพ้อยความสามารถของร่างกายในด้านพละกำลัง 12 พ้อยปัจจุบัน พละกำลังเพิ่มขึ้น 8.5 เท่า
ทำการเพิ่มพ้อยความสามารถของร่างกายในด้านการเคลื่อนไหว 12 พ้อยปัจจุบัน ความเร็วเพิ่มขึ้น 8.5 เท่า เมื่อลองพิจารณาถึงความสามารถในการเคลื่อนไหวและพละกำลังแล้วทั้งสองความสามารถนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะเท่าที่ทราบมาอีกอย่างคือความสามารถในการเคลื่อนไหว นอกจากทำให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น กอปรกับเพิ่มความยืดหยุ่นกับร่างกาย มันกลับช่วยเสริมสร้างการตอบสนองให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
ส่วนพละกำลังนั้นนอกจากเพิ่มกำลัง ความแข็งแรง ซึ่งความหมายก็ตรงๆตัวแล้ว มันยังช่วยเพิ่มความอึด ถึก ทนอีกด้วย ตัวอย่างก็ตอนใช้ตัดระยะ ซึ่งความสามารถนี้หากก่อนหน้าไม่ได้เพิ่มความสามารถด้านพละกำลัง ตัวเขาเองคงไม่สามารถใช้ติดๆกันได้หลายครั้งแน่นอน เพราะการใช้ตัดระยะแต่ละครั้งมันกินกำลังและสมาธิไปมากกว่าที่คิด เนื่องจากร่างกายมนุษย์ปกติย่อมไม่สามารถปรับทันตามการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วแบบนั้น ดังนั้นการเพิ่มขีดความสามารถของด้านพละกำลังและความเร็วจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก หรืออีกนัยหนึ่งหลังจากอัพความสามารถทั้งสองไปแล้วร่างกายก็เริ่มมีการปรับขีดความสามารถมากยิ่งขึ้น เพื่อความสมดุลของร่างกาย
ทว่าเขากลับสงสัยกับความสามารทางด้านสติปัญญา ซึ่งหากเขาอัพพ้อยไปแล้ว เขาจะฉลาดขึ้นหรือป่าว แต่กระนั้นเขาก็ระงับความอยากรู้ไว้ก่อน เพราะอย่างแรกการมีชีวิตรอด ณ ตอนนี้จำเป็นอย่างมากที่จะต้องพึ่งพาความสามารถทางด้านพละกำลังและความเร็ว ส่วนประการที่สองหากอัพพ้อยไปที่สติปัญญาแล้วเพิ่มความฉลาดได้จริง ตอนนี้ก็ยิ่งไม่จำเป็นเพราะต่อให้ฉลาดแค่ไหนหากไร้ซึ่งกำลังที่จะทำได้ก็เท่านั้น อีกอย่างตัวเขาเองก็คิดว่าความฉลาดของตัวเขาเองในปัจจุบันก็ถือว่าโอเคอยู่นะ
และอีกเรื่องที่น่ายินดีปนผิดหวังเล็กๆคือ ความสามารถที่ได้รับมาทั้งสองอย่างนั้น คือตัดระยะกับสัมผัสรับรู้ ความสามารถพวกนี้แม้มันจะระบุไว้เป็นระดับ 4 แต่จากการใช้งานมาอย่างหนักตลอดวัน เขาก็ยังไม่เห็นว่ามันจะยกระดับไปไหนเลย แสดงว่าความสามารถนอกเหนือที่มีอยู่แล้วในร่างกายนั้นอาจจะไม่สามารถอัพขีดความสามารถเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้แน่นอน เนื่องจากบางทีในอนาคตอาจมีความสามารถบางอย่างที่ได้รับมาสามารถเพิ่มขีดความสามารถได้เหมือนกับความสามารถต่างๆที่คล้ายกับความสามารถของทางร่างกาย ด้วยเหตุนี้หัวข้อนี้จึงยุติและเลิกคิดไปก่อน ซึ่งหากตอนนี้เขารอดไปไม่ได้ก็ไม่ต้องคิดถึงเรื่องพวกนี้เลย
ยินดีด้วย สามารถทำการสังหารเหล่ากลายพันธุ์ได้ครบจำนวน 10 ตัวได้รับ การ์ดเสียงโชคระดับทองแดง
ไม่ต้องรอให้สงสัยนานก็ทราบทันทีจากเสียงที่ได้ยินกับอีกเรื่องคือ เจ้าการ์ดเสี่ยงโชคที่เขาได้รับมาก่อนหน้านั้น เขาอาจจะได้รับมันอีกหรืออาจไม่ได้รับอีกก็ได้ เพราะในตอนแรกที่บอกว่าเขาผ่านเงื่อนไขที่กำหนดเขาจึงได้รับการ์ดเสี่ยงโชคมา ทว่าเขาก็ไม่รู้ว่าเงื่อนไขที่ว่านั้นมันสิ้นสุดหรือยัง ทว่าตอนนี้ก็สามารถยืนยันได้แล้วว่าเงื่อนไขที่สามารถสังหารเหล่ากลายพันธุ์ได้ 10 ตัวแล้วจะได้การ์ดเสี่ยงโชคสีทองแดงนั้น เป็นเงื่อนไขที่ยังคงเดิม คือ หากเขาสามารถสังหารพวกกลายพันธุ์ได้ทุกๆ 10 ตัวเขาก็จะได้รับ การ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดง 1 ใบต่อ 10 ตัวนั่นเอง
การ์ดลักษณะเดียวกันจำนวน 3 ใบได้ลอยลงมาบนมือของเขา ซึ่งถือเป็นการยืนยันความคิดของเขาได้เป็นอย่างดี ส่วนเงื่อนไขแรกที่ได้รับ การ์ดเสี่ยงโชคระดับทอง นั้นก็ต้องรอดูเวลาให้ครบ 24 ชั่วโมงเสียก่อน ถึงจะทราบว่ายังเป็นเหมือนเดิมหรือไม่
และสิ่งที่อยู่ในมือของเขาตอนนี้ เปรียบเสมือนความหวังและหนทางต่อชีวิตน้อยๆของเขา เพราะการ์ดสีทองแดง 3 ใบนี้ เป็นดั่งใบเบิกทางสู่ความปลอดภัยและความแข็งแกร่งในอนาคตของเขาเช่นกัน และไม่รอให้เสียเวลา เขารีบทำการเปิดใช้งาน 1 ใน 3 ใบที่อยู่บนมือทันที
......เปิดใช้งาน......การ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดง
และภาพเหตุการณ์ที่การ์ดเหล่านี้แปลงร่างก็ดำเนินต่อไป จนเสร็จสิ้นกระบวนการในที่สุดเมื่อมันลอยกลับมาสู่มือของเขา ภาพที่ปรากฏบนตัวการ์ดนั้น มีลักษณะคล้ายมีดเล่มเล็กๆ คล้ายๆกับ มีดทำครัวหรือมีดปอกผลไม้?
ได้รับ....มีดปอกผลไม้สีรุ้ง...มีดปอกผลไม้ที่มีความคมเป็นอย่างมาก ช่วยในการปอกผลไม้ได้อย่างราบรื่น รวดเร็วและสวยงาม เมื่อใช้งานจะทำให้ความสามารถในการเคลื่อนที่ลดลงเหลือเพียง 1 เท่าแต่จะเพิ่มความสามารถทางด้านพละกำลังให้ 10 เท่า!
ความเงียบปกคลุมทั่วใบหน้าเขา ไม่สิต้องบอกว่า ณ ตอนนี้เวลานี้ เสมือนวิญญาณของเขาแทบจะหลุดออกจากร่างเมื่อทราบคุณสมบัติอันสุดโต่งของสิ่งที่เขาเพิ่งได้รับมา ความหวังก่อนหน้าที่เอ่อล้นกลับทลายลงอย่างฉับพลัน หลงเหลือแต่ความ งุนงง สับสน และความไม่อยากจะเชื่อ สะท้อนออกมาจากดวงตาของเขา ความคิดทั้งหมดหยุดชะงัก ขณะที่สายตาเริ่มเหม่อลอย ทว่ามือที่ถือการ์ดเจ้าปัญหาใบนี้กับเริ่มออกแรงกำมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดก็คลายลงเมื่อสติเริ่มกลับมา
ความหวังเริ่มกลับมาอีกครั้งเมื่อหันไปเห็นการ์ดสีทองแดงที่ยังเหลืออีก 2 ใบ เพราะยังไงเจ้าการ์ดเสียงโชคระดับทองแดงพวกนี้ก็มีอัตราเสี่ยงโชคที่จะได้ของดีๆเพียงแค่ 50 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้นหากมองอีกมุมหนึ่งมันก็ไม่ได้แย่มากมายเท่าไหร่ อย่างน้อยๆมันก็ช่วยให้เขาปอกผลไม้ได้สวยๆ ในเวลาที่เขาไร้ซึ่งของกินอย่างอื่น แต่ข้อดีของมันก็ยังมีอีกเรื่องคือมันสามารถเพิ่มความสามารถทางด้านพละกำลังได้ตั้ง 10 เท่าซึ่งถือว่าสูงมาก ดังนั้นหากมองในแง่ดีมันก็มีโอกาสช่วยเหลือเขาได้ในยามที่จำเป็น แม้ความสามารถในการเคลื่อนไหวของเขาจะเหลือเพียง 1 เท่าก็ตาม เพราะความเป็นจริงแล้วแม้แต่เข็มเล่มเล็กๆก็สามารถใช้ฆ่าคนได้ ที่สุดแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้งานเองว่าสามารถประยุกต์ใช้งานมันได้ยังไง และเพื่อดับความสิ้นหวังก่อนหน้า เขาจึงไม่รีรออะไรและรีบทำการเปิดใช้งานการ์ดบนมืออีกใบทันที
...เปิดใช้งาน....การ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดง
ได้รับ...กระเป้าโนแบน 1 ใบ... กระเป๋าใบนี้แม้ภายนอกอาจดูธรรมดา แต่ภายในนั้นกว้างสุดสายตาจะประมาณ สามารถเก็บสิ่งใดก็ได้ทุกอย่าง ยกเว้นสิ่งที่มีชีวิต ภายในกระเป้าเสมือนมิติที่ 4 มีพื้นที่แบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดกว้าง * ยาว ประมาณ 5 * 5 กิโลเมตร
อัยย่ะโคตรแหล่มความคิดสุดบรรเจิดประกายแวบขึ้นมา เนื่องจากเมื่อก่อนที่เขาได้อ่านนิยายพวกแนวๆแฟนตาซีหรือแนวกำลังภายใน ในนิยายพวกนี้เคยกล่าวถึงของบางสิ่งที่มีความสามารถคล้ายกับเจ้ากระเป้าใบนี้เพียงแต่มันแตกต่างกันตรงที่ ในนิยายมักจะเป็น แหวน ทว่าความเป็นจริงที่เขาพบมันดันเป็นกระเป้า แม้เขาจะดีใจที่ได้รับมันมา แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่ามันแปลกๆ ซึ่งแปลกยังไงเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน
“ก็นี่มันคือความจริงจะไปอิงกับนิยายได้ยังไงกันละ”
“พอลองเทียบกับของก่อนหน้า อย่างน้อยเจ้ากระเป้าใบนี้มันก็มีประโยชน์มากกว่า 100 เท่าละนะ เพราะประเด็นจริงๆมันทำให้เขาสามรถเก็บอาหารตุนไว้ได้นาน ทำให้เขาไม่อดตายเพราะท้องหิวแน่นอน เปรียบดั่งกองทัพต้องเดินด้วยท้อง อีกอย่างมันก็ดูเก๋ดี แหะ แหะ" หลังพูดปลอบใจตัวเองได้สักพักเขาก็หันไปเปิดใช้งานการ์ดอีกใบ โดยตอนนี้เขาไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงคิดแค่ว่าได้ ดีกว่าไม่ได้ละนะ
...เปิดใช้งาน....การ์ดเสี่ยงโชคระดับทองแดงได้รับ...ความสามารถประสาทสัมผัส... เพิ่มประสิทธิภาพประสาทรับรู้ในการมองเห็น การได้ยินและการดมกลิ่นมากขึ้น 10 เท่า "Passive Skill"
ตะลึงตะลึงตะลึงความตื่นเต้นกลับคืนมาอีกครั้ง เพราะความสามารถที่ได้รับนั้นนับว่าดีเยี่ยม โดยเฉพาะการมองเห็นและการได้ยินนั้น ถือเป็นสิ่งที่วิเศษมากๆ เพราะยิ่งสามารถรับรู้สิ่งผิดปกติได้มากเท่าไหร่ยิ่งมีโอกาสรอดมากขึ้นเท่านั้น และการได้ยินก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการระวังภัยรอบด้านได้อย่างดีเยี่ยม
ส่วนการมองเห็นนั้นก็ต้องบอกเลยว่าแม้มันจะไม่เยี่ยมเท่ากับการได้ยิน ทว่ามันก็มีข้อดีที่ถือว่าเป็นจุดเด่นเลยก็ว่าได้นั่นคือ การสอดส่อง หรือจะเรียกว่าการสังเกตการณ์ เพราะในกรณีที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายนั้นการมองเห็นได้ไกลและกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ทำให้สามารถรับรู้การเคลื่อนไหวของศัตรูหรืออันตรายที่ย่างกรายเข้ามาได้ เสมือนมีกล้องส่องทางไกลติดตัวอยู่ตลอดเวลา
แต่กลับการดมกลิ่น แม้ประสิทธิภาพจะถือว่าดีมากเมื่อเทียบกับมนุษย์ แต่หากเทียบกับสัตว์ เช่นสุนัขก็ถือว่ายังห่างไกลกันมาก อีกทั้งความจำเป็นหรือความสำคัญนั้นยังน้อยกว่าสองอันแรกอยู่มากโข แต่ก็ถือว่าดีกว่าไม่ได้ เพราะโดยส่วนตัวประสาทการดมกลิ่นที่เพิ่มขึ้น 10 เท่านั้นมันก็ยังมีข้อดีในเรื่องของการรับรู้ที่มากกว่าคนทั่วๆไป และสักวันคงจะต้องได้ใช้ความสามารถนี้อย่างแน่นอน
รับความสามารถประสาทสัมผัสประสาทรับรู้ในการมอง การได้ยินและการดมกลิ่นมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น 10 เท่า
หลังเสียงแจ้งเตือน ภาพที่เห็นกลับพร่ามัว ไม่ชัด ยิ่งทำให้เขาสับสน ทว่ากลับจำต้องเขกหัวตัวเองด้วยความที่ลืมคิดไปว่าตนเองนั้นเมื่อก่อนเป็นคนสายตาสั้น โดนตอนแรกก็มักจะสวมแว่นตาอยู่เป็นประจำ ทว่าเมื่อสองปีก่อนเกิดฉุกคิดได้ว่าบางครั้งเวลาสวมแว่นมันไม่ค่อยสะดวก ทำให้เขาทำอะไรหลายๆอย่างไม่คล่องตัว ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนไปใส่คอนแทคเลนส์แทน จนตอนนี้ก็ยังใส่อยู่เป็นประจำ
"สะ สุดยอด"ภาพที่เห็นหลังถอดคอนแทคเลนส์ออกนั้น เสมือนภาพเหล่านั้นมีความคมชัดแบบ HD ไม่สิ มันชัดมากกว่า HD มากๆ เพราะตัวเขานั้นสามารถมองเห็นได้ชัดถึงขนาดรูขุมขนเลยก็ว่าได้ แถมภาพเหล่านั้นยังเฉียบคมแบบชัดเว่อๆ
หลังจากศึกษาความสามารถใหม่ๆที่ได้รับมาจนจุใจแล้ว เวลาก็ล่วงเข้า 23.30. น ด้วยความเหนื่อยล้าตลอดสองชั่วโมงทำให้เขาไม่อาจฝืนทนความอ่อนเพลียได้อีกต่อไป จนในที่สุดก็พล็อยหลับไปในสภาพนั่งพิงกำแพงทั้งอย่างนั้น
แสงสว่างยามเช้าส่องรอดช่องเล็กเข้าสู่ห้องที่เขาอยู่ ขณะนี้เขาได้ตื่นและอยู่ในสภาพที่พร้อมแล้วตั้งแต่ 8.00 น และเวลานี้ก็เป็นเวลา 9.00 น. ซึ่งเขาได้ตัดสินใจว่าจะอาศัยช่วงเวลานี้เพื่อหาทางหลบหนีและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เพื่อกรุยทางรอดของตัวเองให้มากที่สุด และเนื่องจากภายในห้องที่เขาอยู่นั้น น่าจะเรียกได้ว่าเป็นห้องครัวก็ว่าได้ เพราะก่อนเข้ามาในห้องนี้ เขาเห็นสภาพร้านเหมือนร้านขายอาหาร แต่ไม่ว่าร้านนี้จะยังไงก็ตาม สิ่งสำคัญตอนนี้คือภายในร้านแห่งนี้ประกอบด้วยมีดเล่มเล็กๆเป็นจำนวนมาก รวมถึงเขายังพบมีดจำพวกอีโต้ หรือมีดที่มีขนาดความยาวพอเหมาะสำหรับใช้ในงานตัด เฉือน วัตถุดิบจำพวกเนื้อ ผักและอื่นๆ
โดยไม่รีรอ เขาเก็บมีดพวกนั้นเข้ากระเป้าโนแบนที่สะพายพาดมาอยู่ด้านหน้าของเขาทันที่ เพราะเขาคิดว่าของพวกนี้จำเป็นสำหรับการต่อสู้ในอนาคตอย่างแน่นอน อีกทั้งเขายังไม่ลืมเก็บเสบียงที่สามารถเก็บได้ภายในร้านยัดเข้ากระเป้าของเขาเพื่อตุนเป็นอาหารสำรอง และนับจากนี้เขาก็จะพยายามเก็บอาหารแห้งและเครื่องดื่มที่พบเจอตุนไว้ให้มากที่สุดเผื่อเวลาที่เขาเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันและจำเป็นต้องมีเสบียงเพื่อต่อชีวิตของเขา
เมื่อทุกอย่างพร้อมเสร็จสรรพ เวลาของการหลบหนีและไล่ล่าก็มาถึงอีกครั้ง หลังจากพยายามยกของต่างๆที่กั้นทางออกไว้จนหมด และด้วยความระมัดระวังก่อนออกจากห้องเขาก็ทำการสอดส่องความเป็นไปภายนอกห้อง โดยสังเกตการณ์จากทั้งเสียงและการมองเห็นผ่านช่องเล็กๆ เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยเขาก็ได้เปิดประตูออกมาอย่างแผ่วเบา แล้วรีบพุ่งตัวออกมาอย่างรวดเร็ว
แต่ทว่าภัยร้ายที่มิอาจคาดคิดกับบังเกิดขึ้นกับเขาอีกครั้ง เมื่อเขาพ้นจากร้านมาได้ไม่กี่นาที เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ซึ่งไม่อยากจะเจอกลับพบเจออีกครั้งด้วยความบังเอิญ แถมประจวบเหมาะกับที่เจอมันในเวลาแบบนี้เหมือนตอนนั้นเปรียบ
กรร
End

พิมพ์คำอธิบายที่นี่