บทที่ 3
พาส | คีย์รัว (ต่อ)
“ตาคีย์เป็ไร เลิ่กลั่กมาแต่ไกลเชียว ไปเอารูปแค่นี้” น้าหมอถามผมพลางทำสีหน้างุนงงกับปฏิกิริยาของผม จะไม่เลิ่กลั่กได้ไงเกิดมาไม่เคยจูบกับผู้ชายด้วยกัน เคยแต่กับสาว ๆ เล่นผมใเกือบต่อยหน้าแม่งไป แต่ที่ทำให้เลิ่กลั่กหนักกว่าเดิมก็เพราะอยู่ ๆ หัวใจผมก็เต้นรัวเป็กลอง ไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แวบแรกที่สายตาผมสบเข้ากับไอ้หน้าจืด มันเหมือนมีอะไรสักอย่างสะกดให้ผมหยุดมองดวงตาคู่นั้นไม่ได้
“เออ..แล้วทำไมไม่ชวนลูกน้องเข้ามาข้างในละ ข้างนอกร้อนจะตายสงสารเขา” และก็เป็น้าสาวของผมที่เอ่ยขึ้นหลังจากที่ผมยืนนิ่งไม่ตอบคำถามก่อนหน้านี้ของเ้าหล่อน
“อย่าไปสนใจมันเลยน่า รีบไปตรวจเอกสารให้เสร็จกันดีกว่า ผมอยากทำงานใจจะขาดแล้ว” ผมเปลี่ยนเื่ทันทีเพราะไม่อยากสนใจไอ้คนที่ยืนรอผมข้างนอก เห็นหน้าแม่งชวนให้นึกถึงภาพเมื่อกี้ก็ขึ้นมาเลย
“นี่!! ไปเรียกเขาเข้ามาเดี๋ยวนี้เลย ถึงจะเป็ลูกน้องก็ใช่ว่าเราจะปล่อยให้เขายืนตากแดดอยู่แบบนั้นได้นะ” น้าหมอพูดเสียงเข้มเพราะรู้ทันว่าผมกำลังเปลี่ยนเื่คุย ก่อนจะดึงซองใส่รูปจากมือผมไป ผมจึงจำใจต้องเดินไปที่ประตูพลางเปิดออกทำให้อีกฝ่ายหันมามองด้วยความสงสัย
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ชิ!! หงุดหงิดเป็บ้า ไอ้ห่า!!กูใแทบตายแต่ไอ้เวรนี่ดูมันจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ยังมีหน้ามายืนจ้องผมหน้านิ่ง
ผมรีบปรับสีหน้าที่ดูเลิ่กลั่กให้ดูเป็ปกติก่อนจะเอ่ยชวนให้มันเข้ามานั่งรอด้านใน
“เข้ามารอข้างในดิ น่าจะอีกนานเดี๋ยวมึงจะเป็ลมแดดตายซะก่อน” ผมว่าพลางพยักพเยิดศีรษะเพื่อเป็การบอกให้มันเข้ามาด้านใน
“ไม่เป็ไรครับ” มันพูดเสียงนิ่งแม่งน่าหงุดหงิดฉิบหายมึงจะขรึมทำพระแสงอะไรนักหนา ผมไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด จึงเอื้อมมือไปดึงเสื้อสูทของแม่งให้เข้ามาด้านใน แต่ด้วยจังหวะที่มันกำลังหันกลับไปอีกทางเลยทำให้ผมเสียหลักเซเข้าหามัน จนเกือบจะล้มไปด้วยกัน แต่ด้วยเพราะมันฝึกมาอย่างดีมั้งนะ มันกลับแค่เซนิดหน่อยก่อนจะคว้าเอวผมไว้พลางดึงเข้าหาตัวมันก่อนที่ผมจะหงายหลังไป
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ!?” มันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงใเล็ก
เคร่ง!!
แต่อะไรก็ไม่นรกเท่าจังหวะที่น้าหมอและพยาบาลผู้ช่วยเดินออกมาและเจอผมกับมันในสภาพนี้พอดี พากันมือไม้อ่อนทำของที่อยู่ในมือหล่นเสียงดัง ผมจึงรีบดีดตัวขึ้นยืน ก่อนจะผลักไอ้หน้าจืดออกให้ห่างจากตัวผมพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
“เอ่อ…นะ...น้าขอโทษนะ เดินออกมาจังหวะแย่จัง เดี๋ยวน้าไปคุยเคสกับพยาบาลตรงนู้นแล้วกันเนาะ แฮะ ๆ ไม่เป็ไรน้าเข้าใจ” น้าหมอพูดแล้วทำหน้าเขิน
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะน้าสร เมื่อกี้ผมบอกให้มันเข้ามาแต่มันไม่ยอมผมก็เลยดึงเสื้อมัน แต่ดันเสียหลัก..” ผมอธิบายเป็ชุดคือพูดเร็วอย่างกับรัวกลองกันไปเลยจ้า
“น้าเข้าใจ ๆ” น้าหมอทำหน้ายิ้มกริ่มพยักรับว่าเข้าใจเหตุผลที่ผมแจงแต่สีหน้ากับแววตาคือตรงข้ามกันเลย
“เข้ามารอด้านในดีกว่าเนาะ แอร์เย็น ๆ เดี๋ยวหมอให้เด็กเอาน้ำเย็นมาเสิร์ฟนะคะ” น้าหมอหันกลับไปพูดกับไอ้คนข้าง ๆ ที่กำลังยืนทำหน้านิ่งไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“ว่าแต่ชื่ออะไรเหรอจ๊ะ? ไหน ๆ เดี๋ยวพอตาคีย์มาเริ่มงานที่นี่ก็ต้องเจอหน้ากันบ่อย ๆ อยู่แล้ว”
“ปุณครับ” มันพูดพลางยิ้มรับด้วยความนอบน้อม ก่อนที่น้าผมจะพามันเดินไปนั่งที่โซนรับแขก
“น่าจะรุ่น ๆ เดียวกับตาคีย์แน่เลย เก่งนะเนี่ยทำงานเป็บอดี้การ์ด” เหมือนผมถูกน้าทิ้งเลยตอนนี้น้าหมอดันไปนั่งสัมภาษณ์ไอ้บ้านั้นแทนที่จะเป็ผม สรุปนี้ใครมาสมัครงานกันแน่ ฮะ!! แล้วดูมันคุยกับน้าผมแถมมียิ้มให้บางๆ ผิดกลับก่อนหน้านี้ลิบลับ
“เอาล่ะเดี๋ยวคีย์รอน้าสักพักนะ พอดีมีเคสด่วนเข้ามาขอไปจัดการก่อน” ผมฟังแล้วพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนที่พยาบาลผู้ช่วยจะนำกาแฟ น้ำ และขนมมาเสิร์ฟเพื่อให้ผมกับไอ้หน้าจืดกินกันระหว่างรอ
“มึงชื่อไรนะ เมื่อกี้กูได้ยินไม่ถนัด?” ผมถามมันจริง ๆ ก็รู้แหละว่ามันชื่อปุณ แต่ทำเป็ถามไปงั้นแหนะ
“ปุณครับ” มันตอบหน้านิ่ง ไอ้บ้านี่สีหน้าเดายากฉิบหาย ผมแม่งดูไม่ออกเลยเว้ยว่ามันคิดอะไร ต่างจากลูกน้องพ่อคนอื่น ๆ หลังจากที่เคลียร์ธุระเื่สมัครงานจบ ผมก็บึ่งรถตรงไปยังบาร์เล็ก ๆ ของเพื่อนสนิทที่ผมยังพอเหลืออยู่ในชีวิต คือมันก็ทำงานที่คลินิกน้าหมอด้วยเหมือนกัน แต่นอกจากอาชีพหมอมันยังฝันอยากเป็คนขายเหล้า และมันก็ทำจริง ๆ โดยอ้างเหตุผลว่าเพราะมันชอบกินเหล้าก็เลยเปิดร้านเหล้าซะเลยใครห้ามก็ไม่ฟังขนาดพ่อแม่มันนี่ยังอ่อนใจเลย
**********
#บาร์เล็กๆ ของหมอกร
“อ่าว ไปไงมาไงครับเนี่ยนายน้อย เดี๋ยวนี้มีผู้ติดตามแล้วเหรอวะ?” มาถึงก็ได้ยินหมาเห่าก่อนเลยเป็อย่างแรกแม่งไอ้นี่ขี้เสือก
“อือ ่นี้มันเป็่ที่กูกำลังจะขึ้นรับ่จากป๊าว่ะ ป๊าเลยส่งคนมาตามกูเข้มเลย” ผมเอ่ยแบบเซ็ง ๆ ไอ้กรยิ้มทำหน้าเ้าเล่ห์ก่อนจะถามผมเสียงเบา ๆ ว่า
“บอดี้การ์ดมึงนี่หล่อใช้ได้เลยนะเว้ย ป๊ามึงไปเอามาจากไหนวะกูจะได้ไปหาบ้าง” บอกก่อนเลยนะครับไอ้กรมันเป็เกย์ ที่ผมรู้จักกับมันได้ก็เพราะแม่งมาจีบผมนี่แหละ แต่พอมันรู้ว่าผมชอบผู้หญิงมันก็กลายมาเป็เพื่อนผมจนถึงทุกวันนี้
“ชื่อไรวะ บอกได้ป่ะ!?” ยัง ๆ ไม่เลิกกระซิบถาม
“มันชื่อปุณ”
“หื้มมม~ ชื่อน่ารักด้วยนะเนี่ย เขามีแฟนยังวะ?” ยังๆๆ ไม่หยุด
“ไม่รู้กูก็เพิ่งเจอมันเมื่อวานนี้เอง” ผมก็ตอบแบบตัดรำคาญ
“งั้นกูจีบ” แม่งจะเอาให้ได้แน่ ๆ กูว่า
“เื่ของมึง แต่มึงรู้เหรอว่ามันเป็ชายแท้หรือเกย์อะ?” ผมถามอย่างสงสัย
“หึ!! รู้จักคำว่าผีเห็นผีมั้ยวะ แต่แค่ไม่แน่ใจว่าเป็รุกหรือรับเท่านั้นแหละ” เฮ้อ ความเพื่อนอะครับแม่งชอบมโนว่าคนนั้นคนนี้เป็เกย์ไปซะหมด ขนาดผมแม่งยังไม่เว้นเลยในขณะที่ผมกำลังคุยอยู่กับไอ้กร จู่ ๆ ไอ้ปุณก็เดินเข้ามาประชิดตัวผม
“นายน้อยครับ ผมว่าเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะครับ” มันพูด
“อะไร นี่ร้านเพื่อนกูไม่มีใครมาทำอะไรหรอก อะเอาไปแดกไป” ผมพูดสวนพลางยื่นแก้วเหล้าชวนให้มันมาร่วมวง
“ผมไม่ดื่มเวลางานครับ” มันตอบเสียงเรียบ
ปัง!! ปัง ปัง ปัง!!
ทันใดนั้นอยู่ ๆ เสียงสาดะุปืนก็ดังมาจากไหนไม่รู้โชคดีที่ปุณมาดึงผมมาหลบหลังเคาน์เตอร์ได้ทัน ก่อนจะดึงปืนพกใต้สูทออกมาแล้วยิงสวนศัตรูตรงข้ามอย่างแม่นยำ ดับไป 4 เหลืออีก 2 แม่งโหดฉิบ!! จากนั้นอีก 2 คนก็ตรงเข้ามาจะทำร้ายผมอีก ปุณมันก็เข้ามาขวางแล้วสวนกลับด้วยหมัดที่ผมโดนแบบเมื่อคืน ตามด้วยลูกเตะ ศอก และเข่า อีกบลาๆ ผมว่าผมสายดำเทควันโดแล้วนะ ไอ้บ้านี้สงสัยจะเป็ศิษย์พี่บัวเขียวนักมวยแชมป์โลก
ตุบ!!ตับ!! ผลัวะ!! ป๊าบ!! ปัง!! ปังๆ!!
“ฉิบหายแล้วร้านกู ที่หลังมึงไม่ต้องมาเลยนะไอ้เพื่อนเวร ถ้ามาแล้วร้านกูจะพังขนาดนี้ แม่ง!!” ไอ้กระโด่าผมในระหว่างที่พวกนั้นกำลังต่อสู้กัน
ปัง!!
เสียงปืนนัดนี้ดังเข้ามาใกล้ๆ เมื่อผมเงยหน้าก็เห็นปุณโดนยิงที่แขนข้างซ้าย ผมจึงตัดสินใจหยิบมีดที่หลังบาร์ไอ้กร ก่อนจะปาไปทางไอ้คนที่กำลังจะมาทำร้ายผม ปลายมีดพุ่งตรงไปที่ต้นคอด้านซ้ายตัดเส้นเืใหญ่ ทำให้มันทรุดตัวลงดับสนิท
“แฮ่กๆ ..เจ็บตรงไหนมั้ยครับ!?” บอดี้การ์ดหน้าจืดเอ่ยถามพลางกุมแขนตัวเองไม่ให้เืไหลออกมาเยอะ
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะ!! ไอ้กรรีบโทรหาพี่โจทีบอกให้ตามหมอมาด้วย!!” ผมรีบสั่งเพื่อนที่ตอนนี้กำลังสติแตกเพราะร้านพังเสียหาย ส่วนผมรีบวิ่งเข้ามาดูและปฐมพยาบาลให้กับไอ้หน้าจืดเบื้องต้นก่อน
จบพาส | คีย์รัว
โปรดติดตามตอนต่อไป..