บทที่ 11 เลขาสาวเ้าเล่ห์
เลขาหลี่คนนี้อยู่ในชุดทำงาน แต่แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์
ชุดทำงานของเธอดูจะถูกแก้ให้เล็กลงหนึ่งไซส์ ทำให้่เอวของเธอดูรัดรูป แต่ขนาด่อกกลับหลวมเป็พิเศษ หน้าอกอวบอิ่มของเธอเหมือนจะทะลักออกมาได้ตลอดเวลา และเธอยังจงใจสวมเสื้อคอลึกไว้ด้านใน ทำให้ร่องอกของเธอดูโดดเด่นสะดุดตา
มองลงไปด้านล่าง ต้องยอมรับว่าเลขาหลี่คนนี้มีข้อได้เปรียบเื่ความสูง ขาทั้งสองข้างของเธอเรียวยาว สวมกระโปรงสีดำและรองเท้าส้นสูงปลายแหลมส้นเข็ม
ชุดที่ใส่นั้นดึงดูดสายตามาก แต่ในสายตาของถังโย่วโย่วแล้ว มันก็แค่สไตล์การแต่งตัวของผู้หญิงที่มีเล่ห์เหลี่ยมชัด ๆ
พอนึกถึงคุณป้าที่บ้านที่รู้จักแต่กินดื่มและเที่ยวเล่นทั้งวัน…
หัวใจของหลิวชิงช่างกว้างใหญ่จริง ๆ ข้างกายของชางโหยวมีปีศาจจิ้งจอกตัวใหญ่ขนาดนี้ แต่เธอกลับยังไม่รู้ตัว
ทว่าก็เป็เพราะชางโหยวตามใจหลิวชิงมากเกินไป
หลังแต่งงานกันมาหลายปี หลิวชิงไม่เคยเข้าบริษัทเลยสักครั้ง เธอจึงย่อมไม่รู้ถึงการมีตัวตนของเลขาหลี่คนนี้
แต่คนอย่างถังโย่วโย่วไม่ใช่ของประดับ
ถ้าเลขาหลี่อยากจะยั่วยวนลุงของเธอ ก็ต้องดูว่าเธอจะยอมหรือเปล่า
"เลขาหลี่ วันนี้งานของคุณคือดูแลโย่วโย่วให้ดี ไม่ต้องสนใจเื่อื่น ต้องตอบสนองทุกความ้าของโย่วโย่ว เข้าใจไหม" ชางโหยวยืนอยู่ข้าง ๆ ถังโย่วโย่ว มือถือแฟ้มเอกสารพูดกับเลขาหลี่ น้ำเสียงของเขาฟังดูไม่มีความรู้สึกอะไร
ส่วนเลขาหลี่ที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องทำงานก็เห็นภาพที่น่าใ บนที่นั่งของประธานชางมีเด็กผู้หญิงตัวน้อยกำลังดื่มนมอยู่?
เลขาหลี่เป็คนฉลาด เธอรู้ทันทีว่าเด็กผู้หญิงคนนี้ต้องไม่ธรรมดา บางทีอาจจะเป็ลูกนอกสมรสของประธานชาง
เธอรีบตอบด้วยน้ำเสียงเขินอาย "ค่ะ ประธานชาง ฉันเข้าใจแล้ว"
เมื่อได้ยินคำตอบของเลขาหลี่ ชางโหยวก็ถือแฟ้มเอกสารพลางก้มหน้าลงกำชับถังโย่วโย่วอย่างใจเย็นสองสามประโยค ก่อนจะเตรียมออกจากห้องทำงานไปประชุม
แต่เขาเพิ่งจะเดินผ่านเลขาหลี่ไปก็ได้ยินเลขาหลี่ร้องเรียกเบา ๆ
"ประธานชางรอสักครู่ค่ะ ยังมีเอกสารอีกชุดที่ฉันยังไม่ได้ส่งให้คุณ"
หลังจากพูดประโยคนั้นจบ เธอก็ก้มหน้าเดินออกจากห้องทำงานผ่านหน้าชางโหยว แล้วเดินไปยังโต๊ะเล็ก ๆ ของเธอ ก้มตัวลงหยิบเอกสารบนโต๊ะท่ามกลางสายตาของทุกคน
ประตูห้องทำงานไม่ได้ปิด สายตาทุกคู่มองโต๊ะของถังโย่วโย่ว ดังนั้น ถังโย่วโย่วจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเห็นภาพเลขาหลี่ที่จงใจยื่นก้นออกมา
กระโปรงของเธอสั้นอยู่แล้ว พอก้มลงแบบนี้ก็ทำให้คนรู้สึกว่าอีกนิดเดียวก็จะเห็นกางเกงในของเธอแล้ว
ภาพที่เห็นตรงหน้านี้ทำให้ผู้ชายรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
เห็นได้ชัดว่าเลขาหลี่คนนี้มีระดับสูง เธอรู้ดีว่าอะไรที่ผู้ชายทนไม่ไหวที่สุด
ดวงตากลมโตของถังโย่วโย่วหรี่ลงเล็กน้อย
ดีจริง ๆ ขนาดต่อหน้าเธอ อีกฝ่ายยังกล้าทำขนาดนี้ แล้วลับหลังนางจิ้งจอกตัวนี้จะยั่วยวนลุงของเธอขนาดไหน เธอโยนกล่องนมสตรอว์เบอร์รีลงบนโต๊ะทำงาน ขาสั้น ๆ ลุกขึ้นจากที่นั่ง แล้วก้าวขึ้นไปบนเก้าอี้ของชางโหยว ถังโย่วโย่วเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเด็กเล็ก "ลุงคะ!"
"หืม?" ได้ยินเสียงของถังโย่วโย่ว ชางโหยวก็รีบหันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าห่วงใย "เป็อะไรหรือ? โย่วโย่ว"
ถังโย่วโย่วทำปากยื่น "คุณลุงรีบไปประชุมเถอะ แล้วก็รีบกลับมาเร็ว ๆ นะคะ"
"ได้ ๆ ๆ ลุงจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย" เขายิ้มให้ถังโย่วโย่ว จากนั้นชางโหยวก็หันไปพูดกับเลขาหลี่ด้วยน้ำเสียงเ็าว่า "รีบเอาเอกสารมาให้ผมเร็ว ๆ"
"...ได้ค่ะ"
เลขาหลี่ที่กำลังจะอวดรูปร่างอันน่าภูมิใจของเธอต่อหน้าชางโหยวต่อ แต่กลับถูกเด็กสาวคนนี้ขัดจังหวะเสียได้ เธอแอบชำเลืองมองถังโย่วโย่วแล้วยิ้มเขินอายให้ชางโหยว พร้อมส่งเอกสารให้เขา
พอได้รับเอกสารแล้วชางโหยวก็เดินออกจากห้องทำงานไปทันที
หลังจากเขาไป ในห้องทำงานจึงเหลือเพียงเลขาหลี่กับถังโย่วโย่วสองคนเท่านั้น
เมื่อชางโหยวเดินจากไป เลขาหลี่ก็เก็บรอยยิ้มบนใบหน้า เธอเดินตรงไปที่โต๊ะทำงาน มองถังโย่วโย่วที่ยืนอยู่บนนั้นสองสามครั้ง แล้วใช้สายตาดูถูกสำรวจเธอั้แ่หัวจรดเท้าก่อนเอ่ย "เด็กน้อย เธอเป็ใครกัน?"
ถังโย่วโย่วมองเธอ สังเกตเห็นแววดูถูกในสายตาของอีกฝ่าย เธอจึงใช้สายตาแบบนั้นตอบโต้กลับไป แต่เพราะถังโย่วโย่วมีใบหน้าที่น่ารักนุ่มนิ่ม สายตาดูถูกของเธอในสายตาของเลขาหลี่จึงดูเหมือนเด็กผู้หญิงตัวน้อย ๆ กำลังมองเธอด้วยสายตาน่ารักเท่านั้น
"มันเกี่ยวอะไรกับคุณล่ะ?" ถังโย่วโย่วไม่อยากสุภาพด้วย
"เด็กน้อยคนนี้ช่างไร้มารยาทจริง ๆ พูดจาแบบนี้ได้ยังไง" เลขาหลี่ถือตัวว่าเป็คนมีศักดิ์ศรี ในใจเธอมีอคติกับถังโย่วโย่วว่าเป็ลูกนอกสมรสมาั้แ่แรก ดังนั้นเธอจึงยิ่งดูถูกเด็กหญิงมากขึ้นไปอีก
แม้ว่าเลขาหลี่จะถือตัว แต่เธอก็มีมาตรฐานสองอย่าง เธออยากจะยั่วยวนชางโหยวแต่กลับดูถูกการเป็ภรรยาน้อยและการมีลูกนอกสมรส ดังนั้น เป้าหมายั้แ่แรกของเลขาหลี่คือการได้เป็ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย
ตอนนี้เธอคิดว่าถังโย่วโย่วเป็ลูกนอกสมรส จึงเชื่อว่าชางโหยวต้องมีผู้หญิงคนอื่นข้างนอก เธอไม่คิดว่าจะมีคนอื่นชิงตำแหน่งไปก่อน ท่าทีที่มีต่อถังโย่วโย่วจึงไม่ดีเอาเสียเลย
"หนูจะมีมารยาทหรือไม่มันเกี่ยวอะไรกับคุณคะ? อย่าลืมสิว่าคุณก็แค่เลขาคนหนึ่งเท่านั้นแหละ"
ถังโย่วโย่วกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ กอดอก ท่าทางคล้ายเ้านายตัวน้อย
คำพูดของเธอทำให้เลขาหลี่พูดไม่ออก เธอไม่คิดว่าเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้จะปากคมถึงขนาดนี้ สมแล้วที่เป็ลูกนอกสมรสที่ไม่อาจเชิดหน้าชูตาได้
"ฉันเป็เลขาแล้วยังไง..." เธอกำลังจะโต้กลับ
"แต่ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองเป็เลขาก็อย่ามัวพูดมากอยู่เลย ออกไปรินน้ำมาให้หนูสักแก้วสิ" ถังโย่วโย่วพูดขัดขึ้นมา
"นี่เธอ!"
เมื่อได้ยินว่าตัวเองถูกถังโย่วโย่วสั่งงานแบบนี้ เลขาหลี่ก็รู้สึกโมโหมาก กำลังจะโต้แย้งแต่ก็เห็นถังโย่วโย่วหันมามองเธอ พร้อมพูดทีละคำว่า "อย่าลืมสิ่งที่ลุงของหนูเคยพูดไว้นะ"
ถังโย่วโย่วหยิบเอกสารที่ชางโหยวใช้ทำให้เธอใออกมา
เลขาหลี่กัดฟันแน่น หมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปรินน้ำให้ถังโย่วโย่ว
แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็...
"เย็นเกินไป หนูไม่ดื่ม"
แก้วน้ำวางอยู่บนโต๊ะทำงาน ถังโย่วโย่วเพียงแตะแก้วน้ำ ยังไม่ทันได้จิบสักหยดก็พูดออกมาทันที
เลขาหลี่บอก "ในบริษัทมีแต่น้ำเย็น"
"แล้วคุณไม่รู้จักต้มน้ำหรือไง?" ถังโย่วโย่วจ้องเธอด้วยสายตาที่เหมือนจะบอกว่า คุณโง่หรือเปล่า
"ที่นี่เป็บริษัท ฉันจะไปต้มน้ำให้เธอได้ที่ไหน?"
"หนูไม่สนใจหรอก ยังไงหนูก็้าดื่มน้ำร้อน"
เลขาหลี่แทบจะกัดฟันกรอด แต่เธอก็ทำอะไรถังโย่วโย่วไม่ได้เลย
ทำได้แค่ถือน้ำออกไปเติมใหม่
ถังโย่วโย่วมองแผ่นหลังของเลขาหลี่แล้วกลอกตาใส่
คิดว่าฉันเป็เด็กน้อยอย่างนั้นเหรอ? สมัยนี้แม้แต่เด็กสามขวบก็ยังรู้เลยว่าตู้กดน้ำสมัยใหม่มีฟังก์ชั่นต้มน้ำร้อนด้วย ผู้หญิงคนนี้แค่ไม่อยากรินน้ำให้ฉันเท่านั้นแหละ