ผมลงมานั่งรอที่ห้องรับแขกอย่างสงบกลิ่นกำยานอ่อนๆ ในห้องไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกันมันกลับยิ่งทำให้ความเงียบดูหนักอึ้งขึ้น ผมจงใจเลือกนิ่งเฉย ไม่ขยับตัวไม่ดื่มน้ำชา เพื่อรอคอยจังหวะที่ "ความจริงของเื่ทั้งหมดนี้"จะเดินเข้ามาหาเอง
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีเสียงฝีเท้าที่ดูไม่เป็จังหวะก็ดังขึ้น ทุกคนก้าวเข้ามาในห้องพร้อมหน้ากันแต่บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปจากเมื่อตอนเที่ยงอย่างสิ้นเชิง
ผมสังเกตเห็นอาการลุกลี้ลุกลนของพ่อบ้านเคนและมาดามคลาร่าได้อย่างชัดเจนมาดามคลาร่าพยายามบีบพัดในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว ส่วนเคนนั้นยืนก้มหน้านิ่งผิดปกติทั้งคู่ไม่ยอมสบตาใคร แม้แต่ท่านเซอร์จอร์จที่เดินนำเข้ามาด้วยท่าทีเรียบเฉยทว่าดวงตาของเขากลับจ้องมองมาที่ผมราวกับกำลังรอคอยความบันเทิง่บทสุดท้าย
“เชิญนั่งครับทุกท่าน” ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังทันทีที่ทุกคนนั่งลง ผมก็เริ่มเปิดฉากด้วยข้อมูลที่เตรียมไว้
“จากการที่ผมให้เกียร์สำรวจรอบคฤหาสน์และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างละเอียดผมพบเื่ที่น่าประหลาดใจมากครับ” ผมเว้นจังหวะพลางกวาดสายตามองไปที่ละคน“แปลกนะครับที่ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรจากคฤหาสน์ที่มั่งคั่งแห่งนี้ ผมกลับไม่พบเห็นอีกาที่มีตาข้างหนึ่งเป็สีขาวหรือที่พวกคุณเรียกกันอย่างสนิทปากว่า ‘เ้าตาเดียว’ เลยสักตัวทั้งที่ตามธรรมชาติแล้ว นกที่มีลักษณะเด่นขนาดนั้นและคุ้นเคยกับอาหารที่นี่มันควรจะเกาะอยู่ตามกิ่งไม้หรือหลังคาบ้านให้เราเห็นได้ง่ายๆ”
ผมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทิ้ง่จังหวะให้ความเงียบทำงานครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องเขม็งไปที่พ่อบ้านที่กำลังยืนตัวสั่นเทา
“ผมเลยมีเื่อยากจะถามคุณหน่อยครับคุณพ่อบ้านเคนในฐานะที่คุณเคยอยู่ในคณะละครสัตว์เมื่อตอนยังเด็ก คุณมีความชำนาญในการฝึกสัตว์เป็พิเศษมัยครับ”ผมกดเสียงต่ำลงจนดูน่าเกรงขาม “เอาแบบนี้ดีกว่าครับ คุณใช้เวลานานไหมครับในการฝึกเ้าตาเดียวให้เชื่องขนาดที่สั่งให้ขโมยของแล้วบินกลับมาหาคุณ”
เป็ไปตามที่ผมคิดไว้พ่อบ้านเคนสะดุ้งสุดตัวและเริ่มพูดตะกุกตะกัก “ฝ... ฝึก... อะ...อะไรนะครับคุณที่ปรึกษา?”
“ผมว่าคุณยอมรับมาตรงๆดีกว่านะครับ” ผมพูดแทรกขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“ย...ยอมรับเื่อะไรครับ?” เคนยังคงพยายามรักษาท่าที
“เื่ที่คุณและมาดามคลาร่าร่วมมือกันจัดฉากให้เ้าตาเดียวขโมยแหวนเพชรวงนั้นไปไงครับ!”
คำประกาศของผมทำให้พ่อบ้านเคนและมาดามคลาร่าหน้าซีดเผือดทันทีพวกเขาดูจะคาดไม่ถึงว่าความลับที่วางแผนมาอย่างดีจะถูกที่ปรึกษาถังแตกอย่างผมมองทะลุปรุโปร่งภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง
“จ...จัดฉากอะไรกันคะคุณที่ปรึกษา! คุณมีหลักฐานหรือเปล่าที่มากล่าวหาดิฉันแบบนี้!”มาดามคลาร่าพยายามส่งเสียงเข้มข่มขวัญทั้งที่มือยังสั่น
“หลักฐานน่ะผมมีแน่ครับมาดามทั้งเื่สมุดบัญชีที่มียอดเงินเข้าแบบผิดปกติและเื่ทักษะการฝึกสัตว์ของพ่อบ้านที่อดียเคยอยู่ในคณะละครสัตว์แต่คนที่จะเป็คนเฉลยเื่นี้ทั้งหมด ผมว่าควรเป็คุณนะครับ”
ผมหันขวับไปมองชายที่นั่งเงียบที่สุดในห้อง“ท่านเซอร์จอร์จครับ ผมว่าคุณเลิกแกล้งภรรยาของคุณได้แล้วล่ะครับ”
ห้องทั้งห้องเงียบสนิทอยู่ชั่วอึดใจก่อนที่ท่านเซอร์จอร์จจะะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นเป็เสียงหัวเราะของคนที่กำลังฟังเื่ที่สนุกที่สุดในรอบปี
“ฮ่าๆๆ!สมกับเป็ที่ปรึกษาที่สารวัตรเฮย์สแนะนำจริงๆ” ท่านเซอร์จอร์จตบมือเบาๆพลางมองมาที่ผมด้วยสายตาพึงพอใจ“คุณมองออกั้แ่เมื่อไหร่กันว่าผมรู้เห็นเื่นี้”
“เกี๊ยะ!นายท่าน นี่สรุปว่าเ้าของบ้านแกล้งกันเองเหรอเนี่ย!” เกียร์กระพือปีกอย่างสับสน“แล้วเ้าตาเดียวที่น่าสงสารของข้าล่ะ!”
ผมกอดอกพลางมองไปที่ท่านเซอร์“ผมเริ่มสงสัยั้แ่อมยิ้มที่มุมปากของท่านนั่นแหละครับ เอาล่ะ ท่านเซอร์จอร์จช่วยบอกผมทีว่าทำไมท่านถึงยอมปล่อยให้ภรรยากับพ่อบ้านจัดฉากขโมยแหวนของตัวเองแบบนี้”
ท่านเซอร์จอร์จยังไม่ตอบในทันทีเขาขยับตัวอย่างใจเย็นก่อนจะหันไปสั่งเอมิลี่ "เอมิลี่ ไปยกตู้ที่ฉันบอกว่าห้ามเปิดในห้องทำงานลงมาที่นี่ทีสิ"
เอมิลี่ทำสีหน้างงว่าท่านเซอร์จะให้เธอไปยกตู้นั้นมาทำไมแต่เธอก็ทำตามที่สั่ง
เมื่อเธอเดินออกไปแล้วท่านเซอร์จอร์จก็เริ่มะเิหัวเราะออกมาอีกครั้งและหันมาที่ผม"ผมก็แค่อยากจะแกล้งภรรยาที่สุดแสนจะหัวดื้อของผมบ้างเท่านั้นแหละครับและที่สำคัญ ผมอยากเห็นสีหน้าของพ่อบ้านที่ทำงานไร้ที่ติมาตลอดอย่างเคนว่าเวลาแผนการที่วางมาอย่างดีมันพังไม่เป็ท่า เขาจะทำหน้ายังไง"
ท่านเซอร์พูดพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดีทิ้งให้มาดามคลาร่านั่งก้มหน้าด้วยความอับอายส่วนพ่อบ้านเคนก็ได้แต่ยืนคอตกเหมือนคนที่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาที่โดนเ้านายซ้อนแผนเข้าให้
"มาดามครับ..."ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง"แหวนเพชรที่คุณจงใจให้เ้าตาเดียวขโมยไปในวันนี้ตามแผนที่คุณวางไว้กับพ่อบ้านเคนคือแหวนปลอมใช่ไหมครับ เพราะแหวนวงจริงน่ะคุณแอบขายไปนานแล้วเพื่อเอาเงินไปหมุนเวียนในกิจการร้านอาหารของคุณเองจากในสมุดบัญชีผมเห็นมียอดเงินมหาศาลเข้ามาโดยที่ไม่ระบุที่มาที่ไปผมจึงเดาว่าคุณน่าจะขายแหวนวงนั้นไปแล้วเนื่องจากความใจดีที่ลดราคาอาหารจนต่ำกว่าทุน ทำให้รายจ่ายเริ่มท่วมหัวจนกำไรติดลบคุณได้ข้อร้องให้พ่อบ้านเคนช่วยให้เ้าตาเดียวที่เขาฝึกอยู่ให้มันมาขโมยแหวนปลอมของคุณผมสังเกตได้จากเศษถั่วที่อยู่บนระเบียงนั้น" ผมชี้ไปที่ระเบียง
ผมเอนตัวไปข้างหน้ากดดันด้วยสายตาที่บีบคั้นให้ความจริงพรั่งพรูออกมา “ด้วยความที่คุณให้ความเคารพรักท่านเซอร์เหนือสิ่งอื่นใดและไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของเ้านายทั้งสองต้องร้าวฉานเพราะเื่หนี้สินในร้านอาหารคุณจึงยอมะโลงมาร่วมวางแผนจัดฉากนี้กับมาดามคลาร่าเพราะคุณรู้ดีว่าแหวนเพชรวงนี้ไม่ได้มีความสำคัญต่อท่านเซอร์อย่างที่เขาแสดงออกต่อหน้าคนอื่นเลยแม้แต่น้อย”
ผมแค่นยิ้มออกมาเมื่อเห็นเคนเริ่มสั่นสะท้าน“จากการที่ติดตามรับใช้มานานหลายปีคุณมองทะลุปรุโปร่งว่าท่านเซอร์แทบไม่เคยสนใจเครื่องประดับชิ้นนี้เขาแค่ใช้มันเป็สัญลักษณ์ทางสังคมเท่านั้น คุณเลยคิดว่าถ้าแหวนวงนี้ ‘หาย’ ไปด้วยฝีมือของนกมันจะเป็ทางออกที่นุ่มนวลที่สุดสำหรับทุกคน... ใช่ไหมครับ?”
พ่อบ้านเคนก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอกไหล่ที่เคยตั้งตรงห่อเหี่ยวลงอย่างยอมรับในโชคชะตา“...ท่านที่ปรึกษาช่างมองการณ์ไกลเหลือเกินครับ”
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับจะรวบรวมความกล้าที่แตกสลายขึ้นมาเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น “ผม... ผมเป็คนฝึกเ้าตาเดียวเองครับผมฝึกมันมาั้แ่ยังเป็ลูกนก ด้วยทักษะที่เคยติดตัวมาจากคณะละครสัตว์ผมใช้รางวัลเป็ถั่วเกรดพิเศษคอยล่อ ถ้ามันคาบสิ่งของที่ผมระบุไว้มาให้สำเร็จมันจะได้กินจนอิ่ม”
เคนเงยหน้าขึ้นแววตาเต็มไปด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด “ในวันเกิดเหตุผมโรยถั่วไว้เป็ทางที่ระเบียงเพื่อนำทางให้เ้าตาเดียวบินขึ้นมาในจังหวะที่มาดามเตรียมพร้อมอยู่แล้วทุกอย่างมันควรจะจบลงตรงที่มันคาบแหวนปลอมไปซ่อนในรังที่ผมเตรียมไว้...แต่ทุกอย่างกลับผิดแผนไปหมด เพราะหลังจากที่มันคาบแหวนวงนั้นไปเ้าตาเดียวกลับหายสาบสูญไปเลย มันไม่ยอมกลับมารับรางวัล และไม่กลับไปที่รัง”
“นั่นคือสาเหตุที่คุณลุกลี้ลุกลนขนาดนั้นตอนอยู่บนโต๊ะอาหารสินะ”ผมสรุป
“ครับ...ผมกับมาดามกลัวมากกลัวว่าแผนการนี้จะพังทลายถ้ามีคนอื่นไปเจอเ้าตาเดียวเข้าเสียก่อน หรือร้ายกว่านั้น...ถ้าใครบางคนเก็บแหวนวงนั้นได้แล้วพบว่ามันเป็ของปลอมที่มาดามทำขึ้นเพื่อตบตาเื่ที่เอาแหวนจริงไปขายหมุนเงินทุกอย่างที่สร้างมาคงจบสิ้น ผมถึงต้องรีบหาตัวมันให้เจอก่อนใครยังไงล่ะครับ”
เมื่อพ่อบ้านเคนพูดจบมาดามคลาร่าก็เงยหน้าขึ้นมองผมดวงตาของเธอเริ่มมีน้ำตาคลอ "ใช่ค่ะ...ฉันขายแหวนวงนั้นไปแล้วเพื่อเอาเงินมาจ่ายค่าแรงลูกน้องและซื้อวัตถุดิบเข้าร้านเดิมทีฉันตั้งใจว่าเมื่อได้กำไรกลับมาจะรีบไปไถ่คืน แต่พอฉันจะไปซื้อกลับก็มีใครที่ไหนไม่รู้มาซื้อตัดหน้าไปเสียก่อน ฉันไม่กล้าบอกท่านเซอร์จอร์จ เลยต้องขอความช่วยเหลือจากคุณเคนให้ใช้เ้าตาเดียวมาทำทีเป็ขโมยแหวนปลอมที่ฉันสั่งทำขึ้นเพื่อให้มันดูเหมือนเป็อุบัติเหตุ"
มาดามหันไปหาพ่อบ้านด้วยความรู้สึกผิด"ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะคุณเคน ที่ลากคุณเข้ามาพัวพันกับเื่โกหกแบบนี้"
"เกี๊ยะ!นายท่าน... สรุปว่านี่คือการขโมยของปลอมเพื่อกลบเกลื่อนรอยรั่วของของจริงสินะครับ"เกียร์อุทานพลางซูมเลนส์ตาไปที่ประตูห้องที่เอมิลี่กำลังเดินกลับมาพร้อมกับตู้ใบนั้น
เอมิลี่วางตู้ใบเล็กที่มีรูระบายอากาศลงบนโต๊ะท่านเซอร์จอร์จยิ้มกว้างก่อนจะเปิดฝาตู้ออก
และนั่นไง!เ้าตาเดียว อีกาที่มีดวงตาสีขาวข้างหนึ่งโผล่หัวออกมามองคนรอบห้องอย่างงุนงงและในจะงอยปากของมันมีแหวนเพชรวงหนึ่งคาบอยู่
"เ้าตาเดียวมันเก่งครับคุณที่ปรึกษาแต่มันดันชอบเอาของที่ขโมยมาได้มาส่งให้ 'เ้าของตัวจริง'ที่ให้อาหารเม็ดพิเศษกับมันมากกว่าคนที่ฝึกมันครับ"ท่านเซอร์จอร์จขยิบตาให้ผม"และคนที่ไปซื้อแหวนวงจริงตัดหน้ามาดามที่ร้านรับจำนำ ก็คือผมนี่แหละ!"
ท่านเซอร์จอร์จขยับยิ้มก่อนจะหยิบแหวนเพชรวงจริงที่เขาแอบไปซื้อตัดหน้ามาเดินไปสวมคืนลงบนนิ้วของมาดามคลาร่าอีกครั้ง
“ไม่ว่าคุณจะทำอะไร สำหรับผมคุณก็คือคนที่ผมรักมากที่สุดอยู่แล้ว”ท่านเซอร์จอร์จเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพลางจุมพิตที่หลังมือของมาดาม“ผมหวังว่ารอบหน้าคุณจะเดินมาปรึกษาผมเื่ร้านอาหารของคุณตรงๆ นะผมยินดีช่วยเหลือคุณเสมอ ทุกเื่”
มาดามคลาร่าอึ้งจนพูดไม่ออกน้ำตาแห่งความซึ้งใจและควาอับอายปนเปกันจนเธอทำได้เพียงโผเข้ากอดสามี
ให้ตายสิผมไม่เข้าใจพวกคนรวยจริงๆแกล้งกันไปแกล้งกันมาด้วยของราคาเท่าค่าเช่าบ้านผมสิบปีเนี่ยนะ...แล้วบรรยากาศสีชมพูนี่มันอะไรกัน ผมมาสืบคดีนะ ไม่ได้มาดูละครรักโรแมนติก
บรรยากาศเริ่มดีขึ้นผมจึงเริ่มพูดอีกครั้ง“เป็ท่านสินะครับที่เป็คนวางแผนให้มาดามมาพบผมที่สถานีตำรวจเพราะนายทุนใจดีที่เอาอาหารฟรีมาแจกตำรวจในวันนี้ ก็คือคุณนั่นเอง”
ท่านเซอร์จอร์จผละจากภรรยาแล้วหันมาปรบมือให้ผมอย่างดังเขาเอ่ยปากชมผมไม่หยุด “สมกับเป็ท่านที่ปรึกษาดัสก์บอร์นจริงๆสามารถเชื่อมโยงเื่ราวเล็กๆ น้อยๆ เข้าด้วยกันได้ไร้ที่ติ”
ในขณะเดียวกันเ้าตาเดียวที่เพิ่งรอดพ้นจากตู้ก็บินร่อนลงมาเกาะข้างๆ เกียร์มันพยายามพองขนและขยับปีกโชว์ความสง่างามตามธรรมชาติของมันให้เ้านกเหล็กดูราวกับจะเกี้ยวพาราสีเพื่อนใหม่
“เกี๊ยะ! ถอยไปเ้าสิ่งมีชีวิตคาร์บอน! ปีกข้าทำจากโลหะเกรดพรีเมียมนะอย่าเอาขนเปื้อนฝุ่นของแกมาโดนข้านะเกี๊ยะ!”เกียร์แผดเสียงขู่พลางขยับหนีด้วยท่าทางหยิ่งยโส
“ใช่ครับ ผมเป็คนเสนออาหารฟรีให้สถานีตำรวจเอง”ท่านเซอร์จอร์จพูดต่อพลางหัวเราะ “เื่นี้ผมได้รับคำแนะนำมาจากสารวัตรเฮย์สครับเมื่อสามวันก่อนเราคุยธุรกัน เขาเลยบอกผมว่ามีที่ปรึกษาเก่งๆ ที่พอจะช่วยคลี่คลาย‘ปัญหาครอบครัว’ ของผมได้ และเขาก็แอบกระซิบด้วยว่าตอนนี้ที่ปรึกษาคนเก่งกำลังอยู่ใน่ประหยัดเงินอย่างหนักเสียด้วย!”
สารวัตรเฮย์สนี่ท่านเอาเื่ความจนของผมไปป่าวประกาศให้เหล่านายทุนฟังเป็เื่สนุกเลยเหรอเนี่ยมิน่าล่ะ คดีนี้ถึงได้มีรางวัลล่อใจเป็บัตรอาหารฟรีหนึ่งเดือน
ผมถอนหายใจยาวพลางมองดูความวุ่นวายที่จบลงด้วยความแฮปปี้เอนดิ้งของเ้าของบ้าน“สรุปว่าวันนี้ผมมาเพื่อช่วยให้พวกคุณคืนดีกันสินะครับ งั้นเพื่อเป็การตอบแทนแผนการที่ลากผมมาเป็พยานรักผมหวังว่าบัตรกำนันอาหารฟรีนั่นจะใช้ได้กับเมนูที่ ‘แพงที่สุด’ ในร้านนะครับมาดาม”
“แน่นอนค่ะคุณที่ปรึกษา!” มาดามคลาร่าตอบพร้อมรอยยิ้ม “และฉันจะเพิ่มของว่างพิเศษให้เ้าเพื่อนตัวเล็กของคุณด้วยนะ”
“เกี๊ยะ! ขอน้ำมันหล่อลื่นเกรดพรีเมียมด้วยนะมาดาม!”เกียร์ะโแทรกขึ้นมาทันที
ห้องรับแขกที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียดกลับอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะและบรรยากาศที่คลี่คลายแต่ในขณะที่ผมกำลังจะขอตัวกลับเพื่อไปจัดการกับน่องไก่ทอดที่รออยู่ท่านเซอร์จอร์จก็ปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นอีกครั้ง
“ที่จริงแล้ว... อีกหนึ่งเดือนข้างหน้าผมมีกำหนดการจะต้องเดินทางกลับไปบ้านเกิดที่ฝรั่งเศสครับ”เขาเว้นจังหวะพลางมองสบตาผม“มีเื่เกี่ยวกับสมบัติประจำตระกูลบางอย่างที่ผมอยากให้ท่านที่ปรึกษาช่วยร่วมเดินทางไปตรวจสอบกับผมหน่อย”
พูดจบท่านเซอร์จอร์จก็หยิบเหรียญตราขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้ววางมันลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเบื้องหน้า
วูบ...
ผมชะงักไปทันทีััพิเศษที่ติดตัวมาั้แ่โลกก่อนทำงานโดยสัญชาตญาณ ผมรู้สึกได้ถึงกระแส"มานา" เบาบางแต่บริสุทธิ์ที่แผ่ซ่านออกมาจากเหรียญทองเหลืองโบราณวงนั้นมันสลักเป็รูปนกฟินิกซ์ที่กำลังสยายปีกท่ามกลางเปลวเพลิงลวดลายของมันดูราวกับมีชีวิตและกำลังสั่นไหวไปตามกระแสพลัง
เป็ไปไม่ได้เหรียญตรานี้ทำไมถึงมาอยู่ที่นี้ หรือว่าตระกูลของท่านเซอร์จอร์จจะมีความเกี่ยวข้องกับโลกเก่าของผม
“นายท่าน! ข้าััได้ถึงพลังงานจากเหรียญนั่นเกี๊ยะ!” เกียร์พูดขึ้นด้วยเสียงที่เปลี่ยนเป็โหมดเฝ้าระวังทันทีมันเลิกสนใจเ้าตาเดียวที่พยายามจะเข้ามาคลอเคลียแล้วจ้องมองไปที่เหรียญนกฟินิกซ์ด้วยเลนส์ตาที่หดขยายอย่างรวดเร็วเพื่อวิเคราะห์ค่าพลังงาน
“ฉันรู้แล้วเกียร์... ฉันก็รู้สึกได้” ผมตอบเบาๆ โดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เหรียญนั้นไม่วางตา
ท่านเซอร์จอร์จเบิกตากว้างด้วยความใเมื่อเห็นปฏิกิริยาของผมและเกียร์“ท่านที่ปรึกษา อย่าบอกนะว่าคุณรู้จัก หรือ ‘รู้สึก’ถึงอะไรบางอย่างจากเหรียญนี้จริงๆ?”
ผมเงยหน้าขึ้นมองท่านเซอร์จอร์จช้าๆบรรยากาศรอบตัวผมเริ่มเปลี่ยนไป ความหิวและเื่ไร้สาระเมื่อครู่ถูกปัดตกไปสิ้นเหลือเพียงสัญชาตญาณของจอมเวทย์ที่กำลังเผชิญหน้ากับปริศนาที่อาจนำไปสู่คำตอบว่าผมจะกลับโลกเดิมได้ยังไง
“เหรียญนี้ไม่ใช่สมบัติธรรมดาแน่ๆ ครับท่านเซอร์”ผมเอ่ยเสียงเรียบพลางยื่นมือไปใกล้เหรียญนั้นแต่ยังไม่แตะต้อง “มันมี ‘ชีวิต’ และ‘แรงสั่นะเื’ ที่คนทั่วไปไม่น่าจะมองเห็น คุณได้มันมาจากไหนกันแน่”
ท่านเซอร์จอร์จมองผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง“มันเป็เหรียญที่สืบทอดมาจากคุณปู่และพ่อของผมครับผมเองก็ไม่ได้รู้รายละเอียดอะไรมากมายนักทราบเพียงแค่ว่าคนรุ่นก่อนมีความลับบางอย่างที่เกี่ยวกับเหรียญนี้อยู่เพื่อเป็การไขปริศนาของตระกูลที่ส่งต่อความมั่งคั่งให้เรามาหลายชั่วอายุคนผู้สืบทอดทุกคนจึงมีหน้าที่ต้องไขความลับของมันให้ได้ครับ ถ้าไม่อย่างนั้นตระกูลเราทั้งหมดอาจเสียอำนาจตามที่คนรุ่นก่อนๆเคยพูดไว้จากคำบอกเล่าที่พูดกันมามันคือรุ่นของผมครับที่จะเป็รุ่นสุดท้ายถ้าเกิดว่ายังไม่สามารถไขปริศนานี้ได้และนี้จึงเป็สามารถให้ผมออกมาทำธุรกิจของตัวเองที่อังกฤษครับ”
ท่านเซอร์ถอนหายใจยาว“แต่คุณปู่และพ่อของผมก็ไม่สามารถทำได้ ผมเองก็มืดแปดด้านมาตลอดจนกระทั่งสารวัตรเฮย์สบอกผมว่า คุณมีความรู้ ‘แปลกๆ’ ที่คนทั่วไปไม่มีผมจึงคาดหวังว่าคุณน่าจะรู้อะไรเกี่ยวกับเหรียญนี้บ้าง”
ไม่แปลกหรอกที่คนในตระกูลคุณจะไขไม่ออกเพราะคนบนโลกใบนี้ไม่มีใครมองเห็นกระแสมานาได้มีเพียงคนจากโลกของผมเท่านั้นที่จะรับรู้ถึงมัน ตราสัญลักษณ์นกฟินิกซ์นี้คือตราของตระกูลเก่าแก่ที่จู่ๆ ก็หายสาบสูญไปจากโลกเดิมของผมเมื่อหลายพันปีก่อน
ความสนใจของผมพุ่งทะลุขีดจำกัดบางทีนี่อาจเป็เบาะแสสำคัญเพียงหนึ่งเดียวที่จะนำผมกลับสู่โลกเดิมได้
“ผมตกลงจะร่วมเดินทางไปฝรั่งเศสกับคุณครับท่านเซอร์”ผมตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่ในตอนนี้ผมยังไม่สามารถบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเหรียญนี้ให้คุณทราบได้ จนกว่าผมจะหาข้อมูลเพิ่มเติมครับ”
“ขอบคุณมากเลยครับท่านที่ปรึกษา!”ท่านเซอร์จอร์จเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความหวังเขาดูโล่งใจอย่างเห็นได้ชัดจนไหล่ที่เคยเหยียดตึงดูผ่อนคลายลง“เพียงแค่คุณตกลงผมเชื่อว่าคุณพ่อของผมที่รออยู่ที่โน่นจะต้องวางใจเื่นี้ได้เสียทีการเดินทางครั้งนี้อาจจะเปลี่ยนชีวิตคุณไปเลยก็ได้นะครับคุณบอร์น”
หลังจากใช้เวลาตกลงรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับการเดินทางไปฝรั่งเศสเสร็จสิ้นผมก็กล่าวอำลาท่านเซอร์จอร์จและมาดามคลาร่ามาดามดูจะสงบลงมากหลังจากที่ความลับถูกเปิดเผยและได้รับการให้อภัยจากสามีเธอเดินเข้ามาส่งผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและไม่ลืมที่จะยัดบัตรกำนันทองคำใบนั้นใส่มือผมอีกครั้ง
ผมเดินออกมาจากคฤหาสน์โดยมีพ่อบ้านเคนเดินตามมาส่งด้วยท่าทางนอบน้อมกว่าเดิมหลายเท่าบรรยากาศภายนอกตอนนี้เปลี่ยนไปแล้วแสงแดดแผดเผาของยามเที่ยงถูกแทนที่ด้วยแสงอาทิตย์สีส้มทองที่กำลังจะลับขอบฟ้าเงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวไปตามพื้นหินอ่อน ลมเย็นๆยามค่ำเริ่มพัดผ่านพาเอากลิ่นหอมของดอกกุหลาบป่ามาแตะจมูก
“ให้ผมจัดรถม้าไปส่งท่านที่ปรึกษาที่สถานีตำรวจเลยไหมครับ”เคนถามอย่างกระตือรือร้นพลางโค้งตัวอย่างสุภาพ
ผมหยุดฝีเท้าลงหน้าซุ้มประตูเหล็กดัดพลางชูบัตรกำนันทานอาหารฟรีที่เพิ่งได้รับมาสะบัดไปมาในอากาศแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ตกกระทบบนบัตรทำให้มันดูเงางามเหมือนขุมทรัพย์ที่ผมเพิ่งขุดพบ
“ไม่ต้องไปส่งที่สน. หรอกครับคุณพ่อบ้าน” ผมยกยิ้มมุมปากขณะที่ท้องเริ่มส่งเสียงประท้วงอีกครั้ง“รบกวนช่วยไปส่งผมที่ ‘ภัตตาคาร’ ของมาดามแทนทีนะครับผมมีภารกิจด่วนระดับชาติกับเมนูที่แพงที่สุดในร้านน่ะ”
เกียร์ที่เกาะอยู่บนบ่ารีบขยับปีกทันที“เกี๊ยะ! ข้าต้องได้ส่วนแบ่งน่องไก่เพิ่มเป็สองเท่าโทษฐานที่ทำงานหนักนะเกี๊ยะ!ลืมไปข้ากินเนื้อไม่ได้นิ”
พ่อบ้านเคนหลุดขำออกมาเล็กน้อยแววตาที่เคยหม่นหมองดูสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะก้มหัวรับคำ“ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับท่านที่ปรึกษา รถม้าพร้อมรับใช้คุณเสมอ”
ผมก้าวขึ้นรถม้าไปพร้อมกับความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างน้อยวันนี้โชคชะตาก็ไม่ได้ใจร้ายกับคนถังแตกอย่างผมเกินไปนักลาก่อนน่องไก่เย็นชืดที่ สน. ผมกำลังจะไปหาของที่ดีกว่ากินแล้ว!
อาเธอร์...น่องไก่ทอดนั่นเก็บไว้กินเองเถอะเพื่อนรัก ตอนนี้บัตรอาหารมื้อหรูของฉันพร้อมทำงานแล้วส่วนเื่ประตูมิติหรือตระกูลนกฟินิกซ์อะไรนั่น... ขอพักไว้หลังของหวานก็แล้วกัน