เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์

    บทที่ 6 ความลับในห้องนอน (100%)

            "จนเครียด กินเหล้า..."

            เสียงปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังต้อนรับเช้าวันใหม่จริงอยู่ที่ผมเป็นคนตั้งเวลาเอาไว้เอง แต่เรื่องเสียงปลุก... เห็นทีจะต้องเปลี่ยนวันนี้

            "ข้าวเช้าอยู่ข้างนอก"

            เสียงของนายปันผลดังลอดเข้ามาในห้องหมอนั่นน่าจะได้ยินเสียงปลุกเมื่อครู่ และคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าผมจะไม่ออกไปเสวนาอะไรกับลูกน้องใหม่เลยแม้ไม่อยากให้ใครเห็นตัวเองในสภาพชุดเสื้อกางเกงนอนขายาวลายทางสีอ่อนที่ตาแก่ซื้อยัดใส่ตู้เสื้อผ้าไว้

            ครืดดดดด...

            ผมเปิดลิ้นชักที่ซ่อนอยู่ตรงหัวเตียงหยิบปืนพกเก็บเสียงในนั้นออกมา 2 กระบอกพร้อมจำนวนกระสุนที่น่าจะเพียงพอสำหรับการฝึกยิงปืนในวันนี้

            "กินข้าวกันแต่ไม่มีข้าว มีแค่ขนมปัง เย็นชืดเลย แข็งด้วย" นายหัวเจลร้องบอกผมทันทีที่ประตูห้องเปิดออก

            "ฉันซื้อมาให้กินกับซุปแกกินเปล่าๆ มันก็แข็งสิวะ!"นายปันผลทำท่าเหมือนอยากตบหัวเพื่อนร่วมงานให้หน้าคว่ำลงชามซุปและมันคงเป็นอย่างนั้น ถ้าผมไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้

            "ผมเอาปืนมาให้อาบน้ำแต่งตัวแล้วจะออกมา"

            ทั้งสองคนอ้าปากค้าง เมื่อเห็นปืนพกเก็บเสียงยี่ห้อดังพร้อมกระสุนกว่าร้อยนัดที่ผมวางทิ้งไว้ให้คงต้องยกความดีความชอบให้ตาแก่ที่เตรียมไว้ปกป้องร่างใหม่ของตัวเองแต่ดันไม่ได้ใช้

            "นายเป็นใครกันแน่?"คำถามของนายปันผลทำให้ผมต้องชะงักเท้าที่กำลังจะเดินกลับเข้าห้อง

            "อยากให้ตอบตามความจริงหรือตอบแบบโลกสวย?" ผมย้อนถามเพราะถ้าจะให้ตอบตามความจริงล่ะก็...

            "ก็ต้องตอบตามความจริงไหมนายไม่ใช่ตองเก้า นายเป็นใคร?"

            ในที่สุดหมอนั่นก็ยอมรับความจริง...ว่าผมไม่ใช่อดีตเพื่อนร่วมงานที่ชื่อตองเก้า

            "ผมเป็นอดีตรองหัวหน้ายมทูตที่มาเอาชีวิตตาแก่หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์และจะมาปัดกวาดเศษมะพร้าวเน่าๆ ออกจากกะลาแลนด์ แค่นี้พอใจหรือยัง?" ผมทิ้งคำพูดนั้นไว้ให้ทั้งคู่ขบคิด

            ...มันคือความจริงหรือเรื่องโกหกก็แล้วแต่จะเลือกเชื่อแบบไหน

            "แกเชื่อ...ที่หมอนั่นพูดหรือเปล่า?"

            น้ำเสียงบอกความลังเลของนายปันผลดังลอดเข้ามาในห้อง

            "ไม่รู้ดิแค่คิดชื่อใหม่ให้ถูกใจบอส ก็ปวดหัวแล้ว เรื่องอื่นช่างมันเถอะ"

            คำตอบของนายหัวเจลทำเอาคนถามส่งเสียงฮึดฮัดเหมือนขัดใจขณะที่ผมกลับรู้สึกพอใจที่หมอนั่นมีความรับผิดชอบในสิ่งที่ผมสั่งและแน่นอนว่าผมเองก็ควรต้องใส่ใจในสิ่งที่ตัวเองสั่งเอาไว้เช่นกัน

            "คิดชื่อใหม่ออกหรือยัง?"

            นั่นคือคำถามแรกหลังจากที่ผมอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดสูทดำแบบสากลที่ตาแก่จัดใส่ตู้ไว้เป็นกุรุสออกจากห้องมากินขนมปังเย็นชืดและแข็ง

            "แจ็กกี้...แจ็กกี้ ชง ดูเหมาะเป็นบอดี้การ์ด" นายหัวเจลอวดสรรพคุณชื่อใหม่ของตัวเอง

            "ใช้ศิลปะป้องกันตัวอะไรได้บ้าง?"ผมถามต่อระหว่างที่ตักซุปเข้าปาก

            "มวยวัด!"แจ็กกี้ ชงยืดอกตอบพร้อมกับลุกขึ้นกำหมัดฟุตเวิร์คเหมือนอยากแสดงความสามารถเต็มแก่

            "งั้นเอาชื่อที่นายว่านั่นแหละพักให้หายอิ่มแล้วก็ไปฝึกยิงปืนได้แล้ว มันเป็นปืนเก็บเสียงพวกนายจะไปฝึกตรงไหนก็ได้ในตึกนี้"

            ไม่กี่นาทีต่อมาโถงรับแขกภายในห้องใต้ดินก็เหลือเพียงผม ชามซุป กับขนมปังแท่งยาวตลาดหุ้นกำลังจะเปิด และอีกไม่นานผมเองก็ต้องไปจากตรงนี้เหมือนกัน

            "เมื่อวานผมก็แจ้งแล้วว่าไม่เป็นไรผมอาจจะมือใหม่ในสายตาคุณ แต่ผมรู้ว่าผมทำอะไรอยู่"

            เป็นอีกวันที่ทางบริษัทโบรกเกอร์โทรศัพท์มาเสนอตัวในการให้บริการเทรดหุ้นและผมปฏิเสธไปโดยไม่จำเป็นต้องฟังเงื่อนไขและข้อเสนอทั้งหมดก่อน

            ...ผมบอกแล้วไงว่ารัฐบาลกะลาแลนด์จะต้องรู้จักชื่อเสียงเรียงนามของผมภายใน 1เดือน เพราะผมจะสร้างมันด้วยมือของผมเอง

            "ข้าวกลางวันร้อนๆลวกลิ้น กินแล้วต้องคายออกมาเป่า"

            "ตั้งแต่มื้อหน้าแกไปหากินเอง"

            "ได้ไง!บัตรอยู่ที่นาย"

            นอกจากช่วงเวลาตลาดหุ้นปิดที่บอกให้ผมละมือจากงานไปพักแล้ว ก็คงเป็นเสียงพูดคุยนอกห้องที่ดังแว่วเข้ามาเหมือนจงใจให้ได้ยินนั่นแหละ ที่เตือนให้ผมลุกจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเสียที

            "เป็นยังไงฝึกยิงปืนครึ่งวันแรก?" ผมถามขึ้นระหว่างกินข้าวกลางวัน

            "ยิงได้แล้วแค่ยังไม่แม่น บอกให้ยิงหัวก็ยิงขา บอกให้ยิงขา ดันยิงหัว"

            ท่าทางของนายปันผลดูหงุดหงิดซึ่งคงไม่ใช่เพราะลูกศิษย์ไม่เอาถ่าน แต่เพราะจงใจไม่ทำตามคำสั่ง

            "ทำไมไม่ลองสั่งให้ยิงแขนยิงเป้า หรือยิงพุงบ้างล่ะ อาจจะแม่นก็ได้"คนเป็นลูกศิษย์เริ่มออกลายกวนประสาทตาใส

            "ยิงจุดตายหรือไม่ก็จุดที่ทำให้คนถูกยิงล้ม นายยิงแขนแล้วมันจะได้อะไรนอกจากเปลืองกระสุน!" คนสอนอธิบายด้วยเหตุผลแต่กลับชักสีหน้าเหมือนอยากจบเรื่องนี้ด้วยกำลังหรือไม่ก็เครื่องทุ่นแรงสักอย่าง

            "ถ้ายิงกลางเป้าได้มันก็น่าจะล้มนะ สืบพันธุ์ไม่ได้อีกเลยด้วย ตายยยย... ทั้งเป็น"

            เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นรอยยิ้มดุจฆาตกรโรคจิตของแจ็กกี้แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่วินาทีแต่มันก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าหมอนี่มีมุมมืดที่ผมยังไม่เห็นอีกนับไม่ถ้วน

            "เลว?คืออะไร? ดีดไข่เพื่อนเหรอ?

            และคำพูดในตอนนั้นก็เป็นแค่การบอกใบ้ตัวตนที่แท้จริงบางอย่าง

            "ได้!งั้นแกก็ยิงเป้าไปให้ตลอดก็แล้วกัน ถ้าฉันเห็นแกยิงโดนที่อื่นจะหักคะแนนแกให้พรุน"

            คำขู่นั่นไม่ได้ทำให้คนฟังกลัวแต่กลับทำให้หัวเราะเสียมากกว่า เห็นทีผมคงต้องแก้ปัญหานี้ ก่อนจะเกิดคดีฆาตกรรมและเรื่องจบลงตรงที่แผนการของผมล่วงรู้ไปถึงยมโลก

            "ตลาดหุ้นปิดเมื่อไหร่ผมจะขึ้นไปดูผลงาน ถ้าปันผลบอกว่านายทดสอบผ่าน ผมจะหาของเล่นอื่นมาให้อีก"

            เป็นไปตามคาดทั้งคู่ชะงักไปกับคำพูดของผม ก่อนที่แจ็กกี้จะละล่ำละลักถามตาเป็นประกาย

            "ของเล่นใหม่คืออะไร!?ธนู หน้าไม้ ปืนกล ปืนใหญ่ ระเบิด?"

            ท่าทางอยากรู้อยากเห็นของหมอนั่นทำเอาผมอดยิ้มขำไม่ได้

            "พวกนายอยากใช้อาวุธสงครามอะไรก็ลองรีเควสมา"

            คำตอบของผมทำเอานายปันผลหันขวับมาจ้องหน้าเขม็ง

            "นายจะไปหาซื้ออาวุธสงครามมาจากไหน!?"น้ำเสียงที่ใช้ตั้งคำถามผสมปนเปทั้งความรู้สึกตระหนก สงสัย และจับผิด

            "ไมล่ะป๊อดเหรอ เดี๋ยวผมหัดใช้ก่อนแล้วค่อยสอนนายก็ได้" แจ็กกี้ได้โอกาสกวนประสาทซึ่งก็ได้ผลเหมือนเดิม

            "ฉันแค่อยากรู้เฟ้ย!!"คนถูกปั่นหัวโมโหขึ้นมาอีกรอบ แต่คราวนี้หน้าแดงด้วย

            "นายคิดว่าตาแก่นั่นทำธุรกิจแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเดียวหรือไง?หรือคิดว่าคนทำธุรกิจนี้ ไม่กลัวตาย?" ผมย้อนถามให้นายปันผลลองทบทวนด้วยความคิดของตัวเอง"เอาไว้นายทดสอบแจ็กกี้ผ่านแล้ว ผมจะพาเข้าไปดูคลังอาวุธของตาแก่"

            มันคือวิธีที่ผมใช้จัดการปัญหาระหว่างปันผลกับแจ็กกี้ถือเป็นผลพลอยได้จากการอ่านเอกสารที่ตาแก่ให้เซ็นครบทุกฉบับจนได้รู้ว่ามีอะไรบ้างที่จะกลายเป็นของผมหลังจากที่ตาแก่ไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว

            ส่วนคลังอาวุธนั่น...ก็มีทางเข้าลับอยู่ภายในห้องนอนของผมเอง และผม... ก็พึ่งค้นพบมันเมื่อคืนระหว่างที่เปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบชุดนอน

            กึงงงงง!!

            ไม้แขวนเสื้อที่ชนเข้ากับผนังตู้ก่อให้เกิดเสียงเบาโหวงราวกับด้านหลังของมันไม่ใช่ผนังห้องหากแต่เป็นช่องว่างกลวงๆ ที่มีไว้ให้ผ่านเข้าไปยังห้องลับอีกด้าน

            กึกกัก... กุกกัก... กึกกัก...

            กึก... กึก... แอ๊ดดดด...

            และผมยังจดจำได้ดีถึงการปรากฏตัวของตาแก่ในคืนทำพิธีเสียงชวนขนลุกนั่น มันมาจากประตูตู้เสื้อผ้าบานนี้ไม่ผิดแน่!!

            กึกกัก... กึกกัก...

            นั่นคือเสียงที่เกิดขึ้นระหว่างการงัดผนังตู้บริเวณรอยต่อซึ่งประกบกันแบบไม่สนิทเท่าไหร่นัก ฟังดูคล้ายเสียงแปลกๆ ในวันนั้นจริงๆ มันทำให้ผมไม่ลังเลที่จะถีบผนังไม้ของตู้บิลด์อินสุดแรงก่อนจะพบว่าพื้นที่ตรงหน้าคือช่องว่างรูปสี่เหลี่ยมเทียบเท่ากับประตูบานหนึ่ง

            และภายในห้องลับนั้น...ก็มีทั้งระเบิดมือ ปืนพก ปืนไรเฟิล ปืนกลมือ เอ็ม 4คาร์บิน จรวดอาร์พีจีพร้อมเครื่องยิง ไปจนถึงกระสุนปืนชนิดต่างๆ อีกนับไม่ถ้วน

            "บ้าไปแล้ว"ผมยืนมองอาวุธสงครามทั้งหมดในครอบครองพร้อมกับคิดหาวิธีเคลื่อนย้ายมันไปยังที่อยู่ใหม่ โดยปราศจากความเสียหาย

            ...ผมจะย้ายไปไหนงั้นเหรอ?คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอกรู้แค่ว่าเพื่อแผนการที่ดำเนินไปอย่างราบรื่นในอนาคต ผมจะต้องสะสมอาวุธสงครามให้มากพอที่จะทำให้รัฐบาลกะลาแลนด์ยอมเซ็นสัญญาบางอย่างก็พอ

            ตึก... ตึก... ตึก...

            หลังตลาดหุ้นปิดผมก็ออกจากห้องขึ้นบันไดไปยังพื้นที่ชั้นบนเป็นครั้งแรกในรอบสองสามวันที่ผมได้ก้าวเท้าออกจากห้องลับใต้ดินของตาแก่จริงอยู่ที่มันสะดวกสบาย แต่กลับเต็มไปด้วยความอึดอัด

            ที่สำคัญ... ถ้าโชคร้ายเกิดแผ่นดินไหวผมคงถูกคลังอาวุธนั่นกลบฝังอยู่ใต้ดิน

            ตึก... ตึก... ตึก... ก

            ผมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องซึ่งน่าจะเคยเป็นห้องนอนเก่าของพวกเขา เป็นเวลาเดียวกับที่ประตูห้องถูกกระชากเปิดพร้อมๆ กับปากกระบอกปืนที่จ่อเข้าหน้าอกผมทั้งซ้ายขวา

            "จะมาส่องก็ให้สุ้มให้เสียงหน่อยเกิดพลาดไป ต้องหางานใหม่อีก" นายปันผลลดปืนลงพลางบ่นกระปอดกระแปด

            "ผมบอกไปแล้วไงว่าจะมาดูหลังตลาดหุ้นปิด"ผมตอบเสียงบ่น ตามองแจ็กกี้ที่กำลังหาเหาใส่หัวด้วยการเอาปืนยัดกระเป๋ากางเกงยีนส์"พรุ่งนี้ผมจะสั่งซองปืนมาให้ ถ้านายไม่กลัวพลาดก็ใส่มันไว้แบบนั้นแหละ"

            คำพูดของผมทำให้แจ็กกี้เปลี่ยนใจดึงปืนออกมาเหน็บไว้กับรักแร้แทน... ผมยอมรับว่าไม่เคยเหนื่อยใจอะไรขนาดนี้มาก่อน

            "ตลาดหุ้นมันปิดกี่โมง?"นายปันผลโพล่งถามขึ้นมาอีก ทั้งที่ผมคิดว่ามันน่าจะจบไปแล้ว

            "โอเค...ผมผิดเอง" การตัดบทดื้อๆของผมทำเอาคนถามอ้าปากค้าง เป็นโอกาสให้ผมได้พูดต่อ

            "เป็นยังไงผลการฝึกวันแรก?" ผมมองเลยไปที่หมอนข้างขะมุกขะมอมหลายสิบใบซึ่งถูกตอกตะปูติดข้างฝาเอาไว้และอยู่ในสภาพกระจุยกระจายทั้งส่วนหัวส่วนท้ายของหมอนขณะที่บนพื้นห้องเต็มไปด้วยเศษนุ่น

            "ดูด้วยตาตัวเองดีกว่า"นายปันผลตอบคำถามของผม ก่อนจะหันไปพยักพเยิดหน้ากับแจ็กกี้ "ยิงหัว!"

            เร็วเท่าคำสั่งมือขวาของหมอนั่นหยิบด้ามปืนที่เหน็บไว้กับรักแร้ มาควง 1รอบ ก่อนจะยิงส่วนหัวของหมอนข้างใบริมสุดจนกระจุยด้วยกระสุนนัดเดียว

            "ยิงขา!"คำสั่งใหม่ดังขึ้น หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีส่วนท้ายของหมอนข้างใบเดิมก็กระจุยจากคมกระสุนนัดเดียวไม่ต่างกัน

            "ก็...ตามที่เห็น ฉันให้ผ่าน" นายปันผลสรุปท่าทางพอใจที่จบปัญหาลูกศิษย์ไม่เชื่อฟังคำสั่งได้เสียที

            "ที่บอกว่ายิงปืนไม่เป็นนี่เรื่องจริงหรือเปล่า?"ผมหันไปถามแจ็กกี้ที่กำลังควงปืนเต้นไปทั่วห้องเหมือนพวกเผ่ากินคนกำลังทำพิธีอะไรสักอย่าง

            "น่าจะเป็นพรสวรรค์แหละอันต่อไปขอเป็นอาร์พีจีได้ไหม?" คำตอบของหมอนั่นทำเอานายปันผลหันขวับไปจ้องหน้าคนพูด

            "ไอ้บ้า!แกจะถล่มตึกนี้ทั้งหลังหรือไง!?"

            น้ำเสียงนั้นบ่งบอกว่าคนถามเริ่มจะประสาทเสียขึ้นมาอีกครั้งแล้วและเป็นผมสินะที่ต้องแก้ปัญหานี้

            "อยากได้ไว้เป่าพวกแช่ขวาเอาแค่หล่นใส่กระโปรงหน้าแล้วหม้อน้ำระเบิดก็ได้ สนุกดีออก"แจ็กกี้นำเสนอตาเป็นประกายแฝงแววโรคจิต แต่ดูๆ ไปคำขอนั่น... ก็น่าสนใจดี

            "เอาไว้ผมมีเงินมากพอจะสั่งผลิตอาร์พีจีได้แล้วจะสั่งมาให้ก็แล้วกัน" ผมตอบไปตามตรงเพราะเป็นไปไม่ได้ที่ผมจะโอนเงินในธนาคารของตาแก่มาเป็นของตัวเองได้ทั้งหมดในคราวเดียว

            ...เวลานี้ผมทำได้แค่ใช้บัญชีของตาแก่โอนเงินซื้อของกับร้านค้าซึ่งมีบัญชีนายตองเก้าเชื่อมโยงอยู่ กับสร้างรายได้เองด้วยการเทรดหุ้น ทองคำ น้ำมันและสกุลเงิน เพื่อไม่ให้ดูน่าสงสัยจนถูกตรวจสอบเส้นทางการเงิน

            "วอท!?"นายปันผลหันขวับมาจ้องหน้าผม เหมือนสิ่งที่ผมพูดไปเมื่อครู่มีอะไรผิดแปลก

            "อะไร?"ผมจ้องตอบและย้อนถาม

            "นายจะสั่งอาร์พีจีมาไว้ถล่มไอ้พวกแช่ขวาเนี่ยนะมันจะไม่ได้โดนแค่ค่าปรับ บอกไว้ก่อนเลย" คนตรงหน้าพูดเสียงเครียด

            "แล้วไง?"ผมถามอีก

            "ฉันไม่ได้ทำงานเก็บเงินไว้ไปใช้ในคุกหรอกนะจะเลวทั้งทีก็ให้มันมีชั้นเชิงหน่อย"

            ดูเหมือนผมจะเป็นฝ่ายโดนอบรมเสียแล้ว

            "โทษทีผมเป็นพวกเลวซึ่งหน้า แต่ไม่ต้องห่วง ถึงเวลานั้นก็ไม่มีใครทำอะไรพวกนายได้แล้ว" คำพูดประโยคนั้นของผมทำให้นายปันผลจ้องหน้าผมเขม็งเหมือนต้องการมองทะลุไปถึงสิ่งที่อยู่ข้างใน

            "นายคิดจะทำอะไรกันแน่?"หมอนั่นเค้นเสียงถาม สีหน้าจริงจังอย่างที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนนับว่าผมกับแจ็กกี้ประสบความสำเร็จ ที่ทำให้นายปันผลชักสีหน้าสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้

            "ยึดกะลาแลนด์แล้วกำจัดเศษมะพร้าวเน่า"ผมตอบพร้อมกับยิ้มอย่างที่พวกยมทูตชอบเรียกมันว่ารอยยิ้มแสยะ

            "เศษมะพร้าวเน่าบางอันมันก็ชิ้นใหญ่อยู่นะ"

            เป็นครั้งแรกล่ะมั้งที่ผมได้ยินคำพูดเป็นการเป็นงานจากแจ็กกี้

            "ผมเลยต้องพึ่งความสามารถตอนเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของพวกนายไงล่ะ"

            ใช่... นั่นคือแผนการในสมองของผมแม้จะไม่ทั้งหมดก็ตาม

            "เหอะ!นายจะสวมบทโรบินฮู้ด ปล้นคนรวยไปช่วยคนจนหรือไง?" นายปันผลหัวเราะขำ

            "บทนักเทรดหุ้นที่ปล่อยเงินกู้และมีงานอดิเรกเป็นการสะสมอาวุธสงคราม รถถัง เรือดำน้ำ เรือรบเครื่องบินรถต่างหาก" ผมยืนยันเจตนารมณ์เดิม แค่มีเพิ่มเติมนิดหน่อย

            "แล้วบอสจะให้พวกเราทำอะไรต่อ?"แจ็กกี้หัวเราะร่าตาเป็นประกายเหมือนกำลังรอลุ้นกับคำตอบว่าจะสร้างสีสันให้ชีวิตได้สักแค่ไหน

            "ผมอยากให้พวกนายฝึกซุ่มยิงพรุ่งนี้จะเอาปืนไรเฟิลในคลังออกมาให้ วันนี้หาข้าวกินแล้วก็พักผ่อนซะ"ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงออกมาจากห้อง และกลับลงมาที่ชั้นใต้ดินตั้งใจจะสำรวจคลังอาวุธต่ออีกสักหน่อย เพราะมั่นใจว่ามันน่าจะมีอะไรซ่อนอยู่อีก

            กึก... กึก... แอ๊ดดดด...

            จะบอกว่าผมเกลียดเสียงนี้ก็ไม่ผิดมันทำให้นึกถึงช่วงเวลาที่ตาแก่นั่นเข้ามาในห้อง และพยายามเอาเลือดของตัวเองใส่ปากผมซึ่งถ้ากองอำนวยการยมโลกส่งพลังให้ผมคลาดเคลื่อน แม้จะแค่นิดเดียว... ทุกอย่างก็จบ

            ...หรือผมควรเอาไอ้ประตูบานพับขึ้นสนิมนี่ออก?

            ...ไม่ดีกว่าผมไม่อยากนอนมองหลุมดำปลายเตียง พรุ่งนี้คงต้องฝากเจ้าพวกนั้นซื้อน้ำมันมาหยอด

            ตึก... ตึก... ตึก...

            แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสว่างพอจะช่วยให้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างภายในคลังอาวุธมากขึ้นกว่าแสงรำไรจากโคมไฟในห้องนอนที่ส่องเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนังและเพดานปูนเปลือยรวมไปถึงปืนไรเฟิลนับไม่ถ้วนบนชั้นที่วางเข้าล็อคเรียงเป็นแนวตั้งตามลำดับความยาว

            ปืนกลหลายกระบอกที่ถูกแขวนติดผนังไว้เหนือศีรษะนิดหน่อยระเบิดมือ ปืนพก กับลูกกระสุนในลังไม้ขนาดเท่าตู้เย็นและอาร์พีจีนับสิบที่วางเรียงเป็นตับอยู่ตรงมุมห้องด้านในสุด

            "ไม่น่าใช่..."ผมพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังออกมาช้าๆ บางทีความลับดำมืดอาจไม่ได้ซ่อนอยู่ในที่ที่เดียว

            "ข้าวเย็นเย็น เย็น ที่ไม่เย็น เย็น เย็น แต่ถ้าอยากให้เย็น เย็น เย็น ต้องใส่ตู้เย็น เย็นเย็น"

            เสียงที่ดังแว่วมาเข้าหูบอกให้ผมรู้ว่าควรออกไปที่โถงห้องก่อนจะมีเคสทำร้ายร่างกายหรือไม่ก็ฆ่ากันตายเกิดขึ้น

            "ตู้เย็นนั่น...ใช้ได้หรือเปล่า?" นายปันผลชี้นิ้วไปที่ตู้เย็นใบเล็กตรงมุมห้องทันทีที่เห็นผม

            "ได้...นายจะแช่อะไรก็แล้วแต่นาย ผมไม่ได้ใช้"

            ถ้าจะให้พูดตามตรงก็คือผมยังไม่เคยเปิดมันด้วยซ้ำไป เพราะไม่มั่นใจว่าตาแก่ซินแสแช่อะไรเอาไว้ในนั้นบ้าง

            "ดี!ฉันจะได้เอาไอ้หมอนี่แช่เข้าไปเลย" สีหน้าท่าทางของนายปันผลไม่บ่งบอกว่าพูดเล่นหรือพูดจริงส่วนแจ็กกี้... ก็อย่างที่รู้กัน ไม่มีอะไรทำให้หมอนั่นสลดได้

            "ไม่อนุญาตให้ฆ่าพวกเดียวกันเอง"ผมย้ำเสียงหนักแน่น และหวังว่าจะไม่ต้องพูดซ้ำ

            "พรุ่งนี้นายจะให้พวกเราไปฝึกซุ่มยิงกับอะไรอย่าบอกนะว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาข้างล่างตึก?" นายปันผลเปลี่ยนเรื่องพูด

            "ฝั่งตรงข้ามตึกมีต้นไม้ที่กำลังออกลูกฝึกยิงผลไม้พวกนั้น พอคล่องแล้วก็ให้ฝึกยิงใบไม้ที่กำลังร่วงพลาดน้อยที่สุดเมื่อไหร่ค่อยมาแจ้งผม"

            นั่นคือบททดสอบถัดไปที่ผมตั้งเป้าไว้ว่าลูกน้องจะต้องทำได้

            "ถ้าผ่านแล้วต่อไปบอสจะให้พวกเราทำอะไร?"

            ดูท่าว่าความกระตือรือร้นของแจ็กกี้จะถูกกระตุ้นได้ง่ายด้วยมิชชั่นยากๆ

            "นายกับปันผลอยากทำอะไรล่ะ?"ผมถามความเห็น ส่วนหนึ่งก็เพราะยังคิดไม่ออกด้วยว่าจะทำยังไงกับปืนกลระเบิดมือ และอาร์พีจีในคลังนั่น

            "ถล่มพวกแช่ขวาด้วยอาร์พีจี"แจ็กกี้ยืนยันเจตนารมณ์เดิมแบบไม่ต้องคิด ทำเอาคนถูกถามอีกคนที่กำลังจะอ้าปากตอบชักสีหน้าเอือมระอา

            "รอผมมีเงินมากกว่านี้สักพันเท่าก่อนนะ"ผมยิ้มให้กับความสุดโต่งของแจ็กกี้

            "แล้วตอนนี้นายมีเงินเท่าไหร่ล่ะ?"แทนที่จะตอบคำถามของผม นายปันผลกลับเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายตั้งคำถามกับผมแทน

            "เฉพาะเงินในบัญชีก็ประมาณหนึ่งล้านบาท"

            คำตอบของผมทำเอานายปันผลเงยหน้าจากชามข้าวขึ้นมาจ้องเขม็ง

            "ฉันไม่ต้องรอจนแก่เลยเหรอกว่านายจะมีเงินมากกว่านี้สักพันเท่า!?"

            "เมื่อวันก่อนผมมีเงินสองแสนในบัญชีนายคิดว่าต้องรอจนแก่หรือเปล่าล่ะ ผมถึงจะมีเงินห้าพันล้าน"ผมตอบคำสบประมาทของลูกน้องอย่างใจเย็น... ที่สุด

            "ถ้านายทำมันได้ภายใน1 เดือนตามที่พูดไว้ ฉันก็โอเค!"หมอนั่นยักไหล่ สีหน้าท่าทางไม่ได้บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นใดๆซึ่งผมก็พยายามจะทำความเข้าใจ

            ...เวลานี้ผมไม่ใช่รองหัวหน้ายมทูตไม่มีพลัง ไม่มีลูกน้องหรือแม้แต่รุ่นน้องผมมีแค่หนึ่งสมองกับสองมือที่จะเพิ่มอำนาจให้เงินที่ยังมีอยู่น้อยนิดไม่เพียงพอที่จะสู้รบปรบมือกับอำนาจเงินในกะลาแลนด์เพื่อให้แผนการของผมยังคงดำเนินต่อไปจนถึงวันนั้น

            "เส้นตายของผมคือ1 เดือน นับจากที่พูดไว้คราวที่แล้วถ้าผมทำไม่ได้ก็ใช้ปืนในมือนายได้เลย แต่ก็อย่าลืมแล้วกันว่าถ้านายทำตามมิชชั่นของผมไม่ได้ เมื่อถึงเส้นตายผมก็มีสิทธิ์ใช้ปืนในมือผมเหมือนกัน"

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์ ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392