Chapter 4 พบกันอีกครั้ง
แม้จะเพียงน้อยนิดสการ์เล็ตก็สังเกตเห็นว่าเรมิเรสหายใจหอบ ราวกับเขารีบเร่งมาจนถึงที่นี่พ่อมดผมขาวสบตานางผ่านกรอบแว่นกระจกหนาเพียงวูบเดียว ก่อนไปยืนขวางประจันหน้ากับเด็กชายที่จ้องมาด้วยสายตาวาววาม
“ท่านคิดจะทำอะไร ไซอา!” เรมิเรสถาม น้ำเสียงติดกระด้างผิดวิสัย
เด็กชายที่ถูกเรียกว่าไซอาจ้องหน้าพ่อมดแล้วตอบเสียงใส
“นางมาขอพบผู้ตรวจการณ์ชาร์ล็อตข้าก็เลยอาสาพาไปพบ และจะพาเที่ยวชมกิลด์มิสทิคด้วยเลยยังไงล่ะ”
“ขอบคุณท่านมากแต่ในเมื่อข้ามาแล้ว ก็จะขอนำทางนางไปเอง” น้ำเสียงเรมิเรสสุภาพลงแต่ยังคงจ้องตอบไซอาไม่วางตา
เด็กชายเบือนหน้าไปยังหญิงสาวพร้อมรอยยิ้มละไมที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา
“นางมาขอพบชาร์ล็อตแต่บางที... อาจไม่ใช่แค่เขาที่มีคน้าพบ” ไซอาปรายมองพ่อมดผมขาวแวบหนึ่งก่อนเลื่อนกลับมาที่เดิม
“ั้แ่เรมิเรสกลับมาเมื่อปีก่อนก็ไม่ได้ออกไปที่ไหนอีก แต่มักจะมีจดหมายส่งมาถึงเขาเสมอ”
เด็กชายเอ่ยเรียบเรื่อย และเดินวนรอบกายชายหนุ่มกับหญิงสาว
“จดหมายนั้นส่งมาจากคนเดียวกันสถานที่เดียวกัน มันส่งจากสถานที่ท่านมา”
คราวนี้ไซอาพูดกับสการ์เล็ตโดยตรงดวงตาสีฟ้าหม่นจ้องนางเขม็ง ฉายแววกดดันเกินวัย
“นางเป็ผู้มีพระคุณของข้า”
เรมิเรสเอ่ยขัดแต่ไซอาก็ไม่ละสายตาไปจากหญิงสาวแม้เพียงครู่
“ท่าทางพวกเ้าจะสนิทสนมกันดีนะ”
“เรารู้จักกันมานานแล้วก่อนที่ข้าจะมายังกิลด์มิสทิค”
“เป็อย่างนั้นเองหรือข้าไม่ยักรู้” เด็กชายเปรยเสียงสูง ราวรู้สึกแปลกใจเสียเต็มประดา
พ่อมดผู้สวมแว่นตาย่นคิ้วไม่พอใจั้แ่เื่ที่ถูกละลาบละล้วงกระทั่งจดหมายแล้ว
“ท่านไม่จำเป็ต้องรู้ทุกเื่ของข้า”
คำกล่าวของเรมิเรสทำให้ดวงตาสีฟ้าหม่นวาวโรจน์ขึ้นทันใดไซอามองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มอันน่าพรั่นพรึง
“ถามว่าข้า ‘รู้จักเรมิเรสไหม’ สินะ”
ร่างเล็กเตี้ยแทรกผ่านพ่อมดเข้ามาประชิดและเกาะกุมแขนข้างหนึ่งของสการ์เล็ตเขาเขย่งกายจรดริมฝีปากแนบใบหูนุ่มนิ่มของนาง
“เ้านั่นอยู่ในกรรมสิทธิ์ของข้าต้องทำตามคำสั่งข้าทุกประการ แม้ว่าข้าจะสั่งให้พลีชีวิตก็ตาม ใช่ไหม” ประโยคสุดท้ายไซอากล่าวกับเรมิเรส
จอมเวทผมขาวยืนนิ่งไม่ปฏิเสธสการ์เล็ตจึงมองไซอาด้วยแววตาประหลาดใจนางถอยห่างเด็กชายสองก้าวเพื่อพิจารณาเขาอย่างเต็มตา
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าเป็ใครมีอำนาจแค่ไหนในสถานที่แห่งนี้ แต่เรมิเรสเป็มนุษย์คนหนึ่งถึงเขาจะเป็สมาชิกขององค์กรกิลด์มิสทิค แต่ก็ยังนับเป็ประชาชนของเรสทอเรียหากไม่ใช่ด้วยหน้าที่อันหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามเหตุสมควร หรือถูกลงทัณฑ์เพราะความผิดที่ก่อไว้ก็ไม่ควรจะมีใครมีสิทธิ์สั่งเขาให้ทำในเื่ที่ฝืนใจเสี่ยงอันตรายหรือพลีชีวิตได้” นางเว้นระยะคำพูด และมองพ่อมดผมขาวด้วยสายตาอาทร“ข้าไม่ยอมเด็ดขาด”
“โอหัง”
ไซอาพูดเสียงเบาจ้องหญิงสาวด้วยแววตาถมึงทึง หากก่อนที่เด็กชายจะทำอะไรมากกว่าการมองอย่างมาดร้ายเรมิเรสก็ขยับมาขวางไว้เสียก่อน
“กรุณาอย่าแตะต้องนางไม่อย่างนั้นข้าจะไม่อภัยให้เด็ดขาด”
เรมิเรสกล่าวหนักแน่นไซอาเหลือบตามองเขา เอ่ยลอดไรฟัน
“เ้าจะทำอะไรได้”
ชายหนุ่มไม่ตอบคำ แต่จ้องกลับไม่หลบตาครู่หนึ่งไซอาจึงเป็ฝ่ายยอมถอย
“ก็ได้ ครั้งนี้ข้าจะไม่แตะ”
เด็กชายเชิดหน้าและเหยียดยิ้มราวจะบอกว่าคราวต่อไป ไม่รับประกัน
สการ์เล็ตยืนมองเด็กชายก้าวถอยไปจนลับสายตา
“เขาเป็ใครกันดูกดดันน่ากลัวเกินเด็กเสียเหลือเกิน”
“เขาไม่ใช่เด็ก... ” เรมิเรสตอบเสียงเบา ก่อนหันมาด้วยรอยยิ้ม “ไปเถอะครับข้าจะพาท่านไปพบอาจารย์”
พ่อมดพาหญิงสาวออกจากที่ทำการองค์กรทางประตูลัดไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านมากนัก เหมือนทำไว้ใช้เฉพาะบุคคลมากกว่าเขาพานางเดินไปบนถนนปูอิฐสายเล็กปลอดเปลี่ยวในป่า ซึ่งยังนับว่าเป็อาณาบริเวณขององค์กรแห่งเวทมนตร์
เรมิเรสกุมมือเ้าหญิงแน่นแต่ไม่เอ่ยอะไรสักคำ เขาจูงมือเดินนำไปเรื่อย ๆ โดยไม่หันกลับมาสักครั้งแม้ก่อนหน้านี้จะมีรอยยิ้มให้นาง หากก็ไร้ร่องรอยของความยินดี
“เ้าไม่อยากให้ข้ามาที่นี่หรือเรมิเรส”
จอมเวทหนุ่มชะงักเท้า ผ้าคลุมศีรษะทำให้มองไม่เห็นว่าใบหน้าเขาแสดงความรู้สึกเช่นไร
“ใช่ครับข้าไม่อยากให้ท่านมา”
ในที่สุดเขาก็หันมาสบตา รอยยิ้มบนใบหน้าดูฝืดฝืน
“ไม่อยากให้ท่านเห็นข้าตอนที่น่าสังเวช”
“เด็กน้อย... “
เรมิเรสเบิกตาโพลง เมื่อเ้าหญิงทำในสิ่งที่เขาไม่คาดคิดว่าจะทำนางขยับเข้ามาใกล้ ใช้สองแขนโอบศีรษะเขาให้โน้มลงบนบ่าบอบบาง
“เ้าก็น่าจะรู้ว่าข้าไม่เคยรังเกียจต่อให้เ้าเป็อย่างไรก็ตาม ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่ชอบเด็กนิสัยเสียอย่างเ้าได้”
นางลืม...ที่เขาเคยเตือนว่าอย่ามองเขาเป็เพียงเด็กอยู่ร่ำไป
แต่ช่างเถอะครั้งนี้เขาจะยอมปล่อยผ่าน ไม่ตักเตือนนางอีกครั้งก็ได้
ผู้ใช้อาคมแย้มยิ้มบางใต้วงแขนซึ่งโอบรอบศีรษะตนเขาสอดมือทั้งสองข้างโอบรอบเอวคอดกิ่วเอาไว้บ้าง
“ขอบคุณครับ ที่ช่วยปกป้องข้า”
จอมเวทหนุ่มหลับตา ซบหน้าลงบนบ่านางโดยหันปลายจมูกไปยังซอกคอขาวสูดกลิ่นหอมเบาบางผ่านเนื้อผ้า ให้จิตใจได้รู้สึกผ่อนคลาย
อ้อมแขนแกร่งภายใต้เสื้อคลุมของจอมเวทซึ่งโอบรอบเอวสการ์เล็ตไว้เพียงหลวมๆ ขยับกระชับขึ้น แแ่จนหัวใจหญิงสาวเริ่มเต้นไม่เป็ส่ำแต่เพียงครู่เดียวก็คลายลง
เขายังไม่อยากให้อากาศอบอุ่นแสนสบายแปรเปลี่ยนเป็ความร้อนรุ่มรวดเร็วเกินไป
“ดีใจที่ได้พบท่านนะครับขอโทษด้วย ที่ไม่ได้ทำตามสัญญา”
ฝ่ามือเรมิเรสยกขึ้นแตะแ่บนนวลปรางนางวางมือซ้อนบนหลังมือของเขา แนบรับััอุ่น
“เพราะเ้าไม่ยอมไปหาข้าก็เลยต้องเป็ฝ่ายมายังไงล่ะ”
ในที่สุดแววตาของเรมิเรสก็เป็ประกายรอยยิ้มเขาช่างเจิดจ้าเมื่ออยู่ท่ามกลางแสงตะวัน
“มาเถอะ ข้าจะพาไป... ” เขากุมมือนางสนิทแแ่แล้วออกเดินเคียงข้างไปพร้อมกัน “ที่บ้านของพวกเรา”
บ้านหลังใหญ่ตั้งอย่างโดดเดี่ยวบนลานกว้างท่ามกลางผืนป่าในอาณาบริเวณขององค์กรแห่งเวทมนตร์เพียงมองจากภายนอกก็ดูสวยงาม ชวนผ่อนคลายน่าอาศัยแตกต่างจากภาพลักษณ์อันน่าครั่นคร้ามของกิลด์มิสทิคที่เห็นจากทางเข้าด้านหน้า ราวอยู่กันคนละทวีป
หลังจากถูกเชิญให้นั่งรอในห้องรับแขกเพียงครู่เดียวสการ์เล็ตก็ได้พบคนที่คิดว่าหายสาบสูญไปนานแล้ว
“ฮิลดราเลีย! มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
หญิงผมดำวางถ้วยชาร้อนกรุ่นตรงหน้าสการ์เล็ตแล้วก้าวถอยไปยืนไม่ห่างไกลนางยกถาดขึ้นกอดแนบทรวงอก ใบหน้างามก้มต่ำหลบสายตาอย่างลำบากใจ
“เื่มันยาวและอธิบายยาก” สำหรับนางน่ะนะ...
“แต่สักวันในเวลาอันใกล้ข้าจะอธิบายทุกอย่างให้ฟังค่ะ”
แม้เ้าหญิงจะยังสงสัยแต่ก็พยักหน้าแล้วแตะมือลงบนแขนอดีตสาวรับใช้ในปราสาท
“ท่านพี่เป็ห่วงเ้ามากรู้ไหม”
ฮิลดราเลียกัดริมฝีปาก ไม่อยากเชื่อ
ท่าทางหญิงสาวตรงหน้าจะยังไม่ทราบ ว่าผู้เป็พี่ชายรู้ทุกสิ่งที่นางเป็อยู่และเคยกระทำไว้ทั้งอย่างนั้น...เขาจะยังหลงเหลือเยื่อใย มีความเอื้ออาทรให้นางได้อีกน่ะหรือ
ใจจริงของนางนั้นอยากพบเขาเหลือคณาแต่ก็ละอายเกินกว่าจะกล้ากลับไปสู้หน้าในยามนี้
ฮิลดราเลียเม้มปากแน่น รวบรวมความกล้าแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาสการ์เล็ต
“ข้าอยากขอรบกวนท่านวานบอกเ้าชายรัชทายาทว่าสักวันข้าจะกลับไปชดใช้ทุกอย่างให้แน่ ๆ ค่ะ”
พูดแล้วหญิงสาวก็ค้อมศีรษะ ก่อนหมุนตัวหันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็วไม่ให้โอกาสสการ์เล็ตได้ไถ่ถามสักคำ นางหันไปมองเรมิเรสด้วยสายตางุนงงเขาก็เพียงแย้มยิ้มบางตอบมา
“ให้นางพูดเองดีกว่าเมื่อถึงเวลาที่ควร”
เ้าหญิงนั่งรออีกเพียงครู่ผู้ตรวจการณ์แห่งกิลด์มิสทิคก็เดินเข้ามาพร้อมใบหน้าง่วงงุนเขานั่งแหมะลงบนเก้าอี้บุนวมอย่างไร้การวางท่ายกสองแขนขึ้นกอดอกแล้วมองหน้านางด้วยดวงตาที่เข้มคล้ำ
“สวัสดีเ้าหญิงลำดับแรกแห่งเรสทอเรีย มีธุระอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ” ชาร์ล็อตพูดอย่างไม่มีพิธีรีตอง ดวงตาหรี่ปรือเหมือนพร้อมจะหลับทุกเมื่อ
“ข้ารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านหรือเปล่าคะ” สการ์เล็ตถามอย่างเกรงใจหลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นผู้ตรวจการณ์ในภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากการพบกันในคราวแรก
ช่างผิดแผกลงมากนัก
“ไม่ต้องกังวลหรอกครับอาจารย์ไม่เคยพักผ่อนเป็เวลาอยู่แล้ว”
ชาร์ล็อตหรี่ตามองเรมิเรสแวบหนึ่งอย่างกล่าวหาว่าช่างรู้ดีเสียเหลือเกิน
“ก็อย่างที่เรมิเรสบอกเชิญกล่าวธุระของท่านได้เลย” ผู้ตรวจการณ์ผ่อนลมหายใจ แล้วปรับสีหน้าให้จริงจังขึงขังขึ้น“ขออภัยที่ไม่ได้ต้อนรับท่านอย่างสมเกียรติ”
ก็ใครจะไปนึกว่าเรมิเรสจะพาเ้าหญิงเข้ามาถึงบ้านกะทันหันแม้จะมีตัวแปรน่ารำคาญให้ต้องทำอย่างนั้นก็เถอะ
“ไม่เป็ไรค่ะข้าไม่ได้มาในฐานะเ้าหญิงของอาณาจักรอย่างเป็ทางการ”นางพูดสุภาพเกรงใจ “มันออกจะเป็เื่ที่เกี่ยวกับความรู้สึกส่วนตัวด้วยซ้ำ”
“อ้อ... “ ชาร์ล็อตส่งเสียงรับในลำคอ พลางปรายมองพ่อมดที่นั่งยิ้มตีหน้าซื่ออยู่ข้างๆ อย่างน่าหมั่นไส้
“ก่อนหน้านี้ ท่านพี่ของข้าได้ส่งจดหมายติดต่อขอรับบริการจากกิลด์มิสทิคโดยระบุขอตัวเรมิเรส แต่ทางองค์กรกลับส่งจอมเวทคนอื่นไปแทนแล้วให้เหตุผลว่าเพราะเขาถูกกักบริเวณโดยไม่อาจบอกสาเหตุแน่ชัดได้ข้าเลยเดินทางมาที่นี่เพื่อขอพบท่าน ขอทราบถึงความเป็จริง”เ้าหญิงเลื่อนสายตามองพ่อมดผมขาวด้วยแววอาทรและตัดพ้อ “เหตุผลแท้จริงของข้าก็เป็เพราะห่วงเขาเพราะเ้าไม่เคยตอบจดหมาย ไม่เล่าอะไรให้ข้ารู้เลยสักอย่างกระทั่งต้องรู้ข่าวของเ้าจากปากผู้อื่นแทน”
“ขอโทษครับ”
เรมิเรสเอ่ยแ่เพียงแค่นั้นขณะชาร์ล็อตกอดอกอย่างใช้ความคิด
“พวกเราไม่ได้รับการแจ้งข่าวสารอะไรสักอย่าง”
และไม่มีการส่งงานถึงเรมิเรสมานานแล้ว
ทว่าจอมเวทาุโแห่งกิลด์มิสทิคกลับไม่นึกแปลกใจอะไรเดาได้ไม่ยากถึงตัวการที่ขัดขวางการประสานงานทุกอย่างระหว่างพวกเขากับองค์กรเสมอเขาหันไปหาศิษย์หนุ่มแล้วถามกะทันหัน
“เ้าสนใจรับงานจากนางไหม”
“ข้ายังไม่ได้รับอนุญาตให้สามารถออกไปจากองค์กร” เรมิเรสพูดอย่างลำบากใจ หลบสายตาแคลงใจจากเ้าหญิง “ที่สำคัญ ข้าถูกปลดจากตำแหน่งแล้ว”
“เื่ที่ถูกกักบริเวณ มันก็แค่คำสั่งไม่เป็ทางการรู้กันเพียงไม่กี่คน” ใบหน้าง่วงงุนของผู้ตรวจการณ์แปรเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์ทันใด
“เ้าถูกปลดจากตำแหน่งผู้คุมกฎแล้วแต่ไม่ได้ห้ามรับงานทั่วไปนี่นา”
==============================
ผู้แต่งชวนคุย!!
เื่ที่ชอบเวลาเขียนอย่างหนึ่ง คือโมเมนท์ป๊ะป๋ากับลูกชายต่อปากต่อคำกันของชาร์ล็อตกับเรมี่นี่แหล่ะค่ะ
มันเป็อะไรที่ก๊าวใจคนเขียนมาก ๆ
นี่ยังไม่มีโอกาสเขียนโมเมนท์พี่ชายน้องชายของอลันกับเรมี่เลยนะ
ฉากที่รวมชาร์ล็อต อลัน เรมี่ต่อปากต่อคำกันคิดไว้ว่าอยากเขียนั้แ่ภาคแรกแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ใส่ลงไป
หวังว่าภาคนี้จะมีโอกาสได้เขียนนะ เพราะ่ท้าย เนื้อเื่จะหนักมากขนาดที่ว่าไมเกรนจะรับประทานคนเขียนเลยเหมือนกัน
อ่านพ่อมดแว่นแล้ว อย่าลืมแวะไปอ่านเหยี่ยวดำกันนะคะ
ขอฝากหนุ่มเหยี่ยวไว้ในอ้อมใจผู้อ่านอีกคนด้วยค่ะโดนอิแม่ทิ้งมานานกว่าจะได้ออกเล่ม 555555
