ลู่เสี่ยนวิ่งกระหืดกระหอบกลับเข้ามายังห้องอาบน้ำ เฉิงวั่งซูเ้านายน้อยยังคงนอนแช่น้ำอุ่นที่นางเตรียมไว้ให้อย่างสบายอารมณ์ ลู่เสี่ยนจึงทำได้แค่กลืนเอาข่าวที่ตนรู้มาลงท้องไป ไม่กล้าขัดอารมณ์สุนทรีย์ของผู้เป็นายในเวลานี้
“พี่ลู่เสี่ยน เ้ามาแล้วรึ ดีจริงมาช่วยถูหลังให้ข้าหน่อย”
“เ้าค่ะ คุณชาย วันนี้น้ำอุ่นพอดีหรือไม่”
“วันนี้ดูเหมือนจะอุ่นกว่าเมื่อวาน แต่ถ้าเทียบกับอาการครึ้มฝนของด้านนอก ก็นับว่าพอดีแล้ว”
“ข้าตั้งใจให้น้ำมีความร้อนตามนี้ ่นี้ท่านมักใตื่นกลางดึก ทำให้จิตใจขุ่นมัวอ่อนเพลียในเวลากลางวัน น้ำอุ่นของข้าน่าจะพอช่วยให้คุณชาย นอนหลับได้ดีขึ้น”
เด็กชายหมุนตัวหันกลับมามองหน้าพี่เลี้ยง น้ำใสในอ่างแม้มีควันอุ่น ๆ แต่ก็ไม่สามารถบดบังของสงวน ที่เลือนรางใต้น้ำเอาไว้ได้ ลู่เสี่ยนที่แม้จะคุ้นเคยดี แต่ก็ไม่สามารถอาจหาจสู้ทนเห็นภาพเช่นนี้อยู่ได้ จนนางต้องเบี่ยงสายตามองไปทางอื่นแทน
“คุณชายท่านจะหันมาทำไม หันหลังกลับไปเดี๋ยวนี้นะ”
“พี่ลู่เสี่ยน ข้าอยากเห็นหน้าเ้าชัด ๆ ทำไมนะท่านย่าถึงเลือกเ้ามารับใช้ข้า เ้าอยู่กับข้ามากี่ปีแล้ว”
“สี่ปีแล้วเ้าค่ะ ตอนนั้นข้าอายุได้สิบสามปี ถูกขายมาให้ฮูหยินรองหรือก็คือท่านแม่ของท่าน แต่นางไม่อยู่ ฮูหยินแม่เฒ่าเลยรับข้าไว้เอง แต่นางเห็นว่าข้ายังอายุน้อย งานในจวนมากมายคงรับไม่ไหว ท่านจึงเลือกให้ข้ามาเป็พี่เลี้ยงแก่ท่าน”
“พี่เลี้ยงเช่นนั้นรึ” เด็กชายไม่พูดเปล่าเอื้อมมือคว้าแขนของลู่เสี่ยน หมายใจดึงร่างนางลงมาในอ่างน้ำ แต่หญิงสาวรู้ทัน นางเพียงถอยหลังแล้วเอี้ยวตัวหลบ เด็กชายก็คว้าได้แค่เพียงอากาศว่างเปล่า แล้วต้องรีบย่อตัวลงแช่น้ำตามเดิม
ลู่เสี่ยนหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ เมื่อเห็นว่าสิ่งที่เธอคาดการณ์ไว้ เกิดขึ้นจริง
“เ้านี่นะ เ้าไม่ใช่สาวใช้ เ้ามันคือเพื่อนเล่นของข้า กลับมานะลู่เสี่ยน เ้ายังไม่ได้ขัดหลังให้ข้าเลย”
“ก็ใครใช้ให้ท่านเล่นพิเรนทร์เช่นนี้เล่าเ้าคะ”
“ได้ ๆ ข้าหันหลังแล้ว มาเถอะข้าแช่น้ำรอเ้านานแล้วนะ ได้ข่าวอะไรมาบ้างหรือไม่”
หญิงสาวเงียบเสียงลง เมื่อถูกถามถึงเื่ที่ให้นางไปทำ “อ้าวว่าเช่นไร ทำไมเ้าเงียบไป”
“อ๋อ…เอ่อ…เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าขัดหลังให้ท่าน อาบน้ำให้ท่านเสร็จแล้ว ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง”
เฉิงวั่งซูรีบหันหน้ากลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ลู่เสี่ยนไม่ได้หลบสายตา วั่งซูเองก็ไม่ตั้งใจที่จะแกล้งนางเช่นครั้งแรก
“มีเื่อันใดใช่หรือไม่ เหตุใดเ้าไม่เล่าให้ข้าฟังเสียตรงนี้ เ้ารู้อะไรมาลู่เสี่ยน” เฉิงวั่งซูลุกขึ้นจากน้ำก้าวเท้าออกจากอ่างทั้งที่ร่างกายยังเปลือยเปล่า เผยแผ่นอกร่อนเล็กแบบเด็กชายที่กำลังเข้าสู่เด็กหนุ่ม และรูปกายที่เป็ชายงดงามต่อสายตาสาวใช้คนสนิท
ลู่เสี่ยนได้แต่ก้มหน้ามองต่ำ แล้วรีบหมุนตัวไปหยิบผ้าซับน้ำ และเสื้อคลุมมาห่มให้เขา จากที่คุยเล่นหยอกล้อสนุกสนาน เวลานี้วั่งซูกลับเงียบขรึม ลู่เสี่ยนรู้ดีว่าอาการเช่นนี้ ไม่ว่าใครหากไม่เกี่ยวข้องก็ห้ามรบกวนเป็อันขาด ด้วยรู้กันดีว่า หากเฉิงวั่งซูโกรธจัดหรือไม่พอใจอะไรขึ้นมา เด็กชายผู้นี้จะส่งพลังบางอย่างให้รู้สึกถึงความน่าเกรงขาม เพียงใครมองเห็นสายตาของเขา ก็เหมือนดั่งถูกเผามอดไหม้ได้โดยไม่รู้ตัว
เฉิงวั่งซูเพียงเดินผ่านฉากบังตา ก็สามารถทะลุมายังอีกห้อง เข้าสู่เขตพื้นที่ของห้องส่วนตัว ลู่เสี่ยนรีบหอบเอาเสื้อผ้าชุดเก่าเดินตามหลังเขามา พร้อมกับโบกมือเป็สัญญาณให้เด็กรับใช้ด้านนอกเข้ามาจัดการทำความสะอาดดูแลความเรียบร้อย
หญิงสาวเอาเสื้อผ้าชุดเก่าพับลงตะกร้า แล้วเตรียมชุดใหม่ให้เขา
วั่งซูจ้องมองใบหน้าของนางด้วยความไม่พอใจ ั้แ่เห็นนนางเดินเข้ามา ใบหน้านึ่งขรึมของเขาในเวลานี้ยิ่งทำให้ลู่เสี่ยนทั้งอึดอัดและหวาดกลัว
“บอกข้าได้รึยัง สิ่งที่เ้ารู้มาคืออะไร”
“คุณชาย…สวมเสื้อก่อนนะ ด้านนอกอากาศชื้นฝนใกล้ตกแล้ว ใส่แค่เสื้อบาง ๆ จะไม่สบายเอาได้นะ”
เด็กชายลุกขึ้นจากที่นอน กางแขนออก ยอมให้นางสวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ให้ แล้วเริ่มทวงคำถามที่ยังไม่ได้คำตอบอีกครั้ง เมื่อทุกอย่างใกล้เสร็จเรียบร้อย
“มีจดหมายหนึ่งฉบับจากคุณชายรองเ้าค่ะ”
“ข้อความในนั้นว่าอย่างไร รีบว่ามา”
“การศึกเรียบร้อยดี อีกไม่กี่เดือนคงได้กลับบ้าน ฮูหยินรองกำชับหนักหนาให้คุณชายเล็ก หมั่นศึกษาตำราพิชัยยุทธ และเริ่มฝึกวรยุทธพลังปราณ และอาวุธต่าง ๆ ให้ชำนาญ กลับจากศึกครานี้ นายท่านจะนำท่านไปฝากฝังกับท่านเสนาบดี ห้ามทำให้ตระกูลต้องขายหน้าเป็อันขาด”
“ก็เื่ทั่วไป ไยพี่ลู่เสี่ยนต้องดูลนลานตื่นตระหนกนัก ข้าหลงคิดว่ามีเื่ร้ายแรงเสียอีก”
“มะ…ไม่ ไม่มีอะไรร้ายแรง เพียงแต่คุณชายอาจต้องเหนื่อยมากหน่อย เพราะในจดหมายระบุไว้ว่า อีกไม่กี่เดือน ฮูหยินรองมาถึง คงทดสอบความสามารถท่านเป็แน่”
“ท่านแม่เข้มงวดมากเช่นนั้นรึ แล้วท่านพ่อล่ะ”
“ข้าไม่รู้ ข้ามาถึงจวนตระกูลเฉิง ก็ไม่พบนายท่านทั้งสองแล้ว มีแต่ฮูหยินแม่เฒ่า แต่จากคำบอกเล่า ฮูหยินรอง นางเป็คนเ้าระเบียบเข้มงวด เก่งกาจทั้งงานเรือนและงานา นอกจากฮูหญิงแม่เฒ่าแล้ว ในจวนแห่งนี้ก็ต้องเป็ฮูหยินรอง หรือก็คือมารดาของท่านที่เป็ใหญ่กว่าผู้ใด”
“ดี ๆ เมื่อถึงเวลานนั้น ข้าจะได้ไม่โดนใครดูถูกอีก”
“คุณชาย ในจวนแห่งนี้ ข้าก็ยังไม่เห็นมีใครดูถูกท่านเลยนะ ท่านไปเอาความคิดเช่นนี้มาจากไหน”
วั่งซูลุกขึ้นเดินไปยืนดูสายฝนที่เริ่มโปรยปรายจากด้านนอก สายลมและกลิ่นอายดินยามต้องหยาดฝนจากฟ้ามันช่างหอมชื่นใจ “เ้าไม่เป็ข้าจะรู้ได้เช่นไร ดูอย่างเช่นวันนี้ สายตาชื่นชมของท่านย่า ที่มองเ้านั่น ข้าเห็นแล้วให้รู้สึกหงุดหงิดใจนัก คอยดูนะ ข้าจะต้องเก่งกว่าเ้าหมอนั่น ท่านแม่กับท่านพ่อกลับมา ข้าจะใช้สิ่งนี้ เป็ของขวัญต้อนรับเขาทั้งสองกลับบ้าน”
ลู่เสี่ยน มองดูแผ่นหลังของผู้เป้นนาย เฉิงวั่งซูหากตั้งใจที่จะทำอะไรแล้ว ไม่มีเื่ไหนที่ไม่สำเร็จ หากแต่ความตั้งใจนี้คงเป็เื่แรกในชีวิต ที่เขาอาจต้องเสียใจไปตลอดกาล
ลู่เสี่ยนหยิบพู่เอ๋อร์ขึ้นมาบรรเลงบทเพลงแสนเศร้า เคล้าคลอสายฝน วั่งซูหันมาส่งยิ้มให้นาง แล้วเดินไปกางกระดาษ พร้อมกับฝนหมึก วาดภาพสาวใช้คนงามที่กำลังบรรเลงดนตรีเสียงเพราะ ลู่เสี่ยน้าเพียงสร้างความสุขสร้างรอยยิ้มให้กับเ้านายของนาง และได้แต่ภาวนาให้เื่ร้ายแปรเปลี่ยนเป็เื่ดี อยากให้รอยยิ้มและดวงตาซุกซนของวั่งซู จ้องมองนางเช่นนี้ทุกเช้าค่ำ
- มี e book - https://shorturl.asia/mT8gu