บนรถม้ากาเวนถามความเป็อยู่ของการินว่าไปที่เขตตะวันออกแล้วเป็อย่างไรบ้างซึ่งการินก็ตอบเพียงคำเดียวว่าน่าเบื่อ
กาเวนเลิกผ้าม่านหน้าต่างรถม้าขึ้นเมื่อเห็นว่าใกล้ถึงบ้านของตนแล้วกลับแปรเปลี่ยนสีหน้าเป็จริงจังมองมาที่การิน
“อีกสามวันจะถึงวันคัดเลือกว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไปของตระกูลเรา”
การินเลิกคิ้วขึ้น
“อย่าบอกนะว่าท่านพ่ออยากให้ผมลงท้าชิงผมไม่เอาด้วยหรอกนะ”
กาเวนทอดถอนใจ
“พี่ของเราจะลงท้าชิงและมีโอกาสสูงที่จะชนะด้วย ไม่สิ คงต้องบอกว่าชนะแน่นอนอยู่แล้วเพราะตอนนี้การันเป็ผู้มีรอยประทับระดับอาณาจักรแล้ว คนอื่น ๆที่มีสิทธิ์เข้าท้าชิงอย่างมากก็เป็ระดับเมือง”
“ดูเหมือนท่านพ่อไม่อยากให้พี่เขาได้เป็ผู้นำคนต่อไปเลยนะครับ”
“การันนั้นมีความเย่อหยิ่งคิดว่าตนอยู่สูงกว่าผู้อื่น ซึ่งพ่อไม่ชอบ”
“จะว่าไปแล้วครอบครัวเราทั้งท่านปู่ ท่านตา ท่านยาย ท่านพ่อ ท่านแม่ เทียร์น่าแล้วก็ผมทุกคนไม่ได้มีนิสัยแบบพี่การันสักคน แล้วพี่เขาติดนิสัยนี้จากใคร?”
“เื่นี้คงต้องโทษพ่อกับแม่เองแหละตอนที่การันเข้ารับการฝึกการเป็นักรบเขาได้สนิทกับเพื่อนคนหนึ่งที่มาจากตระกูลทองคำเฮ้อ ตระกูลทองคำขึ้นชื่อเื่ดูถูกคนอื่นอยู่แล้ว ถ้าพ่อแวะเข้าไปเยี่ยมการันในข่วงที่รับการฝึกบ้างก็คงไม่เป็แบบนี้”
กาเวนพูดจบรถม้าก็มาหยุดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังหนึ่งพอดี
การินก้าวเท้าลงมาคนแรกชายหนุ่มบิดี้เีพลางสำรวจบริเวณโดยรอบ
กาเวนที่เมื่อลงจากรถม้าก็เดินตรงไปที่คฤหาสน์ทันทีการินจึงได้แต่เดินตามไประหว่างทางเมื่อมีคนเห็นกาเวนก็จะเอ่ยทักทายพร้อมทำความเคารพ
กาเวนพาชายหนุ่มเดินผ่านคฤหาสน์ไปที่สวนโล่งกว้างด้านหลังกลางสวนโล่งมีบ้านหลังหนึ่งไม่เล็กไม่ใหญ่ตั้งอยู่
ในตอนที่สองพ่อลูกเดินเข้าใกล้บ้านหลังนั้นประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดออกโดยหญิงสาวผู้หนึ่ง
หญิงสาวผู้นี้ดูภายนอกมีอายุสี่สิบต้นๆ ทว่ายังมีความงดงามของวัยสาวหลงเหลืออยู่ เมื่อเธอเห็นกาเวนก็ไม่มีท่าทีอะไรทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นการินเธอกลับอุทานด้วยความใ
“การิน?ลูกมาได้ยังไง?”
เธอกล่าวพร้อมเดินเข้ามากอดชายหนุ่ม
การินยิ้มกอดเธอกลับเช่นกัน
“พอดีผมมีเื่ที่ต้องมาทำน่ะครับท่านแม่...ริน่า~”
ริน่าเบิกตากว้างผละออกจากลูกชายแล้วจ้องไปทางกาเวน
“นี่คุณบอกชื่อฉันกับลูกเหรอคะ?ไหนคุณบอกว่าอยากปิดบังเื่ชื่อกับลูกไปตลอดไง?”
กาเวนยิ้มกล่าวพร้อมโบกมือปฏิเสธ
“ผมไม่ได้บอกลูกได้ยินจากคนอื่นน่ะ ชื่อเสียงของพวกเรามีน้อยซะที่ไหนล่ะ”
ริน่าเบ้ปากให้สามีก่อนหันกลับมาทางการินถามด้วยรอยยิ้ม
“แล้วเื่อะไรเหรอที่ลูกต้องมาทำ?”
การินยิ้มกว้าง
“ผมต้องมาพูดเื่แต่งงานกับครอบครัวฝ่ายหญิงครับ”
ริน่าตะลึง ถามอย่างไม่แน่ใจ
“แต่งงาน?ใครจะแต่งงาน? หรือว่าลูก...”
“ใช่แล้วครับผมจะแต่งงาน”
การินหัวเราะร่า
กาเวนเดินเข้ามากล่าวด้วยความหนักใจ
“แถมยังแต่งกับใครไม่แต่งดันมาแต่งกับหนูอลิส”
ริน่าเบิกตากว้างเธอรู้ว่าการันชอบอลิสมากและตัวการันก็คิดว่าไม่มีเหมาะสมกับกับอลิสเท่ากับตนเองยิ่งตอนนี้กลายเป็ผู้มีรอยประทับระดับเมืองแล้วยิ่งมั่นใจในตนเองกว่าเก่า
แต่ใครจะคาดคิดว่าอลิสที่ขึ้นชื่อเื่เ็าจะไปตกหลุมรักคนอื่นที่ทำให้ริน่ารู้สึกว่าไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดีก็คือคนที่อลิสรักกลับเป็ลูกชายอีกคนของเธอ
ริน่าจับมือการิน
“ไม่เป็นะลูกเดี๋ยวแม่คุยกับพี่ชายเราให้เอง”
การินยิ้มไม่พูดอะไร
กาเวนหัวเราะ
“เื่แต่งงานถือเป็เื่ดีพวกเราควรจะมีความสุขให้มากเข้าไว้ ว่าแต่ลูกเถอะการินลูกทำยังไงถึงทำให้หนูอลิสสนใจเราได้”
ริน่าเองก็ยิ้มรอฟังคำของชายหนุ่ม
การินลูบต้นคอตัวเองกล่าวอย่างอาย ๆ
“ควรจะถามว่ายัยนั่นทำอะไรให้ผมสนใจมากกว่านะครับ”
กาเวนกับริน่าทำงงงัน
ชายหนุ่มหัวเราะอธิบาย
“คนที่ถูกจีบคือผมนะครับไม่ใช่อลิส”
สองสามีภรรยามองหน้ากัน
“หนูอลิสนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ลูกเล่ามาสิว่าพวกลูกสานสัมพันธ์กันยังไงบ้าง แม่ชักถูกใจลูกสะใภ้คนนี้แล้วสิ”
การินหัวเราะแล้วเล่าเื่ระหว่างเขากับอลิสั้แ่พบกันครั้งแรกในการประชุมไปจนถึงเื่ที่เขาแกล้งจูบอลิสต่อหน้าผู้มีรอยประทับในเขตตะวันออกทุกคน
แม้การินจะไม่ค่อยได้เจอพ่อกับแม่บ่อยนักทว่าความสัมพันธ์กลับแน่นแฟ้น
ชายหนุ่มมีน้องสาวอีกคนที่เขาสนิทด้วยเวลาที่ท่านพ่อกับท่านแม่เดินทางไปเยี่ยมท่านตาท่านยายก็จะพาน้องสาวของเขามาด้วยตอนเด็ก ๆ ชายหนุ่มมักจะพาเธอไปตกปลาบ่อย ๆและเธอยังเป็เพียงหนึ่งในสองคนในครอบครัวที่เขารู้จักชื่ออีกด้วย
อีกคนที่เข้ารู้จักชื่อคือท่านปู่ที่มักจะไปหาท่านตาบ่อยๆ เพราะทั้งคู่คุยกันถูกคอมาก
มีเพียงการันเท่านั้นที่ไม่ค่อยไปบ้านท่านตาท่านยายตอนเด็ก ๆ ก็ไปบ่อยอยู่ แต่พอเข้าฝึกการเป็นักรบก็แทบจะไม่ไปอีกเลย
เนื่องในโอกาสที่การินมาตระกูลครั้งแรกกาเวนจึงจะจัดงานเลี้ยงภายในครอบครัวใน่มื้อค่ำ ริน่ารีบเตรียมวัตถุดิบทำอาหาร ส่วนกาเวนออกไปหาท่านปู่ที่บ้านอีกหลังหนึ่งเพื่อบอกเื่ที่การินมา
มองดวงตะวันที่ผลุบหายลงที่กำแพงการินที่นั่งเหม่อบนหลังคาบ้านพลันได้ยินเสียงคนเดินที่ลานหน้าบ้านเมื่อมองลงไปก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่ง
หญิงสาวคนดูนี้มีอายุประมาณยี่สิบปีใบหน้างดงาม ั์ตาสีม่วง เส้นผมสีดำยาวประบ่า
เมื่อเห็นหญิงสาวคนนี้การินพลันฉีกยิ้มะโลงจากหลังไปอยู่ด้านหลังเธอ ใช้มือปิดตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
“ทายซิใครเอ่ย~”
หญิงสาวร้องออกมาด้วยความใในตอนแรกแต่เมื่อได้ยินเสียงของการินพูดขึ้นเธอจึงอุทานออกมา
“อ๊ะท่านพี่การิน!”
ชายหนุ่มเอามือออก
“ไม่เจอกันตั้งหลายเดือนเทียร์น่าจำเสียงพี่ได้ด้วยเหรอเนี่ย”
หญิงสาวหันกลับมาก่อนจะกางแขนกอดชายหนุ่ม
“แน่นอนสิหนูต้องจำเสียงพี่ได้อยู่แล้ว”
เมื่อผละออกมาเทียร์น่าจึงถามด้วยความเป็ห่วง
“ได้ยินว่าท่านพี่ถูกส่งไปที่กำแพงเขตตะวันออกคงไม่ได้มาที่นี่เพราะาเ็อะไรใช่ไหมหนูฟังมาว่าพวกสัตว์ร้ายน่ะน่ากลัวที่สุดเลยไม่รู้ว่าท่านพี่ต้องลำบากขนาดไหนตอนไปอยู่ที่นั่น หนูน่ะเป็ห่วงพี่มากเลยนะถึงท่านพ่อท่านแม่จะไม่พูดแต่ก็เป็ห่วงท่านพี่เหมือน...”
“หยุด ๆพี่ไม่ได้ลำบากขนาดนั้น เขตตะวันออกน่าเบื่อจะตาย พี่ได้แต่นอนเล่นตลอดทั้งวันอีกอย่างต่อให้พวกสัตว์ร้ายบุกมาพี่ก็ซัดมันหมอบได้สบายอยู่แล้ว”
การินรีบหยุดน้องสาวที่บ่อน้ำตากำลังจะแตกคิดในใจว่าดีแล้วที่เธอไม่ได้เป็ผู้มีรอยประทับ
“แล้วท่านพี่มาที่ตระกูลทำไมเหรอคะ?”
เทียร์น่าถามขึ้นขณะถูกการินปาดหยดน้ำตาที่ไหลออกมาเล็กน้อยบริเวณขอบตา
การินฉีกยิ้ม
“ความลับ”
เทียร์น่าพองแก้มด้วยความไม่พอใจ
“เดี๋ยวนี้มีเื่ต้องปิดหนูแล้วเหรอคะ”
“เอาน่าเดี๋ยวเทียร์น่าก็รู้เอง”
เทียร์น่ากำลังจะเอ็ดพี่ชายอีกสักหน่อยทว่ากลับโดนเสียงชราร้องขัดขึ้นมาก่อน
“หลานการินของปู่!”
คนยังไม่ทันมาเสียงก็มาก่อนแล้ว
ผ่านไปสามวินาทีเหนือคฤหาสน์หลังใหญ่ได้มีคนผู้หนึ่งเหินข้ามมาแล้วลงตรงพื้นเบื้องหน้าการิน
ชายชราผู้มีผมและหนวดเคราเป็สีขาวเดินเข้ามาเอามือจับไล่การินสีหน้าจริงจัง
“จริงเหมือนที่เ้ากาเวนบอกรึเปล่าที่ว่าหลานจะแต่งงาน”
“แต่งงาน!?”
เทียร์น่าอุทานเสียงดังใบหน้าตระหนกใ
การินยิ้มแห้ง
“มันก็จริงแหละครับท่านปู่”
ชายชราผู้มีชื่อว่าจาเรนและมีศักดิ์เป็ท่านปู่ของการินทำตาโต
“แล้วหลานจะแต่งกับใครบอกปู่หน่อยสิ”
การินทำท่าลำบากใจอึกอักชั่วครู่ก่อนจะพูดออกมาตามตรง
“อลิสลูกสาวของท่านอเดลจากตระกูลขนนกครับ”
ร่างกายของจาเรนและเทียร์น่าชะงัก
จาเรนถอนหายใจมือยื่นออกไปลูบไหล่ของหลานชาย
“ถ้าว่างไปเดินเล่นรอบตระกูลก็ได้นะเดี๋ยวพอแม่ของหลานเตรียมอาหารเสร็จปู่จะให้คนไปตาม”
“ใช่ค่ะเดี๋ยวหนูพาท่านพี่เดินชมตระกูลเอง ตระกูลของเราใหญ่มากเลยนะคะ”
การินพยักหน้า
“ก็ดีเหมือนกัน”
เทียร์น่าพาการินเดินชมสถานที่ต่างๆ ในตระกูล ไม่ว่าจะเป็สวนผักของตระกูลที่มีคนรับใช้คอยดูแล ฟาร์มสัตว์ และอื่น ๆอีกมากมาย
จนกระทั่งวนกลับมาที่บ้านของกาเวนทว่ากลับเห็นคนสองคนยืนอยู่ด้านนอก
คนหนึ่งคือการันอีกคนเป็ชายหนุ่มที่มีผมสีทอง ใบหน้าพอจะนับได้ว่าหล่อเหลาความหยิ่งทรนงฉายบนใบหน้าชัดเจน
เทียร์น่าหันมากระซิบกับการินเสียงแ่
“คนนั้นชื่อว่ากอร์ดอนเป็ลูกชายคนเล็กของผู้นำตระกูลทองคำ”
การินพยักหน้ากาเวนเคยเล่าให้เขาฟังว่าที่การันกลายเป็คนหยิ่งยโสก็เพราะมีเพื่อนเป็คนจากตระกูลทองคำชายหนุ่มผมทองน่าจะเป็เพื่อนที่ว่านี้
อีกฝั่งหนึ่งการ์ดอนเสยผมสีทองของตนเองเอ่ยถามการันด้วยน้ำเสียงปกติไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าพวกการินจะได้ยิน
“หมอนั่นเป็ใคร?”
ระหว่างพูดเขาก็เหลือบมองเทียร์น่าไปด้วย
การันรู้ดีว่ากอร์ดอนชอบน้องสาวของตนดังนั้นเมื่อเห็นเทียร์น่าชิดใกล้กับการินย่อมไม่พอใจ
“การินน้องชายฉันเอง”
กอร์ดอนเลิกคิ้วขึ้นสูง
“นี่น่ะเหรอน้องชายของนายที่แย่งอลิสไป?เป็ผู้มีรอยประทับหรือเปล่า?”
“เป็ตื่นขึ้นเมื่อเจ็ดเดือนก่อนแต่ไม่ยอมมาแจ้งเข้าหน่วยนักรบ จนสี่เดือนก่อนโดนจับได้เลยถูกส่งไปเขตตะวันออก”
กอร์ดอนแสยะยิ้มเหยียดหยาม
“ที่ไม่ไปแจ้งคงเป็เพราะว่ากลัวที่ต้องสู้กับสัตว์ร้ายสินะ?ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ”
เมื่อพี่ชายสุดหวงของตนเองโดนดูถูกเทียร์น่าซึ่งยอมไม่ได้เตรียมจะด่าลูกชายของผู้นำตระกูลทองคำชุดใหญ่ แต่โดนการินยกมือห้ามเสียก่อน
“เข้าไปในบ้านกันเถอะท่านแม่คงใกล้เตรียมอาหารเสร็จแล้ว”
พูดจบการินจึงเดินจูงแขนเทียร์น่าเข้าไปในบ้าน