“คุณหนูหยวนวันนี้ท่านมาอีกแล้วหนังสือคราวก่อนท่านก็อ่านหมดแล้วหรือช่างรวดเร็วเสียจริง”เถ้าแก่ร้านย่อมต้อนรับลูกชั้นดีเช่นนี้ด้วยความนอบน้อมเป็พิเศษก็คุณหนูท่านนี้ซื้อแต่ละครั้งไม่ต่ำสิบกว่าเล่มแล้วจะไม่ให้เขายิ้มหน้าบานได้อย่างไร
“อือ อ่านหมดแล้ว”อ่านหมดอะไรกันเล่าเล่มเดียวนางยังอ่านได้ไม่ถึงครึ่งเลยที่ซื้อเยอะๆเพราะ้าเป็ลูกค้าชั้นดีไม่ว่าจะถามอะไรเถ้าแก่ร้านก็ยอมตอบแต่โดยไม่ยึกยักน่ะสิ
“เอ่อ แต่ว่าวันนี้คุณหนูอย่าขึ้นไปชั้นสองเลยนะขอรับ”
“ทำไมหรือ?”
“ก็คนผู้นั้นที่คุณหนูถามถึงบ่อยๆ เขาอยู่ที่นั่นน่ะสิวันนี้เลือกหนังสืออยู่ที่ชั้นสองหากท่านไม่อยากพบเขาก็อย่าไปแถวนั้น”เถ้าแก่ร้านเข้าใจว่าที่หยวนโย่วถิงถามถึงคุณชายสวมหน้ากากเงินอยู่บ่อยๆเป็เพราะ้าหลีกเลี่ยงดังนั้นจึงได้แจ้งนางไว้ก่อนจะได้ไม่บังเอิญไปเจอกันด้านใน
“โอ้ ขอบคุณเถ้าแก่มาก” ตลอดหลายวันที่ผ่านมานางไม่ได้เจอกับเขาเลยครั้งนี้์คงเห็นในความพยายามแล้วใช่หรือไม่ถึงได้ดลบันดาลให้ได้พบกับกันอีกแค่นี้ก็แทบจะหุบยิ้มไว้ไม่อยู่แล้ว
หยวนโย่วถิงเดินเข้าไปด้านในไม่รีบไม่ร้อนเพียงแต่ครั้งนี้กลับมุ่งตรงไปที่ชั้นสองทันทีนางไม่อยากมามัวเสียเวลาเล่นละครอยู่ที่ชั้นหนึ่งพอเดินขึ้นมาก็พบกับชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งกำลังหันหลังเลือกหนังสืออยู่ตรงเบื้องหน้าจู่ๆหัวใจก็เต้นแรงจนคล้ายมันจะกระดอนออกมานอกอก
“เอ่อคุณชายท่านนี้...” เดินเข้าไปใกล้อีกเล็กน้อยก็เอ่ยเรียกเขาเบาๆชายหนุ่มได้ยินเสียงเรียกจากคนด้านหลังจึงค่อยๆหันกลับมาใบหน้าที่ปกปิดด้วยหน้ากากครึ่งหนึ่งมีเพียงดวงตากับริมฝีปากที่สามารถมองเห็นได้ชัด
“คุณหนูผู้นี้มีธุระอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ?”เข่อเทียนเล่อแสร้งทำเป็ว่าเพิ่งรู้ตัวว่ามีคนอยู่ด้านหลังพอหันกลับมาก็อดไม่ได้ที่จะพิจมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างละเอียด
“คุณชายคือคนที่ช่วยแนะนำหนังสือให้ข้าเมื่อคราวก่อนใช่หรือไม่เ้าคะ?”
“สาวใช้จากสกุลหยวนน่ะหรือ?”ครั้งนี้นางกลายเป็คุณหนูแล้วสินะ
“เ้าค่ะนางเป็สาวใช้ของข้าเอง”
“เช่นนั้นท่านก็คงจะเป็คุณหนูสกุลหยวนใช่หรือไม่?”เข่อเทียนเล่อยังคงถามต่อแม้ว่าจะรู้อยู่แล้วก็ตาม
“เ้าค่ะคือว่าข้าอยากขอบคุณที่คุณชายช่วยแนะนำหนังสือให้ อันนี้ให้ท่านเป็การตอบแทน”ถุงหอมสีน้ำเงินปักลวดลายสวยงามถูกยื่นมาตรงหน้าแม้ว่าทำเช่นนี้จะดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนักแต่หยวนโย่วถิงก็ไม่สนใจเพราะว่านางทำให้แค่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ให้เพราะข้าช่วยแนะนำหนังสือเพียงเท่านั้นหรือ?”ไม่เคยเกิดเื่เช่นนี้มาก่อนเข่อเทียนเล่อจึงชะงักไปเล็กน้อยคุณหนูหยวนผู้นี้มาเพื่อมอบถุงหอมเพียงเท่านี้จริงๆน่ะหรือ เป้าหมายของนางคงไม่ใช่แค่นี้กระมัง
“กะ ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว...”หยวนโย่วถิงสูดลมหายใจเข้าออกอีกครั้งเพื่อเรียกความกล้าก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า“ข้าชอบท่านโปรดรับสิ่งนี้ไว้ด้วยเ้าค่ะ!”
“คุณหนูหยวนคงไม่ได้ให้ผิดคนหรอกนะท่านรู้หรือไม่ว่าข้าเป็ใคร?”เข่อเทียนเล่อกวาดตามองหญิงสาวอีกครั้งครั้นจ้องเข้าไปในดวงตากลมโตก็ไม่เห็นความหวาดกลัวหรือแม้กระทั่งความรังเกียจ
“ไม่ผิดเ้าค่ะท่านคือคุณชายเข่อ เข่อเทียนเล่อ จะผิดได้อย่างไร” ดวงตาจ้องใบหน้าของชายหนุ่มเขม็งราวกับ้ายืนยันว่าตนไม่ได้มอบให้ผิดคน
“ข้าคงรับของที่ท่านให้ไม่ได้หรอกไม่เช่นนั้นคนอื่นอาจจะเข้าใจผิดได้”
“จะเข้าใจผิดได้อย่างไรเ้าคะเมื่อครู่นี้คุณชายเข่อไม่ได้ยินที่ข้าบอกว่าข้าชอบท่านหรอกหรือหากคนอื่นจะเข้าใจว่าข้าชอบท่านเช่นนั้นก็ถูกแล้วนี่เ้าคะ”
ชายหนุ่มรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวกระทั่งลามไปถึใบหู
“พวกเราเพิ่งจะเคยพบหน้ากันครั้งแรกเหตุใดคุณหนูหยวนถึงได้บอกว่าชอบข้าแล้วเล่าหรือว่าเพียง้าหยอกล้อเท่านั้น”วาจานุ่มนวลแต่กลับแฝงไปด้วยความห่างเหินชายอัปลักษณ์เช่นเขาจะมีหญิงสาวที่ไหนมาชอบหากคุณหนูหยวนผู้นี้ไม่ป่วยจนเลอะเลือนก็คงคิดจะปั่นหัวเขาเล่นกระมัง
“ไม่ใช่นะข้าพูดจริงๆคุณชายเข่อไม่เชื่อก็ไม่เป็ไรแต่ข้าจะพิสูจน์ให้ท่านเห็นเอง”
“คุณหนูหยวนจะพิสูจน์อย่างไร?”เข่อเทียนเล่อย้อนถาม
“ข้าจะตามเกี้ยวจนกว่าท่านจะยอมรับรักข้า”หยวนโย่วถิงเงยหน้าขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“แค่กๆ!” เข่อเทียนเล่อถึงกับสำลักน้ำลายนี่สกุลหยวนเขาเลี้ยงบุตรสาวกันมาเช่นไรถึงได้...เฮ้อ โชคดีที่ตรงนี้ไม่มีใครอยู่ไม่เช่นนั้นพรุ่งนี้อาจจะมีข่าวลือแปลกๆ ระหว่างเขากับนางก็ได้“คุณหนูหยวนคงเคยได้ยินเื่ราวของข้ามันไม่ทำให้เ้าหวาดกลัวเลยหรือ?”
“ไม่เ้าค่ะ!” เขาเป็ผู้มีพระคุณจิตใจสูงส่งขนาดนั้นจะกลัวไปทำไมอีกอย่างนางก็ไม่ได้คิดไม่ดีกับเขาเสียหน่อย
หลังจากนอนคิดอยู่หลายตลบว่าจะตอบแทนบุญคุณอย่างไรดีเพราะสกุลเข่อนั้นทั้งร่ำรวยและมีอำนาจบิดาของเข่อเทียนเล่อเป็ถึงเ้าของกิจการคุ้มภัยที่โด่งดังที่สุดในเมืองหลวงและยังมีสาขาในอีกหลายเมืองใครๆ ต่างก็รู้ว่าพวกเขามีเงินเหลือกินเหลือใช้ไปทั้งชาติหรือหากมีคนคิดจะลองดีก็คงได้พบจุดจบเช่นบุรุษที่ล่วงเกินผู้นั้นแน่
ไม่ว่าจะเป็เงินทองหรืออำนาจสกุลหยวนของนางย่อมสู้พวกเขาไม่ได้ทว่าความคิดแต่งงานก็ผุดขึ้นมาในหัวหากได้คอยดูแลปรนนิบัติข้างกายเขาไปตลอดก็คงจะดีไม่น้อย
และอีกสาเหตุคือความหวาดกลัวจากชาติก่อนแม้จะรู้แล้วว่าหลี่ซ่งอวิ้นมีเป้าหมายเป็อย่างไรและนางจะไม่ยอมแต่งงานกับเขาอีกแต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้ว่ามีคนของเขาแทรกซึมเข้ามาในชีวิตอีกหรือไม่ดังนั้นคนเดียวที่ไว้ใจได้ก็คือเข่อเทียนเล่อหากไม่ใช่เขานางก็จะยอมเป็สาวเทื้อไม่แต่งให้ใครทั้งนั้น
เข่อเทียนเล่อไม่เข้าใจคุณหนูผู้นี้จริงๆทว่าดวงตาที่มองเขานั้นช่างสว่างสดใสเปล่งประกายจนไม่รู้ว่าจะต้องใช้คำพูดไหนมาปฏิเสธและดูจากท่าทางดื้อรั้นของนางแล้วปฏิเสธไปก็ใช่ว่าจะยอมฟังกัน
“...เช่นนั้นคุณชายเข่อจะรับถุงหอมนี้ไว้ไหมเ้าคะ?”เห็นเขาเอาแต่ยืนนิ่งไม่พูดสิ่งใดอีกหยวนโย่วถิงจึงได้ถามอย่างระมัดระวังใบหน้าเผยความไร้เดียงสาดูน่ารักน่าเอ็นดู
“จะไม่เสียใจที่มอบมันให้ข้าแน่หรือ?”เข่อเทียนเล่อถามอีกครั้ง
“ไม่มีวันเสียใจแน่นอนเ้าค่ะ!” น้ำเสียงหนักแน่นตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากนางไม่เสียใจแน่นอน
“เช่นนั้นข้าก็จะรับเอาไว้แต่...ไม่นับรวมเื่ที่บอกว่าชอบข้าหรอกนะ” เข่อเทียนเล่อยืนมือมารับถุงหอมเก็บไว้ในแขนเสื้อก่อนจะเดินผ่านหยวนโย่วถิงไปชั้นล่าง
“เ้าค่ะข้าจะพยายามทำเต็มที่เพื่อให้คุณชายเข่อรับรักให้ได้!”หยวนโย่วถิงทอยิ้มกว้างด้วยความดีใจพลางส่งเสียงพูดตามหลังเขาไปชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็เกือบสะดุดตกบรรไดทว่าก็ไม่ได้หันกลับมา
หยวนโย่วถิงเดินเลือกหนังสืออ่านเล่นอีกสักพักถึงได้พาอาลี่กลับจวนวันนี้ถือว่านางได้ขยับเข้าไปใกล้เข่อเทียนเล่ออีกนิดนึงแล้วจึงรู้สึกมีความสุขมากจนอยากจะเอาไปเล่าให้ไป๋หวงลู่ฟังในขณะที่กำลังจะขึ้นรถม้าก็เหลือบไปเห็นคนผู้หนึ่งเข้าประกายเย็นเยียบฉายวูบในแววตาทันที
หลี่ซ่งอวิ้นเ้าคนสารเลว!
ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังก้าวลงจากรถม้าท่วงท่าสง่างามใบหน้าหล่อเหลาดูสุภาพอ่อนโยนเป็ที่ดึงดูดความสนใจของคนแถวนั้นได้เป็อย่างดีไม่ว่าจะสตรีหรือบุรุษต่างก็ยกย่องให้เขาเป็คุณชายอันดับหนึ่งของแคว้นโจว
พลันนึกย้อนไปถึงครั้งแรกที่ได้พบกันยามนั้นเขาทั้งอ่อนโยนและให้เกียรตินางทั้งๆที่เป็การพบกันครั้งแรกแต่กลับรู้สึกเป็กันเองซึ่งช่วยลดความตื่นเต้นในใจของนางไปได้มาก
ทว่านางกลับเพิ่งมารู้ในวันสุดท้ายของชีวิตว่าเขาไม่เคยรักและจริงใจสักนิดหากไม่เป็เพราะผลประโยชน์ที่จะได้จากครอบครัวของนางเขาก็คงไม่มีวันยอมลดตัวลงมาแต่งงานกับบุตรสาวตระกูลเล็กๆและการที่เขาแต่งงานกับนางก็เพื่อลดทอนอำนาจไม่ให้ดูเป็ที่ขัดหูขัดตาของผู้อื่นให้เกิดความระแวงสงสัย
แผนร้ายของชายสารเลวผู้นี้ช่างน่ารังเกียจยิ่งนักชาตินี้ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะไม่ยอมให้เขาใช้กลอุบายสร้างหายนะให้กับครอบครัวได้อีกแน่ต่างคนต่างอยู่อย่าได้มายุ่งเกี่ยวกันอีกเลย!
หยวนโย่วถิงไม่สนใจสิ่งชั่วร้ายผู้นั้นอีกก้าวขึ้นรถม้าเพื่อกลับจวนสู้เอาเวลาทุ่มเทให้การกับพิชิตใจคุณชายเข่อจะยังดีเสียกว่าทว่าไม่ไกลกลับมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องรถม้าของหยวนโย่วถิงที่กำลังวิ่งออกไป
หลี่ซ่งอวิ้นยืนมองดูรถม้าที่ห่างออกไปเรื่อยๆเหยียนป๋อเหวินเพิ่งจะมารายงานว่าแผนการที่วางไว้ไม่สำเร็จเพราะจู่ๆหยวนหวังเยี่ยนก็ปฏิเสธร่วมทำการค้าเพียงเพราะคุณหนูหยวนเกิดดวงตกหยวนหวังเยี่ยนที่รักบุตรสาวสุดชีวิตจึงยกเลิกทุกอย่างและพักเื่การค้ากับพวกเขาอย่างไม่มีกำหนด
แม้ตระกูลหยวนจะไม่ใช่ตระกูลใหญ่โตแต่กลับมีเส้นทางการค้าอยู่มากมายมีการติดต่อค้าขายไปทุกแคว้นไม่เพียงเท่านั้นหยวนหวังเยี่ยนยังรู้จักกับเหล่าพ่อค้าตลาดมืดหากใช้ประโยชน์จากตรงนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ยิ่งสะดวกมากขึ้น
ทว่าทุกอย่างกลับพังเพียงเพราะคำทำนายไร้สาระที่บุตรสาวนำมาเล่าให้บิดาฟัง...ช่างน่าตลกสิ้นดี
แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนที่จมปลักอยู่กับความผิดหวังหากแผนการนี้ล้มเหลวก็ยังคิดแผนการใหม่ขึ้นมาได้คุณหนูแห่งสกุลหยวนที่ดูอ่อนแอใสซื่อผู้นั้นจะไม่พ่ายแพ้เสน่ห์ของคุณชายอันดับหนึ่งเช่นเขาได้หรือ
และหลังจากวันนั้นก็ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่ได้ออกไปร้านขายหนังสือหยวนโย่วถิงมักจะได้พบกับคุณชายเข่ออยู่ตลอดและสิ่งที่ทำให้นางดีใจมากๆก็คือเขาชวนไปขี่ม้าด้วยล่ะ
...แต่นางขี่ม้าไม่เป็ไม่เป็ไรขอให้เขาสอนก็ได้นี่นา