จิน อาร์ค อดีตนักดาบวัย 49 ปี ผู้ถูกกัดกินด้วยอดีตอันแสนขมขื่น เดินอยู่ในสวนยามค่ำ หลังกลับจากงานศพของเพื่อนร่วมรบคนสุดท้าย คนสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้ เขาไม่เหลือใครแล้ว นอกจากความว่างเปล่าภายในใจ ครอบครัวตายจาก ทิ้งไว้เพียง มือที่เปื้อนเืของศัตรู และเสียงของเพื่อนร่วมรบที่ยังตามหลอกหลอน ราวกับฝันร้ายที่ไม่มีวันจบสิ้น
"าจบไปแล้ว...แต่ใจข้ามันยังอยู่ในสนามรบ" เสียงสะท้อนจากส่วนลึกของจิตใจที่ยังคงจมดิ่งกับความรุนแรง เขาหยุดที่ขอบสระน้ำเก่า ตะไคร่น้ำเกาะขอบหิน เงาน้ำสะท้อนใบหน้าเหี่ยวย่น ผมแซมขาว และดวงตาที่ไม่เคยหลับ ดวงตาที่เคยเห็นความตายมานับไม่ถ้วน
ทันใดนั้น ผิวน้ำก็คล้าย “หายใจ” ได้ เงาที่สะท้อนแปรเปลี่ยน กลายเป็ใบหน้าเด็กหนุ่มอายุราว 19 ผิวพรรณสดใส ไร้ริ้วรอยแห่งกาลเวลา
“นั่นไม่ใช่ข้า… อะไรกัน” จินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความงุนงง ก่อนที่เขาจะได้ถอยหลัง มือจากเงาดึงเขาลงไปทั้งตัว ความเย็นเยียบเข้าปกคลุมร่างกายราวกับน้ำแข็ง
" อึก.. " เสียงสำลักน้ำดังขึ้น เมื่อร่างของเขาดิ่งลงสู่ความมืดมิดอย่างไร้การควบคุม
ไม่ใช่ในสนามรบ ไม่ใช่บนเตียงโรงพยาบาล
แต่เป็ในป่าที่ไม่มีแผนที่ในโลกมนุษย์
และเขา…อยู่ในร่างใหม่ เด็กหนุ่มอายุ 19 ปี
“นี่มัน...อะไร?”
เสียงของเขาเปลี่ยน หนุ่มแน่น ลมหายใจลึกขึ้น ข้อต่อไม่มีอาการาเ็ใดๆ
แต่สิ่งที่น่าใยิ่งกว่าคือ…
“ข้อมูลพวกนี้คืออะไร? นี่มัน”
เหมือนมีใครเปิด “ฐานข้อมูล” ในสมองเขา
ข้อมูลภูมิประเทศของทวีป วิธีใช้พลังเบื้องต้นของโลกใบนี้ รวมทั้งความจำต่างๆั้แ่เด็ก
"คงเป็ความทรงจำของเด็กคนนี้สินะ"
หลังจากย่อยข้อมูลสักพัก สมองของเขาก็เริ่มเรียบเรียงความเป็มาได้
เ้าของร่างนี้ชื่อว่า จิน เบรค ซึ่งเป็ความบังเอิญมากที่เขาทั้งสองชื่อจินเหมือนกัน เด็กคนนี้ออกมาล่าสัตว์เผื่อนำไปขายแลกเงินตามปกติ แต่ถูกฆ่าตายอย่างปริศนา ไม่รู้ว่าถูกฆ่าได้อย่างไร
ดูเหมือนความทรงจำจะถูกลบออกไปบางส่วน
ครอบครัวของเขาเหลือเพียงน้องสาว 1 คน ซึ่งถูกรับเลี้ยงโดยทางสภานักปราชญ์ เพราะเกิดมาพร้อมพลังเวทย์ธาตุแสงในร่างที่มหาศาล
“เวทมนตร์? แบบนั้นเหรอ…”
เขาหลับตา ยื่นมือออก
แสงสีดำรวมตัวเป็ดาบเงาในมือขวา
ไอน้ำลอยจากต้นหญ้า รวมตัวเป็เกราะบางรอบแขนซ้าย ไม่ใช่แค่การควบคุมธาตุ แต่เป็การแสดงออกถึงสัญชาตญาณที่ฝังลึก
แล้วเขา "นึกภาพ" ดาบที่เขาเคยใช้ในสนามรบ ดาบที่ผ่านการสู้รบมานับครั้งไม่ถ้วน ดาบที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็และความทรงจำ
เพียงแค่คิด…พลัง "การสรรสร้าง" ตอบสนอง
ดาบเล่มนั้น ปรากฏในมือ ด้วยน้ำหนักที่คุ้นเคย ความเงาของคมดาบที่สะท้อนความมืด และความเย็นที่เสียดเข้าไปในกระดูก
"ถ้ามีข้อมูลแบบนี้...มันไม่ใช่ฝัน"
หลังจากลองพลังได้สักพัก จินก็ได้รู้ถึงพลังคร่าวๆของตัวเอง ปรากฏว่าเขามีพลัง 2 ธาตุคือน้ำกับความมืด และพลังพิเศษอีกหนึ่งอย่าง นั่นคือ.. การสรรสร้าง
"อืม.. แถบชายแดนแห่งนี้ความมืดถือเป็สิ่งชั่วร้าย ส่วนการสรรสร้าง ข้ายังไม่รู้ว่ามันคืออะไรและมีความสำคัญแบบใด"
แน่นอนว่าเขาจะเก็บพลังทั้งสองไว้เป็ความลับในใจ โดยเฉพาะธาตุมืดที่ไม่สามารถเปิดเผยได้
ตึก ตึก..
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง อสูรสี่ขาขนเทา กรงเล็บสีครามเรืองแสง
มันพุ่งมาพร้อมแรงกระแทก แต่จินไม่แม้แต่จะหลบ
เขาแทงดาบเงาเข้าอกของมันด้วยท่าที่ฝึกมาเป็พันครั้งในสนามรบจริง
จังหวะ การถ่ายน้ำหนัก ความเฉียบคมยังอยู่ครบ แม้ร่างเขาจะอ่อนวัยกว่า
“โลกนี้อันตราย…แต่นี่คือโอกาสที่สองของข้า”
เขามองไปยังดวงจันทร์สามดวงที่ลอยอยู่บนฟ้า
สมองของเขารู้ชื่อดาว รู้่ฤดูกาล รู้ว่าจุดนี้คือ “ป่าชายแดนแห่งวาโลเร็น”
เขายิ้มมุมปากเบาๆ
“รู้หมดทุกอย่าง แต่ไม่รู้...ว่าถูกส่งมาทำไม”
เขามองซ้ายเขาด้วยความระแวดระวัง ทั้งจากความเคยชินจากา และจากข้อมูลของเ้าของร่างเดิมที่บอกให้ระวังอสูรที่ทรงพลัง ที่มักออกมาในคืนพระจันทร์สามดวง
แต่ก่อนเขาจะได้ทำอะไรต่อ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากในจิตใจ…
'ยินดีต้อนรับผู้สรรสร้าง ขอให้เ้ามีความสุขกับโลกใบนี้'
เสียงลึกลับนั้นยังดังก้องอยู่ในหัว แม้มันจะไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่ก็ไม่ใช่เพียงข้อความหรือเวทสื่อสารใดๆ มันลึก…เหมือนพูดจากแก่นโลกเข้าสู่ิญญา
"ผู้สรรสร้างเหรอ..."
"ฟังดูเหมือนบทบาท...ไม่ใช่แค่พลังธรรมดา"
เขาหันไปมองร่างหมาป่าที่นอนแน่นิ่งอยู่ในพงหญ้า ขนสีเทาของมันแวววาวราวแร่เวท กรงเล็บสีครามยังคงมีประกายแม้ไร้ชีวิต
จากข้อมูลในหัว เขารู้ทันทีว่าสิ่งนี้เรียกว่า "ไนท์โฟง" อสูรระดับทั่วไป เป็อสูรระดับต่ำสุดที่ใช้สัญชาตญาณมากกว่าพลัง แต่ในป่าชายแดน หนังของมันมีราคาแพง และกรงเล็บสามารถใช้ทำอาวุธได้
เขาลองปิดตาแล้วค้นหาในจิตใจ ทันใดนั้นภาพต่างๆ ก็เริ่มแสดงขึ้นมา
ป่าใหญ่ที่เต็มไปด้วยอสูรหลากชนิด เมืองใหญ่ที่มีหอคอยเวทย์สูงเสียดฟ้า และ...สหภาพเวทแห่งดวงดาวที่ครองดินแดนนี้ด้วยกฎเหล็กและอำนาจ
"ตอนนี้คงต้องรีบเข้าเมืองก่อน"
จินหยิบมีดจากเข็มขัด แกะหนังออกอย่างชำนาญจากประสบการณ์ล่าสัตว์จากโลกเดิม
หลังจากเก็บชิ้นส่วนสำคัญลงถุงหนัง เขาเดินตามเส้นทางในหัวที่เรียงขึ้นมาอย่างเป็ระบบ จุดตรวจแรกคือหมู่บ้าน "เฟรินา" ทางเข้าสู่เขตเมืองของวาโลเร็น
เมืองเฟรินา
เมืองเฟรินาเป็เมืองชายแดนขนาดกลาง มีประชากรราว 3,000 คน ล้อมรอบด้วยกำแพงหินสีเทา ที่ใหญ่พอจะป้องกันอสูรป่าระดับต่ำ แต่ไม่มากพอสำหรับสิ่งที่อันตรายกว่า
จินเดินผ่านประตูเมืองอย่างง่ายดาย ไม่มีใครสงสัยอะไรในตัวเด็กหนุ่มวัย 19 ที่สะพายกระสอบหนังสัตว์
ยามเฝ้าประตูแค่ดูกระสอบแล้วพยักหน้าอนุญาต นักล่าอสูรเป็อาชีพที่เมืองชายแดนพึ่งพาได้
เขาตรงไปที่ตลาดกลาง โซนที่พ่อค้ารับซื้อวัตถุดิบจากอสูร
"หนังไนท์โฟง? อืม...คุณภาพพอใช้ กรงเล็บก็ใช้ได้" พ่อค้าแคระเอาแว่นตาขยายมาดูอย่างละเอียด "แต่ราคาต้องต่อนะ"
" 35 เอสเซนซ์สำหรับหนัง กับ 250 เอสเซนซ์สำหรับกรงเล็บ" จินตอบอย่างเหนือความคาดหมาย
พ่อค้าแคระเบิกตาโต "เอ่อ...คิดยังไงมาได้ขนาดนั้น? ปกติข้าให้ 25 เอสเซนซ์กับ 170 เอสเซนซ์เท่านั้น"
"ข้ารู้ว่าในเมืองใหญ่ขายราคาเท่าไหร่" จินยิ้มเฉยๆ เขารู้สึกว่าเขาพูดภาษาของโลกนี้ได้อย่างเป็ธรรมชาติ "และข้ารู้ด้วยว่า่นี้หนังไนท์โฟงหายาก เพราะปกติมันไม่ลงมาใกล้เส้นทางค้าขาย"
พ่อค้าแคระมองจินด้วยความสนใจมากขึ้น "เ้าหนุ่ม...เราไม่เคยเจอกันมาก่อนใช่มั้ย? ความรู้เื่ราคาตลาดเก่งดีแฮะ"
"ข้าเพิ่งย้ายมาจากทางใต้" จินตอบคลุมเครือ "บ้านเก่าติดกับเส้นทางค้าขาย เลยรู้ราคาอยู่บ้าง"
ในที่สุดก็ตกลงราคา 232 เอสเซนซ์ ได้เงินพอจะซื้ออาหารและค่าที่พักอีกหลายวัน
แต่จินไม่ได้เข้าพัก
หลังจากซื้อขนมปัง เนื้อเล็กน้อย น้ำหมักจากผลไม้ป่า กับซุปปลาเข็มใส่ถุงหนัง เขาก็เดินออกจากเมืองกลับไปที่ป่าอีกครั้ง
ป่าหลังเมืองเฟรินา
"เสียงนั้น...มันไม่ได้มาแค่ทักทาย"
เขาเลือกบริเวณเปิดที่มีแสงจากท้องฟ้าเล็กๆ ส่องผ่านเข้ามาในป่า จินวางมือบนพื้นหญ้าที่ชื้นจากน้ำค้าง หลับตา ตั้งสมาธิ ภายในจิตใจมีความรู้หนึ่งเผยขึ้นมาเอง
เหมือนกับวิธี "สร้างอาวุธ" ตอนเช้าที่เขาสร้างดาบ ออกมาจากความว่างเปล่า แต่ครั้งนี้ มันลึกซึ้งกว่านั้น
"ผู้สรรสร้าง…สามารถสร้าง 'ชีวิต' ได้จากจินตภาพและธาตุที่ตนควบคุม"
ความรู้นั้นไหลเข้ามาราวกับสายน้ำ เขาเห็นภาพระบบเวทย์ที่ซับซ้อน ธาตุพื้นฐาน 4 ชนิด ไฟ น้ำ ลม ดิน พร้อมธาตุพิเศษชนิดต่างๆ และเหนือสิ่งนั้น คือ "การสรรสร้าง"
"ปกติใช้ธาตุไฟกับน้ำผสมกันเพื่อสร้างไอน้ำ...ใช้ดินกับแสงเพื่อสร้างคริสตัล...แต่การสรรสร้าง..."
"คือการสร้างสิ่งใหม่จากจินตภาพ...ไม่ใช่แค่ผสมธาตุ"
เขาเลือกใช้ "ความมืด" กับ "น้ำ" ธาตุที่ถนัดและเป็ธาตุที่แสดงถึงตัวตนมากที่สุดหลอมรวมเข้าไปด้วย
ความมืดจากอดีตในสนามรบ ที่เขาเคยต้องแอบซ่อนและโจมตีในความมืด
น้ำจากชีวิตใหม่ ที่ไหลเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปรับตัวตามสภาพแวดล้อม
ภาพในหัวของเขาเริ่มชัดเจน ไม่ใช่แค่เงาธรรมดา แต่เป็ "เงาที่มีชีวิต"
เงาที่สามารถคิดได้ รู้สึกได้ เติบโตได้
เงาบางเบาเริ่มไหลมาจากร่างของเขา รวมตัวกับละอองน้ำที่ลอยอยู่ในอากาศ ความชื้นจากป่าค่ำ น้ำค้างบนใบไผ่
กลายเป็ทรงคล้ายร่างคน ความสูงพอๆ กับเขา ไหล่กว้าง รูปร่างสง่างามแต่ยังไม่สมบูรณ์
จินรู้สึกเหมือนมีใครบางคนรออยู่ในความมืดของจิตใจ รอให้เขาเรียกชื่อ
เขาเอ่ยเสียงแ่ออกมา เหมือนเป็ชื่อที่ "ได้รับ" มา ไม่ใช่คิดขึ้นมา
"อควา"
เงานั้นสั่นไหว เหมือนได้ยินเสียงครั้งแรกในชีวิต ก่อนจะกระตุกครั้งหนึ่ง แล้วรูปร่างก็เสร็จสมบูรณ์
ชายหนุ่มรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ ผิวซีดขาวเหมือนแสงจันทร์ ผมยาวสีดำแซมน้ำเงินไหลระย้ำ ดวงตาสีน้ำเงินเหมือนทะเลกลางคืน
เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าจิน ด้วยท่าทางที่สง่าผ่าเผย
"ข้าคือ...อควา บุตรแห่งการสรรสร้าง ผู้รับใช้แห่งเทพสรรสร้าง"
เสียงของเขาเหมือนลมพัดผ่านผิวน้ำ นุ่มนวลแต่มีพลัง
มานาทั้งหมดของจินถูกใช้ไปเพียงเล็กน้อย เขารู้สึกนี่คงเป็ของขวัญต้อนรับ และจินก็ยินดีรับมันอย่างยิ่ง
จินมองร่างตรงหน้า ความรู้ในหัวเขาแจ้งว่า อควาคือ "ร่างิญญา" ที่ดึงออกมาจากจิตจักรวาลโดยการสร้าง ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทั่วไป
เขาจะมี "ิญญา" และ "ความคิด" ที่เติบโตได้
"ลุกขึ้น อควา… ตอนนี้เ้าเป็เพื่อนร่วมรบของข้าแล้ว"
อควาลุกขึ้นช้าๆ ดวงตาน้ำเงินเข้มจ้องมองจิน ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
"ข้า...เกิดมาเพื่อรับใช้เ้า แต่ข้าไม่เข้าใจ...เ้าต่างจากนักเวทย์คนอื่นๆ ที่ข้ารับรู้ได้จากความทรงจำ"
"เ้าไม่ได้สร้างข้า...แต่เรียกข้ามา จากที่ไหนซักแห่งที่ข้าอยู่มาก่อนแล้ว"
จินขมวดคิ้ว นี่เป็สิ่งที่เขาไม่ได้คาดคิด
"จำอะไรได้บ้าง? ก่อนที่ข้าจะเรียกมา?"
อควาเงียบไปชั่วครู่ มือจับหน้าผาก
"ความมืด...และเสียงเพลียกจากที่ไกลๆ"
"ข้าอยู่ที่ไหนซักแห่งที่...ไม่ใช่โลกนี้"
"แต่พอเ้าเรียกชื่อข้า ข้าก็รู้ทันทีว่าข้าคือใคร และข้าต้องทำอะไร"
"และรับรู้ว่าเ้าคือ 'ผู้สรรสร้าง' คนแรกในรอบหนึ่งแสนสามหมื่นปี ที่สามารถเชื่อมต่อกับ 'เรลม์ แห่งความเป็ไปได้'"
กลางดึกเนินเขาหลังป่า
สองร่างยืนมองจันทร์สามดวงที่ลอยอยู่เหนือหุบเขา ดวงใหญ่สีเงิน ดวงกลางสีฟ้าอ่อนและดวงเล็กสีแดงส้ม
อควายืนนิ่งเงียบ คล้ายกำลังฟังเสียงของโลก
จินนั่งขัดสมาธิ ปล่อยพลังเวทแผ่ออกเบาๆ เพื่อทดลองสรรสร้างสิ่งเล็กๆ ตะเกียงจากน้ำและแสงเงา ที่ให้แสงสีน้ำเงินอ่อนๆ แล้วลองสร้างดาบ มันคมแล้วแข็งกว่าดาบเหล็กธรรมดาทั่วไปอย่างมาก
ทุกอย่างดูเรียบง่ายเกินไป ราวกับเขาทำมาแสนครั้งแล้ว
แต่เขากลับหลงไหลในเวทมนต์มากกว่าพลังนี้ และคิดว่าพลังสรรสร้างคงไม่ได้ใช้มากนัก เพราะเขาไม่รู้เช่นกันว่าจะประยุกต์ใช้แบบไหนกับโลกเวทมนต์ในตอนนี้
"อควา…ฉันสงสัยเื่หนึ่ง"
"ผู้คนที่นี่ไม่รู้จักพลังการสรรสร้างอย่างนั้นเหรอ?"
อควาหันมามองเขา แล้วนั่งลงข้างๆ ด้วยท่าทางเหมือนขุนนางโบราณ
"พลังแห่งการสรรสร้างนั้นถูกลืมไปนานนับแสนปี...เพราะมนุษย์ไม่อาจควบคุมมันได้"
"มันไม่ใช่พลัง...แต่มันคือ 'สิทธิ์' ที่โลกมอบให้"
"ในอดีต มีผู้สรรสร้างคนสุดท้ายชื่อ 'อาร์เทมิส เดอรา โวลต้า' เขาสร้างกองทัพเพื่อต่อสู้กับ 'ลอร์ดแห่งความว่างเปล่า' ที่้าทำลายทวีปใบนี้"
"แต่หลังจากชนะแล้ว เขากลับใช้อำนาจของเขาไปในทางที่ผิด...พยายามปรับโฉมโลกใหม่ตามความ้าส่วนตัว"
"ผู้คนจากทั่วทุกแห่งจึงร่วมกันประท้วงสิ่งที่เขาทำ นำไปสู่ 'าสุดท้าย' ที่คร่าชีวิตไปหลายแสนคน"
จินฟังด้วยความตั้งใจ เื่ราวเหล่านี้เขาไม่มีในความทรงจำของร่างเดิม
"แล้วเขาเป็อย่างไรต่อ?"
"เขาหายไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับร่างิญญาทั้งหมดของเขา" อควาเงียบไปชั่วขณะ "บางคนเชื่อว่าเขาไปสร้าง 'โลกใหม่' ซักแห่งหนึ่ง"
"และั้แ่นั้นมา ไม่เคยมีผู้สรรสร้างคนใหม่อีก...จนกระทั่งเ้า"
"และมีแค่เ้าเท่านั้น..."
จินนิ่งไปชั่วครู่ เขาหยิบมีดขึ้นมาหมุนพลิก
อดีตในสนามรบยังไม่หายไป เขาเคยเห็นผู้นำที่มีพลังมากเกินไปจนกลายเป็ทรราช
และเคยเห็นคนที่หวังดีกลายเป็ปีศาจเพราะอำนาจ
"อควา...ฉันมีคำถามสำคัญ"
"ถ้าข้าเริ่มเปลี่ยนไปในทางที่ผิด...เ้าจะหยุดข้ามั้ย?"
อควาเงยหน้ามองจิน ดวงตาสีน้ำเงินเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"ข้าถูกสร้างมาจากใจของเ้า...ข้าคือส่วนหนึ่งของเ้า แต่ข้าก็มีจิติญญาของตัวเอง"
"หากวันหนึ่งเ้าหลงทาง...ข้าจะเป็เสียงที่เตือนเ้าให้กลับมา"
"นั่นคือภาระหน้าที่ของข้า...ในฐานะผู้รับใช้ของเ้า"
จินยิ้มเล็กน้อย นี่คือสิ่งที่เขา้าได้ยิน
"งั้นเราจะเริ่มจากที่นี่…สร้างทุกอย่างใหม่ั้แ่ศูนย์"
เขาลุกขึ้นมองไปทางทิศตะวันออก ที่ระยะไกลมีแสงไฟจากเมืองใหญ่ระยิบระยับ
อควาพยักหน้า "ข้าจะติดตามเ้าไป...แต่ข้ามีคำแนะนำ"
"ว่าไงละ?"
"อย่าให้ใครรู้ว่าเ้ามีพลังสรรสร้างก่อนที่เราจะมีกำลังพอ"
"เพราะสหภาพเวทแห่งดวงดาว...กลัวพลังการสรรสร้างมากกว่าอสูรเสียอีก"
"พวกเขาจะไม่ยอมให้ผู้สรรสร้างคนใหม่เติบโตขึ้นมาอีก"
จินขมวดคิ้ว "มันร้ายแรงขนาดนั้นเหรอ?"
"ในสหภาพแห่งดวงดาวมีข้อบังคับลับข้อหนึ่ง...'มาตรา 13 แห่งการควบคุม'"
"หากพบผู้สรรสร้างคนใหม่...ให้ 'กำจัด' ทันที"
"เพราะพวกเขาเชื่อว่า ทวีปนี้ไม่ควรมีผู้ที่มีพลังเหนือการควบคุมของสหภาพ"
จินเงียบไปนาน แล้วค่อยๆยิ้ม ไม่ใช่รอยยิ้มที่อ่อนโยน แต่เป็รอยยิ้มของนักรบผ่านศึกที่พร้อมจะสู้
"งั้นเราก็ต้องทำให้พวกมันไม่มีโอกาสได้รู้สินะ"
"จนกว่าเราจะแข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับพวกมันได้"
"ว่าแต่เ้ามีความรู้เยอะจริงๆนะ" จินสงสัย ตอนแรกเขาถามโดยไม่ได้คาดหวังว่าอควาจะตอบ แค่นึกสงสัยเท่านั้น
"มันปรากฎขึ้นมาในหัวด้วยตัวเอง แต่ก็มีเพียงข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับการสรรสร้างและข้อมูลทั่วไปในโลกนี้เท่านั้น"
"แล้วพลังสรรสร้างนี้มันต่างจากเวทมนต์ยังไง ทำอะได้บ้าง"
"ข้าตอบไม่ได้"จินพยักหน้าก่อนมองขึ้นไปยังดวงจันทร์สามดวง แล้วเก็บดาบที่สร้างขึ้นเข้าไปในช่องมิติ ทักษะหนึ่งที่พลังการสรรสร้างให้มาด้วย"วันพรุ่งนี้เราออกเดินทางไปเมืองเทอร์วา"
จินพยักหน้าก่อนมองขึ้นไปยังดวงจันทร์สามดวง แล้วเก็บดาบที่สร้างขึ้นเข้าไปในช่องมิติ ทักษะหนึ่งที่พลังการสรรสร้างให้มาด้วย
"วันพรุ่งนี้เราออกเดินทางไปเมืองเทอร์วา"