บทที่ 5 น้าสาวที่ไม่ใช่น้าสาว
หลี่เซี่ยวเฟยถาม "แล้วเธอเป็ใคร?"
ตู๋กูเจวียหัวเราะเสียงเย็น แล้วตอบว่า "ฮ่า ๆ ฉันก็คือ..."
ยังไม่ทันพูดจบ
กร๊อบ
หลี่เซี่ยวเฟยเหยียบคอของเธอหักอย่างไม่ลังเล
"ขอโทษที เธอเป็แบบนี้แล้วน่ากลัวไปหน่อย อยู่ดี ๆ ฉันก็ไม่อยากรู้แล้ว"
เขาพูดอย่างสุขุม
เสร็จสิ้นภารกิจกำจัดความชั่วร้าย
นี่คือความเมตตาของวัชระ
ระหว่างพวกเขาไม่มีทางที่จะประนีประนอม
แม้ว่าเธอจะเป็าาแห่ง์ ก็ต้องฆ่า
สังหารก่อน แล้วค่อยว่ากัน
ร่างของผู้หญิงที่อยู่แทบเท้าหยุดดิ้นรน
ใบหน้าอันงดงามค่อย ๆ สูญเสียความมีชีวิตชีวา
ร่างอันเย้ายวนค่อย ๆ เย็นเยียบ
ใน่สุดท้ายของชีวิต ดวงตาของตู๋กูเจวียยังคงฉายแววไม่อยากเชื่อ ราวกับไม่เชื่อว่าตนเองจะตายได้ง่ายดายเช่นนี้
หลี่เซี่ยวเฟยผ่อนแรงที่เท้าลง ถอนหายใจด้วยความเ็ป
คนอื่นข้ามเวลามา ตอนแรกเริ่มล้วนเจอแต่สาวงาม ได้รักหยกถนอมบุปผา
แต่ตัวเขาที่ข้ามเวลามา ได้พบกับสาวงามั้แ่เริ่ม และทำลายดอกไม้ด้วยมืออันโเี้
ฆ่าหญิงสาวั้แ่ต้น
นี่มันเส้นทางที่จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปทั้งชีวิต
แต่การลงมือสังหารปีศาจสาวกระหายเืคนนี้ด้วยตนเอง ก็ถือว่าได้ล้างแค้นให้เ้าของร่างเดิม
ฆ่าคนแล้ว
ทั้งสองชาติของเขา นี่เป็ครั้งแรกที่ได้ฆ่าคน
แต่ไม่รู้ว่าทำไม หลี่เซี่ยวเฟยกลับรู้สึกปลอดโปร่งกว่าที่เคยเป็
เขาพบว่าตนเองชอบยุคสมัยที่เต็มไปด้วยการแก้แค้นแบบนี้แล้ว
ฝั่งตรงข้าม
สมาชิกของกองกำลังโลหิตทมิฬต่างหวาดกลัวจนใบหน้าซีดเซียว พวกเขาตัวสั่นเทา ขาไร้เรี่ยวแรงจนเป็ตะคริว
ใครจะคิดว่า ตู๋กูเจวียที่เก่งกล้าจะไม่อาจรับหมัดเดียวจากหลี่เซี่ยวเฟยได้
เหตุใดหัวหน้าขยะแห่งกองกำลังเมฆาถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?
"พวกตัวประกอบที่ไร้บทพูดไม่คู่ควรที่จะตายด้วยหมัดวัชระของฉัน"
หลี่เซี่ยวเฟยแผ่พลังออกมาอีกครั้ง มองคนเ่าั้ราวกับมดปลวก แล้วพูดอย่างใจเย็น "ยังไม่ไสหัวไปอีก"
"ไม่ได้การแล้ว รีบหนีเร็ว!"
"อ๊า! หนีเร็ว!"
สมาชิกที่ไร้ผู้นำของกองกำลังโลหิตทมิฬต่างใจนิญญาแทบออกจากร่าง
เมื่อได้ยินดังนั้น ก็รีบหันหลังหนีไป ถึงขนาดแค้นที่พ่อแม่ไม่ให้ขาเพิ่มมาอีกสองข้าง
หลี่เซี่ยวเฟยไม่ได้ไล่ตาม
เขาหยิบมีดบนพื้นขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วหันกลับมาทางเด็กสาวที่ถูกมัดไว้
ฉับ ฉับ
แสงมีดแวบผ่าน
เชือกที่มัดไว้ขาดสะบั้น
"พวกเธอปลอดภัยแล้ว"
เขาโยนมีดทิ้งพร้อมพูดด้วยรอยยิ้ม "กลับกันได้แล้ว ใช่ล่ะ พวกเธอไม่ต้องตอบแทนด้วยการพลีกายให้ฉันหรอก ฉันชื่อว่า..."
แต่หมู่หญิงสาวในชุดเสื้อผ้าขาดวิ่นไม่ได้รอให้เขาพูดจบ เมื่อได้ยินคำว่า ‘หนีเอาชีวิตรอด’ พวกเธอก็พากันวิ่งหนีออกจากฝันร้ายราวกับถ้ำปีศาจแห่งนี้ทันที
"ขอบคุณค่ะ"
หญิงวัยกลางคนที่อุ้มทารกก็วิ่งอย่างรวดเร็วเช่นกัน
หลี่เซี่ยวเฟย "..."
ผู้หญิงแถวนี้ช่างไร้มารยาทจริง ๆ
เขายืนอยู่ที่เดิม ััได้ถึงอะไรบางอย่าง ทันใดนั้น ใบหน้าของเขาก็ปรากฏร่องรอยแห่งความแปลกใจและมีความสุขขึ้น
"อืม? ฉันบรรลุสู่ขั้นกลั่นดาราระดับสองงั้นหรือ"
เขาสามารถ ‘มองเห็น’ ได้ชัดเจนว่าตอนนี้มีวังวนดาราจุดที่สองปรากฏขึ้นในตันเถียนของเขาแล้ว
เพียงแค่ฝึกเคล็ดวิชาหมัดสายฟ้าวัชระท่าเดียว แล้วต่อสู้ก็ได้ผลเช่นนี้
ดูเหมือนประโยชน์ของหมัดวัชระมิได้มีเพียงแค่เสริมพละกำลังในการต่อสู้เท่านั้น แต่ยังช่วยขัดเกลาพลังดวงดาวด้วย
หลี่เซี่ยวเฟยยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
เขาเดินเข้าไปหยิบของมีค่าบนร่างของตู๋กูเจวีย
ต้องยอมรับว่ารูปร่างของปีศาจสาวตนนี้มีเสน่ห์จริง ๆ
หลี่เซี่ยวเฟยลูบไล้ไปมาสองสามที ัันุ่มนิ่ม ราวกับหยกขาวอันบอบบาง
ความคิด 'ร้อนรุ่ม' ผุดขึ้นมาในหัวของเขาอย่างน่าละอาย
โรคจิต!
หลังจากด่าตัวเองแล้ว หลี่เซี่ยวเฟยพยายามระงับความคิดแย่ ๆ เ่าั้โดยเร็ว
พบโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่องและมีดบินไทเทเนียมหกเล่มบนร่างของตู๋กูเจวีย
บนร่างของกงซุนอวิ่นก็พบโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง
นอกจากนี้ยังมีชุดเกราะอ่อนหนึ่งชุด ธนู คูปองน้ำและคูปองอาหารจำนวนหนึ่ง รวมถึงบัตรสมาชิกวีไอพีของสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง
"หือ? นี่มันอะไร?"
ทันใดนั้น หลี่เซี่ยวเฟยก็สังเกตเห็นจุดแสงสีเงินขนาดเท่าเม็ดกระดุม
เมื่อหยิบขึ้นมาดู
มันเป็ก้อนกระดูกที่เย็นะเืชิ้นหนึ่ง
“หื้ม?”
เขาตระหนักได้ทันที "นี่อาจเป็กระดูกของสัตว์ร้ายดวงดาว ‘วิหคน้ำแข็ง’ ที่สลักอักขระวิเศษเอาไว้?"
มีการกล่าวกันว่าในร่างของสัตว์ร้ายดวงดาวบางชนิด มีกระดูกที่บรรจุแหล่งกำเนิดของพลัง ซึ่งเรียกว่า 'กระดูกสลักอักขระวิเศษ' ซึ่งประกอบด้วยแก่นแท้ของพลังประจำเผ่าพันธุ์นั้นอยู่ภายใน
ศิลปะการต่อสู้แบบใหม่มีเทคนิคการต่อสู้มากมายที่เลียนแบบมาจากกระดูกวิเศษชนิดนี้
ยังมีผู้ที่นำกระดูกวิเศษนี้ไปปลูกถ่ายเข้าไปในร่างกายของตนเอง
ด้วยการใช้ทางลัดนี้ จะสามารถควบคุมเทคนิคการต่อสู้อันทรงพลังได้ง่าย
'กระดูกสลักอักขระวิเศษ' นั้นมีค่ามาก
หลี่เซี่ยวเฟยครุ่นคิดสักพัก แล้วเก็บ 'กระดูกวิเศษแห่งวิหคน้ำแข็ง' นี้ไว้
เขาสำรวจโดยรอบ
ดูเหมือนว่าสถานที่ตั้งสาขาย่อยของกองกำลังโลหิตทมิฬแห่งนี้ จะดัดแปลงมาจากลานจอดรถขนาดใหญ่ที่ทรุดโทรม
มีรถมอเตอร์ไซค์ดัดแปลงจอดอยู่สี่ห้าคัน นอกจากนี้ไม่มีสิ่งของมีค่าอื่น ๆ อีก หลี่เซี่ยวเฟยค้นรอบ ๆ อีกครั้งอย่างระมัดระวัง ไม่พบร่องรอยอาวุธร้อนอย่างพวกปืนเลย
สิ่งที่น่ายินดีคือเขาพบโทรศัพท์มือถือของหลี่เซี่ยวเฟยคนก่อน
โทรศัพท์มีสายที่ไม่ได้รับอยู่ประมาณยี่สิบถึงสามสิบสาย
ขณะเดียวกัน ยังมีข้อความที่ไม่อ่านจำนวนมากบน ‘เฟยเกอฉวนซู’ ซึ่งเป็แอปพลิเคชันส่งข้อความโต้ตอบที่คล้ายกับ WeChat
ซึ่งทั้งหมดมาจากผู้ติดต่อที่ชื่อ 'เสี่ยวเจี๋ย'
"พี่ รีบกลับมาเร็วเข้า คนจากกองกำลังโลหิตทมิฬบุกเข้ามาทำลายหมู่บ้านแล้ว น้าสาวก็ถูกจับตัวไป"
ข้อความแรกสุดที่ปรากฏขึ้น ทำให้หัวใจหลี่เซี่ยวเฟยหดตัวลง
ความทรงจำบางส่วนวิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง
น้าสาวไม่ใช่ญาติจริง ๆ
แต่เป็หญิงสาวตาบอดอายุไม่ถึงยี่สิบเจ็ดปี
ด้วยทักษะการฝังเข็มและการจัดกระดูกที่ชำนาญของเธอ เธอเลี้ยงดูเด็กกำพร้าหลายคนที่ไม่มีทั้งญาติและมิตรอยู่ในสถานที่แสนโสมมแห่งนี้
หลี่เซี่ยวเฟยก็เป็หนึ่งในนั้น
หากไม่มีน้าสาว บางทีหลี่เซี่ยวเฟยคนก่อนอาจกลายเป็เด็กทารกที่แข็งตายอยู่ในตะกร้าใต้สะพานในฤดูหนาวอันโหดร้ายปีนั้นแล้ว
สำหรับหลี่เซี่ยวเฟยคนก่อน น้าสาวเป็หญิงที่งดงาม สูงส่ง และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก
แม้ไม่ใช่ญาติ แต่เป็ยิ่งกว่าญาติ
เขาเต็มใจที่จะทำทุกสิ่งเพื่อเธอ
เหตุผลเดียวที่หลี่เซี่ยวเฟยตัดสินใจทำงานอย่างหนักในสลัม เพื่อปกป้องน้าสาวของเขา
ความรู้สึกที่เ้าของร่างเดิมมีต่ออีกฝ่ายนั้นรุนแรงมาก
มากเสียจนส่งผลกระทบต่อหลี่เซี่ยวเฟยในตอนนี้อย่างสมบูรณ์
น้าสาวห้ามเป็อะไรเด็ดขาด!
หลี่เซี่ยวเฟยไม่้าคิดมาก คว้ารถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ที่ล้มคว่ำอยู่ขึ้นมา แล้วบิดคันเร่งจนสุด พุ่งทะยานออกไปในความมืดก่อนรุ่งสาง
ท่อไอเสียเกิดประกายไฟ สร้างเปลวเพลิงสว่างจ้าชั่วขณะ ท่ามกลางซากปรักหักพังอันอลหม่าน
กระจกมองหลังสะท้อนใบหน้าหล่อเหลาที่มีคิ้วคมดั่งกระบี่และดวงตาเป็ประกายแสงดารา
...
เขตสลัม ฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ
ชุมชนก่วงอาน
ลมหนาวเย็นะเื
ฝุ่นทรายลอยฟุ้ง
ตึกเก่าแก่สูงต่ำสร้างขึ้นเมื่อหลายร้อยปีก่อน เก่าคร่ำครึดั่งโบราณสถานที่ขุดพบจากใต้พื้นโลก
ชาวบ้านในชุมชนที่มีอยู่ไม่กี่ร้อยครัวเรือน ถูกต้อนให้ไปรวมกันยังลานสาธารณะอันทรุดโทรมใจกลางชุมชนราวกับปศุสัตว์
สมาชิกสิบกว่าคนจากกองกำลังโลหิตทมิฬถือหน้าไม้เฝ้าอยู่บริเวณนั้นด้วยท่าทางดุร้าย
อากาศที่แห้งแล้งอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวโลหิต
มีซากศพที่เละเป็โจ๊กมากกว่าสิบเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น
เสียงร่ำไห้คร่ำครวญของหญิงสาวที่กำลังดิ้นรนดังมาแต่ไกล