ณ จวนผู้ว่า กงกงมาขอพบท่านมือปราบหานอู่ตั้งแต่เช้า
“ท่านมีอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ ท่านกงกงอู่ฉาน” มือปราบหานอู่แปลกใจ
“ท่านเองก็รู้ ว่าองค์หญิงทรงถูกกักบริเวณให้อยู่ในพระตำหนักเท่านั้น” กงกงเกริ่น
“ใช่ ข้ารู้ แล้วยังไงอย่างนั้นหรือ” มือปราบสงสัย
“พระองค์ทรงเสด็จมาพบท่านไม่ได้ ดังนั้นจึงทรงฝากจดหมายถึงท่าน ท่านอ่านดูเถิด” กงกงส่งจดหมายให้กับมือ
ท่านมือปราบรีบเปิดจดหมายอ่าน และคิดในใจว่า “พระองค์ทรงสามารถหาทางติดต่อกระหม่อมจนได้จริงๆ” แต่ท่านมือปราบก็ยอมอ่าน
ถึง ท่านหานอู่
ข้าอยากจะขอโทษที่ยุ่งวุ่นวายท่านกับคนรัก ตอนนี้ข้าคิดได้แล้ว ข้าจะไม่บังคับจิตใจท่านอีกต่อไป และเพื่อแสดงการขอโทษอย่างจริงใจ คืนนี้ข้าขอเลี้ยงอาหารขอโทษท่าน หวังว่าท่านจะยอมมาพบข้าที่ตำหนักและอภัยให้ข้านะ
องค์หญิงซานยี่
“หมดหน้าที่ของข้าแล้ว ข้าขอลานะท่านมือปราบ” กงกงกล่าว
“ขอบคุณท่านมาก” มือทราบทำท่าคารวะ และเก็บจดหมายไว้กับตัว ในใจคิดระแวงว่า “ข้าควรไปดีหรือไม่ องค์หญิงทรงมีแผนการอะไรหรือเปล่านะ”
********************************************************
ณ ตำหนักองค์หญิงซานยี่ องค์หญิงมีรับสั่งให้นางกำนัลจัดเตรียมอาหาร และนัดแนะให้นางรำมาที่ตำหนักเพื่อรอต้อนรับท่านมือปราบ
“เขาจะมาแน่หรอ” องค์หญิงทรงกังวล
“พระองค์ทรงเชิญด้วยตนเอง เขามีเหตุผลอะไรถึงจะไม่มาเพคะ” คนสนิทกล่าว
“แต่ถ้าเขามา นั่นหมายความว่า เขาอยากให้ข้าเลิกวุ่นวายกับเขามากกว่า ถ้าเป็นเช่นนั้น การไปหลอกลวงเขามันจะดีงั้นหรือ” องค์หญิงทรงฉุกคิด
“หากพระองค์ทรงรู้สึกผิด หลังจากที่พระองค์ไม่ได้ไปแคว้นเยี่ยแล้ว ค่อยบอกเขาหรือยอมรับสารภาพก็ยังทันนะเพคะ หรือพระองค์ทรงอยากจากบ้านจากเมืองนี้ไปตลอดชีวิต” คนสนิทให้ความเห็น
“ข้าไม่อยากจากที่นี่ไป” องค์หญิงทรงอาลัยอาวรณ์บ้านเกิดเมืองนอน
“ทรงฝืนพระทัยทำไปก่อนเถอะนะเพคะ หลังจากนี้ค่อยแก้ไขสถานการณ์ภายหลัง” คนสนิทกล่าว
“ท่านมือปราบ มาขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ” กงกงรายงาน
“รีบเชิญเขาไปที่อุทยานเร็วเข้า” องค์หญิงตรัส
“พะย่ะค่ะ”
องค์หญิงทรงไม่คิดมากแล้ว เพื่อสมหวังในความรักเป็นไงเป็นกัน
องค์หญิงทรงประทับนั่งรออยู่ก่อนแล้ว แล้วพระองค์ก็รีบตรัสให้มือปราบนั่งร่วมทานอาหารด้วยกัน
“เชิญนั่งสิท่านมือปราบ ขอบคุณมากนะที่ท่านใจกว้างยอมอภัยให้ข้า” องค์หญิงตรัส
หลังจากที่มือปราบนั่งลงอย่างเคอะเขิน ก็รีบกล่าวทันที “กระหม่อมไม่ได้ติดใจถือโทษพระองค์เลย อย่าได้ทรงกังวลเลยพะย่ะค่ะ”
“งั้นท่านร่วมดื่มน้ำจัณฑ์กับข้านะ” องค์หญิงตรัสชวน
“เอ่อ กระหม่อมจะต้องรีบกลับจวนผู้ว่า กระหม่อมจะต้องกลับไปสืบคดีต่อพะย่ะค่ะ” หานอู่พยายามเลี่ยง
“ท่านรังเกียจข้ามากกว่า หากท่านไม่ดื่ม นั่นหมายความว่าท่านยังไม่หายโกรธข้า” องค์หญิงตรัส
“ก็ได้พะย่ะค่ะ” มือปราบไม่มีทางเลือก
ระหว่างที่นางกำนัลกำลังเทน้ำจัณฑ์ องค์หญิงก็ทรงพยักพระพักตร์ให้นางรำเริ่มแสดงร่ายรำได้
“ความจริงไม่จำเป็นต้องเลี้ยงกระหม่อมก็ได้พะย่ะค่ะ” มือปราบไม่ชอบงานรื่นเริง
“ถือเป็นการขอบคุณที่ท่านอุตส่าห์จับนางมารหมิงจู่ได้ก็แล้วกัน” องค์หญิงตรัสอ้าง
ตอนแรกมือปราบก็รู้สึกระแวง แต่พอร่วมรับประทานอาหารและไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาก็เลยเชื่อว่าองค์หญิงทรงอยากขอโทษด้วยความจริงใจจริงๆ ดังนั้นมือปราบจึงยอมดื่มจอกเหล้าเป็นการแสดงถึงการไม่ติดใจเอาความใดๆ
“จอกนี้ถือเป็นการขอโทษทุกเรื่องที่ข้าทำร้ายท่านก็แล้วกันนะ” องค์หญิงตรัส
มือปราบยอมดื่มจอกแรกพร้อมกับองค์หญิง
“จอกนี้ถือเป็นการขอบคุณที่ท่านสร้างความดีความชอบจับกุมคนร้ายได้” องค์หญิงทรงยกจอกที่สอง
มือปราบยอมดื่มจอกที่สองพร้อมกับองค์หญิง
“จอกนี้ถือเป็น….” องค์หญิงทรงยกจอกที่สาม
มือปราบสลบทันทีทันใด
“ยาสลบของท่านหมอฉินฟงแรงจริงๆ แต่หานอู่เป็นชาวยุทธ์ คงทำให้เขาสลบได้ไม่นาน”
“ยานี้แรงมากเพคะ มันสามารถทำให้หานอู่หลับไปได้ทั้งคืน” คนสนิทตรัส
ทหารองครักษ์รีบเข้ามาช่วยกันแบกมือปราบเข้าไปในห้องบรรทมขององค์หญิง เมื่อมือปราบสลบไสลนอนแผ่บนพระแท่นบรรทม ทหารก็เลยพากันเข้ามาช่วยกันถอดเสื้อผ้าชายหนุ่มอย่างรวดเร็วและห่มผ้าให้
“แล้วเจ้าจะไปไหนน่ะ ทำไมไม่อยู่เป็นเพื่อนข้า” องค์หญิงตรัสทักคนสนิท
“องค์หญิงเพคะ ถ้ามีใครอยู่ด้วย มันก็ไม่สมจริงสิเพคะ อีกอย่างพระองค์เองก็ต้องทรงถอดฉลองพระองค์ และก็ต้อง เอ่อ กอดเขาด้วยนะเพคะ” คนสนิทกล่าวแผน
“ข้าต้องทำถึงขนาดนั้นเลยหรอ เลิกล้มแผนดีมั้ย” องค์หญิงทรงไม่กล้า
“ได้โปรดฝืนพระทัยทำเถอะเพคะ หม่อมฉันไม่อยากให้พระองค์ต้องกลายเป็นเครื่องบรรณาการและย้ายถิ่นฐานไปอยู่แคว้นเยี่ยนะเพคะ” คนสนิทพูดแกมบังคับ
“ก็ได้ งั้นพวกเจ้าออกไปได้” องค์หญิงทรงกำลังจะถอดฉลองพระองค์ แต่แล้วก็หยุดชะงัก และเสด็จออกไปเรียกนางกำนัล
องค์หญิงทรงกลัวมาก และทรงไม่อยากนอนกอดหานอู่ทั้งคืน ดังนั้นพระองค์จึงสั่งให้นางกำนัลมาปลุกพระองค์ตั้งแต่เช้าตรู่ และค่อยดำเนินการตามแผนการ ตอนนี้องค์หญิงทรงประทับนั่งอยู่ข้างๆ พระแท่นบรรทม พร้อมกับทอดพระเนตรไปที่ชายในดวงพระทัย “ข้าขอโทษนะหานอู่ ข้าจำเป็นต้องใช้วิธีนี้ถึงจะครอบครองเจ้าและบังคับให้เจ้าใช้ชีวิตเคียงคู่กับข้าได้”
องค์หญิงสะดุ้งตื่นกลางดึก ตอนนี้องค์หญิงยังคงสวมฉลองพระองค์อยู่ครบ เมื่อทรงทอดพระเนตรไปที่หานอู่ก็เห็นเขาพลิกตัวไปมา และลักษณะเหมือนกำลังจะตื่นขึ้นมา ดังนั้นองค์หญิงทรงรีบประทับนั่งบนพระแท่นบรรทม และแกล้งกรรแสงเสียงดัง
หานอู่ตื่นตามเสียงร้องไห้ เขาค่อยๆ ลืมตาก็เห็นองค์หญิงทรงนั่งบนเตียงเดียวกับเขา และกล่าวอย่างตื่นตระหนก “มันเกิดอะไรขึ้นพะย่ะค่ะ เหตุใดพระองค์ถึงทรงกรรแสงแบบนั้น”
“เจ้าขืนใจข้า ฮือฮือ” องค์หญิงทรงกรรแสง
“ไม่จริงพะย่ะค่ะ” หานอู่สำรวจตัวเองก็ตกใจที่ตอนนี้เขาเปลือยกายนอนบนพระแท่นบรรทม และพึมพำขึ้นมาอีก “มะ มะ ไม่ จริง”
“ฮือฮือ เจ้าได้ข้าแล้ว เจ้ายังไม่รับผิดชอบข้าอีก ฮือฮือ” องค์หญิงทรงกรรแสงหนักขึ้น
“ทรงอย่ากรรแสงสิพะย่ะค่ะ กระหม่อม…เอ่อ สลบไม่ได้สติ ไม่มีทางทำร้ายพระองค์” หานอู่ยังคงไม่เชื่อ
“ใครว่าเจ้าสลบ เจ้าเมาน้ำจัณฑ์เลยไม่ได้สติต่างหาก หรือเจ้าจะสอบถามนางกำนัลก็ได้” องค์หญิงตรัสอ้าง
ในใจมือปราบคิดว่า “ทุกคนก็ต้องเข้าข้างพระองค์อยู่แล้ว” แต่ปากก็บอกว่า “ก็ได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมจะรับผิดชอบพระองค์”
“จริงนะ ท่านพูดจริงนะ” แล้วองค์หญิงก็ทรงหยุดกรรแสง แสดงท่าทีดีพระทัยและกอดชายหนุ่มด้วยความเคยชิน เพราะเวลาองค์หญิงทรงดีพระทัยก็ชอบกอดเสด็จพ่อหรือองค์รัชทายาทอยู่แล้ว แต่พอได้สติก็ทรงรีบคลายอ้อมกอดและกลับมาประทับนั่งดังเดิม
“เอ่อ ให้กระหม่อมสวมเสื้อผ้าก่อนนะพะย่ะค่ะ” หานอู่รู้สึกไม่สะดวกใจเพราะเขายังคงเปลือยกาย แม้จะมีผ้าห่มปกปิดก็ตาม
“ตามสบาย เสื้อผ้าท่านกระจายอยู่ตามพื้นนั่น” องค์หญิงทรงชี้ไปที่พื้น
มือปราบนำผ้าห่มมาพันรอบเอว แล้วเดินไปเก็บเสื้อผ้าตามพื้น ในขณะที่องค์หญิงก็ยังทรงประทับนั่งดูเขาตลอดเวลา
สักพักองค์หญิงก็ตรัสทัก “ท่านมีไฝแดงสามจุดที่หลังด้วยหรอ”
“กระหม่อมมีตั้งแต่เกิดแล้วพะย่ะค่ะ ว่าแต่องค์หญิงทรงหันพระพักตร์ไปทางอื่นก่อนได้มั้ย แม้นว่าพวกเราจะเป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่กระหม่อมก็ยังคงอายนะพะย่ะค่ะ” หานอู่กล่าว
องค์หญิงเลยยอมหันไปทางอื่น พร้อมกับยิ้มอย่างถูกพระทัยที่ได้ยินคำว่า สามีภรรยา
“กระหม่อมสวมเสร็จแล้วพะย่ะค่ะ” หานอู่หันไปหาองค์หญิง
“พวกเราไปพบเสด็จย่ากันเถอะ” องค์หญิงทรงลุกขึ้นยืนและจับข้อมือชายหนุ่มเตรียมจูงไปที่ตำหนักเสด็จย่า
หานอู่รีบรั้งไว้ พร้อมกับกล่าวว่า “เอ่อ ขอเวลาให้กระหม่อม 2 วันได้มั้ยพะย่ะค่ะ”
“ทำไมต้องสองวัน หรือเจ้าตั้งใจว่าจะไม่รับผิดชอบข้า” องค์หญิงทรงสงสัย
“เปล่าพะย่ะค่ะ กระหม่อมจะกลับไปรับพ่อแม่มาที่เมืองหลวง ถ้ากระหม่อมได้เข้าพิธีอภิเษก พ่อแม่กระหม่อมก็ต้องรับรู้เรื่องนี้ด้วย” แต่ในใจมือปราบคิดว่า “เผื่อถูกลงโทษโดนประหารชีวิตเก้าชั่วโคตร จะได้พากันเตรียมใจทัน”
“งั้นพวกเราไปทานอาหารเช้าด้วยกันก่อนนะ” องค์หญิงทรงยิ้มและเปลี่ยนเป้าหมาย
หานอู่จำต้องเดินตามองค์หญิงไปทานอาหารซึ่งตอนนี้ตั้งอยู่เต็มโต๊ะ เมื่อนั่งพร้อมแล้ว หานอู่ก็จับตะเกียบกินอาหารแบบคนกินอะไรไม่ลง
“อาหารไม่ถูกใจเจ้างั้นหรอ” องค์หญิงตรัสทัก
“เปล่าพะย่ะค่ะ กระหม่อมอิ่มจากเมื่อคืนแล้ว” หานอู่กล่าวอ้าง
“ในเมื่อเจ้าต้องเดินทางไปรับพ่อแม่ ข้าจะมอบสร้อยข้อมือลูกประคำศักดิ์สิทธิ์ให้เจ้าติดตัวเอาไว้ สวมไว้ ห้ามถอดเด็ดขาด” องค์หญิงทรงหยิบสร้อยออกมาจากตัว
“ขอบพระทัยพะย่ะค่ะ” หานอู่รับสร้อยข้อมือลูกประคำ
“ใช่ จริงสิ ข้าเตรียมซุปโสมบำรุงให้เจ้าด้วย ข้าปรุงกับมือ เจ้าดื่มให้หมดเลยนะ ก็เมื่อคืนเจ้าใช้แรงมากเกินไป” องค์หญิงทรงแกล้งแสดงท่าทางเขินอายตามที่คนสนิทบอก
หานอู่สวมสร้อยข้อมือเสร็จก็รีบรับถ้วยน้ำซุปมาดื่มต่อหน้าพระพักตร์จนหมดถ้วย “กระหม่อมจะรีบกลับมาหาพระองค์นะพะย่ะค่ะ”
“งั้นอีกสองวัน เจ้าต้องเข้าเฝ้าองค์ไทเฮา และประกาศรับผิดชอบข้านะหานอู่ ท่านสัญญานะว่าจะรับผิดชอบข้า” องค์หญิงตรัสย้ำ
หานอู่มองพระเนตรขององค์หญิงแล้วก็กล่าวคำสัญญา “กระหม่อมสัญญาว่าจะรับผิดชอบเข้าพิธีอภิเษกกับพระองค์พะย่ะค่ะ”
“ข้าดีใจจริงๆ หานอู่ ในที่สุดท่านก็เป็นของข้า” จากนั้นองค์หญิงก็ทรงกอดหานอู่แน่น จนกงกงและนางกำนัลทุกคนพากันหันหลังให้
“เอ่อ ยังมีคนอื่นอยู่ด้วยนะพะย่ะค่ะ ทรงอย่าลืมสิ” หานอู่มองไปโดยรอบ
“ข้าลืมตัว งั้นข้าจะให้ทหารไปส่งเจ้านะ หานอู่ของข้า” องค์หญิงตรัสอย่างเขินๆ
หานอู่ถวายความเคารพและก็เดินออกพระตำหนักไป ในใจคิดว่า “ความซวยบังเกิดแล้ว ทำยังไงไม่ให้ถูกประหารเก้าชั่วโคตรนี่”
พอมือปราบจากไป คนสนิทก็รีบถามทันที “พวกเราควรส่งทหารไปจับตาดูพฤติกรรมเขานะเพคะ”
“ไม่ต้องหรอก ข้าเชื่อใจเขา” องค์หญิงทรงยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“พวกเราไม่ควรประมาทนะเพคะ” คนสนิทกังวล
“ข้าไม่อยากกดดันเขามากจนเกินไปน่ะ” องค์หญิงตรัสอย่างเห็นใจชายคนรัก
คนสนิทเลยไม่อาจทัดทานใดๆ ได้อีก
********************************************************
เวลาเที่ยงวัน ณ พรรคยาจก
ทุกคนในพรรคยาจกกำลังประชุมถึงเรื่องผู้สืบทอดตำแหน่งหัวหน้า อยู่ดีๆ บัณฑิตซูก็เดินเข้ามาในพรรค และคุกเข่าขอโทษต่อหน้าชิงชิง
“เจ้าจะทำอะไรน่ะ บัณฑิตซู” ชิงชิงตกใจและรีบไปประคองเขาให้ลุกขึ้น
“ข้าขอโทษชิงชิง ข้าผิดไปแล้ว อภัยให้ข้าจะได้มั้ย” บัณฑิตซูยังไม่ยอมลุก
“เจ้าอย่าหลงเชื่อบัณฑิตจอมปลอมคนนี้นะ ชิงชิง เจ้าก็เห็นธาตุแท้ของเขาแล้วนี่” หลงกว้านกล่าวเตือน