ตอนที่ 1 บุตรสาวสายตรงที่ไม่ได้รับความรัก!?
“คุณหนู ในที่สุดท่านก็ฟื้นแล้ว ชิวเอ๋อร์...ชิวเอ๋อร์คิดว่าจะไม่ได้เจอคุณหนูแล้วเสียอีกเ้าค่ะ” หยดน้ำตาเม็ดใหญ่ไหลตามกรอบหน้าเด็กสาว ร่างกายที่สั่นสะท้านฟุบลงข้างเตียง คว้าตัวฮวาอิ่งเม่ยมากอดเอาไว้ เอ่ยสะอึกสะอื้น “ดียิ่งนัก ช่างดียิ่งนัก ชิวเอ๋อร์รู้อยู่แล้ว ว่าคุณหนูจะต้องฟื้นขึ้นมาแน่”
“เ้า...” ฮวาอิ่งเม่ยไม่ชอบใกล้ชิดกับคนแปลกหน้ามาแต่ไหนแต่ไรจึงคิดจะผลักเด็กสาวที่ร้องไห้ราวดอกสาลี่ต้องหยาดฝน[1] นี่ออกไป ั์ตาเ็าของนางสบเข้ากับแววตาแสนบริสุทธิ์ เนื่องด้วยเห็นนางฟื้นขึ้นมาพร้อมดวงตาสวยดุจเมล็ดซิ่งเหริน[2] ก็เผยความดีใจออกมายกใหญ่ ภายในใจของฮวาอิ่งเม่ยจึงพลันอบอุ่น มือที่ยกขึ้นจึงชะงักไปเล็กน้อย
“คุณหนูท่านเป็อะไรไปหรือเ้าคะ ไม่สบายตรงไหนหรือไม่ บ่าวจะไปตามท่านหมอมาให้เดี๋ยวนี้เ้าค่ะ” เมื่อดวงตาของชิวเอ๋อร์ััได้ถึงความสับสนที่อยู่ในแววตาอันเ็าของฮวาอิ่งเม่ยก็มีสีหน้าตื่นตระหนก
“เ้ารอเดี๋ยว” พอฮวาอิ่งเม่ยเห็นว่าเด็กสาวกำลังจะลุกขึ้น มือขาวก็คว้ากุมข้อมือของนางเอาไว้ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ข้า...คือใครกัน” ความทรงจำของฮวาอิ่งเม่ยวนเวียนอยู่แค่ในสถานที่อันใหญ่โตนี่เท่านั้น เื่ราวความเป็ไปภายนอกกลับเป็ศูนย์ เทียบกับการปล่อยให้คนสงสัย ไม่สู้แสร้งว่าความจำเสื่อมไปเสียดีกว่า
“คุณ...คุณหนู!?” สีหน้าชิวเอ๋อร์ซีดเผือดทันทีทันใด น้ำตาที่เพิ่งจะหยุดไหลรินอีกครั้ง “คุณหนู ท่านอย่าทำให้ชิวเอ๋อร์ใสิเ้าคะ คุณหนู...ฮือๆ”
พอเห็นเด็กสาวน้ำตานองหน้าเช่นนี้แล้ว ฮวาอิ่งเม่ยก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา แม้ว่าความทรงจำที่ขาดๆ หายๆ ในหัวสมองจะบอกว่าเด็กสาวคนนี้เป็คนเดียวที่อยู่เคียงข้างฮวาอิ่งเม่ยอย่างจริงใจและไว้ใจได้ แต่สถานการณ์ในตอนนี้ นางอยากรู้อะไรมากกว่านั้น จึงจะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด
“บอกมา ข้าคือใคร อย่าให้ข้าต้องพูดซ้ำครั้งที่สอง!” มือฮวาอิ่งเม่ยที่กำข้อมือของชิวเอ๋อร์ค่อยๆ ออกแรง ดวงตาสุกสกาวเ็าราวกับคมมีดที่แทงเข้ากระดูกอย่างเยือกเย็น จ้องเขม็งไปยังเด็กสาวตรงหน้าที่ใจนหน้าซีด
“คุณหนู...คุณหนูคือบุตรสาวสายตรงแห่งจวนแม่ทัพใหญ่เ้าค่ะ” ชิวเอ๋อร์จ้องมองฮวาอิ่งเม่ยที่อยู่ตรงหน้า ร่างกายสั่นเบาๆ เพราะความกลัว
“เช่นนั้น เ้าเป็ใครกัน” ฮวาอิ่งเม่ยปล่อยข้อมือเด็กสาวออก มองตาที่บวมแดงจากการร้องไห้ของนาง ในใจรู้สึกสงสาร น้ำเสียงก็อ่อนลงด้วยเช่นกัน
“คุณหนู ข้าคือชิวเอ๋อร์ยังไงล่ะเ้าคะ คุณหนู ท่านเป็อะไรไป ท่านอย่าทำให้ชิวเอ๋อร์ใสิเ้าคะ” มองดูฮวาอิ่งเม่ยที่มีสีหน้าสับสน ร่างของชิวเอ๋อร์ก็คุกเข่าลงข้างเตียงอย่างหมดแรง ร้องไห้ออกมาอย่างเ็ป
“ข้า...เหมือนว่าจะจำอะไรไม่ได้เลย เ้าชื่อชิวเอ๋อร์ใช่หรือไม่ เ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยว่ามันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ ที่นี่คือที่ไหน ตอนนี้อยู่ในสมัยใด ข้าชื่อว่าอะไร แล้วเหตุใดถึงได้รับาเ็หนักถึงเพียงนี้”
“คุณหนู...” ใบหน้าอ่อนเยาว์ของชิวเอ๋อร์เต็มไปด้วยหยดน้ำตาพร่างพราว ดวงตาสุกใสของนางจ้องมองฮวาอิ่งเม่ยด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นสีหน้าสับสนมึนงงของฮวาอิ่งเม่ยแล้ว จมูกชิวเอ๋อร์ก็แสบขึ้นมาอีกครั้ง “คุณหนู คุณหนูที่แสนอาภัพของบ่าว เื่ที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปเถิดเ้าค่ะ คุณหนูจำไม่ได้ก็ดีเหมือนกัน ดีแล้ว...”
ั์ตาสุกสกาวราวเคลือบเงาแต่เ็านิ่งสงบดุจหงส์จ้องมองชิวเอ๋อร์ที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาสุกใสค่อยๆ เผยความอบอุ่นออกมา นางออกแรงยกมือทั้งสองข้างขึ้น แล้ววางลงบนไหล่ชิวเอ๋อร์ บังคับให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้น
“ชิวเอ๋อร์ ข้าััได้ว่าเ้าหวังดีกับข้า แต่ข้าอยากรู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดเื่อะไรขึ้น ไม่ว่าจะเป็เื่ที่มีความสุขก็ดี เื่เสียใจก็ช่าง” น้ำเสียงแหบพร่าของฮวาอิ่งเม่ยเต็มไปด้วยความทระนงแน่วแน่ แววตาปกคลุมด้วยแสงอบอุ่นบางเบา
เมื่อเห็นดวงเนตรที่เปล่งประกายแวววาวของฮวาอิ่งเม่ย ชิวเอ๋อร์ก็เหม่อมองอย่างเคลิบเคลิ้ม นางไม่เคยเห็นคุณหนูเป็เช่นนี้มาก่อน หนักแน่นและทระนง ราวกับทั้งร่างกำลังแผ่พลังความน่าเกรงขามออกมา ในตอนนี้ ฮวาอิ่งเม่ยก็เหมือนกับไข่มุกเปื้อนฝุ่นเม็ดหนึ่งที่จู่ๆ ก็เปล่งแสงอันวาววับ ส่องสว่างจนไม่อาจจ้องมองตรงๆ ได้เลย
คล้ายถูกทำให้คล้อยตามก็มิปาน ชิวเอ๋อร์พยักหน้าอย่างว่าง่าย แม้ดวงเนตรสุกใสยังเคล้าน้ำตา แต่ดีขึ้นกว่าตอนแรกมาก ชิวเอ๋อร์สูดหายใจเข้าเบาๆ ใช้มือเช็ดน้ำตาบนใบหน้าทิ้ง แววตาที่จ้องมองฮวาอิ่งเม่ย ยังมีความสงสารอยู่เล็กน้อย
“คุณหนูที่นี่คือแคว้นเหิงหนาน และท่านก็เป็คุณหนูสายตรงแห่งจวนแม่ทัพใหญ่...” ชิวเอ๋อร์บอกเล่าสิ่งต่างๆ ที่ฮวาอิ่งเม่ยต้องแบกรับในสิบห้าปีที่ผ่านมาด้วยน้ำตา จนถึงตอนสุดท้ายที่บอกว่าเหตุใดนางถึงได้รับาเ็จนหมดสติไป น้ำตาเม็ดใหญ่ก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ น้ำเสียงอันอ่อนโยนนั้นเผยความโกรธเกลียดเข้ากระดูก
“คุณหนูถูกกำหนดให้หมั้นหมายกับองค์ชายรองมาั้แ่เด็ก แต่ไม่กี่วันก่อน องค์ชายรองกลับสั่งให้คนส่งจดหมายถอนหมั้นมา ทั้งยัง้ารับคุณหนูสามไปเป็พระชายาแทน เป็เพราะเื่นี้ คุณหนูในจวนทั้งหลายหรือแม้แต่เหล่าอี๋เหนียง[3] ต่างก็พากันวนเวียนมาเยาะเย้ยคุณหนู ดังนั้น... คุณหนูจึงทนความอัปยศไม่ไหว ก็เลย...ก็เลย...”
“ก็เลยปลิดชีพตัวเองใช่หรือไม่” พอเห็นชิวเอ๋อร์อ้ำอึ้ง ดวงตาหงส์ของฮวาอิ่งเม่ยเต็มไปด้วยความเยือกเย็น น้ำเสียงเ็าเอ่ยออกมาจากริมฝีปากซีด นางพูดอย่างเรียบเฉย ราวกับคนที่พูดถึงนั้นมิใช่ตัวเอง
เป็จวนสกุลฮวาที่ดีนักนี่ เป็จวนแม่ทัพใหญ่ที่รวมตัวเหล่าสัตว์ชั่วร้าย[4] ได้ดีทีเดียว มุมปากแตกระแหงยกขึ้นจนเผยรอยยิ้มเหี้ยม ยิ่งสีหน้าของนางซีดมากเท่าไร รอยยิ้มจากริมฝีปากของนางก็ยิ่งเปล่งประกาย ทั้งๆ ที่ร่างกายอ่อนแอดั่งเครื่องเคลือบที่เปราะบาง แต่ท่าทางดุร้ายน่ายำเกรงซึ่งแผ่ออกมากลับทำให้นางเปรียบเสมือนเทพแห่งความตายในรัตติกาล เพียงแค่หายใจก็ทำให้คนผวาแล้ว
“คะ...คุณหนูเ้าคะ” ชิวเอ๋อร์มองดูฮวาอิ่งเม่ยที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความตะลึง ทั้งๆ ที่อ่อนแอเสียจนเหมือนไม่มีลมหายใจ แต่ท่าทีที่ของคนตรงหน้ากลับน่าขนลุก ทำเอานางนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม
“อือ” เสียงทุ้มดังออกมาจากจมูกฮวาอิ่งเม่ย คิ้วเข้มขมวดเบาๆ ดวงตางดงามเปิดกว้าง ั์ตาดำเข้มสุกใสเผยแรงสังหารอันน่าใ
เชิงอรรถ
^ ดอกสาลี่ต้องหยาดฝน เปรียบถึงใบหน้าของหญิงสาวที่แม้จะร้องไห้ก็ยังงดงาม^ เมล็ดซิ่งเหริน คืออัลมอนด์^ อี๋เหนียง คือ คำเรียกของอนุภรรยา^ เหล่าสัตว์ชั่วร้าย สื่อถึง คนที่มีจิตใจชั่วร้าย