คู่ปรับกลับมา
เ้าของงานเลี้ยงต้อนรับการกลับบ้าน กำลังยืนจ้องมองตัวเองอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ เรือนกายผอมบางนั้นมีเดรสแขนกุดสีเทา ยาวเหนือเข่าขึ้นราวหนึ่งคืบหุ้มไว้ ผมยาวสลวยวันนี้ ถูกช่างประจำของแม่เกล้าหลวมๆ ไว้ด้านหลัง
ใบหน้าที่สวยจัดเป็ทุนเดิมอยู่แล้วนั้น ก็ถูกช่างแต่งแต้มเข้มกว่าปกติ เพื่อให้เข้ากับงานกลางคืน สองมือบางยกขึ้นลูบตัวเสื้อลูกไม้เนื้อดีราคาแพงลิบลับ สมกับเป็เ้าของงาน
นิ้วเรียวเลื่อนไล่ลงไปหาเอวคอดกิ่ว มีผ้าซาตินสีเทาเข้มเป็เข็มขัดคาดไว้ ด้านหน้าผูกเป็โบน่ารักน่ามอง ส่วนตัวกระโปรงนั้นเป็ผ้าซีทรูสีเดียวกับเสื้อ ตัดซ้อนกันหลายชั้นจนพองและบานเล็กน้อย
เมื่อพึงพอใจในชุดแล้ว หญิงสาวก็เดินเข้าไปในห้องเสื้อผ้า ได้รองเท้าส้นสูงสี่นิ้วสีขาว หุ้มด้วยลูกไม้สีนวลๆ มาถือไว้ ตั้งใจจะออกจากห้องไปแล้ว หากไม่หันไปเห็นของฝากราคาแสนถูก สำหรับคนที่ตัวเองหมั่นไส้ไม่ห่างหายก่อน อันที่จริงอยากเอาไปให้ในงานด้วยซ้ำ
“เอาไว้ตอนกินมื้อเช้าพรุ่งนี้ก็ได้”
เพราะรู้ว่าคนอยู่ในฐานะพี่ชายใหญ่จะค้างบ้านคืนนี้ เมื่อสรุปให้ตัวเองได้แล้ว ก็คว้ากระเป๋าถือใบเล็ก หุ้มด้วยผ้าลูกไม้สีเทาเข้าชุดกัน แล้วเดินออกจากห้องไปด้วยความสดใสร่าเริง เพราะจะได้พบเจอผองเพื่อนและคนรู้จักที่ห่างกันนานถึงสี่ปี
“น้องดาวมาแล้วพวกเรา!”
พิชชาภาซึ่งเป็หนึ่งในเพื่อนสาวจากโรงเรียนอินเตอร์ ผู้ตัดสินใจเรียนต่อในไทยแทนการไปอเมริกาตามที่ตั้งใจไว้ เพราะฐานะการเงินของทางบ้านย่ำแย่ลงร้องเรียกเพื่อนๆ ที่กำลังสนใจกับอาหารดี ราคาแพง
และจัดได้หรูหราไม่แพ้สั่งจากโรงแรมระดับห้าดาว แม้นี่จะเป็ฝีมือการควบคุมของแม่กับป้าใจเท่านั้นแขกผู้ใหญ่หลายโต๊ะ ต่างหันไปมองกลุ่มสาวๆ ที่พากันร้องวี้ดว้ายด้วยความดีใจ เมื่อได้เจอหน้ากัน
จากนั้นก็หันกลับไปคุยเื่ที่ค้างไว้ ปล่อยให้เ้าของงานกับผองเพื่อนคุยกันไปตามสบาย โดยไม่ได้สนใจ ว่ากำลังตกเป็เป้าสายตาของบรรดาหนุ่มๆ ซึ่งเป็ลูก หรือไม่ก็หลานของเพื่อนคุณดาราเลยด้วยซ้ำ
แม้ปัถพีจะไม่ได้มาคลุกคลีอยู่ในบ้านนานปีแล้ว แต่การได้เห็นคุณยายดาราเชิญเพื่อนๆ มา และให้พ่วงลูกชายหรือหลานชายมาด้วยนั้น ก็เข้าใจได้อย่างถ่องแท้ ว่ากำลังเปิดตัวหลานสาวแสนสวย และเดาได้ไม่ยาก ว่าต่อไปหัวกระไดบ้านคงไม่แห้งแน่
เขาจำต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เมื่อเผลอมองไปหาเ้าของงานนานไปหน่อย เหมือนมีก้อนอะไรสักอย่างแล่นเข้ามากระทบแผงอก ทำให้เจ็บกับจุกไปชั่วครู่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร
และไม่ยอมใส่ใจมันอีก แต่หันไปคุยกับพนักงานระดับบริหารในบริษัท ซึ่งถูกเชิญมาเพื่อให้ได้รู้จักคุณน้องดาว ผู้จะก้าวเข้าไปเป็คลื่นลูกใหม่ในไม่ช้าไม่นานนี้
“เสร็จงานเลี้ยงต้อนรับแล้ว น้องดาวบอกว่าขอไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนๆ สักอาทิตย์ก่อน กลับมาถึงจะไปทำงาน”
นั่นเป็คำบอกของพ่อตอนออกจากห้องประชุมเมื่อวานนี้ ตามด้วยอีกประโยค ซึ่งเขาก็เดายังไม่ออก ว่าถ้าคุณน้องดาวได้ยินแล้วจะออกอาการยังไง ได้แต่หวังว่าจะไม่เกิดเื่ราวใหญ่โตใดๆ ขึ้นก่อน
“โห! ลูกสาวคุณยุทธ์สวยไม่ใช่เล่นเลย แบบนี้คงหัวกระไดไม่แห้งแน่ๆ เลย”
ประทีปเอ่ยติดตลก แล้วหันไปหาคนสนิทอย่างปารณ ต่อให้ไม่ได้หันไปมองคนที่ประทีปพูดถึง เขาก็รู้ดีว่าเป็ความจริงทั้งสิ้น เพราะเห็นก่อนหน้านี้แล้ว แถมยังเผลอคิดไปอีกว่า ถ้าคนอย่างเขาได้กลายเป็แฟนของคุณน้องดาวเมื่อไหร่ ก็คงจะดีไม่น้อย
ในเมื่อเขาก็ถือว่ามีรูปร่างหน้าตาดีคนหนึ่ง การงานก็ไม่ได้น้อยหน้าใคร ต่อให้ฐานะทางบ้านจะไม่สู้ดีนัก แต่เขาก็สร้างตัวเองด้วยการเก็บหอมรอมริบจนมีรถ บ้าน เป็ของตัวเองแล้ว
แถมในบรรดาเด็กที่ชัยยุทธ์อุปถัมภ์ทั้งสาม เขาเป็เพียงคนเดียวที่ได้เข้านอกออกในบ้านบุญเลิศหล้าบ่อยกว่าใครเพื่อน หากไม่นับรวมปัถพีคนที่ผู้มีพระคุณของเขายกฐานะบุตรบุญธรรมให้ั้แ่แรกที่เอามาเลี้ยง
เขาให้ไม่เข้าใจมาั้แ่รู้ว่าจะถูกชัยยุทธ์ยื่นมือเข้าไปช่วยเื่การศึกษา ตอนเห็นเขาปั่นจักรยานไปโรงเรียนเมื่อครั้งไปดูงานที่จังหวัดอุดรธานีหลายสิบปีก่อน ว่าทำไมไม่รับเขาเข้าเป็บุตรบุญธรรมเหมือนปัถพี แต่กลับให้เขาอยู่กับพ่อแม่ที่ยังเป็แค่พนักงานระดับกลางต่อ
ด้วยใจนั้นอยากหนีจากความจำเจของท้องทุ่ง หนีจากความขาดแคลนเข้ามาอยู่ใต้ร่มของบ้านบุญเลิศหล้าเหมือนปัถพี แต่กลับได้เรียนต่อระดับมัธยมในโรงเรียนประจำจังหวัด
โชคดีที่เขาเป็คนขยันและมุมานะ จนระดับการเรียนเป็ที่หนึ่ง ชัยยุทธ์ถึงได้ออกปากจะส่งไปเรียนต่อระดับปริญญาที่ออสเตรเลีย โดยจะเป็คนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เขาดีใจไม่น้อย เพราะถ้าเทียบกับคนที่ชัยยุทธ์อุปการะนั้น ทั้งสองได้เรียนระดับปริญญาตรีในประเทศ แม้แต่ปัถพีเองก็เช่นกัน ต่อให้เรียนในมหาวิทยาลัยของรัฐที่โด่งดัง และได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งยังไงก็ตาม ตอนนั้นเขาพอใจแล้ว เพราะอย่างน้อยๆ เขาก็มีบางอย่างที่เหนือกว่าปัถพี
ทว่ามาตอนนี้กลับรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่าหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็เื่การศึกษา เพราะอีกฝ่ายจบทั้งปริญญาโทและเอกจากอังกฤษ แถมยังได้รับความรัก ความเมตตาจากชัยยุทธ์ไม่ต่างจากลูกในไส้ มิหนำซ้ำยังซื้อรถกับคอนโดให้หลังเรียนจบอีกต่างหาก
พอมาทำงาน ก็ได้ตำแหน่งผู้บริหารทันที ผิดกับเขาที่ไม่ได้อะไร นอกจากคำมั่นสัญญาว่าเขาจะได้ย้ายมาอยู่ในสำนักงานใหญ่หลังจากเรียนรู้งานที่บริษัทย่อยสักระยะ
เขาจึงอดเปรียบเทียบกับปัถพีไม่ได้สักครั้ง พร้อมกับคำถามที่ว่า ทำไมชัยยุทธ์ถึงได้รักปัถพีนักหนา ส่วนเขากับอีกสองคนที่ถูกอุปการะมากลับไม่เคยได้ความรักแบบนั้นเลย และอีกอย่างที่เขาแอบรู้มาอย่างไม่เป็ทางการ
ว่าปัถพีถูกวางไว้ให้ก้าวขึ้นไปทำตำแหน่งใหญ่แบบก้าวะโ และเขาจะยอมให้เป็แบบนั้นไม่ได้ เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงสิ่งที่ตั้งเป้าไว้หลายปี มีหนทางไหนที่จะทำให้เขาตัดคะแนนหรือตัดแขนขาของอีกฝ่ายได้ เขาจะไม่รีรอเลย
และการเข้าหาหุ้นส่วนคนที่ไม่ชอบปัถพี ก็เป็อีกวิธีที่เขาเลือกทำ และประทีปก็เป็หนึ่งในสองสามคนที่เขาเลือกเข้าหา เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่หมายปองเอาไว้
“หนุ่มๆ มองคุณน้องดาวตาเป็มันเลยครับคุณดิน”
นพกร ผู้ช่วยของปัถพีในวัยยี่สิบแปดหันมากระซิบเบาๆ ให้ได้ยินแค่สองคน ชายหนุ่มไม่ได้ว่าอะไร แค่ยิ้มแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย เพื่อไม่ให้ผู้บริหารที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยกันมองว่าแปลกแยก หรือไม่ให้เกียรติ แม้ใจจริงจะไม่อยากดื่มสักนิด ด้วยกลัวจะถูกคุณยายดารามองไม่ดี
แต่ความกลัวของเขาก็ดูเหมือนจะช้าไปแล้ว เพราะถูกผู้าุโสุดของบ้าน เฝ้าสังเกตอยู่นานแล้ว ความไม่พอใจนี้ ถูกเปิดเผยให้เพื่อนร่วมโต๊ะ ซึ่งเป็รุ่นราวคราวเดียวกันได้รับรู้ รวมทั้งหลานสาวคนสวยด้วย ที่ถูกยายเรียกมาทำความรู้จักกับเพื่อนยายได้สักพักแล้ว
“ดูเอาสิ! โต๊ะอื่นกินเหล้าเบียร์ที่ไหน มีแต่โต๊ะที่มันนั่งแค่นั้นล่ะ ไม่รู้จักเจียมกะลาหัวซะเลย ได้มาอยู่ดีกินดี เลยลืมกำพืดเดิมซะสนิท พ่อยุทธ์นี่คิดผิดจริงๆ ที่เอามันมาเลี้ยง ฉันนะไม่เคยถูกชะตามันั้แ่วันแรกจนกระทั่งวันนี้เลยเธอ”
“นั่นสิเธอ! ดูสิ! กินเหล้ายังกับน้ำเปล่า ฉันก็ไม่ชอบนะคนไม่เจียมตัวแบบนี้น่ะ”
เพื่อนรุ่นเดียวกันผสมโรงเข้าให้อีก และมีเพื่อนคนอื่นต่อไปอีกหลายประโยค ดุจดาริกาไม่ได้พูดอะไร เพราะกลัวจะเป็การไม่สมควร เวลาผู้ใหญ่คุยกันแล้วห้ามแทรก เลยได้แต่หันไปมองโต๊ะที่มีคนถูกพูดถึงนั่งอยู่ สลับกับมองหน้ายายกับเพื่อนๆ เท่านั้น ในใจก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับทุกคนไม่น้อย
ชัยยุทธ์และทุกคนในห้องอาหาร ต่างมองไปยังเ้าของรูปร่างผอมบาง มีเดรสทำงานผ้าชีฟองสีชมพูแขนยาวหุ้มอยู่ ซึ่งเป็ลุคสาวออฟฟิศ ผู้มีความมาดมั่นเต็มร้อย แม้ตัวกระโปรงจะสั้นเหนือเข่าขึ้นมาคืบกว่าๆ
เผยให้เห็น่ขาขาวยาวเรียว ให้เป็อาหารตาต่อเพศตรงข้ามมากแค่ไหน แต่ด้วยความรัก บวกกับไม่เคยขัดใจคุณหนูเล็กของบ้าน จึงไม่มีใครคิดจะตำหนิติติงใดๆ
ส่วนคนอยากตำหนิเพราะไม่ค่อยตามใจน้องเล็กนั้น ก็ไม่อยู่ในวิสัยจะทำได้ หรือถ้าทำได้ ก็คงไม่พ้นมีใครสักคนค้านขึ้นมาแน่ และคนแรกก็คงจะเป็คุณยายดารานั่นเอง
“โอ้โห! วันนี้หลานยายทำไมแต่งตัวสวยจังเลยล่ะ ดีแล้วๆ ไปทำงานวันแรก ต้องสวยๆ แบบนี้”
ปัถพีกลั้นขำเอาไว้แทบตาย เมื่อเห็นว่าตัวเองดันเดาถูก เลยพยายามให้ความสนใจกับหอยแมลงภู่อบชีสตรงหน้าเข้าไว้
“ขอบคุณค่ะคุณยาย เป็ยังไงบ้างคะ มีตรงไหนบกพร่องบ้างหรือเปล่าคะ”
คนถามกางแขนออกน้อยๆ แล้วหมุนให้ทุกคนดู แม้จะมั่นใจเกินร้อยแล้ว แต่ก็ยังกลัวจะมีความผิดพลาดอยู่
“สวยแล้วล่ะจ้ะลูก ว่าแต่หาอะไรล่ะนั่น”
ดุจเดือนเห็นลูกสาวเปิดกระเป๋าดิออร์สีดำมันวาว แล้วได้อะไรบางอย่างติดมือมา ใบหน้าสวยแต่งเข้มนิดๆ ยิ้มกริ่มอย่างเป็สุข เมื่อคิดถึงว่าอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า จะได้เห็นคนอยู่ในตำแหน่งพี่ใหญ่ของบ้าน เกิดอาการเหวอรับประทานเมื่อถูกเอาคืนบ้าง
“ของฝากพี่ดินค่ะ ขอโทษทีนะคะที่ให้ช้าไปนิด น้องดาวตั้งใจจะให้เช้าหลังงานเลี้ยง แต่พี่ดินดันกลับไปนอนคอนโดก่อน ให้เช้านี้คงไม่เป็ไรนะคะ”
เมื่อคืนนี้ดุจดาริการู้ว่าพี่ใหญ่นอนบ้าน เพราะถูกพ่อเรียกมาคุยงานั้แ่ตอนเย็นจนดึกดื่น
“อะไรเอ่ย”
คนให้นั้นเดินไปทรุดกายลงนั่งข้างยาย แล้วยื่นของในมือไปหาคนเป็พี่ใหญ่ต่างสายเื ซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามดุจเดือน ส่วนชัยยุทธ์นั่งอยู่หัวโต๊ะ ทุกคนต่างพากันมองเป็ตาเดียวกัน ว่าอะไรอยู่ในถุงกระดาษ
“โอ้โห! สวยจังเลย ขอบคุณมากนะครับน้องดาว อุตส่าห์ซื้อมาฝากพี่ ไว้ใส่วันแข่งกีฬาสีพอดีเลยครับ”
คนรับยกเสื้อทีมอาเซนอลขึ้นดูด้วยใบหน้าเจือยิ้มน้อยๆ จากนั้นก็พับเก็บไว้ในถุงตามเดิม ส่วนคนให้ที่คิดว่าจะได้เอาคืน กลับกลายเป็ต้องเกิดอาการเอ๋อรับประทานเสียเอง
“ดีใจนะคะที่พี่ดินชอบ”
แถมต้องใช้ความพยายามเก็บอาการเอ๋อนั้นเอาไว้ให้ได้ แล้วมองไปยังเมนูมื้อเช้าที่ตัวเองไม่อยากกินเลยสักนิด ด้วยกลัวหน้าท้องที่แบนราบเรียบอยู่แล้ว จะพองขึ้นจนดูไม่สวย
“กินเสร็จแล้วน้องดาวไปกับพ่อนะ” ชัยยุทธ์กำลังจะตักข้าวต้มเข้าปากเพิ่งคิดขึ้นได้
“ตอนนี้ได้ค่ะ แต่ต่อไปคุณพ่อต้องซื้อรถให้น้องดาวนะคะ เอาคันแพงกว่าของพี่ดินด้วยค่ะ แล้วน้องดาวจะขับไปทำงานเองค่ะ”
เพราะยังจำวันที่พี่ใหญ่ของบ้าน ได้รถเป็รางวัลที่เรียนจบดอกเตอร์ได้เป็อย่างดี ตัวเองเลยอยากได้บ้าง
“ขับเป็แล้วเหรอเรา” พ่อเลยแซวน้อยๆ
“เดี๋ยวน้องดาวไปเรียนก็ได้ค่ะ”
“ไม่ได้นะน้องดาว ยายไม่ยอมให้ขับรถไปทำงานหรอก อันตรายจะตาย ไปกับพ่อเราน่ะดีแล้ว” คุณยายดาราผู้ห่วงและหวงหลานมาแต่ไหนแต่ไรรีบขัดทันที
“โอย! ไม่เอาค่ะคุณยาย ถ้าวันไหนคุณพ่อไปสายหรือไม่อยู่ น้องดาวจะไปทำงานยังไงล่ะคะ”
หลานสาวโอดครวญ แล้วกัดขนมปังปิ้งด้วยความระมัดระวังเพราะกลัวลิปสติจะเลอะ
“ก็ให้สมปองคอยรับส่งสิ ยังไงยายก็ไม่ยอมให้น้องดาวขับรถไปทำงานเองแน่ๆ ยายมีหลานสาวคนเดียว เกิดเป็อะไรขึ้นมา ยายจะมีชีวิตอยู่ได้ยังไงล่ะ”
“คุณยายน่ะ! จะให้น้องดาวไปไหนมาไหนแล้วมีคนคอยขับให้ได้ยังไงคะ เพื่อนๆ น้องดาวขับรถเป็กันหมดแล้ว เหลือน้องดาวคนเดียวนะคะที่ยังขับไม่เป็”
“ดีแล้วล่ะที่ขับไม่เป็ จะได้ไม่ต้องซิ่งมากเหมือนเพื่อนเราไงล่ะ ไม่ต้องมาเถียงยายเลยนะ เื่นี้ยายไม่ยอมเด็ดขาด”
“คุณยายไม่ยอมก็ช่างสิคะ แต่น้องดาวจะขับค่ะ นะคะคุณพ่อ นะคะคุณแม่”
คนไม่เคยยอมใครหันไปหาพ่อกับแม่ แล้วทำหน้าออดอ้อน
“แม่ไม่รู้ด้วยนะ คุยกับคุณพ่อและคุณยายเอาเองเลย”
แม้ดุจเดือนอยากให้ลูกช่วยตัวเองได้บ้าง แต่ก็เห็นด้วยกับแม่ที่ห่วงในจุดนี้ เลยโยนให้สองพ่อลูกตกลงกันเอง
“นะคะคุณพ่อ”
“เอาเป็ว่าตอนนี้ไปกับพ่อก่อนก็แล้วกัน ถ้าวันไหนพ่อไม่เข้าบริษัทค่อยให้สมปองไปส่ง หรือถ้าสมปองไม่ว่างก็ให้พี่ดินมารับส่งแล้วกัน”
เพราะไม่อยากหักหาญใจแม่ยายอย่างโจ่งแจ้งนัก แม้ในใจก็เห็นด้วยกับภรรยาอยู่บ้าง
“ยิ่งพี่ดินมาคอยรับส่ง น้องดาวยิ่งอยากขับรถเองเร็วๆ เลยค่ะ”
คนเคยเอาแต่ใจตัว บุ้ยเบ้หน้าใส่พี่ใหญ่ด้วยท่าทีไม่ชอบใจอย่างไม่ปิดบัง
“อ้าว! ไหงงั้นล่ะลูก”
ดุจเดือนปรามลูกน้อยๆ เพราะไม่อยากให้แผลงฤทธิ์กับพี่ต่างสายเืมากไป ส่วนคุณดารานั้นกลับชอบใจไม่น้อย ที่หลานสาวไม่เคยเข้ากับอดีตเด็กจรจัดได้สักที
“ก็พี่ดินพักอยู่คอนโดไกลบ้านเราจะตาย แล้วจะให้มารับน้องดาวได้ยังไงล่ะคะ พี่ดินเมื่อยแย่เลย จริงมั้ยคะพี่ดิน”
ดุจดาริกามองหน้าพี่ต่างสายเื เพื่อขอแรงสนับสนุน และคิดอยู่แล้วว่าต้องได้อย่างแน่นอน
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ถ้าคุณพ่อให้มารับพี่ก็มาได้ น้องดาวไม่ต้องห่วงและไม่ต้องเกรงใจครับ”
แต่คำตอบที่ได้นั้น ก็ทำเอาสาวมั่นอยากจะลุกขึ้นแล้วร้องกรี๊ดๆ ๆ ใส่หน้าเขาด้วยความไม่ชอบใจยิ่ง นี่เอาจริงๆ เขาจะไม่วางมือจากการขัดใจเลยใช่มั้ย เรียกว่ามีช่องทางเมื่อไหร่ก็จัดไม่ยั้งเลย
“อ้าว! นั่นอิ่มแล้วเหรอจ๊ะดิน”
ดุจเดือนเพิ่งตักข้าวต้มเข้าปากได้ไม่กี่คำ มองลูกนอกสายเืกำลังลุกขึ้น ทำท่าจะไปแล้ว
“ครับคุณแม่ งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”
ปัถพียกมือไหว้ผู้ใหญ่ทุกคนด้วยท่าทีนอบน้อม แล้วคว้าสูทกับของฝากจากน้องเล็กเดินออกไปอย่างรวดเร็ว จนคุณดารามองตามแทบไม่ทัน
“นี่แค่หกโมงครึ่งเอง นายดินจะรีบไปไหนนักหนา แล้วไม่ออกพร้อมพ่อยุทธ์หรือไง”
“ปกติเวลานี้ดินจะถึงออฟฟิศแล้วด้วยซ้ำครับคุณแม่ นี่ถ้าผมไม่คะยั้นคะยอให้ค้างบ้าน คงกลับไปั้แ่คุยงานเสร็จเมื่อคืนแล้วล่ะครับ”
ชัยยุทธ์รู้ดีว่าแม่ยายไม่ปลื้มลูกนอกไส้ของเขานัก เลยพยายามอธิบายไปตามความเป็จริง เพื่อหวังว่าจะเปลี่ยนทัศนคติอันเป็ลบออกไปบ้าง
“ก็ดีแล้วล่ะที่ขยัน จะได้ไม่เลี้ยงเสียข้าวสุกไงล่ะ ส่งเรียนใช้เงินน้อยที่ไหน แล้วยังรถที่พ่อยุทธ์ซื้อให้อีกหลายล้าน ไหนจะบ้านหลังนั้นอีก หมดไปเท่าไหร่แล้วล่ะ”
คุณดาราบุ้ยหน้าไปยังทิศทางของบ้านที่สร้างเสร็จหมดแล้ว พร้อมให้เข้าอยู่ แต่เ้าของก็ยังไม่ยอมย้ายกลับมาสักที ชัยยุทธ์ใช้การยิ้มแล้วตักอาหารเข้าปาก แทนการเอ่ยถ้อยคำใดๆ กับแม่ยายอีก เพราะเห็นว่าป่วยการ ไม้แก่นั้น จะดัดยังไงก็ไม่มีวันดัดได้
“คุณพ่อจะบอกน้องดาวได้หรือยังคะ ว่าจะให้น้องดาวทำตำแหน่งอะไร”
ดุจดาริกาเกิดอาการเบื่อนิดๆ ที่คนในบ้านเอาแต่คุยเื่คนอื่น เลยรีบย้ำอีก หลังจากพยายามถามพ่อมาหลายวันแล้ว แต่พ่อก็ยังไม่ตอบสักที
“ไม่บอกจ้ะ เอาไว้ให้น้องดาวไปดูเองสิ”
“อย่าเอาหลานแม่ไปเป็ลูกน้องใครนะพ่อยุทธ์ ไม่งั้นแม่จะไม่ให้น้องดาวไปทำงานจริงๆ ด้วย”
อีกครั้งที่ชัยยุทธ์ไม่ตอบอะไร นอกจากยิ้มเท่านั้น ทำเอาแม่ยายไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่
“หรือน้องดาวจะไม่ไปทำงานล่ะ ยายว่าอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ดีกว่าเหรอ เงินมีเยอะแยะกลัวอะไร ใช้สิบชาติก็ไม่หมด”
อันที่จริงคุณดาราอยากจะบอกต่อด้วยซ้ำว่า เพราะอีกไม่นานหลานก็จะมีหนุ่มๆ มาแย่งกันจีบแย่งกันเป็แฟน และอีกไม่นานก็คงได้คนเหมาะสมมาเป็สามี ก็หนีไม่พ้นต้องอยู่บ้านคอยดูแลลูกๆ อยู่ดี
เลยมองไม่เห็นประโยชน์อะไรหากจะออกไปทำงาน ที่ยอมให้หลานไปเรียนต่อ จุดหมายเพียงแค่จะเพิ่มดีกรีให้หลานดูดีมีราคามากขึ้นแค่นั้น
“ไม่เอาค่ะคุณยาย น้องดาวจะไปทำงานบริหารช่วยคุณพ่อ จำไม่ได้เหรอคะ ว่าคุณยายเคยบอกน้องดาวว่า ลูกๆ คุณพ่อไม่มีใครอยากไปทำงานที่บริษัทสักคน ตอนนี้มีน้องดาวอยากไปแล้ว คุณยายจะไม่ยอมให้ไปอย่างนั้นเหรอคะ น้องดาวไม่ยอมนะคะ”
หลานสาวรีบแย้งเสียงแข็งและอย่างคนจะเอาชนะ จนคุณเป็ยายรู้ได้อย่างชัดเจน ว่าไม่มีทางขัดได้ เลยถอนหายใจแล้วเอ่ยเสียงนุ่มหูไปหาหลาน
“ยายไม่ได้หมายความอย่างนั้น แค่ยายห่วง กลัวพ่อเราจะให้ไปทำงานเป็ลูกน้องคนอื่นเท่านั้นล่ะลูก”
“คุณพ่อไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ น้องดาวรู้ ใช่มั้ยคะคุณพ่อ”
ลูกสาวออกตัวแทนพ่อด้วยความมั่นอกมั่นใจและด้วยความอารมณ์ดี แล้วก้มหน้าจัดการกับมื้อเช้าที่ไม่อยากกินสักเท่าไหร่
=======================
E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
========================
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
