เถ้าแก่หวังพูดเสียงเข้ม“ฉันให้โอกาสแกพูด แต่ถ้าบอกไม่ได้ ก็อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยแกไปง่ายๆ!”
เ้าของร้านพูดขู่ แต่ฉินลู่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัว เขาหัวเราะอย่างโนสนโนแคร์แล้วพูดตอบว่า“บอกได้อยู่แล้ว ถ้ามันไม่ใช่เื่จริง จะเอายังไงกับผมก็เชิญ แต่ว่า…”
ฉินลู่ทำสายตาเฉียบคม “ถ้าผมบอกได้ว่ามันปลอมตรงไหนแล้วพิสูจน์ว่าภาพนี้เป็ภาพปลอมจริงๆ แล้วจะทำยังไงต่อ”
เถ้าแก่หวังเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า“ถ้าบอกได้ว่ามันปลอมตรงไหน ฉันก็จะเชื่อทุกอย่างที่แกพูด แล้วจะกินภาพนี้ให้ดู! ไม่ให้เหลือแม้แต่เศษซากกระดาษเลย!”
“ต้องทำตามที่พูดนะ” ฉินลู่หรี่ตาลง
“แน่นอนอยู่แล้ว!”เถ้าแก่หวังเ้าของร้านขายของโบราณยกนิ้วโป้งขึ้นมาชี้ที่ตัวเองแล้วพูดอย่างภูมิใจว่า“ลองไปถามคนแถวนี้ดู ก็จะรู้ว่าใครๆ ก็รู้จักชื่อของฉันเหล่าหวังกันทั้งนั้นสิบกว่าปีมาได้แล้ว ฉันรักษาคำพูดมาตลอด! พูดคำไหนคำนั้น!”
“หวังว่าจะเป็เช่นนั้น” ฉินลู่พูดพลางผงกหัวแล้วยื่นอักษรภาพที่เขียนโดยอาจารย์เฉินจงสือให้ลูกค้าสาวคนสวย ก่อนเอามือไขว้หลังแล้วเดินไปด้วยพูดไปด้วยว่า “อาจารย์เฉินจงสือเป็หนึ่งในนักเขียนที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศจีนในปัจจุบันและเป็รองประธานสโมสรนักเขียนโลก ผลงานที่มีชื่อเสียงก็จะมีทุ่งกวางขาวหมู่บ้านชนบท หลังต้นป๊อบลาร์ และอื่นๆ แถมยังเคยตีพิมพ์หนังสือฉบับรวมของหนังสือพูดคุยการสร้างสรรค์ความรู้สึกจนเป็ที่รู้จักกันไปทั่ววงการนักอ่าน”
เถ้าแก่หวังขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ฉันบอกให้แกพูดว่าภาพนี้ปลอมยังไงจะมาพล่ามเื่ไร้สาระพวกนี้เพื่ออะไร รู้จริงหรือเปล่า ถ้าไม่รู้ก็ไสหัวไปไกลๆเลยไป๊!”
“ไม่เรียนไม่รู้วิชา!”ฉินลู่มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม แล้วพูดต่อว่า “ที่ผมพูดก็ใช่ว่าจะไม่เกี่ยวนะผมพูดแนะนำอาจารย์เฉินจงสือ พร้อมกับพื้นเพและผลงานต่างๆ ของอาจารย์ที่ผ่านมาจะช่วยบอกคุณได้ ว่าภาพนี้มันปลอมตรงไหน”
“ได้ งั้นแกพูดต่อ ฉันจะรอดูว่าแกจะแถยังไง”เถ้าแก่หวังพูดกับฉินลู่ด้วยเสียงเรียบ ก่อนหันไปพูดกับลูกจ้างว่า “ไปเดี๋ยวนี้เลยไปเรียกจางปินกับหวังส่วงที่อยู่ข้างร้านมา”
“ครับ” พนักงานหนุ่มมองฉินลู่ด้วยสายตาที่กำลังบอกว่าเจอดีแน่แล้วหันหลังเดินออกไป ไม่นาน เขาก็กลับมาพร้อมกับชายหนุ่มกล้ามโตอีกสองคนรอยสักเต็มตัว ใบหน้าโเี้ ดูแล้วไม่ใช่คนดีอะไร
ชายหนุ่มสามคนนั้นยืนล้อมฉินลู่ไว้ แต่ไม่มีใครพูดอะไรแต่พวกเขากำลังขู่ฉินลู่อย่างเห็นได้ชัด
ฉินลู่เป็ใครกัน
แม้จะพูดไม่ได้ว่าเขามีชื่อเสียง แต่เขาก็เป็นักฆ่ามืออาชีพจะมากลัวสามคนนี้ได้อย่างไร
ฉินลู่หัวเราะหยามไปหนึ่งที แล้วพูดต่อว่า“อาจารย์เฉินจงสือเป็บุคคลสำคัญในแวดวงของนักเขียนนี่เป็เื่ที่ทุกคนต่างก็รู้และยอมรับกัน และนอกจากเวลาเขียนงานเขาก็จะคัดหนังสือ เขาชอบการเขียนพู่กันจีนที่สุดนั่นทำให้เขามีรูปแบบการเขียนที่เป็เอกลักษณ์ของตัวเองเส้นขีดแข็งแรงและมีน้ำหนัก!มีความยิ่งใหญ่จากทุกๆ ขีดให้เราได้เห็น”
ฉินลู่พูด พลางชี้ไปที่อักษรภาพในมือของลูกค้าสาว“อักษรภาพพู่กันจีนนี้ เขียนประโยคที่บอกว่า จิตใจผ่องใสดุจน้ำฝนจากพันเขาทำให้ภายในมีสีแดงไปหมื่นฟุต! เขียนคัดลอกได้ดีเลยทีเดียว แต่ว่า…”
“แต่ว่าอะไร” ลูกค้าสาวได้ยินก็ตะลึง จึงรีบถามขึ้นมา
“อาจารย์เฉินจงสือเป็นักเขียนที่เก่งมากคนหนึ่งซ่อนความหมายเอาไว้ในตัวหนังสืออย่างลึกซึ้ง” ฉินลู่ทำตาเป็ประกาย แล้วพูดต่ออย่างจริงจังว่า“อาจารย์ที่เก่งกาจเช่นนั้น จะเขียนตัวอักษรผิดได้ยังไง!”
“เขียนตัวอักษรผิดเหรอ!”
ทุกคนต่างตะลึงกันหมด
“แกกำลังพูดไปเรื่อย!เขียนผิดตรงไหนกัน!” เถ้าแก่หวังพูดอย่างของขึ้น
“เดี๋ยวชี้ให้ดู แล้วจะเข้าใจ”ฉินลู่คว้าเอาภาพที่อยู่ในมือของลูกค้าสาว เปิดม้วนภาพออกแล้วชี้ไปที่ตัวอักษรตัวสุดท้ายของภาพ ก่อนพูดว่า “จิตใจผ่องใสดุจน้ำฝนจากพันเขาทำให้ภายในมีสีแดงไปหมื่นฟุต ผิดก็ตรงคำว่าแดงนี่แหละ!”
“แดงเหรอ” ดวงตาของลูกค้าสาวเต็มไปด้วยความสงสัย เธอถามว่า“ตัวอักษรนี้มันผิดยังไง จิตใจผ่องใสดุจน้ำฝนจากพันเขาทำให้ภายในมีสีแดงไปหมื่นฟุต มันก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่เหรอ”
“แน่นอนว่ามันไม่ถูกต้อง” ฉินลู่ส่ายหัวเขาชี้ไปที่อักษรตัวสุดท้ายแล้วพูดว่า “แดงไปหมื่นฟุตน่ะเหรอที่บอกว่าถูกต้องเดิมทีอาจารย์เฉินจงสือเขียนไว้ว่า จิตใจผ่องใสดุจน้ำฝนจากพันเขาทำให้ภายในมีรุ้งไปหมื่นฟุตต่างหาก!รุ้งที่มาจากคำว่าสายรุ้ง ไม่ใช่คำว่าแดงที่เป็ชื่อสี![1]”
“อะไรนะ!”
ทุกคนในร้านอ้าปากค้างและทำตาโต
ลูกค้าสาวคนสวยรีบมองไปที่ภาพนั้น เป็อย่างที่ฉินลู่บอกจริงๆว่าตัวอักษรตัวสุดท้ายเขียนว่าแดง ไม่ใช่รุ้ง!เธอพูดออกมาอย่างประหลาดใจว่า “อย่างนี้นี่เอง!”
ในเวลาเดียวกัน เธอก็แอบรู้สึกดีขึ้นมาในใจ
ตอนแรกเธอยังคิดที่จะซื้อภาพนี้ให้คุณย่าเป็ของขวัญวันเกิดถ้าไม่ได้ฉินลู่ที่มาช่วยบอกว่าภาพนี้เป็ของปลอม เธอก็คงเอามันไปมอบให้คุณย่าแล้วและตามประสบการณ์ของคุณย่า ก็จะต้องมองออกทันทีแน่นอน ว่านี่ไม่ใช่ของแท้พอถึงตอนนั้น คนในตระกูลจะมองเธออย่างไร คุณย่าจะรู้สึกผิดหวังขนาดไหนเธอคงได้กลายเป็ตัวตลกของตระกูลก็คราวนี้แหละ
“เหลวไหล! พูดจาเหลวไหลสิ้นดี!” เถ้าแก่หวังเห็นว่าลูกค้าสาวคนสวยเชื่อที่ฉินลู่พูดจึงของขึ้นแล้วชี้ไปที่ฉินลู่พร้อมด่าว่า “ไอ้ลูกหมา กล้ามาขัดขวางการค้าขายของฉัน! คิดว่าฉันจะยอมให้รังแกกันง่ายๆ งั้นสิ!”
“เชอะ!”ฉินลู่ยกอักษรภาพในมือขึ้นมา แล้วพูดเย้ยว่า “เมื่อกี้คุณรับปากไว้ว่ายังไงถ้าผมพิสูจน์ได้ว่าอักษรภาพของอาจารย์เฉินจงสือนี้เป็ของปลอม คุณจะทำอะไรนะเหมือนจะจำได้ว่าคุณจะกินมันลงไปใช่หรือเปล่า”
“แก…แก…ไร้สาระ!”
“หยุดพล่ามได้แล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะพิสูจน์คำพูดของตัวเองแล้ว! กินมันซะ”
ฉินลู่พูด พร้อมกับยื่นเอาภาพที่อยู่ในมือไปให้เถ้าแก่หวัง
เถ้าแก่หวังนิ่งอึ้ง จากนั้นก็หัวเราะออกมา แล้วพูดว่า “แกเป็บ้าหรือไงคงเป็คนโง่เง่าสินะ!ทำไมฉันต้องทำตามที่แกบอกด้วย แกก็กินไปเองสิไอ้บ้า”
ฉินลู่ยักไหล่เบาๆ แล้วพูดว่า “รู้อยู่แล้วว่าต้องไม่ยอมรักษาคำพูดฉะนั้น ผมป้อนคุณเอง!”
ฉินลู่พูดจบ ก็ขยำภาพนั้นให้เป็ก้อนแล้วกำลังจะยัดเข้าไปในปากของเถ้าแก่หวัง
เถ้าแก่หวังถอยหลังไป เขาชี้ไปที่ฉินลู่อย่างโมโห พร้ะโกนออกมาว่า“จางปิน หวังส่วง ยังยืนทื่ออยู่ตรงนั้นทำไมไม่เห็นหรือไงว่ามันมาก่อเื่ที่ร้าน จัดการมันซะ! ทุบขาให้หัก! มีเื่อะไร ฉันรับผิดชอบเอง!”
จางปินกับหวังส่วงที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ข้างๆ ได้สติกลับมาทั้งคู่เดินเข้ามาประชิดตัวฉินลู่จากด้านซ้ายและขวาและทำท่าง้างมือขึ้นมาพร้อมชกฉินลู่
จางปินกับหวังส่วงเป็อันธพาล พวกเขามีประสบการณ์ด้านการชกต่อยมาอย่างโชกโชนในสายตาของพวกเขา ชายหนุ่มตัวเล็กที่มีแขนขาสั้น ดูโตไม่เต็มที่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าคนนี้ต่อยไม่กี่ทีก็คงน็อกแล้ว
“ไอ้โง่เอ๊ย!แกมาก่อเื่ที่ร้านเถ้าแก่หวังเองนะ!”
ฉินลู่ที่กำลังใช้มือซ้ายขยำอักษรภาพอยู่หมุนตัวหนึ่งทีก็สามารถหลบการโจมตีจากจางปินกับหวังส่วงได้อย่างง่ายดาย
“อะไรกัน!”
ทุกคนต่างอึ้งเป็ครั้งที่ร้อยแปด
แต่เื่ที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปจะยิ่งทำให้ทุกคนไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ฉินลู่ใช้มือเปล่าข้างขวาของเขา กางนิ้วทั้งห้าออกแล้วฟาดลงไปที่หน้าของจางปินกับหวังส่วงคนละทีอย่างรวดเร็วซึ่งทุกอย่างเกิดขึ้นไวปานสายฟ้าฟาด
“เพียะๆ!”
เสียงตบสองทีนั้นดังมาก ดังจนลูกค้าสาวคนสวยที่อยู่ใกล้ๆ ตัวสั่น
และเห็นเพียงอันธพาลสองคนที่เมื่อกี้ยังทำท่าแสดงพลังขู่ฉินลู่อยู่กระเด็นออกไปที่ด้านนอก พลางร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น
[1] 虹หง (สายรุ้ง) กับ红หง (แดง) ในภาษาจีนเป็คำพ้องเสียง ที่มีความหมายแตกต่างกัน