“เจ้า! กล้าดียังไงถึงไม่ฟังคำพูดของข้า” โจวชือกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมนานแค่ไหนแล้วนะที่มีคนกล้ามาท้าทายเขาแบบนี้
“จะพูดมากอะไรนักแข่งประมูลก็แข่งกันที่ราคาไม่ใช่รึไง ? ทำมาขู่เป็นสุนัขไปได้” ชายหนุ่มตอบกลับไปน้ำเสียงเรียบเฉยเขาไม่ได้สนใจท่าทีของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
“ดี ดี ดี! เราจะได้เห็นดีกัน”โจวชือกัดฟันกล่าวออกมา เขาจะจดจำใบหน้าของชายตรงหน้าให้ขึ้นใจ!
“เจ้าพูดกับข้ารึ ?”ชายหนุ่มแคะหูด้วยปลายนิ้วก้อยแล้วกล่าวถามออกมา
‘เถ้าแก่ก่อเรื่องอีกแล้วหวังว่าจะไม่บานปลายจนเกินไป’หานจุนหมิงที่นั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่งคิดในใจเงียบ ๆตอนแรกเขาก็ต้องการจะประมูลเหมือนกัน ต่อให้ต้องแย่งมาจากทั้งสองขุมกำลังที่ได้ชื่อว่าเป็นห้าขุมกำลังสูงสุดของอาณาจักรแห่งนี้ก็เถอะ
มีเถ้าแก่อยู่จะต้องหวาดกลัวอะไร?
“เจ็ดแสนผลึกครึ่งที่หนึ่ง...” พิธีกรเริ่มนับถอยหลังแล้ว
“เจ็ดแสนหนึ่งหมื่นผลึก !” โจวชือตะโกนราคาออกมา เขาเตรียมเงินมาแค่หนึ่งล้านผลึกเท่านั้น
เพราะในความเป็นจริงราคาที่ดินสูงที่สุดควรจะอยู่ที่ห้าถึงหกแสนผลึกเท่านั้น การที่ชายหนุ่มมาสู้ราคาถึงเจ็ดแสนผลึกมันทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
ผลึกนะไม่ใช่ดอกเห็ด จะมาใช้เหมือนละลายน้ำได้ !
ถ้ามีโอกาสข้าจะจัดการเจ้าให้ได้ !
“แปดแสนผลึก !!” ยังไม่ทันให้โจวชือได้หายโมโหชายหนุ่มก็สู้ราคาแบบก้าวกระโดดอีกที
“น้องชายนี่สุดยอดจริง ๆ ข้าขอแสดงความนับถือ” หญิงสาวชุดคลุมสีเขียวกล่าวออกมาเธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่มีผู้ซึ่งนางไม่เคยเห็นมาก่อนกล้าหักหน้าตระกูลโจวต่อหน้าผู้คนเยี่ยงนี้
“ชายคนนั้น ข้าสัมผัสระดับพลังของเขาไม่ได้เลย” ผู้อาวุโสของนิกายหนึ่งกล่าวออกมาตัวของเขาเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับราชาปราณขั้นสองเชียวนะ!
“ขนาดเจ้าก็ยังสัมผัสพลังของเขาไม่ได้รึ ?แสดงว่าจะต้องไม่ใช่ผู้ฝึกตนทั่วไปเป็นแน่”หญิงชราที่นั่งอยู่ด้านข้างก็กล่าวออกมาเช่นกันนางนึกว่าเป็นเพราะนางระดับพลังต่ำต้อยเกินไปแต่คิดไม่ถึงว่าชายชราด้านข้างก็สัมผัสไม่ได้เหมือนกัน
“แต่ข้ากลับไม่คุ้นหน้าของชายคนนี้หรือเขาจะมาจากต่างอาณาจักร ? ”มีผู้อาวุโสของตระกูลชั้นสูงแห่งหนึ่งกล่าวเสริม ทำให้หลาย ๆ คนอดคิดตามไม่ได้
“เจ้า! เจ้า! เจ้ามีปัญญาจ่ายรึไง ผลึกตั้งมากมายขนาดนั้น!!” โจวชือกล่าวออกมาด้วยอารมณ์อันเดือดดาลเขาไม่เชื่อหรอกว่าชายตรงหน้าที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนจะมีผลึกมากมายขนาดนั้น
“ใช่แล้ว ข้าก็ไม่คิดว่าเจ้าจะมีผลึกมากมายขนาดนั้นเช่นกัน” มีชายหนุ่มในชุดคลุมสีแดงคนหนึ่งลุกขึ้นทักท้วงแค่มองดูก็รู้แล้วว่าน่าจะเป็นคนที่โจวชือพามาด้วย
ด้วยข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นทำให้เกิดเสียงซุบซิบขึ้นในหมู่ผู้เข้าร่วมประมูลพิธีกรที่กำลังทำหน้าที่อยู่จึงต้องยุติลงชั่วคราวเขาสั่งให้คนไปเช็คประวัติของชายหนุ่มที่ประมูลแข่งกับโจวชือเพื่อให้คำตอบกับผู้ร่วมประมูลคนอื่นๆ
ผ่านไปหนึ่งเค่อก็มีทหารกลับมากล่าวรายงานให้แก่พิธีกรกลางเวที
“ทางเราได้รับการยืนยันแล้วว่าคุณชายท่านนี้มีความสามารถในการประมูลจริง ๆ ดังนั้นขอเริ่มการประมูลต่อ”
“แปดแสนผลึก ครั้งที่หนึ่ง...” แต่ยังไม่ทันที่พิธีกรจะกล่าวจบก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความโมโหดังขึ้น
“แปดแสนหนึ่งหมื่นผลึก!”โจวชือใส่ราคาต่อทันที
“โอ้ งั้นข้าให้ เก้าแสนผลึก!” เย่ซีกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ช่างกวนอารมณ์เป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่ได้ยิน
ครึ่งหลัง
“เจ้า ! จำไว้ให้ดีล่ะ!”ชายชรากล่าวอย่างอาฆาต เขาลอบคิดคำนวณในใจว่าจะสู้ต่อดีหรือไม่เพราะราคามันสูงมาเกินไปแล้ว แต่ถ้าไม่สู้ที่แห่งนี้ก็ต้องไปสู้ที่ดินแห่งที่สองกับแดนมายาซึ่งจะยิ่งเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่
ส่วนที่ดินแห่งสุดท้ายไม่ต้องไปพูดถึงเลยเพราะคงมีคนสนใจจะประมูลมันน้อยแน่ ๆ ใครมันจะไปอยากได้ที่แห่งอาถรรพ์แบบนั้นกัน!
“จะขู่หรือจะสู้ต่อ ไม่สู้ก็ถอยไปเถอะสุนัขที่ดีย่อมไม่ขวางทาง” ชายหนุ่มแคะหูแล้วกล่าวออกมาทำให้สติของชายชราลดน้อยลง
“เก้าแสน หนึ่งหมื่นผลึก !” ชายชราประกาศราคาอีกครั้ง
เขาจ้องมองไปยังชายหนุ่มอย่างท้าทายเขาคิดไว้แล้วว่าจะปล่อยที่ดินแห่งนี้ไปยังไงค่อยมาสร้างปัญหาให้ไอ้เด็กนี่ทีหลังก็ได้ถึงเวลานั้นมันจะได้รู้ว่านรกของจริงเป็นยังไง!
“เก้าแสนหนึ่งหมื่นผลึกครึ่งที่หนึ่ง...” พิธีกรเริ่มเคาะราคา เขายิ้มจนแก้มแทบปริเพราะยิ่งเขาขายได้ราคามากเท่าไหร่ ค่านายหน้าของเขาก็ยิ่งได้มากขึ้นเท่านั้น
ในความเป็นจริงทางกรมที่ดินประเมินว่าที่ดินแห่งนี้น่าจะจบการประมูลอยู่ที่เจ็ดแสนผลึกเท่านั้นแต่ใครจะคาดคิดว่าในตอนนี้ราคามันจะพุ่งไปถึงเก้าแสนผลึกแล้ว !!
“เป็นอะไรไปล่ะ?! ปอดแหกแล้วรึไง!” ชายชราที่เห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้านิ่งเงียบ เลยกล่าวยั่วยุออกมาแต่แล้วเขาก็พบว่ามีบางอย่างแปลก ๆ เพราะชายตรงหน้ากลับแสยะยิ้มให้เขาเป็นคำตอบ
“ในเมื่อท่านผู้เฒ่าต้องการที่ดินแห่งนี้มากข้าจะยกให้ท่านก็แล้วกัน การรังแกคนแก่มันถือเป็นบาป ข้าไม่อยากจะกระทำ” ชายหนุ่มกล่าวออกมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความภูมิใจเหมือนเพิ่งทำความดีมา
“เจ้า !”โจวชือกล่าวออกมาได้หนึ่งคำก่อนจะเงียบไปเขารู้แล้วว่าเขาได้ตกหลุมพรางเข้าให้เต็ม ๆ !
“ขอแสดงความยินดีกับท่าน โจวชือ ด้วยขอรับท่านได้รับที่ดินแห่งนี้ไปในราคา เก้าแสนหนึ่งหมื่นผลึกโปรดไปชำระเงินและทำเอกสารที่ศาลากลางของเมืองหลวง อาคารของกรมที่ดิน ด้วยนะขอรับ” พิธีกรกล่าวแสดงความยินดีออกมาทำให้ทุกคนหันไปมองโจวชือกับชายหนุ่มสลับกัน
หลังจากนี้ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่ๆ !ถึงจะยังไม่ใช่ในเร็ว ๆ นี้ก็เถอะ
แต่การหาเรื่องกับตระกูลโจวอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ชายหนุ่มคนนั้นคงจะได้รับความเดือดร้อนไม่น้อยเลยล่ะ !
“การประมูลที่ดินแห่งแรกขอปิดฉากลงแต่เพียงเท่านี้สำหรับท่านที่สนใจยังมีการประมูลอีกสองที่การประมูลแห่งที่สองจะเริ่มขึ้นตอนเที่ยง การประมูลแห่งที่สามจะเริ่มขึ้นยามเย็นสถานที่ตามที่ระบุไว้ตอนแรก ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมได้นะขอรับ” พิธีกรกล่าวจบก็โค้งตัวเป็นการขอบคุณแขกทุกท่าน
เมื่อสิ้นสุดการประมูลบรรดาแขกทั้งหลายก็พากันแยกย้ายจากไปมีหลายคนที่ทำท่าจะเดินเข้ามาเพื่อพูดคุยกับชายหนุ่ม แต่เขาก็ปลีกตัวออกมาก่อนทำให้ไม่มีใครตามหาตัวเขาเจอ
ในตอนนี้ชายหนุ่มได้แอบมานั่งรอในรถม้าที่หานจุนหมิงได้จอดเอาไว้พร้อมกับฟิชแล้ว
“เถ้าแก่พวกเราจะไปสถานที่แห่งที่สองเลยดีหรือไม่ ?”หานจุนหมิงที่กลับมาช้าที่สุด ได้ถามชายหนุ่มซึ่งกำลังนอนเล่นอยู่ในรถม้า
“เอาไว้ค่อยว่ากัน กลับที่พักก่อนเถอะ” ชายหนุ่มกล่าวออกมา ทำให้หานจุนหมิงโล่งใจไปเปราะนึงอย่างน้อยตอนนี้ก็คงหลบหน้าพวกตระกูลโจวไปได้สักพัก
“ท่านไม่กลัวพวกตระกูลโจวรึไง เถ้าแก่” หานจุนหมิงกล่าวถามถึวสิ่งที่เขาสงสัยออกมา
“เฮอะ! ทำไมข้าต้องกลัวด้วย?” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
“พวกมันเป็นใครนะ ?”ก่อนที่จะกล่าวถามออกมา ทำให้หานจุนหมิงได้แต่ทำหน้าแหย ๆ ให้ที่แท้เถ้าแก่ก็ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าพวกนั้นเป็นใคร...