“ คุณหนูเ้าคะ ข้าได้แจกจ่ายอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ ”
ยี่ยี่กล่าวด้วยความภูมิใจ เธอและพ่อบ้านหวางช่วยกันแจกจ่ายข้าวเช้าเสร็จแล้ว แม้จะช้าไปบ้างแต่ก็สำเร็จก่อนที่แดดจะแรง
เสวี่ยหรงพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะหันไปหาลุงหาน อีกฝ่ายควรจะนอนพักอยู่ภายในบ้านกลับมานั่งเฝ้าเธอฝึกท่าเท้าของตระกูลม่อ
“ คุณหนู ข้าดีขึ้นมากแล้วอีกไม่กี่วันคงจะกลับมาวิ่งได้เช่นเดิม ”
“ ท่านลุงจะกลับมาเป็ปกติเร็วกว่านี้หากนอนต่ออีกสักหน่อย ”
“ ข้าจะทำตามที่ท่านพูด ”
เสวี่ยหรงเดินไปหน้าประตู งานชำระล้างปราณปีศาจยังคงรออยู่
สายตาทุกคู่จับจ้องมองมายังการเคลื่อนไหวของคุณหนูม่อเสวี่ยหรง การปรากฎตัวของเธอทำให้ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวารีบหุบปากและเก็บอาการเพื่อไม่ให้ขวางหูขวางตาผู้ใด
ยี่ยี่ไม่จำเป็ต้องบอกสิ่งใด เธอทำเพียงยิ้มเพราะทุกคนให้ความร่วมมือเป็อย่างดี ไม่มีผู้ใดส่งเสียง ทุกคนก้มหน้ากินสิ่งที่อยู่ภายในชามกะลารอคอยให้คุณหนูเดินผ่าน โดยหวังว่าพวกเขาจะได้รับการชำระล้างในวันนี้ แต่ถ้าหากว่าไม่ได้รับการชำระพวกเขาก็ไม่เสียใจเพราะที่นี่มีอาหารให้กินประทังชีวิตไปได้อีกหลายวัน
เสวี่ยหรงเริ่มยิงเม็ดแสงออกจากปลายนิ้ว เธอยังคงสุ่มชำระล้างเช่นเดิม แต่ถึงอย่างนั้นผู้ที่เธอประเมินว่าอาการหนักจะได้รับการชำระล้างก่อนเสมอ
ภายใต้การเดินเท้าไปเรื่อยๆเธอไม่ลืมแอบทดสอบดูดซับปราณปีศาจออกมาจากร่างผู้คน ก่อนจะยิงเม็ดแสงเธอได้แอบวางมือไปที่กลางหน้าผากจากนั้นก็ลองใช้ความคิดว่าเธอสามารถดูดซับปราณปีศาจเข้าสู่ร่างกายของเธอ สิ่งที่เกิดขึ้นคือปราณกลุ่มหนึ่งถูกดึงเข้าสู่ร่าง เพียงแต่ว่าปราณปีศาจส่วนหนึ่งยังคงตกค้างภายในร่างของคนที่ดูดซับปราณออกมาจนต้องใช้สกิลปัดเป่าเช่นเดิม
“ เหตุใดวันนี้คุณหนูแตะเนื้อตัวพวกเขาด้วยเ้าคะ ”
ยี่ยี่สังเกตเห็นความผิดปกติ การชำระล้างต่างจากวันแรก คุณหนูของเธอใช้มือัักับกลางหน้าผากของผู้ที่ได้รับการชำระล้าง เธอกลัวว่าจะติดเชื้อจึงพยายามสอบถามเผื่อคุณหนูจะลืม
“ ข้าอยากจะตรวจสอบพวกเขาเพียงเท่านั้น ไม่ต้องกลัวเกินไป ”
“ เ้าค่ะ ” ยี่ยี่ยังคงรู้สึกกลัวเช่นเดิม พวกเธอมีเงินไม่มากพอจะไปหาหมอ หากคุณหยูเจ็บป่วยจากโรคร้ายคงทำได้เพียงนอนรอความตาย เธอไม่อยากมองภาพแบบนั้น
ภายในใจของเสวี่ยหรงรู้สึกตื่นเต้น ปราณปีศาจที่ดูซับเข้ามาในร่างกายเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็ปราณธรรมดาทั่วไป
ต่อให้เธอจะััได้ถึงความอาฆาตที่แฝงมากับปราณปีศาจใน่ดูดซับเข้ามาในร่าง สกิลปราณเป็มิตรได้เข้าไปเปลี่ยนพวกมันจนกลายเป็ปราณที่เหมาะสมกับร่างกาย
ถึงอย่างนั้นปราณปีศาจจากผู้คนที่เธอััยังไม่มากพอจะสร้างตันเถียน เธอจึงหวังให้ตนเองเจอคนที่เป็เหมือนลุงเจ๋อ ปราณปีศาจที่ต้องใช้การชำระล้างมากกว่าหกสิบครั้ง มันคงไม่ต่างจากโอสถชั้นยอด
“ นั่นเขาคิดจะทำสิ่งใด ”
นายน้อยเทียนอวี้มองไปตามเสียง เป็วันที่สองแล้วที่มันเฝ้ารอคุณหนูเสวี่ยหรง สายของวันนี้มันได้ยินเสียงผู้คนคุยกันจึงหันมองไปพบเข้ากับผู้ฝึกยุทธ์กลุ่มหนึ่งมีด้วยกันราวร้อยคน พวกเขากำลังเดินเกาะกลุ่มกันมุ่งหน้าไปยังตระกูลม่อ
“ หลีกทาง ผู้ใดไม่เกี่ยวหลีกทางออกไป เรามีเื่สำคัญจะคุยกับคุณหนูตระกูลม่อเพียงเท่านั้น หากไม่อยากพิการหลบออกไปให้พ้นทาง! ”
ผู้ฝึกยุทธ์ถือขวานยืนอยู่หน้าสุดร้องด้วยท่าทางดุร้าย เขาเหมือนเสือที่พร้อมจะสังหารผู้คนที่ขวางทางให้ตกตาย เพียงแต่ว่าเมืองชุยฉานมีกฎห้ามสังหารผู้อื่นหากไม่ได้รับการตัดสินว่ามีโทษปะาหรือมีประกาศจับร้ายแรงจากทางการ สิ่งที่ทำได้จึงเป็การขู่จะทำร้ายให้พิการเพียงเท่านั้น
“ คุณหนูเสวี่ยหรง ข้ามาทวงหนี้ โปรดให้ท่านใช้หนี้ไม่เช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน ”
เสวี่ยหรงหันมองไปยังกลุ่มผู้ฝึกยุทธ์ พวกเขามาจากตระกูลจาง เครื่องแบบที่ติดอยู่บนเสื้อผ้าเด่นชัดจนไม่จำเป็ต้องถามว่ามาจากที่ใด
“ ไอ้พวกสารเลว พวกแกไม่รู้หรือว่ากำลังขวางทางผู้ใด หลบไปเสีย! ”
“ ช้าก่อนลุงหวัง ” หยางกังที่ยืนอยู่ด้านข้างเข้าห้ามลุงหวัง หนึ่งในหัวหน้าทหารของตระกูล มันต้องเข้ามาห้ามก็เพื่อแสดงตัวให้คนอื่นรู้ว่ามันไม่ได้อยากทำร้ายผู้ใด
“ ต่อให้ท่านจะหงุดหงิดก็ไม่ควรเล่นงานพวกเขา เอาแบบนี้เช่นไร ข้าจะลองเกลี้ยกล่องคนเหล่านี้ดูสักหน่อยเพราะข้าไม่อยากเห็นพวกเขาเจ็บตัว ”
“ ได้ ข้าจะให้เวลาท่านหนึ่งก้านธูปเพียงเท่านั้น หากท่านยังเกลี้ยกล่อมไม่ได้ ข้าคงต้องทำตามคำสั่งผู้าุโของท่าน ”
หยางกังยกคิ้วขึ้นสูง มันเตรียมแผนการณ์มาอย่างดี โดยแผนที่มันวางเอาไว้คือการใช้นักรบของตระกูลบุกไปให้ถึงหน้าทางเข้าตระกูลม่อ เพียงแต่ว่าการบุกจะทำแบบโจ่งแจ้งไม่ได้ มันจึงต้องแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าตระกูลของมันมีเมตตาก่อนลงมือด้วยไม้แข็ง
“ คุณหนูม่อเสวี่ยหรง ท่านคงไม่คิดที่จะใช้ผู้คนเหล่านี้เป็กำแพงเนื้อให้กับท่านหรอกใช่หรือไม่ ”
ม่อเสวี่ยหรงไม่สนใจ เธอปล่อยให้นายน้อยหยางกังพูดสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมาทั้งหมด
“ พวกเ้ารู้ไม่ว่าตอนนี้ตระกูลม่อกำลังใช้พวกเ้าเป็กำแพงเนื้อเพื่อไม่ให้ผู้ใดเข้าไปทวงหนี้กับตระกูลม่อ หยุดเป็เครื่องมือของคุณหนูตระกูลม่อผู้นี้ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นพวกเ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน ข้าได้ขอร้องลุงหวังเอาไว้แล้ว ทุกคนโปรดหลีกทางให้เราด้วย ข้าไม่อยากให้ลุงหวังเล่นงานผู้ใดเพราะข้าก็ไม่มีอำนาจพอจะหยุดคำสั่งของผู้าุโ ”
หยางกังกวาดตามองออกไปรอบๆหลังจากกลืนน้ำลายลงคอ มันสังเกตว่าผู้คนที่มาจากตรอกซิ่นฮวาไม่ได้สนใจน้ำเสียงของมันเลยสักนิด
เสวี่ยหรงเก็บรอยยิ้มเอาไว้ภายในใจ สำหรับคนจากตรอกซิ่นฮวาแล้ว พวกเขาไม่ได้สนใจเลยว่าตนเองจะเป็โล่มนุษย์ สิ่งที่พวกเขาสนใจมีเพียงอาหารและการได้รับการชำระล้างจากคุณหนูม่อเพียงเท่านั้น
แต่ละวันพวกเขาไม่ต่างจากตาย หากตระกูลหยางจะเล่นงานพวกเขาจนสาหัส มันก็คงไม่ต่างจากอาการในตอนนี้ หลายคนจึงอยู่ที่เดิม รอคอยการชำระล้างจากคุณหนูม่อเสวี่ยหรง
หยางกังเห็นท่าไม่ดีเขาจึงพยายามเกลี้ยกล่อมต่อไปจนเวลา 1 ก้านธูปมาถึง ลุงหวังเห็นว่านายน้อยหยางกังไม่สามารถเกลี้ยกล่อมผู้ใดได้ เขาจึงปลดปล่อยจิตสังหารออกมาจากร่างสะกดข่มผู้คนให้หลีกออกจากทาง
ผู้คนจากตรอกซิ่นฮวากลับลงไปนอนร้องโอดโอยบนพื้นดิน มันจึงรู้ว่าตนเองทำพลาดเพราะผู้คนเหล่านี้แทบไม่มีแรงจะลุกไหว มันไม่แปลกใจเลยที่คุณหนูตระกูลม่อเสวี่ยหรงเป็ฝ่ายเดินเข้าหาแทน มันจึงตัดสินใจยกเลิกแรงกดดัน
“ ข้าจะนับถึงสาม หากผู้ใดไม่หลบ ข้าจะโยนมันให้พ้นทาง หนึ่ง… ”
ยังไม่มีผู้ใดจากตรอกซิ่นฮวาขยับร่างกาย เสวี่ยหรงยืนลุ้นเช่นเดียวกันว่าจะมีผู้ใดขยับเปิดทางให้เหล่าผู้ฝึกยุทธ์เข้ามาหรือไม่ สิ่งที่เห็นทำให้เธอรู้สึกโล่งใจ ไม่มีผู้ใดขยับออกจากจุดที่พวกเขาปักหลัก ทุกคนยังคงทำตามคำพูดของยี่ยี่ ผู้ใดก็ตามที่สร้างความวุ่นวายจะไม่ได้รับอาหารและการชำระล้าง
การลุกออกจากที่โดยไม่ใช่คำสั่งของยี่ยี่หรือคุณหนูม่อเสวี่ยหรงอย่างเธอจึงถูกมองว่าเป็การสร้างปัญหา เสวี่ยหรงจึงแอบเก็บรอยยิ้มเพราะสามารถหลีกหนีจากการทวงหนี้ได้อีกวัน
“ ข้าหมดพลังแล้ว วันพรุ่งนี้ข้าจะมาอีกครั้ง ”
เสวี่ยหรงมุ่งหน้าไปยังทางเข้าตระกูล การอยู่ด้านนอกอาจจะทำให้คนจากตระกูลหยางลงมือกับผู้คน เธอจึงคิดจะหลบเข้าไปในตระกูลเพื่อตัดปัญหา
ระหว่างทางเธอไม่ลืมมองดูผู้คนเผื่อจะมีคนถูกมองข้าม เพียงแต่ว่าเธอกลับต้องหยุดเท้าหลังจากพบเื่ประหลาดบางอย่าง ผู้คนที่ได้รับการชำระล้างไปเมื่อวานแต่ไม่ได้รับยาต้มสมุนไพรกลับมีอาการดีขึ้นจนเห็นได้ชัดเจน
“ ท่านลุง ท่านกินยาชนิดอื่นเข้าไปด้วยเช่นนั้นหรือ ”
ลุงอายุราว 45 ปีส่ายหน้าแล้วยิ้มให้กับคุณหนูม่อเสวี่ยหรง เขาตอบออกไปตามตรงว่าตนเองไม่ได้รับสมุนไพรหรือยา สิ่งที่ได้รับมีเพียงน้ำและอาหารเท่านั้น
เสวี่ยหรงขมวดคิ้วน้อยๆ เป็เื่เข้าใจได้ยากที่จะมีคนฟื้นตัวเร็วเช่นนี้ น้ำจากบ่อภายในตระกูลม่อไม่มีผลในการรักษา อาหารก็มีเพียงแค่ข้าวต้มธรรมดาเท่านั้น เธอจึงสำรวจคนที่ผ่านการชำระล้างอีกครั้ง ปรากฎว่าพวกเขามีชีวิตชีวามากกว่าเมื่อวาน อาการาเ็ก็เหมือนจะดียิ่งขึ้น แม้จะยังไม่หายในเร็ววันแต่ไม่เกิน 1 เดือนเธอคิดว่าผู้คนคงจะกลับไปเป็ปกติได้อย่างแน่นอน
“ หรือว่าจะเป็เพราะสกิลปัดเป่า ”
เสวี่ยหรงอ่านคำอธิบายสกิลปัดเป่า มันไม่ได้อธิบายเกี่ยวกับพลังในการรักษา ถึงอย่างนั้นเธอคิดว่ามันคงจะเป็ผลข้างเคียงจากการปัดเป่าแน่นอน ผู้คนที่ผ่านการชำระล้างคงจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไป
“ คุณหนูม่อเสวี่ยหรงท่านจะเมินข้าไม่ได้! ”
หยางกังกัดฟันด้วยความโกรธ คุณหนูม่อเสวี่ยหรงกลับเข้าไปในบ้านแล้วโดยไม่รอให้ลุงหวังเล่นงานผู้คนเพื่อเปิดทาง
“ นายน้อย ข้าว่าแผนนี้ใช้ไม่ได้ผล ” ลุงหวังยังไม่ได้โจมตีผู้ใด เขากลัวการััร่างกายคนจากตรอกซิ่นฮวาจึงทำเพียงทิ้งระยะห่าง การบุกเข้าไปคงไม่ใช่สิ่งที่ดีเท่าใดนักจึงขอให้นายน้อยหยางกังหาวิธีใหม่.