เมื่อเห็นท่าทางไม่ทุกข์ร้อนประหนึ่งคนเสเพลของเซี่ยฝูคุน ราชครูและพรรคพวกอีกสองคนต่างก็พากันพูดไม่ออก
“ในเมื่อเ้าบอกว่าเ้าหลอมรวมสัตว์อสูรก้นบ่อน้ำพุนั่นไปแล้ว เช่นนั้น เ้าคงจะรู้กระมังว่าสัตว์อสูรตัวนั้นคือสายพันธุ์ใด?”
แม้แต่ตัวราชครูเองก็สงสัยเช่นกัน เพราะขนาดัดำของเขายังไร้หนทางต่อกร เช่นนั้นมันไม่ใช่สัตว์อสูรระดับเก้าไปแล้วหรือ?
ต้องรู้ก่อนว่า สัตว์อสูรระดับเก้านั้น ต่อให้เป็ในทวีปจิ่วโยวทั้งทวีป ก็ยังนับว่า หาได้ยากยิ่ง ตอนนี้มันกลับมาปรากฏกายในอาณาจักรหย่าสือหลานของเขาเสียอย่างนั้น ตอนนี้เขายังไม่อาจปักใจเชื่อว่าเซี่ยฝูคุนพูดความจริงหรือไม่ หากเป็เื่จริงก็นับว่าโชคดีที่เซี่ยฝูคุนช่วยกำจัดภัยให้แก่อาณาจักร แต่หากไม่ใช่... ผลลัพธ์ที่ตามมาย่อมยากจะคาดเดา
“ข้าไม่รู้ขอรับ”
เซี่ยฝูคุนส่ายหน้าอย่างราบเรียบ
“ข้าดำดิ่งลงไปก้นบ่อน้ำพุ เดิมทีตั้งใจจะดูให้เห็นกับตาว่ามันคือสัตว์อสูรอะไร ทว่ายังมิทันจะได้มองให้ชัด เ้าเดรัจฉานนั่นก็พยายามจะชิงร่างข้าเสียแล้ว ยังดีที่ข้าดวงแข็ง อีกทั้งสัตว์อสูรตัวนั้นยังาเ็สาหัส มันจึงมิอาจชิงร่างข้าได้สำเร็จ ซ้ำยังต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นั่น ส่วนข้าก็นับว่าได้รับโชคในคราเคราะห์ ทำให้พลังฝีมือรุดหน้าขึ้นไม่น้อยขอรับ”
เซี่ยฝูคุนพูดพลางชูหมัดขึ้น ทันทีที่เขาสะบัดมือออกไปเบาๆ ก็เกิดเสียงหวีดหวิวของอากาศธาตุถูกฉีกกระชากดังขึ้นสายหนึ่ง
“เ้าตัวประหลาดนี่...”
คำพูดของเซี่ยฝูคุนมีทั้งจริงและเท็จปะปนกัน แม้จะมีจุดที่น่าสงสัยอยู่หลายส่วน แต่ในเวลาอันสั้นกลับไม่มีใครหาช่องโหว่เพื่อจับผิดเขาได้เลย
สุดท้าย ราชครูและพรรคพวกจึงทำได้เพียงยอมเลิกราเื่นี้ไป
“แต่อาจารย์ชิงหว่าน เกรงว่าหลังจากนี้บ่อน้ำพุิญญาคงมิอาจใช้ฝึกฝนได้อีกต่อไปแล้ว”
เซี่ยฝูคุนมองไปยังบ่อน้ำพุด้านหลังที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากสระน้ำนิ่ง แล้วยิ้มให้เยี่ยชิงหว่าน
“เื่นี้... มิเป็ไรหรอก”
ความจริงแล้วบ่อน้ำพุิญญาแห่งนี้ เยี่ยชิงหว่านค้นพบมันโดยบังเอิญ หากจะต้องเสียมันไปก็นับว่าไม่ใช่เื่ใหญ่นัก แต่ตอนที่นางได้ยินเซี่ยฝูคุนพูดอย่างเรียบเฉยว่าได้หลอมรวมสัตว์อสูรลึกลับที่แม้แต่ัดำยังจนปัญญา แววตาที่นางใช้มองเซี่ยฝูคุนก็เปลี่ยนไปจากเดิม
ราชครูย่อมรู้ดีว่าทุกคนย่อมมีความลับส่วนตัว เซี่ยฝูคุนเองก็เช่นกัน ในเมื่อเ้าตัวไม่ปรารถนาจะบอก เขาก็ไม่อาจบีบคั้นเกินไป อย่างไรเสียเมื่อพิจารณาดูแล้ว ผลลัพธ์ในตอนนี้ก็นับว่าดีแล้ว
“ในเมื่อบ่อน้ำพุิญญาใช้การมิได้แล้ว และสัตว์อสูรในน้ำพุก็ถูกเ้าหนูนี่กำจัดไปแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็กลับเข้าเมืองหลวงกันเถิด หลังจากนี้ก็ไม่จำเป็ต้องมาที่นี่อีก”
“ขอรับ”
เซี่ยฝูคุนรับคำอย่างว่าง่าย
เป็เื่จริงที่เมื่ออสรพิษแสงทองถูกระบบหลอมปีศาจดูดซับไป บ่อน้ำพุิญญาแห่งนี้ก็เสียคุณค่าดั้งเดิมของมันไปแล้ว
แต่สิ่งที่เขารู้คือ เมื่อไม่มีบ่อน้ำพุิญญาแล้ว หลังจากนี้เยี่ยชิงหว่านจะจัดบทเรียนการฝึกฝนแบบใดให้แก่เขาและชิงมู่เสวียนกันแน่?
แต่ดูเหมือนเื่นี้เซี่ยฝูคุนจะกังวลใจมากเกินไป
เมื่อกลับถึงเมืองหลวง ราชครูและเงาก็ขอตัวแยกจากไปทันที
ดูจากท่าทางแล้ว พวกเขาคงเร่งรีบไปเสาะหาสัตว์อสูรตามรายชื่อที่เซี่ยฝูคุน้าเป็แน่
“แม้บ่อน้ำพุิญญาจะใช้การไม่ได้แล้ว แต่นั่นก็ไม่ส่งผลกระทบอันใดมากนัก เดิมทีนั่นเป็เพียงบทเรียนแรกที่ข้ากำหนดไว้ให้เสวียนเอ๋อร์ และยามนี้เสวียนเอ๋อร์ก็สามารถควบคุมสัตว์อัญเชิญของนางได้ดีขึ้นมากแล้ว ส่วนเ้า ในเมื่อปลุกพลังขึ้นมาก็เป็ถึงผู้อัญเชิญระดับสี่ เช่นนั้นบทเรียนนี้ก็ข้ามไปได้เลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของเยี่ยชิงหว่าน เซี่ยฝูคุนก็พยักหน้าเห็นด้วย
หากเยี่ยชิงหว่านมีปัญญาจัดบทเรียนได้เพียงเท่านี้ เขาคงคิดว่าสำนักศึกษาอ้าวติงนั้นคงดีแต่ชื่อ ไม่เห็นจะมีอะไรน่าสนใจให้ไปเยือน
“บทเรียนที่สอง พวกเราจำเป็ต้องออกจากเมืองหลวง ข้าจะไปที่สมาคมทหารรับจ้างเพื่อรับภารกิจที่มีกำหนดเวลาประมาณหนึ่งเดือน จากนั้นจะนำพวกเ้าไปร่วมทำภารกิจนี้ด้วยกัน เพราะอย่างไรเสีย ทฤษฎีย่อมมิสู้การออกไปปฏิบัติจริง”
“ภารกิจทหารรับจ้าง...”
เซี่ยฝูคุนหรี่ตาลง ในนิยายที่เขาเคยอ่านมักจะมีเื่ราวของภารกิจทหารรับจ้างอยู่เสมอ ดังนั้นเขาจึงมีความคิดบางอย่างเกี่ยวกับเื่นี้อยู่ในใจ
“วันนี้พวกเ้าพักผ่อนและเตรียมตัวให้พร้อมเสีย ข้าจะไปที่สมาคมทหารรับจ้างในเมืองหลวงก่อน แล้ววันพรุ่งนี้พวกเราจะเริ่มออกเดินทางกันอย่างเป็ทางการ”
เมื่อได้ยินคำสั่งของเยี่ยชิงหว่าน เซี่ยฝูคุนก็ยกมือขึ้นทันที
“มีอันใดรึ?”
เยี่ยชิงหว่านขมวดคิ้วงามเล็กน้อย พลางเอ่ยถาม
“ไม่มีอันใดหรอก ข้าเพียงแค่อยากจะติดตามเ้าไปด้วย เดิมทีข้าอยู่แต่ในเมืองเซี่ย ยังไม่เคยเห็นเลยว่าสมาคมทหารรับจ้างนั้นมีหน้าตาเป็เช่นไร”
เยี่ยชิงหว่านรู้สึกจนใจกับคำขอของเขา แต่เมื่อลองคิดดูอีกที สถานที่อย่างสมาคมทหารรับจ้างคงไม่มีอยู่ในเมืองเล็กๆ อย่างเมืองเซี่ยแน่ โดยทั่วไปจะมีอยู่เฉพาะในเมืองหลวงของแต่ละอาณาจักรเท่านั้น ตอนที่นางกำลังจะตอบตกลงเซี่ยฝูคุน ชิงมู่เสวียนที่อยู่ข้างๆ ก็เริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจขึ้นมา
“พวกท่านทั้งสองจะออกไปข้างนอก แล้วทิ้งเสวียนเอ๋อร์ไว้ในวังคนเดียวอย่างนั้นหรือ เสวียนเอ๋อร์ไม่ยอม! อาจารย์หว่านเอ๋อร์ เสวียนเอ๋อร์จะไปด้วยเ้าค่ะ!”
เยี่ยชิงหว่าน: “...”
นางสูดลมหายใจเข้าลึกพลางยิ้มขื่น
“ก็ได้ เช่นนั้นพวกเราก็ไปที่สมาคมทหารรับจ้างพร้อมกันหมดนี่แหละ”
เยี่ยชิงหว่านอัญเชิญวิหคเพลิงออกมา นางอุ้มชิงมู่เสวียนแล้วะโขึ้นไปบนหลังของมันทันที ในขณะที่เซี่ยฝูคุนเตรียมจะหย่อนก้นนั่งลงตามไป เ้าวิหคเพลิงกลับสะบัดก้นโผบินจากไปเสียอย่างนั้น
“อ้าว! อาจารย์ชิงหว่าน! เ้าทิ้งข้าไว้ตรงนี้ได้อย่างไรกัน!”
“เ้าเป็ถึงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตชั้นยอดแล้ว สามารถเหาะได้ ไม่จำเป็ต้องอาศัยวิหคเพลิงอีกต่อไป”
เสียงของเยี่ยชิงหว่านดังแว่วมาจากหลังวิหคเพลิงอย่างเนิบนาบ
“ให้ตายเถอะ!”
เซี่ยฝูคุนชูนิ้วกลางขึ้นไปบนฟ้าด้วยความช้ำใจ
...
สมาคมทหารรับจ้างประจำเมืองหลวง
เซี่ยฝูคุน เยี่ยชิงหว่าน และชิงมู่เสวียนยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่เบียดเสียดยัดเยียดจนน่าเวียนหัว เซี่ยฝูคุนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่ง บรรยากาศเช่นนี้ประหนึ่งงานคอนเสิร์ตบนโลกมนุษย์ไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแต่ผู้คนที่นี่ล้วนเป็ทหารรับจ้างทั้งสิ้น
“ผู้ที่มาเยือนสมาคมทหารรับจ้าง แบ่งออกเป็สองประเภท ประเภทแรกคือผู้มารับภารกิจ และประเภทที่สองคือผู้มาประกาศภารกิจ ทว่ามิใช่ว่าใครจะนึกอยากเป็ทหารรับจ้างก็เป็ได้ โดยทั่วไปแล้ว ต้องมีระดับพลังยุทธ์ถึงขั้นผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปเป็อย่างน้อย ถึงจะมีคุณสมบัติลงทะเบียนเป็ทหารรับจ้าง”
“เดี๋ยวข้าจะพาเสวียนเอ๋อร์ไปลงทะเบียนก่อน ส่วนเ้าจงไปหาช่องรับลงทะเบียนด้วยตนเอง เมื่อเสร็จธุระแล้วค่อยมาเจอกันที่นี่”
เยี่ยชิงหว่านพูดจบก็นำหมวกสานที่มีผ้าคลุมหน้ามาสวมให้ตนเองและชิงมู่เสวียน ก่อนจะแทรกตัวหายเข้าไปในฝูงชน
“เฮ้ย! ไฉนไม่ให้หมวกข้าสักใบเล่า!”
เซี่ยฝูคุนบ่นพึมพำเมื่อเห็นเยี่ยชิงหว่านจากไป เขาหันมองรอบตัวเห็นทหารรับจ้างบางคนใช้เศษผ้าพันหน้าไว้ เขาจึงเกิดความคิดขึ้นมาบ้าง รีบฉีกชายเสื้อของตนเองออกมาผืนหนึ่งแล้วนำมาผูกปิดใบหน้าไว้
เอาเถอะๆ สถานการณ์บังคับ เช่นนี้ก็นับว่าใช้แก้ขัดได้
เซี่ยฝูคุนปลอบใจตัวเองในใจ
ไม่นานนักเขาก็เดินเข้าไปภายในสมาคมทหารรับจ้าง ด้านในนี้มีลักษณะคล้ายกับศูนย์บริการประชาชนบนโลกมนุษย์ มีช่องบริการขนาดต่างๆ และมีจุดประชาสัมพันธ์ เซี่ยฝูคุนจึงเดินเข้าไปยังโต๊ะประชาสัมพันธ์นั้น
“ขออภัย ข้าอยากทราบว่า หากข้าปรารถนาจะสมัครเป็ทหารรับจ้าง ต้องดำเนินขั้นตอนอย่างไรบ้าง?”
จุดประชาสัมพันธ์นี้ต่างจากที่เซี่ยฝูคุนจินตนาการไว้ลิบลับ ด้านในไม่ได้มีสาวงามในชุดย้อนยุคคอยต้อนรับ แต่กลับมีเพียงชายชราผอมแห้งที่คาบกล้องยาสูบไว้ในปากคนหนึ่ง ตอนนี้ชายชรากำลังถือหนังสือภาพเล่มเล็กพลางหัวเราะ ฮ่าๆๆ อย่างมีเลศนัย เมื่อได้ยินคำถามของเซี่ยฝูคุน เขาเพียงหมุนกล้องยาสูบหนึ่งรอบ ก่อนจะเคาะลงบนโต๊ะตรงหน้าเซี่ยฝูคุนดัง ก๊อกๆ
“มีเขียนไว้หมดแล้ว เ้าไม่มีตารึไง?”