เมื่อสิบปีก่อน.....
หลังจากที่นัชเดินมาโอบไหล่และบอกว่าคนที่เขาชอบมาตลอด 6 ปีคือฉัน มันก็กลายเป็เื่ใหญ่วันนั้นเขาพูดกับวีว่า
“ที่ฉันลงไปเล่นบอลที่สนามที่ฉันหาเื่ไปห้องสมุดบ่อยๆ ทั้งหมดนั่นเพราะฉันจะไปหาาาวดีคนที่ฉันแอบมองอยู่ตลอดก็คือาาวดีที่ฉันไม่ได้เข้าไปพูดคุยเพราะมีเธออยู่ด้วยตลอด และเธอกดันคิดไปเองว่าฉันชอบเธอแถมยังมาสารภาพรักฉันซะอย่างนั้น”
วีไม่พูดอะไรมองหน้าฉันแล้วเดินหนีไป ตอนนั้นฉันได้แต่ยืนงงและอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกคนที่คิดว่าเขาไม่เคยมองเราเลย คนที่แอบชอบมาตลอดหลายปี กลับมาบอกว่าชอบเรามันเหมือนกับความฝัน เขายืนมองฉันอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ไม่ไปตามเพื่อนเหรอ”
ได้ยินแบบนั้นฉันเลยวิ่งตามไปโดยลืมเื่สารภาพรักเสียสนิท
“วีเดี๋ยวก่อน!”
ฉันวิ่งตามไปจนทันและพยายามบอกให้เธอหยุดเธอหันกลับมาพูดประชดใส่ฉัน
“ดีใจด้วยนะที่นัชชอบเธอ”
“ชาไม่เคยรู้เลยนะว่าวีชอบนัชทำไมถึงไม่บอกกันบ้างล่ะ”
“เปล่าไม่ได้ชอบ...แค่อยากได้ความรู้สึกอกหักมาเขียนนิยายเฉยๆ”
วีเดินหนีไปทิ้งความสงสัยไว้ให้ฉัน ที่ไปสารภาพกับนัชเพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าต้องโดนปฏิเสธงั้นเหรอ? อยากได้ความรู้สึกอกหักไปเขียนนิยายถ้าไม่ได้ชอบเขา แล้วจะอกหักได้ยังไง หรือจริงๆ แล้วเธอชอบเขา?
วันถัดมา วีไม่มาที่ป้ายรถเมล์เหมือนทุกวันฉันนั่งรอเธอจนเกือบถึงเวลาเข้าเรียน ตอนแรกคิดว่าวันนี้เธอคงหยุดเรียนแต่ที่ไหนได้ พอมาถึงห้อง ก็เห็นเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะแล้ว ฉันจึงเดินเข้าไปทัก
“นึกว่าวีไม่มารออยู่ที่ป้ายตั้งนาน”
เธอไม่ตอบนั่งอ่านหนังสือหน้าตาเฉย(อ่าว โกรธกันนี่หวา) ฉันรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่พอใจ แต่ที่แย่กว่านั้นคือเธอบอกทุกคนในห้องว่านัชสารภาพรักกับฉัน เพื่อนผู้หญิงในห้องต่างไม่พอใจ จนไม่มีใครคุยกับฉันเลย
ปกติฉันก็ไม่เคยสนใจเพื่อนในห้องอยู่แล้ว จะอยู่กับวีแค่สองคนแต่พอวีไม่คุยด้วย ฉันก็แค่ไปนั่งทำงานคนเดียว มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะนี่ก็เทอมสุดท้าย อีกไม่กี่อาทิตย์ก็สอบแล้ว แต่ฉันกลับโดนคุกคามหนักข่าวแพร่กระจายไปถึงห้องอื่น เริ่มมีผู้หญิงจากห้องอื่นเข้ามาหาเื่ฉันเธอคนนั้นชื่อ มัณฑนา
“าาวดีเื่จริงเหรอที่นัชบอกว่าชอบเธอน่ะ”
“เปล่าหนะข่าวลือต่างหาก เขาจะชอบฉันได้ยังไง”
แน่นอนว่าฉันต้องปฏิเสธเพราะไม่อยากมีเื่ พวกเธอน่ากลัว น่ากลัวมากจริงๆ ในตอนนั้นมัณฑนาพาเพื่อนผู้หญิงมาล้อมฉันไว้ถึง4 คน
“ทำไมถึงคิดว่าเขาจะบอกรักฉันล่ะอย่างเขาเนี่ยนะจะมองฉัน” ฉันพยายามยกเหตุผลขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนความคิดพวกเธอ
“แต่เพื่อนห้องเธอบอกว่าเขาไปที่ห้องสมุดบ่อยๆ เพราะจะแวะไปหาเธอ บอกไว้ก่อนนะก่อนหน้านี้ฉันตบอรนุชห้องเธอมาแล้วเพราะนังนั่นชอบไปเกาะแกะนัชถ้าไม่อยากโดนแบบนั้นก็อย่ายุ่งกับเขา”
ฉันได้แต่พยักหน้ารับพวกเธอจึงยอมกลับไปแต่โดยดี และหลังจากวันนั้นฉันก็ไม่กล้าสบตากับนัชอีกเลย
วันหนึ่ง ฉันทำรายงานส่งอาจารย์ไม่ทันเลยต้องอยู่ทำต่อในห้องคนเดียวจนเย็น พอเอารายงานไปส่งที่ห้องอาจารย์ แต่แกดันไม่อยู่ฉันเลยยืนรอในห้อง พอมองออกไปนอกหน้าต่าง ก็บังเอิญเห็นมัณฑนากับนัชยืนคุยกันอยู่ที่หลังโรงอาหารซึ่ง่เย็นโรงอาหารปิดเลยไม่ค่อยมีใครไปแถวนั้น
ฉันพยายามเพ่งมองว่าเขากำลังทำอะไรกัน แล้วก็ต้องใเมื่อเห็นนัชดึงมัณฑนาเข้าไปกอด
“พวกเขาคบกันอยู่งั้นเหรอ? แล้วที่บอกว่าชอบฉันล่ะคืออะไร?”
แน่นอนว่าฉันสับสน และไม่เข้าใจว่านัชกำลังทำอะไร แต่แล้ววันหนึ่งฉันก็ได้เห็นเหตุการณ์แบบนั้นอีกครั้ง เพราะไม่ต้องตัวติดกับวีตลอดเวลา จึงทำให้แอบส่องนัชได้มากขึ้น
หลังโรงอาหารที่เดิม…..
“พี่นัชคะหนูชอบพี่มากเลยค่ะ”
รุ่นน้อง ม.2ยื่นกุหลาบให้ 1 ดอกพร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง นัชรับดอกไม้ไว้และเปิดกระดาษดูในนั้นมีเบอร์โทรเขียนไว้
“ขอบใจนะไว้คุยกันนะ”
เด็กคนนั้นดูดีใจมากที่เขายอมรับดอกไม้เธอเดินกลับไปอย่างเขินอายโดยไม่รู้ว่าเพื่อนๆ ของเขาแอบมองอยู่ด้านหลังพอลับตาเด็กคนนั้น พวกเขาก็เดินออกมาหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
“ใครสนเธอบ้างวะ”
นัชพูดขึ้น
“กูๆๆๆเอามาให้กูเลย เดี๋ยวจัดต่อเอง”
อดิสรเอื้อมมือมารับ นัชส่งกระดาษที่มีเบอร์โทรนั้นให้อดิสร แล้วโยนดอกไม้ทิ้งลงถังขยะ
(แกนี่มันเลวจริงๆ)
ฉันเริ่มเห็นธาตุแท้ของเขาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลังจากแอบส่องมาหลายวันก็เริ่มคิดได้ว่า วันนั้นเขาก็แค่อยากจะปฏิเสธวีเท่านั้นแต่ถ้าพูดแค่ “ไม่” มันคงไม่สนุกสำหรับเขาก็เลยดึงฉันเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างไม่มีเหตุผล นั้นแหละคนแบบเขา “ธนัชชา”
.......................................
วันนี้ฉันตื่นสาย เพราะเมื่อคืนมัวแต่ถักชุดเด็กให้เสร็จ ถักไปได้ 3ตัวแล้ว เหลืออีกตั้ง 3 ตัว เพราะกะว่าจะทำให้ครบ 6 ตัวค่อยโพสต์ขาย มีแบบและสีให้เลือกมากๆ คนน่าจะสนใจมากกว่า
ฉันไม่ได้กินข้าวเช้า พอลงมาข้างล่างก็เกือบ 11 โมงแล้วเลยกะว่าจะกินข้าวเช้ากับข้าวเที่ยงรวบยอดทีเดียวแวะไปที่ร้านเจ๊กุลใต้คอนโดเหมือนเคย ปกติฉันไม่ค่อยชอบออกไปกินไกลๆบางครั้งก็สั่งมากินที่ร้าน แต่ด้วยความี้เีรอ เพราะกว่าจะมาส่งบางทีสั่งเที่ยงได้บ่าย ฉันเลยเดินไปที่ร้านเจ๊กุล แถวนี้ชอบเรียกแกว่า"เจ๊นมโต" จริงๆ แล้วเธอแก่กว่าฉันไม่กี่ปีหรอก แต่มีลูก 3 คนแล้วหุ่นอวบอัดได้ใจหนุ่ม ๆ แถวนี้ เลยได้ฉายาแบบนี้ไปครอง
“อ้าวคุณาาวดี มาชี้ข้าวเหรอครับ”
ดินทักขึ้น
“ชี้อะไรกันคุณหัสดินมากินข้าวแกงค่ะ”
ฉันตอบกลับ
“อ้าวมันก็เหมือนกันนั่นแหละก็ชี้เอาว่าจะเอาแกงอะไร ปกติผมเรียกข้าวชี้นะ เข้าใจง่ายดี”
โคตรจะซวย!ตื่นมาเจอหมอนี่ อยากจะเดินกลับขึ้นห้องแต่ก็กลัวเสียฟอร์มเลยจำใจเดินไปดูว่าวันนี้มีแกงอะไรบ้าง เขาเดินตาหลังฉันมา แต่ก็ไม่เห็นสั่งอะไรฉันเลยแกล้งถาม
“แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่คะเนี่ยไม่เห็นสั่งอะไร หรือมาหลีแม่ค้า”
“เฮียเขาเอาดอกไม้มาให้เห็นว่าสั่งล็อตใหม่มาแล้วไม่อยากทิ้งอันเก่า ดูสิ ยังสวยอยู่เลยจะทิ้งก็น่าเสียดาย”
เจ๊กุลเป็คนตอบแทน
ปกติที่ร้านขายดอกไม้จะมีตู้แช่เก็บดอกไม้ดอกไม้ที่อยู่นานแล้วขายไม่ออกบางทีก็ต้องทิ้งเพราะใกล้เฉา ถึงนายดินจะดูหยาบคายแต่เขาก็เป็คนใส่ใจรายละเอียดเื่พวกนี้เหมือนกันก่อนหน้านี้เขาเคยเอาดอกไม้ที่ใกล้ทิ้งมาเร่ขายถูกๆหรือั้แ่มีเื่เปิดเพลงเสียงดังเขาก็เริ่มเอาใจเพื่อนบ้านด้วยการเอาดอกไม้พวกนี้ไปแจกแต่ฉันไม่เคยได้กับเขาหรอกนะ
ฉันถือจานข้าวกลับมากินที่ร้านตัวเอง ไม่อยากต่อปากต่อคำกับนายดินว่าไป่นี้ก็เห็นเขาเดินไปร้านนั้นร้านนี้บ่อย คงทำใจเื่แฟนทิ้งได้แล้วมั้งหรืออาจจะอยากมูฟออนแล้ว ว่าแต่แถวนี้มีใครโสดบ้างนะ... อืมจะว่าไปฉันก็โสดเหมือนกันนินะ แต่ขอร้องเถอะ อย่ามายุ่งกับฉันเลย
หลังกินเสร็จฉันก็เอาจานไปคืนที่ร้านเจ๊กุล พอไปถึงก็ใเล็กน้อยผ่านมาชั่วโมงกว่าแล้ว...นายดินนั่นยังอยู่ที่ร้านข้าวอีกเหรอเนี่ย?”
“ไม่คิดจะทำงานทำการบ้างเหรอคะคุณหัสดินป่านนี้แล้วยังมานั่งเกะกะร้านเขาอีก”
“เออคุณาาวดี มาฟังด้วยกันสิ เจ๊แกกำลังเล่าเื่ร้านสระผมให้ฟังเห็นว่าสามีเขาไปมีเมียน้อย เมื่อคืนลงมาตบกันหน้าคอนโด ยามต้องเข้ามาห้ามคุณไม่ได้ยินเหรอ ใกล้ห้องคุณเลยนะ”
เื่ซุบซิบนินทาตามประสาคนอยู่คอนโด มักจะเห็นพฤติกรรมแบบนี้บ่อย ๆไม่ใช่เื่แปลก ปกติ่ดึกฉันจะใส่หูฟังนอนดู
ซีรีส์ มันติดั้แ่่ก่อนที่นายดินเปิดเพลงเสียงดังจนหลับนอนไม่ได้ นั่นอาจจะทำให้ฉันไม่ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทที่ว่าก็เป็ได้
“โหดจังตบผู้หญิงได้ เลิกกันไปก็ดีแล้ว ผัวแบบนี้อย่าไปเอาเลย” ฉันแสดงความเห็น
“เปล่าเลย...ผัวต่างหากที่โดนตบแต่ตอนนี้ดีกันแล้ว เห็นว่ายอมเลิกกับเมียน้อยแล้ว”
ดินอธิบายต่อ
“เมียน้อยที่ว่านั่นเป็กะเทยด้วยนะเห็นว่าสวยน่าดูเลย”
เจ๊กุลพูดเสริม
“จริงเหรอเจ๊เขาอยู่แถวไหน เจ๊รู้เปล่า”
ดินทำตาลุกวาวราวกับสนใจกะเทยคนนั้น
กะเทยก็เอาด้วยเหรอวะอะไรจะอดอยากขนาดนั้น... แต่จะว่าไปสมัยนี้กะเทยบางคนนิสัยดีกว่าผู้หญิงเสียอีกเมื่อเทียบกับเราแล้ว ทั้งสวย รวย และเอาใจเก่งกว่า ก็ไม่แปลกที่ผู้ชายจะชอบ
วันนี้วันศุกร์ ฉันมีคอร์สสอนถักไหมพรม มีคนมาเรียนทั้งหมด 4 คนสอนอาทิตย์ละครั้ง ครั้งละ 2 ชั่วโมง ที่ต้องใช้เวลานานเพราะงานถักค่อนข้างละเอียดกว่าจะขึ้นชิ้นงานเป็รูปเป็ร่างได้ คอร์สนี้สอนถักเสื้อจึงต้องคอยดูแลใกล้ชิดทีละขั้นตอน เพราะถ้าถักผิดแล้วต้องรื้อจะเสียเวลามาก
เริ่มสอนั้แ่ 6 โมงเย็นจนถึง 2 ทุ่มพอดี ปิดร้านแล้วขึ้นห้องอาบน้ำเสร็จก็เลยเปิด Netflix ดูสักหน่อย่นี้มีซีรีส์เกาหลีเื่หนึ่งน่าสนใจเนื้อเื่ประมาณนางเอกหลงรักหนุ่มฮอตในโรงเรียน (แหม...ช่างเหมือนชีวิตเราเสียจริงนะเนี่ย) ปกติฉันไม่ค่อยดูซีรีส์เกาหลีเท่าไหร่จะดูแต่ซีรีส์ฝรั่งมากกว่า แต่เื่นี้เนื้อเื่มันทัชใจ เลยลองเปิดดูสักหน่อย
เปิดมาตอนแรกก็สนุกมาก เรียกได้ว่าสนุกจนต้องดูต่อเอาจริงมันก็ไม่ได้เหมือนชีวิตฉันเป๊ะๆ หรอกเพราะพระเอกไม่ได้แย่เหมือนคนที่ฉันเคยเจอ เป็เื่ราวความรักกุ๊กกิ๊กใสๆมากกว่า เผลอแป๊บเดียว... อ้าว นี่ตี 5 แล้วเหรอเนี่ย ดูรวดเดียวไป 8 ตอนตาเริ่มล้า ถึงจะอยากดูต่อก็ต้องฝืนปิด เพราะไม่ไหวแล้วฉันล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปทันที
ตื่นมาอีกทีมีเสียงคนมาเคาะประตูห้อง “ก๊อก ก๊อก ก๊อก”ฉันสะดุ้งตื่นแล้วเดินไปเปิดดู... อ้าวนายคนนี้...นายดิน นี่เป็ครั้งแรกเลยมั้งที่เขามาเคาะห้องเรียกฉัน
“มีอะไรคะ?”
“จะนอนอีกนานไหมครับเนี่ยลูกค้ามารออยู่ข้างล่างแล้ว เขาบอกโทรไปเบอร์หน้าร้านหลายรอบแล้วไม่มีคนรับ”
ฉันใรีบแต่งตัวแล้ววิ่งลงไปข้างล่างทันทีเกือบเที่ยงแล้ว วันนี้ดันมีลูกค้ามาซื้อไหมพรม เข็มถัก และอุปกรณ์ต่างๆคงจะเพิ่งหัดถักแน่ๆ ฉันคิดในใจ
พอเสร็จจากลูกค้าก็รีบขึ้นมาอาบน้ำแปรงฟันเที่ยงกว่าแล้วยังไม่ได้กินข้าวเลย ก็เลยเดินไปร้านเจ๊กุล แต่คนเยอะมากเลยต้องเดินฝ่าแดดออกไปนอกคอนโด ว่าไปแถนั้นมีร้านอาหารเยอะแยะแต่ฉันไม่ค่อยได้ออกมากินเท่าไร ถ้าไม่โทรสั่งก็กินในคอนโดเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อหน้าคอนโด คิดว่าน่าจะอร่อยดี มีป้ายเขียนว่าก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ทำไมต้องอยุธยาด้วยนะ? นั่นสิฉันพึมพำอยู่คนเดียวหน้าร้าน
“ก๋วยเตี๋ยวอยุธยายังมาอยู่กรุงเทพโจ๊กบางกอกอยู่ปทุมธานี ร้านทองเยาวราชยังมาอยู่ดอนเมืองเลยคุณ ผมนั่งด้วยนะไม่มีโต๊ะว่างแล้ว”
ดินพูดโพล่งขึ้นมาจนฉันใ
นี่มันพรหมลิขิตหรือฟ้ากลั่นแกล้งออกมากินข้าวข้างนอกแล้วยังจะมาเจอนายอีกงั้นเหรอ ฉันได้แต่คิดในใจ
“คุณาาวดีเชื่อไหมที่เขาบอกว่ายิ่งเกลียดยิ่งเจอ... เออ แต่ผมไม่ได้เกลียดคุณหรอกนะแต่เราเจอกันบ่อยจริงๆ นะ รึว่าคุณแอบตามผมอยู่ ไปไหนก็เจอแต่คุณตลอด”
“นี่คุณหัสดินคะฉันมาก่อนคุณนะ จะไปแอบตามคุณได้ยังไง”
เขาหัวเราะและก็ลงมานั่งโต๊ะเดียวกับฉันหน้าตาเฉย จะว่าไป นี่เป็ครั้งแรกที่เราได้นั่งกินข้าวด้วยกันทั้งที่ก่อนหน้านี้แทบจะไม่เคยคุยกันเลย เพราะฉันไม่ค่อยชอบยุ่งกับใครอยู่แล้วเพื่อนก็มีน้อย ส่วนเขานับั้แ่เลิกกับแฟนก็ดูเก็บตัว แม้ว่าพักหลังๆเริ่มเข้าหาคนอื่นมากขึ้นก็เถอะ
ที่สำคัญคือ... เขาพูดมากและน่ารำคาญสุดๆ จนไม่อยากอยู่ใกล้ แต่เอาเถอะอย่างน้อยก็ถือว่าช่วยเื่เมื่อเช้าละกันนะ
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*