ทั้งสามคนต่างเดินสำรวจไปจนทั่วบริเวณผนังหินผาแห่งนี้ แต่กลับไม่ได้พบเจออะไรที่บ่งชี้ให้รู้ถึงต้นผลไม้เพลิงสีเลือดเลยสักนิด แต่ในขณะที่เทียนฉินกำลังเดินกลับมารวมตัวกับสองสาวอยู่นั้นเอง
"หืม! ทำไมผนังหินผาตรงนี้ถึงแปลกตาแตกต่างจากที่อื่นนัก?"
เทียนฉินยกมือลูบผนังหินผานั่นกลับพบว่า ตรงจุดที่เขาสัมผัสอยู่นั้นมีร่องรอยคล้ายถูกทำขึ้นมาใหม่ จากนั้นจึงลองใช้ด้ามดาบเพลิงสุริยาเคาะผนังหินผานั้นทันที
โป๊ก! โป๊ก!
เสียงเคาะดังก้องกังวาลอยู่ภายในปล่องภูเขาไฟแห่งนี้ เฟยลี่กับจิงอี้หลานที่ได้ยินต่างหันมามองทางเทียนฉินกันอย่างพร้อมเพรียง
"เทียนฉินคงพบอะไรเข้าแล้ว พวกเรารีบไปดูกันเถอะ!"เฟยลี่เอ่ยบอกกันจิงอี้หลานก่อนชวนกันเดินมาทางเทียนฉิน
โพล้ะ!
ผนังหินผาที่ถูกเทียนฉินใช้ด้ามดาบเพลิงสุริยากระแทกเข้าไปนั้น เกิดเป็นรอยร้าวก่อนจะแตกออกจากกันจนเกิดเป็นรูกว้างขนาดที่หัวคนมุดลอดเข้าไปได้
เทียนฉินที่ทั้งตื่นเต้นและดีใจรีบใช้มือโกยเศษหินที่เหลืออยู่ออกมาอย่างรวดเร็ว เมื่อไม่หลงเหลือเศษหินต่างๆเหล่านั้นแล้ว เขาจึงก้มมองไปดูด้านในพบเพียงผลึกสีขาวแผ่นหนึ่งเท่านั้นเอง
จากนั้นเทียนฉินจึงหยิบผลึกสีขาวแผ่นนั้นออกมาดู ก่อนลองมองย้อนกลับไปในรูนั่นอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ไม่พบเจออะไรอีกแล้ว
"ผลึกบันทึกเสียง! เป็นใครเอามันมาฝังไว้ที่นี่กัน?" จิงอี้หลานที่มาถึงพร้อมเฟยลี่เอ่ยออกมาอย่างสงสัย
วูบบ!
เทียนฉินลองส่งกระแสจิตเข้าไปในผลึกบันทึกเสียงนั้นทันทีโดยไม่ได้หันมามองทั้งสองสาวเลย
เมื่อกระแสจิตของเทียนฉินถูกส่งผ่านเข้าไปในผลึกบันทึกเสียงนั่นเอง พลันปรากฎแสงสีขาวพุ่งเข้าใส่ผนังหินผา แล้วฉายภาพออกมาเป็นชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกัน
ชายหนุ่มคนหนึ่งมีรูปร่างสูงสง่า คิ้วทั้งสองข้างล้วนดกดำเข้ากับดวงตาที่มุ่งมั่นจนทำให้หน้าตาที่คมเข้มนั้นดูเป็นเอกลักษณ์อย่างยิ่ง ส่วนอีกคนเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาคล้ายบัณฑิต มีผิวพรรณขาวสะอาดแลดูเจ้าสำอางค์ยิ่งนัก ทั้งสองแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันและลวดลายที่เหมือน
"หรือว่าจะเป็นศิษย์พี่ทั้งสองคนกัน?"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึง
"ศิษย์พี่ของเจ้าหรือ?"
"อย่าบอกนะว่าเป็นศิษย์พี่เซียวกับศิษย์พี่ล่งของนิกายเรา!"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาอย่างสงสัย
"พวกเจ้ารู้จักศิษย์พี่ทั้งสองด้วยหรือ?"เทียนฉินเอ่ยถามออกมาอย่างร้อนใจ
"พวกเราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวเท่าใดนัก!"
"แต่ก็เคยได้ยินอาจารย์เล่าว่าลูกศิษย์ของอาวุโสเสิ้นได้หายตัวไปตอนออกมาทำภารกิจกันสองคน!"เฟยลี่กล่าวออกมาให้เทียนฉินเข้าใจ
แต่ในขณะที่เทียนฉินกำลังจะเอ่ยถามเรื่องราวของศิษย์พี่ทั้งสองจากเฟยลี่อีกครั้งนั้นเอง
"ข้าเซียวปิงหยวน กับศิษย์น้องล่งฉินจ้าวศิษย์ของนิกายเพลิงอัคคี ได้เข้ามาพบกับทะเลสาบลาวาแห่งนี้โดยบังเอิญ แต่เมื่อได้รับมอบหมายภารกิจที่ทางนิกายได้ให้ไว้ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเผชิญหน้าฟันฝ่าอุปสรรคต่อไปจนเสร็จสิ้นภารกิจ เพื่อไม่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของท่านอาจารย์
หากผู้ใดบังเอิญค้นพบผลึกบันทึกเสียงชิ้นนี้ เช่นนั้นก็อาจจะเป็นไปได้ว่า พวกเราทั้งสองยังทำภารกิจไม่สำเร็จลุล่วง หรือว่าอาจจะไร้บุญวาสนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ขอช่วยรบกวนส่งต่อผลึกบันทึกเสียงนี้ให้กับอาจารย์ของพวกเราเสิ้นจื่อที่นิกายเพลิงอัคคีด้วย"
เทียนฉินไม่รู้ได้เลยว่าภาพที่ฉายออกมาจากผลึกบันทึกเสียงนั้นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ในหัวสมองเขาตอนนี้มีเพียงเสียงของศิษย์พี่ทั้งสองของเขาที่ดังกึกก้องซ้ำไปซ้ำมาอยู่ภายใน
"นี่มันเรื่องอะไรกัน!"
"แล้วข้าจะไปตามหาพวกท่านได้ที่ไหนกัน?"
เทียนฉินพึมพำออกมาอย่างไม่รู้ตัว ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยได้พบปะพูดคุยกับศิษย์พี่ทั้งสองของเขาเลยก็ตาม แต่ด้วยความรู้สึกในจิตใต้สำนึกรวมถึงคำสาบานที่ได้ให้ไว้กับอาจารย์ของเขาเอง จึงทำให้เขารู้สึกผูกพันกับทั้งสองคนเป็นอย่างมาก
"นี่คงเป็นเรื่องที่เจ้าเคยบอกสินะ ว่ายังมีสิ่งที่ต้องทำอีกอย่าง"เฟยลี่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ถึงจะได้ผลึกบันทึกเสียงนี่มา แต่กลับไม่ได้ให้เบาะแสอะไรที่สำคัญเลย!"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างจนใจ
"เจ้ากล่าวออกมาอย่างนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียว อย่างน้อยเจ้าก็ได้รู้ว่าศิษย์พี่ทั้งสองของเจ้าได้เข้ามาในทะเลสาบลาวาแห่งนี้เหมือนกัน"เฟยลี่กล่าวปลอบใจเทียนฉินที่กำลังยืนหมดอาลัยตายอยากอยู่
"ขอบใจเจ้ามากที่ช่วยเตือนสติ!"เทียนฉินคล้ายฉุกคิดขึ้นมาได้หลังจากที่ได้ฟังคำของเฟยลี่
"ตอนนี้มีอยู่สองทางเลือกที่ข้าพอจะคิดออก"
"หนึ่งคือพวกเราต้องปีนไปตามหินผาแห่งนี้เพื่อดูว่าด้านบนมีอะไรกันแน่!"เทียนฉินหันมามองหน้าสองสาวก่อนเอ่ยต่อ
"สองคือกลับไปทางเดิมเพื่อสำรวจเส้นทางอื่นต่อไป"เทียนฉินเอ่ยออกมาเพื่อให้เฟยลี่กับจิงอี้หลานเป็นคนตัดสินใจกันเอง ส่วนเขาได้ก้าวเดินไปสำรวจที่ริมทะเลสาบลาวาอีกครั้ง
ตรงด้านหน้าริมทะเลสาบแห่งนี้ปะปนไปด้วยเศษหินน้อยใหญ่ที่ไม่ได้ถูกลาวาหลอมละลายหลงเหลือไว้ เขาลองใช้พลังของแสงสีส้มที่อยู่ในตันเถียนของเขาลงไปสัมผัสกับลาวานั้นทันที
"หืม! แสงสีส้มนี้สามารถป้องกันการหลอมละลายของลาวาได้!"เทียนฉินพลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในทันที
จากนั้นเขาจึงนั่งลงที่ริมทะเลสาบแล้วเริ่มใช้แสงสีส้มสำรวจภายในทะเลสาบลาวาแห่งนี้อีกครั้ง เมื่อได้ลองสำรวจลึกลงไปด้านล่างของทะเลสาบลาวากลับพบว่าเปรียบเสมือนบ่อที่ไร้ก้น มีเพียงลาวาที่ร้อนระอุอยู่ทั่วเต็มไปหมด
แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็พลันเกิดขึ้น แสงสีส้มที่เทียนฉินใช้สำรวจภายในทะเลสาบลาวาอยู่นั้นเอง กลับสัมผัสเข้ากับสิ่งของบางอย่าง
หืม!
เทียนฉินที่รับรู้ได้ถึงสัมผัสนั้น พลางเพ่งกระแสจิตผสานเข้ากับแสงสีส้มแล้วเริ่มมองดูอีกครั้ง ทันทีที่กระแสจิตได้ผสานเข้ากับแสงสีส้มนั้นเอง เขากลับพบดวงตาสีเหลืองคู่หนึ่งซึ่งใหญ่โตเท่ากับหัวทารก ลืมตาจ้องเขม็งมาที่แสงสีส้มนั้นอย่างไม่วางตา
"หึ้ย!!"
เทียนฉินตื่นตระหนกตกใจจนรีบถอนกระแสจิตนั้นออกมาโดยทันที
"เป็นอะไรไปเทียนฉิน?"เฟยลี่ที่ยืนมองอยู่ด้านหลังถามออกมาทันทีที่เห็นท่าทางผิดแปลกไปของเทียนฉิน
"มีสัตว์อสูรบางอย่างอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้!"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยังตื่นตกใจไม่หาย
"อย่ามาแกล้งหลอกกันให้กลัวอย่างนั้นสิ!"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาแล้วหันมองไปที่ทะเลสาบลาวา
"เจ้าไม่เชื่อก็ตามใจเจ้าละกัน!"เทียนฉินเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
"ไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อสักหน่อย ทำเป็นหงุดหงิดไปได้!"จิงอี้หลานเอ่ยออกมาอย่างไม่ยอมรับ
"เจ้าคิดว่ามันคือตัวอะไร?"เฟยลี่เอ่ยถามอย่างใคร่รู้
"ไม่รู้เหมือนกัน ขอเวลาข้าฟื้นฟูลมปราณให้กลับมาเหมือนเดิมก่อน แล้วจะลองสำรวจมันอีกครั้งหนึ่ง!" เทียนฉินกล่าวจบก็หยิบยาเพิ่มปราณยัดใส่ปากไปหลายเม็ดก่อนหลับตาลงทันที
เฟยลี่กับจิงอี้หลานที่ไม่รู้จะทำอะไรต่อ กลับกลายเป็นคนคอยเฝ้าอันตรายให้เทียนฉินไปโดยไม่รู้ตัว
เวลาผันผ่านไปเพียงครึ่งชั่วยาม เทียนฉินที่เพิ่มพูนลมปราณกลับมาได้ดังเดิม ก็เริ่มใช้แสงสีส้มผสานกับกระแสจิตสำรวจลงไปตรงจุดที่พบดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง
แต่ในจังหวะที่แสงสีส้มเข้าไปยังตำแหน่งที่ดวงตาคู่นั้นลืมอยู่นั่นเอง กลับเสมือนไปรบกวนสัตว์อสูรตัวนั้นจนยั่วโมโหร้องคำรามออกมา
โฮ้กกก!
เสียงกู่ร้องก้องคำรามไปทั่วปล่องภูเขาไฟ เทียนฉินและสองสาวที่ได้ยินต่างกระโดดออกจากริมสระอย่างรวดเร็ว เทียนฉินยืนตื่นตระหนกอีกครั้งโดยไม่พูดจา ด้านหลังของเขาล้วนชุ่มไปด้วยเหงื่อ
"นี่เจ้าทำอะไรลงไป?"จิงอี้หลานเอ่ยถามอย่างหวาดกลัว
"นี่เจ้าไม่ได้ยินที่ข้าถามรึไง?"จิงอี้หลานเห็นเทียนฉินไม่ตอบกลับมาพลันเอ่ยถามอย่างโมโหอีกครั้ง
"ระวัง!!"
"หาที่หลบเร็ว!!"
แต่ทว่ายังไม่ทันได้สิ้นเสียงตะโกนของเทียนฉิน ทะเลสาบลาวาที่เคยเงียบสงบแลดูไม่น่ากลัว กลับปรากฏคลื่นสูงซัดสาดเข้าชายฝั่งอย่างรุนแรง กระแสหินหนืดของลาวาเหล่านั้นต่างกัดเซาะผนังหินผาจนละลายไหลย้อยลงมาสู่พื้นผิว
เทียนฉินที่ใช้ท่างท่าดาราล้อมเดือนขั้นกลาง ระฆังหลอมกายาสร้างเป็นม่านพลังป้องกันทั้งสองสาวไว้ได้อย่างฉิวเฉียด
"ตกลงมันเรื่องอะไรกันแน่เทียนฉิน"เฟยลี่ที่เคยใจเย็นอดถามอย่างร้อนรนไม่ได้
"บังเอิญข้าไปยั่วโมโหมันเข้าหน่ะ!"เทียนฉินเอ่ยตอบอย่างเขินๆ
"เจ้านี่นะ! แส่หาเรื่องเสียจริง!"จิงอี้หลานกล่าวต่อว่าต่อขานขึ้นมาทันทีที่ได้รู้ความจริง
จบตอนที่ 36