กีเนเวียลูบขนบนหัวเหยี่ยวสลายหยาดคาวกลายเป็เพียงฝุ่น
เมื่อรู้ว่าหลุยส์กำลังเข้ามาใกล้กีเนเวียก็ปล่อยเหยี่ยวป่ากลับสู่ธรรมชาติ
หลุยส์มองตามนกป่า“เหยี่ยวทะเลทราย ไม่คิดว่าจะได้เห็นตัวใหญ่เช่นนี้...พวกเ้ามีเื่ให้แปลกใจเรื่อยไป”
กีเนเวียชายตามองหลุยส์“เมื่อข้าอยู่ในอันตราย พวกสัตว์จะปกป้องข้า”
ราชินีสาวกล่าวก่อนจะก้าวนำเขาขึ้นไปบนเขาแห่งมนตรา
วันนี้เมฆครึ้มหมอกดำได้หายไปแล้วเหลือเพียงแต่ยอดเขาท่ามกลางฟ้าโปร่ง
จิตของราชินีคำนึงถึงเ้านกป่าด้วยหัวใจอันหวั่นวิตกส่งผ่านไปกับปีกคู่กว้างอันบินถลาอยู่เหนือการก่อสร้างบนยอดเขาสูง
สัตว์ป่ากรีดร้องเป็จังหวะระหว่างล่อนผ่านโครงไม้แห่งมหาวิหารอันมีขนาดใหญ่กว่าบ้านสามหลังซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนกำลังลงแรงก่อสร้างอย่างแข็งขัน
ดวงตาสีทองกลมใสคู่เล็กกวาดมองไปตามลานหินอ่อนอันเต็มไปด้วยผู้คนก่อนเสียงผิวปากจะดึงความสนใจสัตว์ป่าให้เปลี่ยนทิศบินเฉียบพลัน
ปีกกว้างกระพือสะบัดส่งเสียงดังพร้อมกระแสลมกระแทกอัดปัดฝุ่นฟุ้ง
บนระเบียงหินอ่อนนั้นมีาาผู้ยื่นแขนกำยำให้แก่เหยี่ยวทะเลทรายได้เกาะเกี่ยวพร้อมััลูบหัวราวกับเป็นกเลี้ยงแสนเชื่อง
“ได้เื่ไหม” ดันเต้ถามแล้วเ้านกก็กรีดร้องก่อนจะกระพือปีกบินขึ้นบนฟ้า
เมืองเอดีส
เหยี่ยวทะเลทรายถลาตัวลงมาเกาะบนไหล่ซ้ายของดันเต้เ้าสัตว์ร้ายโน้มจะงอยปากแหลมคมข้างใบหูาาหนุ่ม ก่อนจะคายก้อนทองคำลงบนอุ้งมือหนา
าาหนุ่มลูบก้อนทองก่อนจะหันหาเสียงเกือกเหล็กแว่วดังเป็จังหวะ
ดวงตาสีทองแข็งกร้าวจ้องไปยังแม่ทัพดรูนผู้กำลังวิ่งขึ้นขั้นบันไดหินอ่อน
“หมดเวลา” ดันเต้ส่งของให้เ้านกคาบแล้วบินสูงขึ้นไปบนฟากฟ้า
“แต่เรายังเตรียมการไม่เสร็จ...”ดรูนบอกเสียงรัวเร็ว “อาจมีภัย”
ดันเต้ก้าวมาตบบนหัวไหล่ดรูน“เตรียมเชิญราชินีกีเนเวียมายังวิหารเอดีส”
ดรูนทุบอกเคารพรับคำสั่งแล้วหันไปหานายกองผู้ติดตาม“เตรียมกองกำลังสามกองพันคุ้มกันเมืองพรอว็องค์”
“บาวาเรียเปิดเส้นทางระหว่างพรอว็องค์ถึงเอดีส”ดันเต้มองตามแนวถนนหินจากวิหารข้ามสะพานเข้าสู่ตัวเมือง
“ถ้าพวกเขานำคนเข้าเมืองท่านเอสต้าอาจมีปัญหา” รองแม่ทัพกล่าวสิ่งที่าากำลังทุกข์ใจ
ดันเต้ชี้ไปทางเหนือของเมือง“สั่งคนไปรวมตัวทางกำแพงกันทะเลสาบ”
“ข้าจะนำกำลังไปสักสามกองพัน”ดรูนคิดครู่หนึ่ง “แต่เราจะเหลือทหารช่วยเหลือท่านเอสต้าเพียงหนึ่งกองพัน”
าามองไปยังพรอว็องค์เบิร์ก“เตรียมทุกหลังคาเรือนให้พร้อม”
รองแม่ทัพทุบอกรับคำสั่งแล้วรีบถอนตัวสายตาสีเข้มมองขึ้นไปยังเ้านกั์ที่กำลังกระพือปีกไปทางเหนือ
เ้าเวหาโบยบินผ่านแนวป่าลอยเหนือกองทัพหลุยส์ที่ตั้งทัพอยู่รอบชายป่า ลอดผ่านเขตแนวเขาแห่งมนตรา
แรงปีกพัดนำพานกั์ทะยานขึ้นสู่ยอดเขาสูงสัตว์ป่าบินวนมองไปยังลานพระราชวังทองคำ
หญิงสาวงามล้นกำลังประดาบอยู่กับหลุยส์ชายผู้นี้กวัดแกว่งดาบลองคมด้วยใบหน้ายิ้มกว้าง
ดาบในมือหนาฟันกระหน่ำโต้ราชินีผู้ถอยรับอย่างเสียกระบวนท่าทว่าเ้าแห่งบาวาเรียไม่คิดออมมือปรานีแก่สตรีตรงหน้า
เขาหัวเราะในลำคอเมื่อฟาดฟันกระหน่ำจนดาบในมือกีเนเวียบิ่น
หญิงสาวถอยจากลุดวิจไปสามก้าวพร้อมยกมือขึ้นส่งสัญญาณจบการประดาบ “ท่านลุดวิจได้จบบทเรียนทั้งหมดแล้ว”
เหยี่ยวทะเลทรายทะยานลงมาเกาะบนแขนบางดวงตาดุหันไปจ้องลุดวิจก่อนจะแผดเสียงขู่ดัง
เ้าแห่งบาวาเรียสลายดาบกลายเป็ไอน้ำ“นกตัวนี้ก็เรียนวิชาด้วยเหรอ”
ราชินีสาวยิ้ม “สัตว์ก็คือสัตว์ไม่ต้องคิด จึงไม่ยึดติด ไม่ฝืนวิถีแห่งสามัญ” กีเนเวียรับเพชรมาจากเหยี่ยวทะเลทรายก่อนสะพัดแขนส่งนกั์กลับขึ้นสู่ท้องฟ้า
ประกายแสงเจิดจ้าในมือบางนั้นดึงความสนใจของหลุยส์ “เพชรเม็ดงามหายากเ้านกั์หาให้เ้าด้วยหรือ” เสียงทุ้มในลำคอเสียดกระแสสงสัย
กีเนเวียจึงยื่นมณีวาวแสงไปสู่สายตาของผู้เป็ใหญ่
หินแก้วธรรมชาติเม็ดเท่าหัวแม่มือระดับเพชรยอดมงกุฎเ้าแผ่นดิน
“นี่คือออโครอล”กีเนเวียกล่าวก่อนจะบีบอัญมณีแตกคามือ
ทันใดนั้น เส้นแสงสว่างก็สาดจ้าราวดวงอาทิตย์ในอุ้งมือบางพาให้แสบตา
เมื่อฝ่ามือเล็กกางออกก็บังเกิดด้ามดาบคมเพชรพุ่งออกจากกลุ่มแสง
ราชินีแห่งมนตราใช้มือซ้ายดึงดาบเดสติโอเนลออกมาสู่ท้องพระโรงทองคำอันจ้าจรัสแสงราวเกิดทุ่งแสงเทียนขึ้นทุกอณูบนพื้นวัง
แต่แสงสว่างบนนภาแห่งเขามนตรากลับดับสลายท้องฟ้าเหลือเพียงประกายเดือนดาวแพรวพราว
หลุยส์จ้องความอัศจรรย์เบื้องหน้าตาค้างพลันสติตื่นเมื่อด้ามดาบคมมณีอยู่ห่างจากเขาเพียงแค่เอื้อมมือ
“ลองจับดูสิ” เสียงหวานอ่อนนุ่มเชิญชวนหลุยส์
มือหนายื่นไปข้างหน้าอย่างไร้ความเคลือบแคลงใจแล้วคว้าจับด้ามดาบด้วยความกล้าและความมั่นใจทั้งหมดที่ตนมี
กระแสพลังงานเย็นไหลพุ่งผ่านฝ่ามือหลุยส์จนรู้สึกถึงการกระตุกบนง่ามมือ
พลังนั้นเริ่มร้อนแรงจนเ้าแห่งบาวาเรียพยายามดึงดาบออกจากมือของกีเนเวีย
ทันใดนั้น คมดาบก็แตกสลายหายไปกับตา
ดวงตาของกีเนเวียเบิกโพลงสั่นไหวทว่าเพียงครู่เดียวเท่านั้นที่หลุยส์ทันสังเกตเห็น ก่อนนางจะตีสีหน้ายิ้มหวาน
ความมั่นใจทำให้หลุยส์ยืดอกกว้าง“เ้าจะไม่มอบดาบให้ข้าเหรอ”
ราชินีสาวยิ้มบาง “ขออภัยท่านลุดวิจเราจะมอบดาบให้ท่านที่ท้องพระโรงแห่งพรอว็องค์ต่อหน้าธารกำนัล”
เ้าแห่งบาวาเรียส่ายหน้า“แต่-”
พระนางถอยตัวคำนับลา “พรุ่งนี้เมื่อตะวันสองส่วนโปรดเรียกข้าเข้าเฝ้า” กีเนเวียเดินนำลงไปจากเขาอย่างรวดเร็ว
ลุดวิจชะลอฝีเท้าก้าวตามลงจากยอดเขาอย่างสบายอกสบายใจ
แม่ทัพโพเทย์และเอียมุสตั้งขบวนรออยู่บริเวณตีนเขา
เมื่อทั้งสองเห็นลุดวิจเดินมาเพียงลำพังต่างก็แสดงสีหน้าแปลกใจ
“มีเื่ใดหรือเปล่า” โพเทย์ถามเมื่อเชิญเ้านายไปยังม้าโดยสาร
หลุยส์โบกมือในอากาศด้วยรอยยิ้ม“นางกำหนดวันมอบดาบเดสติโอเนลในวันพรุ่งนี้ ตอนตะวันสองส่วน”
เหล่าทหารผู้ติดตามต่างยิ้มกว้างขึ้นทันที“ประชุมทัพเลยไหม” โพเทย์กระซิบ
“ประชุมเลย”หลุยส์กล่าวเสียงสดใสแล้วชักม้าออกเดินนำไปทางค่ายทหารนอกปราสาท “เรียกกำลังพลของฟรังเกียลงมาห้ากองพันข้า้าคุ้มกันเมืองเจดีส” หลุยส์สั่งการเสียงดังระหว่างชักม้า
“แล้วเื่ปราสาทจะทำอย่างไร”โพเทย์ถามเสียงแ่เบา
“ก็...”หลุยส์ลูบคางตนเอง “เพื่อเป็เกียรติ ข้าจะให้เอสต้าเป็กองคุ้มกันวัง”
“ข้าจะรีบแจ้งเขาทันที”โพเทย์ดีดนิ้วสามครั้งข้างขาตนเอง ทหารรับใช้ก็เคลื่อนมาเดินข้างม้า “นำความไปแจ้งแม่ทัพเอสต้าแห่งพรอว็องค์ว่าเขาเป็หัวหน้าราชองครักษ์วังพรอว็องค์เบิร์กในวันพรุ่งนี้”
เอียมุสชักม้าเดินนำทางไปยังค่ายประชุมกองทัพบาวาเรีย
หลุยส์ลงจากหลังม้า “สั่งกองกำลังเข้าประจำการจากพรอว็องค์ถึงเอดีส”
เสียงเครียดกระตุกสติแม่ทัพโพเทย์“ชาล์แห่งพรอว็องค์สั่งกองกำลังคุ้มกันวังพรอว็องค์เบิร์กถึงโบสถ์ไม้แห่งใหม่ในเอดีส”
เมื่อขบวนของหลุยส์ถึงโต๊ะประชุมทัพเหล่าแม่ทัพก็เปิดแผนที่ทราย
“เราสำรวจภูมิประเทศของพรอว็องค์แล้วเซียร์”โพเทย์รายงาน
“เมื่อครู่เราเพิ่งเผยแผนหลอกให้แม่ทัพเอสต้าอยู่กลางวัง”เอียมุสลูบคอ “เช่นนี้เราเปิดเส้นทางจากวังถึงเอดีสไหม”
“พวกเขาจะถล่มสะพานเวอุส”หลุยส์ชี้สะพานหินที่เชื่อมพรอว็องค์กับเอดีส
“ตัดเส้นทางรบสร้างความปลอดภัยเมืองกลางหุบเขาจนกระทั่งศัตรูถอดใจ” เอียมุสชกมืออีกข้างเสียงดัง“ข้าถึงแปลกใจว่าชาล์สั่งทหารไปยังฝายน้ำแอนดูรุส”
“หากเราต่อเรือเพื่อข้ามน้ำชาล์ก็จะเปิดฝายแอนดูรุสส่งกระแสน้ำเชี่ยวกรากทำลายได้ทั้งแพไม้และเรือเล็ก”โพเทย์กุมคางมองแนวร่องบนทรายเขียนแทนแม่น้ำ “ถึงเป็เรือใหญ่ ก็มีท่าหินสูงราวกำแพงเป็จุดยุทธศาสตร์กำจัดผู้รุกรานอีกชั้น”
“ที่เอดีสมีเส้นทางผ่านช่องเขาเชื่อมลงไปยังเจเนเซีย”เอียมุสชี้แนวสันดินทางทิศตะวันออกของเอดีสเขาขูดแก้แผนทรายแสดงทางราบทิศใต้ตามแนวแม่น้ำ “แหล่งสะสมเสบียงหลักทางทิศใต้ พวกเขาสามารถต้านศึกกับบาวาเรียเป็ปี”
“เวลานั้นอาจจะเพียงพอในการต่อเรือรบโรมัน”โพเทย์ดีดนิ้วเสียงดังทันใด “ชาล์ผู้นี้วางแผนรับศึกระยะยาวเพื่อลดเสบียงเรา”
“ปลายา เรือรบสามารถปิดล้อมพรอว็องค์เบิร์ก”เอียมุสขีดแผนที่จากทิศเหนือมายังท่าน้ำทางตะวันออกและสะพานเชื่อมทางทิศใต้
“เ้าดันเต้สั่งคุมเข้มฝายน้ำแอนดูรุสใช่ไหม”ดวงตาสีเข้มจ้องโพเทย์เขม็ง
“ใช่ ฝายน้ำแอนดูรุสมีทหารประจำอยู่สามกองพัน”โพเทย์ชี้แนวดินก่อสูง “ข้าไม่สามารถเข้าใกล้กำแพงน้ำนั้น แต่ฝายใหญ่จนสามารถมองเห็นในระยะสามไมล์”โพเทย์ชี้ไปยังตำแหน่งกองทัพซึ่งห่างจากฝายแอนดูรุสสามพันก้าวเดิน
“ฝายแอนดูรุสคือการเอาชนะพระเ้าของดันเต้เขาพิสูจน์ด้วยการก่อูเาโดยทหารสิบกองพัน” ลุดวิจก้มมองสันสูงทางเมืองเอดีส“ทะเลสาบหลังแอนดูรุสไกลหลายไมล์เป็กำแพงน้ำทางตอนเหนือ” เขาคำรามแ่ในลำคอ
“นั่นทำให้ทะเลสาบรอบพรอว็องค์เบิร์กมีน้ำเข้าท่าหลวงไม่ขาด”เอียมุสพูด
“หลังคาบ้านพวกนั้นคือเรือรบ”หลุยส์สรุปความ “มากเท่าไร”
“ประมาณห้าสิบลำ”โพเทย์พยักหน้า “ถ้าพวกเขาหงายเรือได้จริงแต่หลังคานั้นสูงจากพื้นราวสอง่ความสูงคน”
“เพิ่มกำลังพลล้อมจากเทือกเขาแอลป์ถึงพรอว็องค์ใต้”หลุยส์ชี้ไปยังูเาทางตอนเหนือ ลากนิ้วยาวลงมายังทิศตะวันตกทางเขตเมืองพรอว็องค์จนถึงประตูเมืองทิศใต้“ล้อมให้พวกโง่นั่นไปทางสะพานเวอุส”
โพเทย์ยิ้มกว้างพร้อมทุบอกรับคำสั่ง“ใครออกจากวัง ข้าจะตัดหัวให้หมด”
“ท่านให้แม่ทัพเอสต้าถือกำลังคนหนึ่งกองพันในปราสาทท่านจะให้จัดการเขาเช่นใด” เอียมุสถามเสียงหวาน
“เอสต้า เป็แม่ทัพชำนาญศึกแต่ได้หน้าที่ป้องกันเชื้อพระวงศ์และปราสาท”หลุยส์โน้มตัวลงไปข้างหน้า “ชาล์รอบคอบเขาใช้ชื่อเสียงของเอสต้าจากาปราบพวกนอกรีตและสยบผู้คนในเมืองไม่ให้ก่อฏ”
“เขาหัวรั้นไม่ฟังคำของบาวาเรียคนแบบนี้นับเป็พวกไม่ได้” เอียมุสขึ้นเสียง
“ในเมื่อเชิญมาเป็พวกไม่ได้ก็ต้องจัดการให้เ้าแม่ทัพร้ายสิ้นชื่อโดยเร็ว”หลุยส์ชี้ไปยังพรอว็องค์เบิร์ก “จับตายเอสต้าในปราสาท ห้ามปล่อยให้หลุดออกมา”
เอียมุสพยักหน้ารับคำสั่ง
“หลังจากกีเนเวียมอบดาบจงสังหารทหารพรอว็องค์โดยเฉพาะเอสต้า” หลุยส์มองไปยังเอียมุส “จำไว้ว่าเ้าต้องได้ตัวกีเนเวียและบุตรสาวทั้งสองโดยเร็ว เมื่อนั้นชาล์แห่งพรอว็องค์จะยอมแพ้ทันที”
“ข้าจะนำทัพเข้าพระตำหนักราชวงศ์ทันทีที่กีเนเวียเชิญดาบ”เอียมุสทุบอกเน้นรับคำสั่งอีกครั้ง
หลุยส์หัวเราะเริงร่า“เมื่อข้าได้สิทธิ์ในการปกครองฟรังเกียต่อจากโลธาริ่งเ้าคาร์ลก็เพียงแค่อภิเษกกับสตรีไร้สมบัติ”
“แด่บาวาเรีย”เหล่าทหารต่างอวยชัยให้กองทัพบาวาเรีย
“อย่าลืมเชิญเลดี้บัสเล่ไปยังเมืองมิวน็อคด้วย”หลุยส์หัวเราะเสียงดังอย่างถูกอกถูกใจ“จากนี้ไปเราจะเป็สุรเสียงแห่งฟรังเกีย”
“แด่บาวาเรีย” เหล่าทหารคำรามเสริมความฮึกเหิมให้แก่กันและกันอีกครั้ง