ปกป้องเงียบขรึมไปตลอดทางจนมนตราถึงกับนั่งตัวแข็งไปด้วยจนกระทั่งรถจอดติดไฟแดง เขาเอื้อมไปจับมือมนตราให้เกาะเอว
“ทำไมนั่งตัวเกร็งเลย เกาะแน่นๆ สิเดี๋ยวฉันซิ่งแล้วเธอตกไปไม่รู้ด้วยนะ” ปกป้องหันมายิ้ม
“ก็นายเล่นไม่พูดไม่จาเลยนี่นาอีกอย่างฉันก็ไม่เคยไปบ้านนายด้วย ไม่รู้ต้องทำตัวยังไง” มนตราทำหน้าย่น
“เธอไม่ต้องกังวลหรอก แค่อยู่ข้างๆฉันก็พอ” ปกป้องหันไปมองมนตราแล้วเสริมว่า“ถ้ามีใครไม่อยากเข้าไปบ้านนั้นมากที่สุดก็คงเป็ฉันนี่แหละ”
บ้านของปกป้องแม้จะดูเหมือนอยู่ไกลจากบ้านของเธอแต่เมื่อมาทางลัดแล้วก็นับว่าไม่ไกล บ้านของเขาตั้งอยู่ในซอยส่วนบุคคลซึ่งมีบ้านเพียงไม่กี่หลังแต่ละหลังล้วนใหญ่โตโอ่อ่าขณะเดียวกันก็เป็บ้านทรงคลาสสิกบ่งบอกให้รู้ว่าเ้าของบ้านน่าจะเป็พวกผู้ดีเก่าปกป้องขี่ตรงไปและจอดรถที่บ้านหลังสุดซอยมนตรามองซ้ายมองขวาเห็นกำแพงทั้งยาวและสูงตระหง่านพอๆกับไม้ใหญ่ที่น่าจะมีอายุเก่าแก่พื้นที่ก็กว้างใหญ่มากเสียจนมนตรามองไม่เห็นตัวบ้าน เธอต้องแอบชะเง้อชะแง้มองจนปกป้องอดขำไม่ได้
“นี่แม่คุณ! ไม่ต้องชะเง้อหรอก เดี๋ยวก็ได้เข้าไปแล้ว”
“หูย! ฉันไม่รู้เลยว่าบ้านนายรวยขนาดนี้ถ้าฉันมีบ้านใหญ่ๆ อย่างนี้นะ จะนอนกลิ้งทั้งวันไม่ออกไปไหนเลย”
“เดี๋ยวพอเข้าไปเธออาจจะอยากเผ่นแน่บออกมาแทบไม่ทันเลยก็ได้นะ”ปกป้องหัวเราะหึๆ
“เอ้อ...ฉันยังไม่รู้เลยว่าญาติๆนายมีใครบ้าง รู้งี้แต่งตัวมาดีๆ ก็ดี” มนตราก้มมองตัวเองพลางพยายามจัดทรงแจ็กเกตตัวใหญ่หลวมให้เรียบร้อยกางเกงยีนทรงบอยที่เธอรีบสวมมายิ่งทำให้เธอดูเหมือนเด็กกะโปโลเข้าไปใหญ่
“เธอเป็ตัวของตัวเองเถอะแล้วก็ไม่ต้องไปสนใจคนอื่น ยังไง ‘เขา’ ก็ไม่ได้สนใจใครอยู่แล้วนอกจากตัวเองอืม...ฉันจะบอกเธอคร่าวๆ แล้วกัน ภรรยาใหม่ของปู่ฉันชื่อน้ายุพิน น้ามีลูกติดคนนึงคือเมธาวดีแล้วก็ปู่ของฉันชื่อองอาจ”
อ๋อ...ผู้หญิงที่โทรหาปกป้องคือน้องของเขานั่นเองเอ...ถ้าจะนับญาติว่าน้ายุพินเป็ย่า เมธาวดีก็ไม่น่าจะเป็น้องหรือเปล่านะ แต่ช่างเถอะ! แค่เป็ญาติกันฉันก็โล่งใจแล้ว เอ๊ะ! แต่เขาไม่มีความผูกพันทางสายเืกันเลยนี่นะงั้นเขาก็เป็แฟนกันได้สิ โอ๊ย!แล้วฉันคิดวุ่นวายอะไรเนี่ยไม่ใช่เื่ของฉันเสียหน่อย มนตราคิดวนเวียนฟุ้งซ่านขณะเดินตามหลังปกป้องต้อยๆจนไม่ได้มองทางว่าจวนจะถึงบันไดทางเข้าบ้านแล้ว
“โอ๊ย!”มนตราชนแผ่นหลังใหญ่หนาของปกป้องเข้าอย่างจัง “นายนี่นะ หยุดเดินก็ไม่บอกกันก่อนเลย”มนตรากุมหัวป้อยๆ
“มาแล้วเหรอหลานชายคนเดียวของตระกูลวัชรา”
น้ำเสียงแหลมๆ นั้นกังวานไปทั่วมันทั้งทรงพลังอำนาจและให้ความรู้สึกเย้ยหยันเสียดแทงมนตราแอบโผล่หน้าไปดูหญิงเ้าของเสียง
“ยุพิน” เป็หญิงร่างเล็กผิวขาวดวงตาเรียวเล็กเหมือนงู รับกับปากบางเป็เส้นที่ทาสีแดงเืนก ผมดำขลับนั้นขมวดเป็มวยแน่นเธอสวมเดรสผ้าไหมเข้ารูปที่ผ่านการตัดเย็บมาอย่างดีกำไลและแหวนเพชรที่เล่นแสงนั้นแม้ไม่ได้ประดับเพชรใหญ่โตแต่ดูก็รู้ว่ามีราคา
พอมนตราเห็นยุพิน เธอก็รู้ทันใดว่าเป็ใครโดยไม่จำเป็ต้องเอ่ยถามแล้วก็เข้าใจกระจ่างว่าทำไมปกป้องถึงไม่เรียกยุพินว่าย่าก็ยุพินน่าจะอายุน้อยกว่าแม่ของปกป้องเสียอีก
“อ้อ...แล้วนั่นพาแขกมาไม่คิดจะแนะนำให้ผู้ใหญ่รู้จักบ้างเหรอเธอก็โตแล้วนะปกป้อง เื่มารยาทมันไม่ซึมซับเข้าไปในหัวของเธอเลยสินะ”
มนตรากลืนน้ำลายเอื้อกรับรู้ได้ว่าพายุกำลังก่อตัว เธอเห็นปกป้องยืนกำหมัดแน่น
“ผมมาเยี่ยมคุณปู่ และผมกับเพื่อนก็ไม่จำเป็ต้องมีมารยาทกับคนมารยาททราม”ปกป้องกล่าวเสียงเรียบ
“กรี๊ดดด แกลามปามฉันขนาดนี้เลยเหรอไอ้ป้อง!”
“หลีกไปเถอะครับ ผมมาเพราะมีธุระไม่ได้มาต่อล้อต่อเถียง”
“หึ!ตอนคุณปู่ไม่ป่วยแกไม่เคยมาดูดำดูดี พอคุณปู่ป่วยเข้าหน่อย แกจะมาดูทำไมมาแช่งให้ท่านเสียไวๆ หวังมรดกใช่ไหม!”
“คนที่หมกมุ่นกับมรดกของคุณปู่ก็มีแต่คนหน้าเงินอย่างคุณเท่านั้นแหละ”
ยุพินโมโหจนหน้าสั่นเธอเงื้อมือจะฟาดปกป้อง แต่เขาไวกว่า จึงคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันและบีบมันแน่น
“โอ๊ย! แกปล่อยฉันนะไอ้ป้องไอ้เด็กเหลือขอ! ไม่มีพ่อมีแม่”
มนตราที่ตอนนี้เลิกหลบหลังปกป้องเห็นเขาตาขวางเส้นเืตรงขมับเต้นตุบๆ ใบหน้าแดงก่ำมนตราไม่เคยเห็นเขาโมโหใครจนเืขึ้นหน้าขนาดนี้เลย เธอดึงชายเสื้อเขาไว้เป็เชิงปราม
ปกป้องปล่อยมือที่บีบยุพินไว้แม้จะไม่ได้ออกแรงผลักแต่ด้วยแรงโมโหของชายตัวโตก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ยุพินเสียหลักเซถลาลงบันไดหน้าพื้นบ้าน ยุพินกรีดร้องขัดใจแต่ไม่กล้าทำอะไรอีกทั้งยังพานแหวใส่เด็กรับใช้ที่มาประคองอีกด้วย
“ไปกันเถอะมนตร์”ปกป้องหันมาพูดกับมนตราเบาๆ
มนตราพยักหน้าแล้วปรี่ตามปกป้องเข้าไปในบ้าน
บ้านของปกป้องหรูหราโอ่อ่าเหมือนบ้านของผู้ดีเก่าในละครที่เธอเคยเห็นทั้งบันไดใหญ่โตสะดุดสายตาที่มีสองฝั่งวนมากันตรงกลาง มีแชนเดอเลียร์วิบวับห้อยระย้าให้ความรู้สึกเหมือนเข้าไปในโรงภาพยนตร์ที่เลือกเดินขึ้นหรือลงบันไดได้ทั้งสองฝั่งมีตู้ไม้โชว์พวกจานชามข้าวของมีค่าต่างๆ และเปียโนที่แม้ไม่มีฝุ่นจับ(คงเพราะมีคนทำความสะอาดเสมอ)แต่ก็ให้ความรู้สึกว่าเป็เพียงของประดับตกแต่งบ้านเท่านั้น มนตราหันไปมองไวๆยังห้องที่เชื่อมต่อกับโถงทั้งฝั่งซ้ายและขวา ซึ่งดูเหมือนจะเป็ห้องนั่งเล่นทั้งสองห้องปกป้องเหมือนอ่านใจเธอได้จึงอธิบายว่า
“เรามีห้องรับแขกแยกกับห้องนั่งเล่นน่ะถ้าไม่ติดอะไรไว้จะพาไปดูนะ”
มนตราพยักหน้ารับคำปกป้องเลี้ยวไปทางบันไดฝั่งซ้ายเมื่อขึ้นไปจนสุดมนตราเห็นห้องหับเรียงรายทั้งปีกซ้ายและขวาปกป้องพาเธอเดินไปจนสุด และมาหยุดอยู่หน้าประตูบานใหญ่แล้วถอนหายใจนิดหนึ่งเหมือนรวบรวมความกล้าเมื่อเขาเคาะประตูก็มีเสียงผู้หญิงเชิญให้เข้าไป
เมื่อบานประตูแง้มออกมนตรายังไม่เห็นแม้แต่เงาของคุณปู่เพราะห้องนั้นกว้างมากเหมือนห้องสวีทของโรงแรมที่แบ่งเป็ห้องนั่งเล่นหรือห้องอื่นๆกับห้องนั่งนอนซึ่งอยู่ติดกัน เธอเห็นโต๊ะทำงานที่มีหนังสือกองสูง ชั้นหนังสือที่หนังสือเรียงรายจนแน่นเอี้ยดทั้งยังมีโซนที่จัดวางเก้าอี้และโต๊ะไม้กลมซึ่งดูเหมือนไว้นั่งพักผ่อนหรือรับแขกแต่ที่ดูแปลกตาสำหรับมนตราคือมีเก้าอี้โยกไม้อยู่ด้วย
ปกป้องพาเธอเลี้ยวไปทางห้องที่อยู่ติดกันด้านขวาแล้วเธอก็ได้เห็นหญิงวัยกลางคนในชุดพยาบาลยืนอยู่หน้าเตียงคนไข้แบบปรับได้ด้านข้างมีเสาที่แขวนสายน้ำเกลือ เมื่อพยาบาลเขยิบออกไปเธอจึงได้เห็นร่างที่นอนอยู่บนเตียงนั้นอย่างเต็มตา
ชายชราที่นอนนิ่งอยู่ผ่ายผอมราวกับจะจมลงไปในเตียงที่ปากสอดท่อช่วยหายใจ แขนด้านหนึ่งเจาะสายน้ำเกลือ เขาเป็ชายร่างสูงเช่นเดียวกับหลานชายของเขาใบหน้าเรียวยาว จมูกโด่งและงองุ้ม กระขึ้นเต็มใบหน้าและร่างกาย เส้นผมที่ตัดสั้นเกรียนนั้นขาวไปทั้งศีรษะ
มนตราไม่เคยพบปู่ของปกป้องมาก่อนแต่เธอกลับรู้สึกเหมือนเคยพบเขามาก่อนอย่างน่าประหลาด แต่เหนือสิ่งอื่นใดเธอรู้สึกเวทนาที่เขากลายเป็เพียงซากร่างที่ไร้ชีวิต
ปกป้องขยับไปยืนข้างเตียงเขายื่นมือออกไปจะจับมือปู่แต่แล้วก็ชะงักชักมือกลับ แล้วหันไปถามอาการกับพยาบาล
“ท่านอาการไม่ค่อยดีนัก รู้สึกตัวน้อยลงเรื่อยๆค่ะ ต่อไปคุณหมออาจจะพิจารณาให้คนไข้เจาะคอเพื่อใส่ท่อช่วยหายใจนะคะเนื่องจากท่านมีเสมหะมากการเจาะคอจะเคลียร์เสมหะได้ดีกว่า และลดการติดเชื้อค่ะซึ่งถ้าถึงเวลานั้นท่านต้องเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล และคุณปกป้องต้องเซ็นยินยอมจึงจะทำการผ่าตัดได้ค่ะ”
“ท่านเหลือเวลาไม่มากแล้วใช่ไหมครับ”
พยาบาลพยักหน้าเล็กน้อยมนตราที่ทีแรกยืนห่างออกไปแอบเห็นใบหน้าของปกป้องมีน้ำตาคลอหน่วย จึงเอื้อมมือไปบีบแขนเขาเป็เชิงให้กำลังใจพยาบาลขอตัวไปรอที่ห้องด้านข้าง ปกป้องมองปู่นิ่งงัน
เวลาค่อยๆคืบคลานจนเหมือนผ่านไปเนิ่นนานกว่าปกป้องจะปริปากพูด
“พอได้มองปู่นอนนิ่งๆ แบบนี้ฉันถึงได้รู้สึกว่าปู่ก็เป็แค่คนแก่ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ปู่ที่บ้าอำนาจเอาแต่ออกคำสั่งตอนนี้เขาเป็ปู่...เหมือนปู่ของคนทั่วไป ฉันไม่เคยรู้สึกอย่างนี้เลยมนตร์”
มนตราไม่รู้จะตอบเขาอย่างไรแต่เธอพอจะรู้มาบ้างว่าความสัมพันธ์ของเขากับปู่ไม่ค่อยดีนักเธอเคยบังเอิญเห็นรอยแผลเป็ที่ด้านหลังของเขาซึ่งเกิดจากการถูกปู่ตี และเธอรู้ว่าแผลนั้นไม่ใช่แค่ฝากรอยทางกายแต่ยังฝังตรึงอยู่ในใจปกป้องด้วย
“พูดตรงๆ นะมนตร์ ตอนนี้ฉันสับสนไปหมดไม่รู้ว่าควรต้องรู้สึกยังไง เมื่อก่อนฉันเกลียดที่นี่เกลียดปู่...เพราะฉันรู้สึกว่าปู่ก็คงเกลียดฉัน แต่ตอนนี้...จากคนที่มีอำนาจบังคับควบคุมทุกอย่างแค่ลืมตามาพูดก็ยังทำไม่ได้ ฉันเห็นแล้วก็รู้สึกแย่” ปกป้องก้มหน้า
“มาแล้วเหรอคะพี่ป้อง อ้อ! มี ‘ใคร’ มาด้วย”
เสียงแหลมสูงดังขึ้นจากด้านหลังคราวแรกเสียงนั้นดังขึ้นด้วยความดีใจ แต่แล้วกลับเปลี่ยนเป็ขุ่นใจในฉับพลันทั้งคู่หันไปมองตามต้นเสียง
เ้าของเสียงคือเด็กสาวรูปร่างเล็กอายุราว20 ปี เธอสวมเสื้อครอปเอวลอยกระโปรงสั้นลายสกอตเอวต่ำ สวมสร้อยหนังสีดำที่คอและข้อมือ ผมดัดลอนทำสีน้ำตาลทองสวยเด่นดวงตากลมโตนั้นกรีดอายไลเนอร์เส้นเล็กคมและตวัดขึ้นเล็กน้อยทำให้ดวงตาดูเฉี่ยวขึ้นแต่ดูขัดเล็กน้อยกับริมฝีปากสีแดงเบอร์กันดีที่ยาวบางเม้มสนิทมนตราเห็นปากของเธอก็รู้ได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้เป็ใคร
“เมธาวดี” ยิ้มให้ปกป้องเพียงแวบเดียวแล้วหุบยิ้มสนิทจนแทบจะกลายเป็เบ้ปากใส่มนตราเธอมองมนตราั้แ่หัวจรดเท้าสายตาดูถูกและแสดงความเกลียดชังอย่างไม่ปิดบัง
“เม นี่มนตรา เพื่อนของพี่เอง”ปกป้องโอบไหล่มนตรา
“มาเยี่ยมคุณปู่จำเป็ต้องพาคนนอกครอบครัวมาด้วยเหรอคะ!” เมธาวดีเน้นเสียงอย่างประชดประชัน
“มันก็แล้วแต่ว่าฉันจะนิยามคำว่า ‘คนนอก’ว่ายังไงอะนะ”
“พี่ป้อง!”เมธาวดีกรีดเสียง
“เอ่อ...ฉันขอตัวไปรอข้างนอกก่อนดีกว่าพี่น้องจะได้อยู่กับคุณปู่” มนตราเลี่ยง ไม่อยากมีปากเสียง
ปกป้องรีบร้องห้าม แต่ช้าไปแล้ว มนตรากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่ประตูทันใดนั้น โดยไม่ทันตั้งตัวมนตราชนเข้ากับบางสิ่งอย่างจังเหมือนชนเข้ากับกำแพงแต่ก่อนที่จะหงายหลังเธอก็ถูกรับไว้ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าที่ทำให้เธอตกตะลึงมากกว่าก็คือสิ่งที่เหมือนกำแพงนั่นเอง!
“คุณฟะ...ฟิล์ม!”
“คุณมนตรา!”
ปกป้องที่ตามหลังเธอมาอย่างกระชั้นชิดอึ้งไปพอๆ กับเมธาวดีที่ตามมาเกาะปกป้องแจ
จากผู้เขียน…
เอ๊ะ! นี่มันบ้านทรายทองที่มีคุณหญิงแม่กับหญิงเล็กหรือเปล่าคะ ชีเสิร์ฟชีร้ายมากค่ะ