ณ หอไซ้ยเกอ
บุรุษผู้หนึ่งนั่งมองตนเองในกระจกตาไม่กะพริบแม้จะอยู่ในร่างนี้หลายวันแล้ว แต่เฉินเฉิงก็ยังรู้สึกแปลกตากับบุรุษในกระจกที่ไม่ใช่ตัวเขา เพราะร่างนี้เป็เพียงเด็กหนุ่มที่อายุไม่น่าจะเกิน18 ปีด้วยซ้ำ
หากก่อนตายเขาไม่เคยประสบเหตุการณ์สลับิญญาในร่างผู้อื่นมาก่อนอย่างเช่นเฟิ่งอี๋ฮองเฮาที่มาอยู่ในร่างของฟางเหรินฆ่าเขาให้ตายเขาก็ไม่มีวันเชื่อว่าตนเองได้อาศัยของผู้อื่นฟื้นขึ้นมาจากความตายแล้วจริง ๆ
ในระหว่างที่เขายังเป็ิญญานั้นไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนอยู่ที่ใด คล้ายกับว่าเพียงแค่หลับไป แล้วเมื่อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเขาก็อยู่ในร่างนี้แล้ว
เฉินเฉิงสอบถามคนรับใช้ของหอไซ้ยเกอทำให้ทราบว่าฮ่องเต้ตายเมื่อ4 ปีก่อน อีกทั้ง ฉู่อ๋องได้ถูกสังหารในข้อหาฏไม่นานนักไทเฮาก็สิ้นพระชนม์ สิ่งที่รับรู้นั้นราวกับอสนีบาต์ฟาดลงมาที่หัวเขาจนเขารู้สึกชาไปทั้งร่าง น้ำตารินไหลออกมาเงียบ ๆ แม้กระทั่งวันนี้ เขาก็ยังรู้สึกสิ้นเรี่ยวแรง
แอด.....
เสียงเปิดประตูดึงให้สติของเฉินเฉิงกลับมาอยู่กับตัว สาวรับใช้ผู้หนึ่งผลักประตูเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตเขาก่อนหรือส่งเสียงให้เขารับรู้แม้แต่น้อยซึ่งเป็อีกเหตุการณ์หนึ่งที่เขาต้องปรับตัวให้ได้
หากเป็เมื่อก่อนตอนที่เขายังเป็ฮ่องเต้นั้นยากนักที่ใครจะเข้าพบได้ง่าย ๆ ต้องรายงานถึงสามชั้นหนึ่งทหารรักษาความปลอดภัยตรวจค้นตัวก่อนเหยียบย่างเข้าวังหลวง สองรายงานต่อราชเลขาขอเข้าพบและสามต้องให้ขันทีนำเข้าเฝ้า
สาวใช้นางนั้นวางถาดอาหารเช้าและยาเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกไปเงียบ ๆ ขณะที่เฉินเฉิงเดินมานั่งที่โต๊ะ สตรีในชุดเฉิดฉายก็เดินนวยนาดเข้ามาพร้อมกับส่งเสียงแหลมสูงทักทายว่า
“พ่อหนุ่มเทพเซียนของข้าเช้านี้รู้สึกเป็อย่างไรบ้าง”
เจียวมี่ แม่เล้าของหอหอไซ้ยเกอนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับบุรุษเ้าของห้องจากนั้นก็ปรายตามองเขาอย่างพิจารณาพร้อมกับรอยยยิ้มน้อย ๆ อย่างพึงพอใจหลังจากที่เขาอาละวาดเมื่อครั้งก่อน นางก็เชิญหมอให้มาตรวจรักษาเขา คาดว่าหมอคงจะจัดยาให้ถูกโรคไม่น้อยเพราะนอกจากรอยฟกซ้ำที่เกิดจากการถูกซ้อมจะหายไปแล้ว อาการคลุ้มคลั่งและคิดว่าตนเองเป็ฮ่องเต้ก็เหมือนจะหายไปเช่นกัน
“ดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณท่านที่เมตตา”
เฉินเฉิงกล่าววาจาอย่างสำรวมหลุบตาลงต่ำซ่อนความสับสนไว้ในใจ เพราะเขาไม่รู้ว่าควรจะวางตัวเช่นไรเมื่อต้องอยู่ในร่างของเด็กหนุ่มที่ไม่มีความคล้ายตนเองในชาติก่อนแม้แต่น้อยไม่ว่าจะเป็อายุ รูปโฉม หรือแม้กระทั่งฐานันดร
“ได้ยินเช่นนี้ข้าก็เบาใจในเมื่อเ้าแข็งแรงขึ้นแล้ว เ้าก็ควรทำงานตอบแทนน้ำใจข้าได้แล้ว”
เจียวมี่ ส่งสายตาอย่างมีความหมายให้บุรุษตรงหน้า
เฉินเฉิงเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่เล้าน้ำเสียง และแววตาหยาดเยิ้มเช่นนั้นทำให้เขารู้สึกสะท้านในอก
“ทะ.... ท่านจะให้ข้าตอบแทนเช่นไร”
เขาถามเสียงสั่น
“ทำงาน”
“ทำงาน”
เขาทวนคำด้วยความสงสัยพลางเบิกตากว้างขึ้น งานที่นางจะให้เขาทำ คือ อะไรกันหนอ
เจียวมี่ปิดปากหัวเราะคิกเมื่อเห็นแววตาตื่นตระหนกไร้เดียงสาของบุรุษผู้งดงามดุจเทพเซียนจากนั้นจึงเอ่ยต่อเขายิ้ม ๆ ว่า
“เ้ารีบทานยา และอาหารเสียเถิดจะได้มีกำลังวังชา ทดแทนบุญคุณ”
................................................
หลังจากรับประทานอาหารและจัดการธุระยามเช้าของตนเสร็จเรียบร้อยเฉินเฉิงก็ถูกเรียกให้เข้าไปหาเจียวมี่ที่ห้อง ห้องหนึ่งโดยมีผู้คุมซ่องยืนอยู่สองด้านของประตู
“เข้ามาสิ”
เจียวมี่ขยิบตาให้เขาอย่างยั่วเย้าเขาเดาเอาว่ากิริยายั่วยวนบุรุษของนางคงทำบ่อย ๆ จนเป็นิสัยติดตัวนางไปแล้ว
เฉินเฉิงก้าวเข้าไปในห้องแล้วหยุดยืนห่างจากนางพอสมควรอย่างถือตัว แผ่นหลังเหยียดตรง มือขวาไพล่หลังมือซ้ายกำไว้หลวม ๆ ยกขึ้นเล็กน้อยในระดับเอว เชิดใบหน้างามสง่าขึ้นเล็กน้อย
แม่เล้าเห็นท่าทางเช่นนั้นของหนุ่มน้อยก็หัวเราะคิกด้วยความเอ็นดูแล้วเอ่ยว่า
“ข้ารู้ว่าเ้ารูปงามราวเทพเซียนเ้าอายุไม่ถึงครึ่งของข้ากลับวางท่าใหญ่โตคับฟ้าปานนี้หรือเ้ายังคิดว่าตนเป็ฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์อยู่อีก”
เมื่อได้ยินคำทักท้วงดังนั้นเฉินเฉิงก็ปล่อยมือลงอย่างเงอะงะ แล้วแกล้งไอกลบเกลื่อนก่อนเอ่ยวาจา
“ไม่ทราบว่าท่านจะให้เรา....”เขาชะงักไปเล็กน้อย แล้วรีบเปลี่ยนวาจาให้คล้ายกับสามัญชนว่า “ให้ข้าทำงานอะไร”
“งานง่าย ๆแค่ปรนนิบัติลูกค้าสตรีที่มาหอนี้”
เจียวมี่เอ่ย
“ให้ข้าช่วยต้อนรับ แล้วยกอาหารแลสุรามาให้พวกนางรึ”
เฉินเฉิงถามเพื่อความกระจ่าง
เจียวมี่หัวเราะเสียงแหลมสูงขึ้นอีกหนเมื่อเห็นสีหน้าอันไร้เดียงสาของเด็กหนุ่ม
“ทำแค่นั้นจะไปได้เบี้ย ได้ทองจากลูกค้าได้อย่างไรกัน”
“แล้วเป็สิ่งใดเล่า”
เจียวมี่ยืนขึ้นแล้วเดินมาใกล้ ๆ บุรุษหนุ่มก่อนกระซิบข้างหูด้วยเสียงอันอ่อนหวานอย่างช้าๆ ว่า
“รับแขก... บนเตียง...”
“ว่าไงนะ !ท่านคงจะไม่ได้ให้ข้าทำเื่อย่างว่ากับสตรีมากมายเพื่อแลกเงินหรอกนะ !”
เฉินเฉิงใบหน้าซีดเผือด
“ใช่... เ้าต้องนอนกับสตรีเพื่อตอบแทนที่ข้าช่วยชีวิตเ้าไว้ทั้งค่ายา ค่าที่พัก ค่าอาหาร ทุกสิ่งล้วนมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น....”
เจียวมี่ตวาดเสียงแหลมหากนางไม่เห็นว่าเขาสามารถทำเงินให้นางได้มีหรือนางจะดูแลเขาดีเช่นนี้
“ให้ข้าช่วยทำงานอย่างอื่นได้หรือไม่หาบน้ำ ผ่าฟืนหรือล้างจานก็ได้”
เขาลั่นวาจาออกไปทั้ง ๆที่ตนเองไม่เคยทำสักอย่าง แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องนอนกับผู้หญิงเพื่อแลกเบี้ย
“เ้าคิดว่าล้างจานผ่าฟืนกี่ชาติถึงจะชดใช้ค่ายา ค่าเสื้อผ้าที่เ้าสวมใส่ได้ เหอะ ! อย่างไรเสียเ้าก็ต้องรับแขก!”
“ขะ... ข้าทำไม่เป็”
เมื่อต่อรองไม่ได้ผลเขาก็ต้องใช้วิธีโกหก เพราะตนตอนนี้ คือ เด็กหนุ่มวัยสิบแปดบางทีอาจจะยังไม่เคยเรียนรู้อย่างว่ามาก่อน
วาจาของเขาทำให้ทั้งเจียวมี่และผู้คุมต่างหัวเราะลั่น
“เ้าไม่ต้องกังวลไป...ข้าได้เตรียมผู้ฝึกสอนให้เ้าแล้ว เหมยฮวาเข้ามาได้แล้ว”
ประโยคหลังแม่เล่าะโออกไปทางประตู ไม่นานนักสตรีวัยสามสิบห้าในชุดบางเบาก็เดินเข้ามาในห้อง
จากนั้น เจียวมี่ก็ลุกขึ้นแล้วเอ่ยว่า
“ช่วยสอนเด็กใหม่ที”
สิ้นคำ นางก็เดินออกไป
เฉินเฉิงเห็นเช่นนั้นจึงสาวเท้าจะออกจากห้องไปเช่นกันแต่ถูกผู้คุมซ่องทั้งสองผลักเข้ามาในห้องเต็มแรงจนล้มลงไปกับพื้น
“นายหญิงสั่งว่าเ้าต้องเรียนรู้งานกับเหมยฮวาจนครบทุกกระบวนท่าจึงจะออกจากห้องนี้ไปได้”
จบคำพวกมันก็กระแทกประตูปิดดัง ปัง !
เหมยฮวา ย่อตัวลงนั่งข้าง ๆบุรุษหนุ่ม นางฉีกยิ้มอย่างยินดีที่สุดในชีวิตที่ได้มีโอกาสร่วมเตียงกับบุรุษรูปงามเกินมนุษย์เช่นนี้
“มาเถอะ...ข้าจะสอนท่านให้ครบทุกกระบวนท่า”
มือเหี่ยวย่นของนางวางลงบนไหล่เขา
เฉินเฉิงถึงกับผงะรีบเบี่ยงตัวหลบแล้วคลานหนีอย่างลนลาน
“ยะ... อย่าเข้ามานะ”
เขาร้องเสียงสั่นใบหน้าที่โน้มลงมาใกล้เขานั้น พอกแป้งเพื่อกลบริ้วรอยบนใบหน้าจนหนาเตอะริมฝีปากแดงฉาน ยามนางยิ้มให้ราวกับภูตผีแสยะยิ้มอย่างน่ากลัวจนส่วนที่แสดงความบุรุษของเขาแทบจะหดเข้าไปภายในกายอยู่แล้ว
- ให้ตายเถอะ แม้แต่นางกำนัลชั้นต่ำที่สุดในตำหนักเขายังสวยกว่าสตรีผู้นี้เป็ร้อยเท่า ! -
“หากไม่เข้าใกล้ท่าน....แล้วข้าจะสอนได้อย่างไร”
นางทั้งเอ่ยวาจาทั้งถาโถมตัวเข้าหาเขาคล้ายกับจะกระโจนเข้ากอดเขาก็มิปาน
“อ๊าก...”
เฉินเฉิงกลิ้งตัวหลบไปอีกทางอย่างหวาดผวาเมื่อครู่ที่นางะโเข้าหานั้น อาภรณ์ของนางได้เผยอออกจนเห็นทรวงอกห้อยโตงเตงราวกับบวบเหี่ยวยิ่งเพิ่มความสยองมากขึ้นจนเขาแทบอยากจะกลั้นใจตาย
“ปล่อยข้าไปเถอะ”
“ข้าไม่ได้จะฆ่าเ้าเสียหน่อย พวกเรากำลังจะทำเื่สนุกๆ กันต่างหาก”
นางมองเขาคล้ายกับอาหารทิพย์ที่หากินได้ยากยิ่งก่อนจะกระโจนเข้าหาเขาอีกครั้ง
ตุบ !
ร่างของนางคร่อมบุรุษหนุ่มเอาไว้ได้จากนั้นนางก็ระดมจูบเขาไปทั้งใบหน้า
“อ๊าก...... ช่วยด้วยยยยย ....ช่วยข้าด้วย...”
เฉินเฉิงะโสุดเสียง ทั้งผลักทั้งดันร่างเหมยฮวาออกจากตัวแต่นางกลับกอดเขาเป็พัลวันอย่างเหนียวหนึบราวกับมือปลาหมึก หรือวันนี้เขาต้องสังเวยความเป็บุรุษให้กับสตรีอัปลักษณ์ผู้นี้แล้วจริงๆ
...............................................................................