ตอนที่ 30: การแข่งขัน
เมืองซานหยินเปลี่ยนโฉมในพริบตา นครโบราณแหล่งนักโบราณคดี ที่ปรกติเต็มไปด้วยเสียงท่องจำอักษรรูนและการสำรวจซากปรักหักพัง บัดนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากธงของราชวงศ์ ป้ายสมาคมการค้า อักษรสีทองของภาคีโอสถ และสัญลักษณ์อันเกรียงไกรของหอวิญญาณยุทธ์
ตอนนี้เรือเหาะของแต่ละสำนักทยอยมาจอดที่นอกเมือง มีรถม้าหลายคันไปรอรับนักเรียน ส่วนเหล่าคณาจารย์บ้างเหาะไปที่จัตุรัส บ้างขี่สัตว์พาหนะบินไป ในเมือง ชาวเมืองก็คึกคัก ยี่สิบปีแล้วกว่าสำนักเย่วจีจะวนมาเป็นเจ้าภาพ ผู้คนต่างเริ่มหลั่งไหลไปที่จัตุรัสกลางเมือง
ณ. จัตุรัสกลางเมือง เจดีย์สมบัติเทพ ถูกย้ายมาตั้งตระหง่านที่กลางเมือง แผ่พลังอำนาจอันลี้ลับอย่างเงียบงัน มันคือสิ่งก่อสร้างจากแดนสวรรค์ สมบัติลับของหอคอยวิญญาณยุทธ์ ซึ่งจะถูกเปิดใช้งานทุกๆ ห้าปีเท่านั้น
"ข้ารู้สึกได้...เจดีย์นั่นระดับสวรรค์"
เสียงเรโซ่พูดเบา ๆ ขณะจ้องมองยอดเจดีย์ที่สูง
ทุกคนทยอยเข้าไปที่โถงชั้นล่างของเจดีย์ โถงนี้เป็นสนามรับชมแข่งขันขนาดใหญ่ ที่รองรับผู้คนได้มากมาย
ภายในสนามแข่งขันมีเด็กหนุ่มสาวจากสี่สำนักใหญ่ รวมทั้งหมดแปดทีม แยกเป็นทีมชาย ทีมหญิงจากแต่ละสำนัก ตามธรรมเนียมที่วางโดยสำนักเย่วจีเมื่อหลายร้อยปีก่อน
ทวีปตะวันออก สำนักชิงเหอมาในชุดสีขาวขอบแดง
ทวีปตะวันตก สำนักเทียนหลง มาในชุดสีเหลืองอ่อนสดใส
ทวีปเหนือ สำนักพยัคฆ์ทมิฬมาในชุดสีเขียวอ่อน
หลงจู๊พิธีกรแนะนำแต่ละทีม
บนจอมีแนะนำรายชื่อแต่ละทีมและข้อมูลขึ้นมา
สำนักเทียนหลงทวีปตะวันตก
ชื่อทีม เพลิงอัสนีแห่งเทียนหลง ทีมนี้เป็นกลุ่มจอมยุทธ์สายพลังบุกทะลวงและควบคุมสนามรบโดยใช้พลังไฟและค่ายกลเป็นหลักหลัวเจี้ยน ผู้นำที่เงียบขรึม เป็นผู้ใช้กระบี่เพลิงวิหค มีพลังธาตุไฟเป็นแกนหลัก เขาโดดเด่นด้านการต่อสู้ระยะประชิดที่ทรงพลัง
กวนสง ผู้ควบคุมร่มโลหะกลไก เชี่ยวชาญการตั้งรับและควบคุมพื้นที่รบ ด้วยธาตุลม เขาคือหัวใจของการวางกลยุทธ์
เกาซิน ผู้ใช้หอกยาวสองคม พลังผสมระหว่างไฟกับลม ทำให้เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับพายุไฟ
เฉินหลี พลธนูที่ใช้เพลิงและอาวุธลับ ลอบสังหารศัตรูจากระยะไกลด้วยลูกธนูธาตุไฟที่แฝงพิษ
กวนฟู่หรง นักสู้ผู้ใช้สนับมือโลหะและค่ายกล เขาคือแนวหน้าอันดุดันของทีม โจมตีและควบคุมพื้นที่ด้วยพลังดิบ
เฉียนซี ผู้ใช้ดาบสองมือธาตุดิน อยู่กลุ่มกองหน้าคู่หูกวนฟู่ฟรง
สำนักพยัคฆ์ทมิฬ ทวีปเหนือ
ชื่อทีม เงาพยัคฆ์ดำ กลุ่มนี้เน้นพลังมืด ความเร็ว การลอบสังหาร การสะกดพื้นที่ และการโจมตีระยะประชิดทรงพลัง
เหลียนโหรว หัวหน้าทีมมือมีดคู่พยัคฆ์ ธาตุความมืด สายลอบโจมตีเงียบงันแต่ร้ายแรงที่สุด
อู๋อี้ ชายร่างยักษ์ผู้เงียบขรึมผู้มีทวิธาตุ ใช้ค้อนใหญ่ ธาตุดินกับน้ำแข็ง เป็นแนวปะทะที่มั่นคงและเป็นจอมทำลายล้าง
มู่จวง ชายลึกลับใช้ด้ายวิญญาณควบคุมศัตรู มีธาตุความมืดและเชี่ยวชาญการจับกุมและปิดพื้นที่
หยางเป่า นักดาบน้ำแข็งที่แม่นยำ เขาใช้ดาบควบคุมสภาวะแวดล้อมด้วยการแช่แข็ง และสร้างจังหวะให้ทีม
ซูหม่า สายเวทควบคุมเวลา ใช้พัดพยากรณ์ คอยวางแผนและคาดการณ์ศัตรูอย่างแม่นยำ
มึนโฮ เด็กหนุ่มธาตุสายฟ้า มีดคู่ความเร็วและโจมตีรุนแรงคือลักษณะเด่นของเขา
สำนักชิงเหอ ทวีปตะวันออก
ชื่อทีม เหนือบึงชิงเหอทีมนี้เน้นการประสานเวทน้ำ ไม้ และสายฟ้า ใช้พลังธรรมชาติอย่างชาญฉลาดซ่งอวี่ ผู้นำใจสงบ ใช้ดาบน้ำวน ธาตุน้ำ เชี่ยวชาญการประสานพลังและเสริมความสมดุลแก่ทีม
หานเฟย มือหอกผู้ใช้พลังไม้ สร้างเถาวัลย์รัดพันศัตรูและเสริมความแข็งแกร่งให้ดินแดนโดยรอบ
ลู่ชิน มือถุงมือสายฟ้า สายประชิดเคลื่อนที่ไว โจมตีแบบฟาดฟันด้วยแรงสายฟ้าแบบสายบู๊สุดขั้ว
หวงจิน นักเวททวิธาตุ ที่ใช้ผ้าคลุมเวทมนตร์ รวมพลังแสงและไฟ สร้างหมอก ปรับอุณหภูมิ ควบคุมสนามรบ เชี่ยวชาญค่ายกล
จ้าวหลง จิตรกรแห่งพลังปราณ ใช้พู่กันร่ายค่ายกลวิญญาณและเขียนยันต์เวทสนับสนุน เป็นผู้คุมจังหวะเบื้องหลังอย่างแท้จริง
สำนักเย่วจีมาในชุดขาวขอบสีฟ้า
ทีมแสงเงา สมาชิกทั้งสี่คนคือ
ซูคิม กระบี่สายฟ้า เชี่ยวชาญค่ายกลวงเวท ควบคุมพื้นที่และสนับสนุนการวางกับดัก มีบทบาทแนวหน้า และฝ่ายสร้างค่ายกลระหว่างพักแรม
จิมมี่ ค้อนธาตุไฟ สายบุกทะลวงแนวหน้า ดูแลอุปกรณ์และอาวุธ
เรโซ่ มีดสั้นธาตุเวลา ชำนาญยันต์เสริมความเร็วและลดความเร็วศัตรู เป็นหน่วยสอดแนมและสายป่วนในลานประลอง
ฤทธา ธาตุแสงและสายฟ้า เชี่ยวชาญหกอาชีพ วางแผนยุทธศาสตร์และอุปกรณ์เสริมทีม
“ห้าปีที่แล้ว สำนัก สำนักเทียนหลงคว้าแชมป์ด้วยทีมชาย ซึ่งมี หลินเฟิง หัวหน้าทีมมากฝีมือ เป็นขุนพลผู้ใช้เวทมิติแปรสภาพสภาพแวดล้อม และอวิ๋นชิง มือมีดล่องหนที่สามารถสังหารศัตรูได้ในพริบตา”
พิธีกรแนะนำทีมแชมป์เก่า และชี้มือไปบนอัฒจันทร์ เหล่าคนดูปรบมือชื่นชม
“ทีมหญิงของพวกเขาแม้ไม่ถึงรอบชิง แต่ก็แสดงความสามารถอย่างโดดเด่น
ปีนี้พวกเขากลับมาในฐานะแชมป์เก่ามาร่วมชมการแข่งขัน”
หลงจู๊หวังที่ฤทธารู้จักเป็นผู้ดำเนินการ
เหล่าศิษย์ทั้งสี่สำนักทยอยเข้ามาในสนามจนเต็มอัฒจันทร์ ชุดสีประจำแต่ละสำนักชัดเจน ทำให้รู้สึกมีสีสันและพลังงาน เมื่อทีมแข่งหญิงของสำนักเย่วจีเดินลงสนาม เสียงฮือฮาก็ดังขึ้นเต็มอัฒจันทร์
เด็กสาวหน้าน่ารักหกคน เดินมาในชุดฟ้าอ่อนขอบขาว นำทีมโดยอาจารย์หญิง
หลงจู๊ผู้ดำเนินพิธีรีบรายงานตามข้อมูลที่ได้มา เริ่มที่ทีมหญิงสำนักเย่วจี หวังซิ่วอิง เฟรด้า ชิงหรู เหมยเฟิง หลินหลานและฮาจองทีมนี้ฝึกหนักภายในสำนัก และมีการทดสอบเชิงกลยุทธ์ทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะหวังซิ่วอิงที่มีสายตาคมกริบดุจดั่งเหยี่ยว และคาดว่าอาจพาทีมทะลุเข้ารอบลึกๆ ได้เช่นกันทีมหญิง สำนักชิงเหอทวีปตะวันออก
แนวทาง เชี่ยวชาญศาสตร์แห่ง เสียงและพลังคลื่นจิต เน้นเวทย์สนับสนุน จิตสัมผัส การรบแบบจิตวิญญาณ ไป๋หลิวซิน ผู้นำทีม ผู้ใช้พิณวิญญาณ สร้างคลื่นเสียงทำลายล้างและสะกดอารมณ์ศัตรู จูเม่ยหลาน นักเวทคลื่นจิต ใช้เสียงกระซิบสร้างภาพลวงและปั่นป่วนจิตใจ หลันเอ๋อร์ นักธนูสายฟ้า แม่นยำเป็นเลิศ ใช้พลังเสียงจับการเคลื่อนไหว หยางฮวา นักปรุงพิษจากเงามืด แฝงยาพิษในหมอกเวทได้แนบเนียน ฮินาโนะ เด็กสาวจากหมู่บ้านชายฝั่ง มีพลังเรียกหมอกและฝูงวิญญาณทะเล จ้าวซูเหยา ธาตุน้ำขั้นสูง ใช้พลังควบคุมการไหลเวียนเลือดในร่างกายศัตรู จุดเด่น การผสานระหว่างพลังเสียงกับเวทควบคุมจิตใจ ทำให้ทีมนี้ รบโดยไม่แตะต้อง แต่ศัตรูกลับไร้เรี่ยวแรงไปเอง
ทีมหญิง สำนักพยัคฆ์ทมิฬทวีปเหนือ
แนวทาง เน้นยุทธร่างกาย ความเร็ว สัญชาตญาณสัตว์ร้าย และการประจัญบานระยะประชิด เซินจินอวี๋ ผู้นำทีม ใช้กรงเล็บวิญญาณพยัคฆ์ มีความเร็วเหนือชั้น เคลื่อนที่ได้ไร้เสียง คุโรโกะ สาวจากเผ่าทางเหนือ ใช้มีดคู่และวิชาลอบสังหารในเงา หมิงเยวี่ย นักมวยยุทธ มีพลังกระแทกที่ทำลายอาวุธได้ในหมัดเดียว มินฮวา ธาตุหิน ใช้หอกคมหินต่อสู้ระยะกลาง มีพลังป้องกันสูง อายามิ ผู้มีวิญญาณเสือดาวในตัว เคลื่อนไหวเร็ว รอยยิ้มอันตราย หลิวหงจู ธาตุลม ใช้พัดเหล็กควบคุมทิศทางลม พยุงเพื่อนให้เร็วขึ้น จุดเด่น รวดเร็ว หนักแน่น และจู่โจมพร้อมกันเหมือนฝูงสัตว์ล่าเหยื่อ ประสบการณ์ในสนามจริงทำให้แต่ละคนรู้จังหวะฆ่าทุกครั้งที่มีโอกาส
ทีมหญิง สำนักเทียนหลงทวีปตะวันตก แนวทางเวทยุทธ์ผสมธาตุเพลิงและดิน รุนแรงแม่นยำ เน้นการควบคุมพื้นที่และอาวุธรุนแรง เหวินเซียนหลัน ผู้นำทีม เชี่ยวชาญกระบี่เพลิงวิญญาณ ควบคุมเปลวเพลิงเป็นสายรัดพัน โซเฟีย ดราเวน ธาตุลม จากตะวันตก ควบคุมชิ้นส่วนเหล็กให้ลอยตัวเป็นอาวุธบิน เซี่ยจิ้งหรู ใช้หอกไฟ ควบคุมคลื่นความร้อนสร้างม่านเพลิงหมุน ไคร่า ชาวเผ่าแห่งทะเลทราย ใช้พลังระเบิดเพลิงจากผิวหนัง สร้างคลื่นแรงกระแทก หลี่ฮวาเหมย ธาตุเพลิง ใช้เทคนิคเผาไหม้ต่อเนื่องในพื้นที่สร้างเป็นลาวา เอริน เฟย์ สาวลูกครึ่งจากแดนตะวันตก ใช้เวทอักขระกับโล่เพลิงในการป้องกันหมู่ จุดเด่น พลังโจมตีรุนแรงที่สุดในหมู่สำนักหญิง สร้าง สนามรบที่เผาไหม้ ให้ศัตรูไม่มีทางยืนได้นานตัวแทนทุกคนเดินมาที่กลางสนาม มีจอใหญ่หลายมุม ผู้ชมปรบมือเมื่อเห็นตัวแทนทั้งแปดทีม
“ผู้เข้าแข่งขันจะถูกวงเวทเคลื่อนย้ายเข้าสู่เจดีย์สมบัติเทพซึ่งมีห้าชั้น และระบบการสอบเปลี่ยนทุกห้าปี แม้แต่ผู้ที่เคยแข่งมาก่อนก็เดาไม่ได้ เพราะแต่ละทีมจะถูกส่งสุ่มไปคนละตำแหน่ง และแต่ละโจทย์ก็แตกต่างกัน”
หลงจู๊หวังบรรยายต่อ
ภายในเจดีย์มีทั้งด่านฝ่าฝูงสัตว์อสูร รังปีศาจอำมหิตปริศนาโบราณ อักษรรูนลับ ค่ายกลเวทป้องกันซ้อนสองรูปแบบ จุดพักแรมจำกัด ทรัพยากรจำลองที่ต้องแย่งกัน
แต่ละชั้นมีเวลาจำกัด หากไม่สามารถผ่านได้ทันเวลา จะถูกส่งไปชั้นถัดไปแต่ไม่ได้คะแนน”
หลงจู๊หันไปทางผู้ทรงเกียรติด้านหลัง
“นอกจากนั้น เรามีผู้สนับสนุนรางวัลต่างๆ มากมาย ราชวงศ์ ให้อันดับหนึ่ง คนละสองแสนศิลาวิญญาณ สิทธิ์เลือกอาวุธวิญญาณคนละหนึ่งชิ้น และสิทธิ์การเลือกฝึกงานที่กองทัพในฐานะ ศิษย์ของแม่ทัพคนใดก็ได้ หรือจะเลือกเป็นศิษย์หัวหน้าองครักษ์ก็ได้เช่นกันสมาคมการค้า เตรียมของรางวัลพิเศษให้ทีมสาม อันดับแรก อุปกรณ์ระดับห้าให้ทีมชนะ และระดับสี่ให้ทีมรอง และระดับสามให้ทีมที่สาม ทีมอันดับหนึ่งถึงสาม จะได้รถม้าทีมละคัน ทีมที่หนึ่งจะเป็นรถตกแต่งภายในกว้างเป็นพิเศษ
ภาคีโอสถ เตรียมโอสถชั้นสูงให้ตัวแทนของทุกสำนัก และโอสถพิเศษแก่ผู้ที่แสดงความสามารถโดดเด่น หอวิญญาณยุทธ์ ให้ทีมอันดับสองคนละหนึ่งแสนศิลาวิญญาณ อันดับสามคนละห้าหมื่นศิลาและทีมที่เหลือคนละหมื่นศิลา ยาชำระชีพจรระดับห้าให้ทุกคน และให้สิทธิ์ทีมชนะเลิศพิจารณาเข้าสังกัด ในสถานะเตรียมองครักษ์พิเศษของหอคอยวิญญาณยุทธ์”
สิ้นเสียงประกาศทุกคนฮือฮาทั้งสนาม เหมือนว่ารางวัลปีนี้ มากมายเป็นพิเศษ
พิธีกรเชิญผู้อวุโสของหอคอยวิญญาณยุทธ์มาให้โอวาท
“พวกเจ้ามิใช่แค่ตัวแทนสำนัก แต่คือตัวแทนของเผ่ามนุษย์ทั้งหมด อย่างที่รู้ว่าการแข่งนี้จัดขึ้นเพื่อเพิ่มประสบการณ์ และความสัมพันธ์ของสี่สำนัก จึงไม่มีการสู้กันเอง เพราะไม่อยากปลูกฝังการเอาชนะกันเองของพวกเด็กๆ พวกเราไม่ใช่ศัตรูกัน เราต้องร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อเผ่าพันธุ์ของเราและเด็กๆ พวกนี้คืออนาคต หวังว่าการแข่งนี้จะเป็นประสบการณ์ที่ดีของพวกเด็กๆ”
จบคำกล่าวของผู้อาวุโสจากหอคอยวิญญาณยุทธ์ และตอนนี้การแข่งขันกำลังจะเริ่ม
ขณะนั้นเองบนอัฒจันทร์มีเสียงฮือฮา
“นั่นสามสาวตระกูลบีทีส จินมีมากับวีและจุ๊กกอง”
หญิงสาวกลุ่มหนึ่งซุบซิบกันถึงสามสาวท่าทางสง่างามที่เพิ่งมาถึงที่นั่งคนดู
“ตระกูลบีทีสเจ็ดคนเพิ่งขึ้นทะเบียนทีมรบนี่ ชื่อทีมบีทีส ข้าจำได้”
เสียงซุบซิบจากหนุ่มอีกกลุ่มหนึ่ง ทุกสายตาจับจ้องไปที่สามสาวที่มานั่งชมการแข่งขัน
ทุกทีมจากสำนักต่างๆ จับกลุ่ม รวมตัวกันเข้ามา บางทีมกอดคอกันล้อมเป็นวงกลม แล้วพูดปลุกใจกัน หลายทีมยืนล้อมวง ประสานมือกันไว้ตรงกลาง นับหนึ่งถึงสามแล้วชูขึ้น บ้างตะโกนชื่อสำนัก บ้างตะโกนปลุกใจ
ทีมแสงเงาเห็นภาพต่างๆที่กำลังเกิดขึ้น
พวกเขายืนมองหน้ากัน
“พวกนั้นกำลังรวมใจ สร้างความสามัคคี แต่พวกเรากำลังมีสิ่งกลัดกลุ้มในใจ งั้นพวกเราก็มารวมใจ แล้ววางมันไว้ตรงนี้ก่อน จะได้มีสมาธิ”
ซูคิมเสนอความคิด
“เอามือมารวมกัน นับหนึ่งถึงสาม”
จิมมี่พูดพร้อมยื่นมือไปก่อนเป็นคนแรก
“ถอนหายใจให้ดังโฮ่ เฮือกใหญ่ๆ”
ฤทธาพูดเสร็จวางมือเป็นคนที่สอง
“ปล่อยมือลงไป แล้วทิ้งความกังวลไว้”
เรโซ่พูดต่อแล้ววางมือเป็นคนที่สาม
ซูคิมวางคนสุดท้ายแล้วพูด
“หนึ่ง…สอง…สาม…”
“โฮ่”
จบตอน.
12ปราณธาตุ มีปราณยุทธ์ 7ธาตุ
???? 1. ธาตุดิน ความมั่นคงและพละกำลัง หนักแน่น แข็งแกร่ง ทรงพลัง
???? 2. ธาตุน้ำ :ควบคุมกระแสน้ำและการลดแรงโจมตี ไหลลื่น ยืดหยุ่น
???? 3. ธาตุลม ความเร็วและความว่องไว ควบคุมอากาศ สร้างพายุ เคลื่อนที่รวดเร็ว
???? 4. ธาตุไฟ พลังทำลายรุนแรงและพลังโจมตีสูง เผาผลาญศัตรูได้ต่อเนื่อง
???? 5. ธาตุไม้ การควบคุมพืช เถาวัลย์ใช้พันธนาการศัตรูเปลี่ยนแปลงไม้ใช้โจมตี
⚡ 6. ธาตุสายฟ้า ว่องไว ทะลุทะลวง พลังโจมตีรุนแรง ความเร็วสูง ทำให้ศัตรูชา
❄️ 7. ธาตุน้ำแข็ง แช่แข็งศัตรู ลดความเร็ว ใช้น้ำแข็งสร้างอาวุธหรือกำแพง
2. ปราณวิญญาณ 5 ธาตุ
☀️ 1. ธาตุแสง ใช้แสงสำรวจการบาดเจ็บ ฟื้นฟูการบาดเจ็บ
???? 2. ธาตุมืด แฝงตัวในเงาและความทืด ทำให้ศัตรูสับสน ทำให้ศัตรูมองไม่เห็น
???? 3. ธาตุมิติ ควบคุมช่องว่างอวกาศและการเคลื่อนที่ เปิดประตูมิติพาศัตรูไปที่อื่น
⏳ 4. ธาตุเวลา บิดเบือนกาลเวลา ทำให้ศัตรูช้าลงหรือเร่งความเร็วตัวเอง
☠️ 5. ธาตุวิญญาณ ธาตุที่หายากที่สุด สามารถควบคุมและสื่อสารกับวิญญาณ มีพลังจิตสูง สามารถโจมตีจิตใจทำให้ศัตรูหมดสติหรือหมดพลัง