หนีความวุ่นวายมาเป็นผู้ใหญ่บ้านในต่างโลก แต่ลูกบ้านดันมีตั้งแต่มอนสเตอร์ยันมังกรบรรพกาล ภาค 1

    บทที่ 46: เดินเครื่องจักรเฮเซลบรุค กลิ่นขนมปังอบใหม่

            บทที่ 46: เดินเครื่องจักรเฮเซลบรุคกลิ่นขนมปังอบใหม่

            ซ่าาาาา...ครืนนนนน... ครืนนนนน...

            เสียงของสายน้ำตกม่านไพลินที่ทิ้งตัวลงมากระทบแอ่งน้ำเบื้องล่างบัดนี้ไม่ได้ฟังดูเกรี้ยวกราดหรือน่าหวาดหวั่นอีกต่อไปแต่มันคือจังหวะดนตรีแห่งธรรมชาติที่ถูก 'ปรับจูน' มาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด!

            ต้องขอบคุณ'ไลรา' และเผ่าเงือกน้ำจืด ผู้ดูแลระบบน้ำ ที่ประจำการอยู่ภายในถ้ำลับหลังม่านน้ำตกพวกเธอใช้สัญชาตญาณแห่งสายน้ำผสานกับการควบคุมคางคกศิลา 'ร็อกกี้'บริหารจัดการตาน้ำหลักและฝายชะลอน้ำขั้นบันไดอย่างเคร่งครัดผลลัพธ์ที่ได้คือ ปริมาณน้ำที่ไหลบ่าลงมาสู่โลกภายนอกมีความสม่ำเสมอ คงที่และไร้ซึ่งความผันผวนใดๆ ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง!

            ณริมหน้าผาน้ำตก กังหันน้ำแบบรับน้ำด้านบน ขนาดยักษ์เส้นผ่านศูนย์กลางหกเมตรกำลังหมุนวนด้วยความเร็วรอบ ที่เสถียรราวกับเข็มนาฬิกาถังรับน้ำไม้ทุกใบตักตวงมวลน้ำและถ่ายเทแรงโน้มถ่วงลงสู่เพลาเอก อย่างเต็มประสิทธิภาพ

            "สมบูรณ์แบบ! อัตราการไหลของน้ำ นิ่งสนิท! กำลังบิด มาเต็ม!"

            อีไลอัสในร่างเด็กชายวัยสิบสองปียืนกอดอกอยู่ภายใน 'อาคารโรงสี' ที่เพิ่งจะสร้างครอบระบบส่งกำลังเสร็จหมาดๆดวงตาของเขาทอประกายเจิดจ้าเมื่อมองดู 'เฟืองดอกจอก' ขนาดยักษ์ที่ขบกันอย่างแนบสนิทไร้ที่ติเสียงไม้กระทบกันดังกุกกักเป็นจังหวะที่ไพเราะที่สุดในโสตประสาทของวิศวกร

            เด็กชายหันไปหาเอลดรินและกลุ่มเอลฟ์สายช่างทอที่ยืนมองเครื่องจักรกลด้วยความทึ่ง"เอาล่ะพวกนาย! หมดเวลาของการใช้กล้ามเนื้อตำข้าวสาลีแบบคนยุคหินแล้ว!วันนี้ฉันจะแสดงให้เห็นว่า 'พลังงานกล' มันปลดแอกความเหนื่อยล้าได้อย่างไร!"

            อีไลอัสเดินไปที่เพลาตั้งที่หมุนรับแรงมาจากเฟืองดอกจอก เขาได้ใช้สกิล [สถาปนิกแห่งพงไพร] สร้างระบบกลไกที่สลับซับซ้อนขึ้นมารองรับการแปลงพลังงานไว้แล้ว

            "ดัสตี้!เอาหินแกรนิตที่แกขุดมาสลักทรงกลมไปติดตั้งไว้ที่แท่นรับน้ำหนัก!"

            ตุ่นอสูรวิศวกรโยธาในชุดหมวกเซฟตี้ดันก้อนหินแกรนิตทรงกระบอกแบนๆขนาดใหญ่สองก้อนเข้ามาอีไลอัสใช้เวทมนตร์ก่อสร้างเจาะรูตรงกลางและสลักร่องระบายบนหน้าสัมผัสของหินอย่างแม่นยำ

            "นี่คือ 'หินโม่แป้ง'"อีไลอัสอธิบายหลักการทำงาน "หินก้อนล่างเรียกว่า 'Bedstone'มันจะอยู่นิ่งๆ ส่วนหินก้อนบนเรียกว่า 'Runner Stone' มันจะถูกเชื่อมต่อเข้ากับเพลาหมุนของกังหันน้ำเมื่อเราเทเมล็ดข้าวสาลีลงไปในรูตรงกลางหินก้อนบนที่หมุนด้วยความเร็วสูงจะบดขยี้เมล็ดข้าวให้แตกละเอียดและดันผงแป้งออกมาตามร่องระบายด้านข้าง!"

            อีไลอัสดึงคันโยกไม้เพื่อเชื่อมต่อระบบคลัตช์แบบง่ายๆสับเปลี่ยนเฟืองให้แกนเพลาตั้งจับเข้ากับหินโม่ก้อนบน

            ครืดดดดดดด!

            หินโม่แกรนิตก้อนบนเริ่มหมุนคว้างด้วยความเร็วและพละกำลังที่ไม่มีมนุษย์หรือเอลฟ์คนไหนทำได้!

            "เอลดริน! เทข้าวสาลีลงไปเลย!"

            ผู้นำเอลฟ์พยักหน้าเขายกกระสอบข้าวสาลีที่เดซี่ปลูกไว้ เทกรอกลงไปในกรวยไม้เหนือหินโม่เพียงเสี้ยววินาทีที่เมล็ดข้าวสีทองสัมผัสกับหน้าหินที่กำลังหมุนบดเสียงบดขยี้ก็ดังขึ้น พร้อมกับ... 'ผงแป้งสีขาวบริสุทธิ์' ที่ค่อยๆ ไหลทะลักออกมาตามขอบหินโม่ ร่วงหล่นลงสู่กระบะไม้รองรับเบื้องล่างอย่างต่อเนื่องและนุ่มนวล!

            "ท... เทพบิดร! แป้งมันละเอียดมาก!ละเอียดและขาวสะอาดกว่าที่พวกข้าตำด้วยมือทั้งวันเสียอีก!" ฟินดอลเอลฟ์หนุ่มช่างทอ ทรุดตัวลงคุกเข่า เอามือรองรับผงแป้งที่ร่วงหล่นลงมาน้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลอาบแก้ม "แถมยังโม่ได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ...นี่พวกเรา... ไม่ต้องทนมือพองจากการจับสากไม้อีกแล้วใช่ไหมขอรับ!"

            "แน่นอนฟินดอล! แรงงานของพวกนายถูกปลดแอกแล้ว!" อีไลอัสหัวเราะร่า"หน้าที่ของพวกนายมีแค่เทข้าวสาลีใส่กรวยและมัดปากถุงแป้งที่โม่เสร็จแล้วเท่านั้น! พลังงานธรรมชาติจะทำหน้าที่ใช้แรงงานหนักแทนพวกเราเอง!"

            เสียงโห่ร้องยินดีของเผ่าเอลฟ์ดังกึกก้องโรงสีแต่ความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมของอีไลอัสยังไม่จบเพียงแค่นั้น!

            "อย่าเพิ่งดีใจจนหมดก๊อก! เพราะโรงสีแห่งนี้ ไม่ได้มีไว้แค่ทำอาหาร!"

            สถาปนิกน้อยเดินไปที่เพลาหลักอีกฝั่งหนึ่งซึ่งถูกติดตั้งกงล้อไม้ขนาดใหญ่และขนาดเล็กสลับกันไปมา เขาเรียกบาร์นีย์หมียักษ์อสูรรถเครนให้เดินเข้ามาใกล้ๆ

            "บาร์นีย์...แกคงเบื่อที่จะต้องมานั่งดึงเลื่อยไม้ไปกลับจนกล้ามแขนแทบฉีกแล้วใช่ไหม?"อีไลอัสยิ้มกริ่ม

            "โฮก... บาร์นีย์... เมื่อย... อยากนอนกินมันเทศเฉยๆ..." หมียักษ์พยักหน้าหงึกๆทำหน้าตาออดอ้อน

            "ความปรารถนาของแกเป็นจริงแล้วไอ้เพื่อนยาก!"

            อีไลอัสอธิบายระบบให้ดัสตี้และบาร์นีย์ฟัง"ที่เพลาฝั่งนี้ ฉันได้ติดตั้ง 'ระบบทดเกียร์' เอาไว้!การใช้กงล้อเฟืองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางต่างกันเชื่อมต่อกัน จะช่วยแปลง 'กำลังบิด' ที่สูง ให้กลายเป็น 'ความเร็วรอบ'!"

            เด็กชายดึงคันโยกอีกอันสายพานที่ทำจาก 'เส้นใยของสปินเนอร์ (แมงมุมอสูร)' ซึ่งมีความเหนียวและทนทานต่อแรงดึงสูงสุดถูกสับให้ตึงและเชื่อมต่อกำลังจากเพลาหลัก เข้าสู่แกนหมุนของ 'ใบเลื่อยไม้' ที่อีไลอัสใช้ไม้โอ๊กเหล็กสลักซี่ฟันแหลมคมติดไว้

            ฟิ้ววววววววว!!!

            ใบเลื่อยไม้หมุนคว้างด้วยความเร็วสูงจัดจนมองเห็นเป็นเพียงแผ่นจานโปร่งแสงเสียงลมถูกตัดขาดดังแหลมเล็กบาดหูบ่งบอกถึงความคมและความเร็วที่พร้อมจะฉีกทึ้งทุกอย่าง

            "ลองดูสิบาร์นีย์! ดันซุงท่อนนั้นเข้าหาใบเลื่อยเลย!"

            บาร์นีย์ใช้อุ้งเท้าดัน'ท่อนซุงไม้เนื้อแข็ง' วางลงบนรางเลื่อน แล้วค่อยๆดันมันเข้าหาใบเลื่อยที่กำลังหมุนติ้ว

            จี๊ดดดดดดดดดด!!!

            ใบเลื่อยพุ่งทะลวงเข้าตัดเนื้อไม้แข็งๆราวกับมีดร้อนๆ หั่นเนย! ขี้เลื่อยปลิวว่อนไปในอากาศท่อนซุงขนาดใหญ่ถูกผ่าครึ่งออกเป็นแผ่นไม้กระดานที่เรียบเนียนกริบและมีความหนาเท่ากันเป๊ะๆ ทุกมิลลิเมตร!การตัดไม้หนึ่งแผ่นใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบวินาที ซึ่งหากเป็นแรงของบาร์นีย์เลื่อยเองอาจต้องใช้เวลาเกือบสิบนาที!

            "ไม้กระดานที่ถูกตัดด้วยเครื่องจักร จะมีสัดส่วนที่แม่นยำ ได้ฉากและมีความคลาดเคลื่อน ต่ำสุดๆ!" อีไลอัสลูบคลำแผ่นไม้กระดานแผ่นแรกที่เพิ่งถูกตัดออกมา"นี่แหละคือ 'มาตรฐานสถาปนิก'อย่างแท้จริง! จากนี้ไปการสร้างบ้านหรือเฟอร์นิเจอร์ของเราจะรวดเร็วและสมบูรณ์แบบกว่าเดิมสิบเท่า!"

            หมียักษ์อสูรมองดูแผ่นไม้กระดานสลับกับมองหน้าเจ้านาย มันร้อง "โฮกกกกก!" ด้วยความดีใจสุดขีดมันกระโดดเข้าสวมกอดอีไลอัสและดัสตี้จนแทบแบนติดพื้นแรงงานแบกหามและเลื่อยไม้ของมันได้รับการปลดแอกอย่างเป็นทางการแล้ว!

            เมื่อระบบอุตสาหกรรมทำงานได้อย่างเสถียรอีไลอัสก็สั่งให้เอลดรินตัก 'แป้งข้าวสาลีโม่ละเอียด'ถุงแรกสุดที่เพิ่งผลิตได้สถาปนิกน้อยหอบถุงแป้งนั้นเดินกลับมาที่ลานอเนกประสงค์กลางหมู่บ้านมุ่งหน้าเข้าสู่ 'บ้านหินแกนกลางความร้อน'

            "งานวิศวกรรมอาคารจบไปแล้ว... ทีนี้ก็ถึงเวลาของ 'วิศวกรรมอาหาร' !"

            อีไลอัสวางถุงแป้งลงบนโต๊ะไม้เขาไม่ได้แค่จะต้มข้าวสาลีกินเป็นข้าวต้มแต่เขาตั้งใจจะทำสิ่งที่ยกระดับจิตวิญญาณของการสโลว์ไลฟ์... การอบขนมปัง!

            "เดซี่! ขอตัวช่วยหน่อย!" อีไลอัสตะโกนเรียกกระต่ายอสูรสายพฤกษา

            "มาแล้วเจ้านาย!" เดซี่กระโดดดึ๋งๆ เข้ามาในบ้านหิน

            "ฉันต้องการ 'ยีสต์ธรรมชาติ'" อีไลอัสเทแป้งผสมกับน้ำสะอาดจากระบบประปา"ในอากาศรอบตัวเรามีจุลินทรีย์อยู่แล้ว ฉันต้องการให้แกใช้มานาพฤกษาเร่งกระบวนการเติบโตของยีสต์ในแป้งก้อนนี้ให้มันหมักตัวและสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้เร็วที่สุด!"

            เดซี่พยักหน้ามันวางตีนหน้าลงบนชามไม้ คลื่นมานาสีเขียวสว่างวาบ กระบวนการหมักแป้ง ที่ปกติต้องใช้เวลาข้ามคืนถูกเร่งปฏิกิริยาจนแป้งโด ขยายตัวพองฟูขึ้นเป็นสองเท่าภายในเวลาไม่กี่นาที!กลิ่นเปรี้ยวอมหวานของการหมักยีสต์ธรรมชาติลอยแตะจมูก

            อีไลอัสนวดแป้งอย่างทะมัดทะแมงไล่อากาศและจัดทรงมันเป็นก้อนกลมรี อย่างสวยงามเขาบากหน้าแป้งด้วยมีดไม้เพื่อให้มันขยายตัวตอนอบ

            "ฟินน์! วอร์มเตา!"

            จิ้งจอกนักรบเวทที่รอสแตนด์บายอยู่หน้า'เตาผิงหินแม่น้ำ' ที่อีไลอัสสร้างไว้ตั้งแต่ช่วงก่อตั้งหมู่บ้านอ้าปากพ่นไฟเวทมนตร์เข้าไปในช่องเตาผิง หินแม่น้ำที่เป็นก้อนหนาเตอะทำหน้าที่เป็น 'มวลความร้อน' กักเก็บและแผ่รังสีความร้อน ออกมาอย่างสม่ำเสมอซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่เพอร์เฟกต์ที่สุดสำหรับการอบขนมปังแบบเตาฟืน!

            อีไลอัสใช้ไม้พายดันก้อนแป้งโดเข้าไปในเตาผิงหินปิดฝาไม้โอ๊กเหล็กเพื่ออบความร้อนให้ระอุอยู่ด้านใน

            "เอาล่ะ... ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอุณหพลศาสตร์ และ ปฏิกิริยาเมลลาร์ด!" สถาปนิกน้อยปาดเหงื่อที่หน้าผาก

            เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่ทว่า... ความเปลี่ยนแปลงกลับเริ่มส่งสัญญาณออกมาอย่างชัดเจน!

            กลิ่นหอม...กลิ่นหอมกรุ่นที่แสนจะคุ้นเคยในโลกมนุษย์ แต่แปลกประหลาดและเย้ายวนใจที่สุดในโลกของป่าต้องห้าม!กลิ่นของการอบแป้งสาลีที่ผสมผสานกับยีสต์ธรรมชาติความร้อนทำให้โปรตีนและน้ำตาลในแป้งทำปฏิกิริยากัน เกิดเป็นกลิ่นหอมของความเกรียม ที่ลอยคละคลุ้งทะลุปล่องไฟออกไปครอบคลุมทั่วทั้งรัฐอิสระเฮเซลบรุค!

            "ฟุดฟิด... กลิ่นอะไรน่ะ... หอมจังเลย..."

            เหล่าเอลฟ์ที่อยู่ไกลถึงโซนทิศตะวันออกต่างหยุดชะงักดัสตี้และบาร์นีย์ที่กำลังพักเหนื่อยอยู่ที่โรงสีถึงกับน้ำลายสอไพเพอร์บินโฉบลงมาจากท้องฟ้า สปินเนอร์โผล่หัวออกมาจากบ้านต้นไม้ และแม้กระทั่ง...

            ซ่าาา...

            ที่บริเวณลำธารตื้นๆริมลานอเนกประสงค์ ซึ่งเชื่อมต่อมาจากฝายชะลอน้ำของถ้ำลับ 'ไลรา'และเผ่าเงือกน้ำจืด ก็ยังอดใจไม่ไหวต้องว่ายทวนกระแสน้ำขึ้นมาเกาะอยู่ที่ขอบอ่างไม้ยักษ์ที่บาร์นีย์ขุดเตรียมไว้ให้พวกเธอแช่น้ำเพื่อตามหากลิ่นหอมอันแสนวิเศษนี้!

            "เปิดเตาได้!"

            อีไลอัสเปิดฝาเตาผิงควันสีขาวลอยกรุ่นออกมา พร้อมกับ "ขนมปังโลฟแรกแห่งเฮเซลบรุค"!

            ก้อนขนมปังพองฟูสมบูรณ์แบบเปลือกนอก มีสีน้ำตาลทองเกรียมสวยงามและแตกลายเป็นร่องอย่างมีศิลปะเมื่ออีไลอัสใช้มีดไม้หั่นมันออกเป็นแผ่นๆ เสียง 'กร้วม' ของเปลือกที่กรอบนอกนุ่มในก็ดังกังวานไอร้อนพวยพุ่งออกมาจากเนื้อขนมปังสีขาวนวลที่ฟูฟ่องราวกับปุยเมฆ!

            อีไลอัสเดินถือถาดไม้ที่เต็มไปด้วยแผ่นขนมปังร้อนๆออกมาที่ลานอเนกประสงค์กลางหมู่บ้าน ซึ่งบัดนี้ ประชากรทุกชีวิต ทุกเผ่าพันธุ์ได้มารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา!

            "นี่คือรางวัลของพวกเราทุกคน!"

            อีไลอัสประกาศเสียงใส"ขนมปังโฮมเมดอบใหม่ๆ จาก 'แป้งสาลีชั้นยอด' ที่เดซี่และกองทัพกระต่ายช่วยกันปลูกอบใน 'เตาดินเผาเวทมนตร์เก็บความร้อน' ฝีมือการก่ออิฐของกลุ่มเอลฟ์ช่างปั้น ทาด้วย 'เนยสด'ที่สกัดจากนมวัวหินผาที่ฟินน์และ 'กลุ่มเอลฟ์นักรบ'ช่วยกันออกไปล่ามาเมื่อวันก่อน และราดด้วย 'น้ำผึ้งป่า'หวานฉ่ำ! กินกันให้อิ่มไปเลย!"

            ทันทีที่แผ่นขนมปังหอมกรุ่นถูกแจกจ่ายลงบน'จานเซรามิกเคลือบเงา' สีสันสวยงาม—ผลผลิตล่าสุดจากโรงปั้นของเอลฟ์—ความเงียบก็เข้าปกคลุมลานกว้างมีเพียงเสียงเคี้ยวและเสียงครางด้วยความฟินขั้นสุด! คลอเคล้าไปกับ 'เสียงดนตรีบรรเลงอะคูสติก' แสนไพเราะจากกลุ่มเอลฟ์นักบรรเลงที่ช่วยขับกล่อมบรรยากาศยามเย็นให้สมบูรณ์แบบราวกับอยู่ในภัตตาคารหรู

            "ส... สวรรค์! ขนมปังนี่มันนุ่มละมุนยิ่งกว่าปุยฝ้ายรสชาติหวานมันของเนยและน้ำผึ้ง ซึมซาบเข้าไปในเนื้อแป้งที่อบอุ่น...อร่อยเหลือเกินขอรับ!" เอลดริน เอราริน่า และพวกเอลฟ์  กัดขนมปังไปน้ำตาไหลไป

            "โฮก! อร่อย! บาร์นีย์ชอบ! หอมมมม!"หมียักษ์ยัดขนมปังเข้าปากทีละสามแผ่น

            "โฮ่ง! เนื้อวัวที่ฉันกับคีแลนช่วยกันล่ามาพอเอามาทำเนยทาขนมปังแล้วมันยอดเยี่ยมไปเลยเจ้านาย!" ฟินน์กระดิกหางรัวๆ

            ไลราและเผ่าเงือกทั้งสามสิบชีวิตที่แช่อยู่ในลำธารซึ่งพวกเธอรับหน้าที่เป็น 'ผู้ดูแลระบบชลประทานและกรองน้ำบริสุทธิ์'ก็ได้รับแผ่นขนมปังไปชิมเช่นกัน พวกเธอเคี้ยวขนมปังร้อนๆ แกล้มกับ 'สาหร่ายวารีรสหวาน' ที่พวกเธอเพิ่งเพาะพันธุ์ขึ้นมาใหม่ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขอันล้นปรี่

            อีไลอัสทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้มีพนักพิง(เก้าอี้ประจำตำแหน่งสถาปนิก) ภายใต้ 'เต็นท์ผ้าใบใยแมงมุมขึงตึง' ฝีมือสปินเนอร์ที่ช่วยบังแดดและลมเขากัดขนมปังกรอบนอกนุ่มในที่ทาเนยน้ำผึ้งชุ่มๆ เข้าปากความอร่อยที่คุ้นเคยไหลซ่านไปทั่วลิ้น เด็กชายยก 'แก้วมัคดินเผา'ที่บรรจุ 'ชาสมุนไพรร้อนๆ' ขึ้นจิบเพื่อกลั้วคอ

            ต้นบลิสโอ๊คแห่งความสุขส่งกลิ่นหอมพร้อมออร่าแห่งความสุขออกมาจางๆทั่วพื้นที่ อีไลอัสกวาดสายตามองไปรอบๆ ลานกว้าง...

            มองดูบาร์นีย์หมีอสูรที่แข็งแกร่ง ฟินน์ จิ้งจอกนักรบเวท เดซี่ กระต่ายพฤกษา ดัสตี้ ตุ่นวิศวกรพุดดิ้ง สไลม์ย่อยสลาย ไพเพอร์ นกโดรนสำรวจ สปินเนอร์ แมงมุมผู้สร้างใยเอลดรินและกองทัพเอลฟ์ทุกสายอาชีพ ไลราและเผ่าเงือกผู้คุมตาน้ำ...

            ภาพของสิ่งมีชีวิตกว่าสองร้อยชีวิตหลากหลายเผ่าพันธุ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ล่า ผู้ถูกล่า และผู้ลี้ภัยที่สิ้นหวัง...บัดนี้กำลังนั่งทอดกายบน 'เสื่อสานเนื้อนุ่ม' ล้อมวงกินขนมปังอบใหม่ด้วยกันอย่างมีความสุขภายใต้ร่มเงาของสถาปัตยกรรมที่มั่นคงและปลอดภัย

            จากกระท่อมเล็กๆใต้ต้นบลิสโอ๊ค ที่มีแค่เตาผิงหินและกองไฟในวันแรก... วันนี้รัฐอิสระแห่งเฮเซลบรุค มีทั้งแหล่งอาหารที่มั่นคงระบบประปาและชลประทานที่สะอาดบริสุทธิ์ โรงงานทอผ้าไหมเวทมนตร์โรงอบสถาปัตยกรรมดินเผา และเครื่องจักรกลกังหันน้ำที่ปลดแอกแรงงานพวกเขาสามารถปลูกพืช โม่แป้ง เลื่อยไม้ ปั้นภาชนะ และทอผ้าใส่เองได้ 100%!

            "ชุมชนที่พึ่งพาตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ..."

            อีไลอัสระบายยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจที่สุดความเหนื่อยยากทั้งหมดที่ทุ่มเทมาตั้งแต่บทแรกได้ผลิดอกออกผลอย่างงดงามความหมายของการมีชีวิต 'สโลว์ไลฟ์' ไม่ใช่การอยู่เฉยๆแต่คือการสร้างระบบที่แข็งแกร่งพอที่จะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างไร้กังวลต่างหาก

            กงล้อแห่งเฮเซลบรุคหมุนต่อไป...พร้อมกับกลิ่นขนมปังอบใหม่ที่หอมหวนที่สุดในป่าต้องห้าม!

    คล้ายกับเรื่องหนีความวุ่นวายมาเป็นผู้ใหญ่บ้านในต่างโลก แต่ลูกบ้านดันมีตั้งแต่มอนสเตอร์ยันมังกรบรรพกาล ภาค 1 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280