ตอนที่ 63 สิ่งมีชีวิตจากยุคโบราณ
ความชั่วร้ายบาปเคราะห์ เสนียดจัญไรทั้งปวง ขอเทวานุภาคปัดเป่ามลายสูญ
ปีศาจร้ายผู้กระทำความชั่วร้ายตนใดไม่ประพฤติตนกลับใจสู่ทางธรรม จงพินาศย่อยยับดับสูญ
โอม โอม โอม...
เทวานุภาเวนะวินาสะเมนตุ ฯ
ตึ้ง!
คลื่นพลังงานสีทองอ่อนพวยพุ่งเข้าสู่สถูปเจดีย์ผ่านร่างแอนดรูว์ไปโดยไม่ทำอันตรายต่อเขา ก่อนเสียงร้องโหยหวนจะดังออกมาพร้อมเสียงโซ่เหล็กสั่นไหว
ฮรู้วววววววววววววววววววววววว
ครึ้งเคร้ง..กร๊อกแกร๊ก...
Let me out~
ปึง ปัง ปึง ปัง......
ระหว่างพลังทั้งสองสายเข้าปะทะกันต่อเนื่องแอนดรูว์ใช้พลังจิตวิญญาณมองภาพธรรมพระโพธิสัตว์ครู่หนึ่งเขาเห็นเพียงแสงสว่างเจิดจ้า พอมองไปทางวิเวียนเห็นว่าเธอจ้องมองเขาเหมือนไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเขาจึงเดินเข้าสู่สถูปเจดีย์
วินาทีที่แอนดรูว์เข้าสู่สถูปเจดีย์เขารู้สึกเหมือนถูกดวงตาชั่วร้ายคู่หนึ่งจ้องมอง แต่เขาเลือกไม่สนใจและมองภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในสถูปเจดีย์อย่างไม่ทุกข์ร้อน
‘ในเขตเสาหินอาจเป็นเหมือนพื้นที่ปิดกั้นทุกสิ่งที่เกิดในขอบเขตเสาหินไม่มีทางรับรู้ด้วยสัมผัสทั้งหกจากภายนอก’ แอนดรูว์คิดในใจพลางไล่มองภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายถูกกำราบลงและผนึกไว้ยังสถูปเจดีย์แห่งนี้เขาไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร รู้แค่มันถูกวาดเป็นร่างสีดำใหญ่โตยืนสองขา มีสี่แขนสองหาง
สิ่งมีชีวิตชั่วร้ายตัวนี้ถูกเล่าผ่านภาพว่ามันได้เข่นฆ่าสิ่งมีชีวิตในดินแดนแห่งหนึ่งจนกลายเป็นทะเลเลือดและภูเขาโครงกระดูกบุกทำลายสิ่งปลูกสร้างสำคัญในยุคโบราณหลายแห่ง...
...ในภาพยังมีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากต้องการปราบปรามมันแต่ทุกชีวิตต่างไม่สามารถทำได้และตายลงด้วยการเข่นฆ่าที่แตกต่างกันไป กระทั่งมียักษ์สูงใหญ่หนึ่งปรากฏขึ้นพร้อมรัศมีแห่งธรรมได้เข้ามาปราบปรามจนเกิดการปะทะกันระหว่างทั้งสอง...
...จากภาพจิตรกรรมฝาผนังการต่อสู้นั้นยาวนาน เพราะเกิดในหลายสถานที่ ไม่ว่าจะแม่น้ำ ขุนเขา ทะเลหรือในป่าไม้สุดท้ายการต่อสู้ได้จบลงในจักรวาลเวิ้งว้างสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายถูกยักษ์สูงใหญ่ใช้บาตรสีดำผนึกกักขังไว้ภายใน...
...ภาพวาดแสดงยักษ์สูงใหญ่จับบาตรสีดำเดินทางผ่านห้วงจักรวาลยาวนานจนไปถึงหอคอยโบราณเก้าชั้นแห่งหนึ่งที่แห่งนั้นยักษ์สูงใหญ่ได้มอบบาตรสีดำให้นักพรตชราชุดขาวพร้อมกับพระธาตุสีทองและสถูปเจดีย์ทองแดง...
...ภาพสุดท้ายเป็นนักพรตชราชุดขาวนำบาตรสีดำผนึกเข้าไปในสถูปเจดีย์ทองแดงพร้อมพระธาตุสีทองก่อนนำไปไว้ในหอคอยโบราณเก้าชั้น
“แปลก! ในภาพไม่มีเสาหินด้านนอก หรือว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นมาทีหลัง?” แอนดรูว์เกิดความสงสัย เขามองไปยังประตูสามบานที่กลมกลืนไปกับจิตรกรรมฝาผนังมองด้วยตาเปล่าเขาไม่สามารถแยกแยะได้ แต่พอมองด้วยจิตวิญญาณเขาเห็นประตูตรงกลางเป็นประตูสีขาวประตูทางขวาเป็นสีดำและประตูทางซ้ายก็เป็นสีดำ
‘ทุกอย่างมีความหมายถ้าเราไปยุ่งกับมันคงเกิดเรื่องไม่ดี’ แอนดรูว์ส่ายหน้าเขามีความคิดจะเดินออกไปจากสถูปเจดีย์แต่ต้องหยุดความคิดลงเมื่อใช้จิตวิญญาณมองดูภายในสถูปเจดีย์อีกครั้ง
คราวนี้แอนดรูว์เห็นทุกอย่างไม่เหมือนเดิมจากที่เขาควรจะเห็นเพียงประตูสามบานสะดุดตา เขากลับเห็นภาพจิตรกรรมฝาผนังเปลี่ยนไปสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายที่ควรจะเข่นฆ่าเหล่าสิ่งมีชีวิตกลับช่วยเหลือสรรพชีวิตปกป้องสถานที่สำคัญจากยักษ์สูงใหญ่และนักพรตชราชุดขาวก่อนจะถูกผนึกด้วยความไม่เป็นธรรม
ฮึ! แอนดรูว์พ่นลมหายใจ เขาไม่มีความรู้สึกอะไรหลังเห็นทุกอย่างเปลี่ยนไปนอกจากความไม่พอใจเล็กน้อย
“เรื่องแบบนี้ฉันเจอมาเยอะไม่คิดว่าจะมีไอ้บ้าตัวไหนกล้าล่อลวงฉัน” น้ำเสียงแอนดรูว์เย็นชา ดวงตาเย็นเยียบคลื่นพลังน่าเกรงขามสายหนึ่งปะทุออกจากร่าง จิตวิญญาณแยกตัวออกมาจากกายหยาบ
“ให้ฉันดูแกชัด ๆ”จิตวิญญาณแอนดรูว์โบกมือ พลังงานไร้รูปเปลี่ยนภาพทุกอย่างพลิกกลับเผยให้เห็นร่างมหึมาใต้สถูปเจดีย์ ถูกโซ่สีทองพันธนาการแน่นหนา ด้านบนมีพระธาตุสีทองปลดปล่อยพลังสะกดข่มรอบด้านมีอักขระเต๋ารายล้อมด้านล่างมีเทคโนโลยีบางอย่างดูดซับพลังงานส่งให้โซ่สีทอง
“หน้าตาอุบาทว์ชาติชั่วนิสัยเลวระยำ น่าเสียดายไม่มีใครเชือดแกได้ในอดีต” แอนดรูว์มองใบหน้าของร่างมหึมามันเป็นโครงหน้าของจระเข้ยุคดึกดำบรรพ์ ดวงตาสีเหลืองนัยน์ตาสัตว์เลื้อยคลานร่างกายมีสี่แขน สองขาและสองหางทั่วร่างปลดปล่อยกลิ่นอายชั่วร้ายและคลื่นพลังสีม่วงตลอดเวลา
“ฉันล่ะอยากเข้าไปเอาตัวแกมาวิจัยน่าเสียต้องสำรวจและเก็บข้อมูลทุกอย่างก่อน” แอนดรูว์นำจิตวิญญาณกลับเข้าสู่ร่างกายไม่ได้สนใจสายตาของสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายที่จ้องเหมือนอยากกลืนกินเขาทั้งตัว
เมื่อแอนดรูว์ลืมตาขึ้นอีกครั้งทุกอย่างได้กลับคืนสู่สภาวะปกติคลื่นพลังที่เคยปะทะกันหายไปพร้อมภาพธรรมพระโพธิสัตว์ยกเว้นความรู้สึกที่ถูกสายตาอันชั่วร้ายคู่หนึ่งจับจ้องยังไม่เลือนหายไป
‘เหมือนแกอยากจะกินฉันฮึ! รอก่อนเถอะ ฉันจะจับแกไปวิจัยให้ถึงอนุภาคเชียว’ แอนดรูว์คิดในใจพร้อมกับเดินออกจากสถูปเจดีย์
ปึง! ประตูทางเข้าสถูปเจดีย์ปิดตัวลงทันทีที่แอนดรูว์เดินพ้นประตูทุกอย่างที่เกิดด้านนอกยังกลับคืนสู่สภาพปกติและเหมือนเวลาจะผ่านไปนานพอสมควร
“นายท่าน”วิเวียนวิ่งเข้ามาหาแอนดรูว์ ท่าทางเธอดูเป็นห่วงเขาเกินความจำเป็น ไม่ไกลนักเดโม่ที่เหมือนยืนรอมานานได้เดินเข้ามาด้วยส่วนเดวิดและชีวจักรกลสีแดงยังคงทำการเก็บข้อมูลและสำรวจต่อไป
“ฉันอยู่ในนั้นนานแค่ไหน”แอนดรูว์ถามวิเวียนทันทีเมื่อเธอเดินมาถึงตัวเขาวิเวียนจึงยืนนับนิ้วของเธออยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกกับเขา
“คุณอยู่ข้างในเกือบสองวันนายท่าน”
“อืม” แอนดรูว์ตอบสั้นๆ ก่อนจะหันมองเดโม่ที่เริ่มรายงานให้เขา
“รายงานพบเจอเส้นทางเชื่อมต่อไปยังด้านล่าง อยู่ห่างจากตำแหน่งปัจจุบันสิบกิโลเมตร”
“ฉายภาพสามมิติ”แอนดรูว์พูดจบ เดโม่ได้ฉายภาพสามมิติของซากอารยธรรมโบราณให้แอนดรูว์เห็น
“ดูจากภาพระยะห่างไม่น่าเกินสองร้อยเมตรแสดงว่าภายในสถานที่แห่งนี้มีการบิดเบือนของมิติเวลา”แอนดรูว์ครุ่นคิดขณะมองภาพฉายสามมิติเขาจึงนึกขึ้นได้ว่าทุกอย่างมันดูผิดปกติตั้งแต่เริ่มลงบันไดประกอบกับข้อมูลส่วนหนึ่งจากสถูปเจดีย์ ช่วยให้เขาคาดเดาบางอย่างได้
“วิเวียนตอนฉันเดินเข้าไปในนั้น เธอเห็นอะไรผิดปกติไหม”
ได้ยินคำถามของแอนดรูว์วิเวียนเกิดความสงสัยและเล่าให้แอนดรูว์ฟัง
เธอเล่าว่าเห็นแอนดรูว์เปิดประตูเข้าไปในสถูปเจดีย์ประตูเปิดค้างและเขาก็ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูครึ่งวัน พอเขาเดินเข้าไปในสถูปเจดีย์เขาเดินวนอยู่ด้านในหลายสิบรอบ แล้วยืนนิ่งอยู่ด้านในจนเดินออกมา ก่อนประตูจะปิดลงเสียงดัง
ฟังจบแอนดรูว์รู้สึกเหมือนว่าเขากำลังทำตัวปัญญาอ่อนไร้สาระยังไงยังงั้น แต่เขาไม่ได้คิดว่าทุกอย่างเป็นภาพลวงตาเพราะจิตวิญญาณมองผ่านเห็นทุกอย่างชัดเจน
‘ไม่ได้มีแค่การบิดเบือนของมิติเวลายังมีพื้นที่กักขังเหมือนค่ายกลตามบันทึกโบราณ สิ่งอัศจรรย์หลายอย่างที่ควรจะสูญหายไปในอดีตและสิ่งมีชีวิตจากยุคโบราณที่มีชีวิตรอดถึงปัจจุบัน...แสดงว่าซากอารยธรรมนี้ เป็นหอคอยโบราณเก้าชั้นในภาพจิตรกรรมฝาผนัง’แอนดรูว์มองข้ามหลายสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล ถึงเขายังไม่เข้าใจสถานที่แห่งนี้กับซากเมืองที่อยู่ชั้นบนเกี่ยวข้องกันยังไงจากประสบการณ์ที่ไปอยู่ในมิติพิเศษและพบเจอหลายสิ่งในจักรวาล ทุกอย่างที่อยู่ด้านในอันตรายทั้งหมด
“เดโม่นายกระจายคำสั่งของฉันออกไป หนึ่งอย่าแตะเสาหินทุกต้น สองห้ามเข้าใกล้สถูปเจดีย์ สามอย่าสร้างความเสียหายให้พื้นที่ทุกส่วนสี่ยกเลิกการเก็บตัวอย่าง ห้าสแกนพื้นผิวและสร้างภาพสามมิติเท่านั้นหกกลับมารวมกลุ่มในหนึ่งชั่วโมง เราจะลงไปยังชั้นต่อไป” แอนดรูว์พูดรวดเดียวจบเดโม่ก็ถ่ายทอดคำสั่งของแอนดรูว์ให้ชีวจักรกลทุกตัว
“คุณพบอะไรด้านใน นายท่าน”วิเวียนเกิดความสงสัย เธอเห็นว่าแอนดรูว์มีท่าทีเปลี่ยนไปจากเดิม
“ไม่มีอะไรมากแต่เธอรู้ไว้ก็ไม่เสียหาย ระหว่างรอฉันจะเล่าให้เธอฟัง” แอนดรูว์พูดแล้วก็พาวิเวียนกับเดโม่เดินไปให้ไกลจากสถูปเจดีย์จนไปถึงผนังสีซีด
“เดโม่ ฉายภาพบันทึกใจกลางมหาจักรวาลบันทึกแรกที่ฉันเคยบันทึกไว้”
“รับทราบ!” เดโม่รับคำสั่งจากแอนดรูว์ มันกางมือออกและฉายภาพคมชัดไปบนผนังสีซีด
ในภาพเป็นมุมกล้องตัวหนึ่งบันทึกภาพจากมุมสูง ให้เห็นสภาพแวดล้อมของป่าเขาแห่งหนึ่ง ก่อนกล้องจะซูมเข้าไปให้เห็นร่างงูตัวใหญ่สีม่วงซ่อนตัวกลมกลืนไปกับป่าไม้
กล้องขยับอีกครั้งซูมไปยังจุดต่าง ๆ เผยให้เห็นว่าในป่าไม้และภูเขามีสิ่งมีชีวิตซ่อนตัวอยู่ทุกหนทุกแห่งที่สำคัญสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นดูคล้ายสิ่งมีชีวิตบนโลก แตกต่างตรงมันมีความพิสดารและความเก่าแก่แบบที่ไม่สามารถอธิบายได้
ไม่นานกล้องได้ซูมขึ้นไปบนท้องฟ้าและจับภาพของฝูงนกขนาดใหญ่พอซูมเข้าไปอีกจนเห็นลักษณะคล้ายแร้ง ทั่วร่างมีขนสีขาวเส้นยาวปกคลุม ขณะที่พวกมันบินจะเกิดคลื่นลมรุนแรง
ห่างไปไม่ไกลมีกลุ่มคนห้าคนขี่กระบี่ยักษ์บนท้องฟ้าพอกล้องซูมเข้าไปก็เห็นว่าคนทั้งกลุ่มสวมชุดโบราณสีเขียวแบบเดียวกัน
กล้องเลื่อนไปจับภาพมุมอื่นบนพื้นดินมีกลุ่มคนสวมชุดหนังสัตว์ถืออาวุธโบราณกำลังต่อสู้กับหมีสีแดงร่างใหญ่ ทั่วร่างมันมีเปลวเพลิงร้อนระอุลุกท่วม
เมื่อกล้องซูมภาพเข้าไปใกล้ถึงระดับเห็นลักษณะร่างกายคนสวมชุดหนังจึงว่าพวกเขาเป็นชนเผ่ามนุษย์ชนเผ่าหนึ่ง อาวุธโบราณที่พวกเขาใช้ยังปลดปล่อยคลื่นไฟฟ้าทุกครั้งที่โจมตี
“เปิดโหมดบันทึกเสียง พบสถานที่ประหลาดระหว่างการสำรวจพื้นที่ไม่รู้จักสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยอันตราย ความรู้ความเข้าใจในปัจจุบันไม่สามารถใช้เหตุมาวัดได้”เสียงแอนดรูว์ดังขึ้น น้ำเสียงนั้นดูเด็กกว่าปัจจุบันหลายสิบปี
ไม่นานกล้องได้ขยับอีกครั้งคราวนี้เป็นฝูงแมลงยักษ์กำลังเคลื่อนตัวเข้าหากล้อง
“ให้ตายเถอะ ที่นี่มันอะไรกัน”
บึ้ม! เกิดเสียงระเบิดขึ้น
กล้องเกิดการสั่นไหวภาพต่อมาเป็นภาพของท้องฟ้าและหน้าผาบนภูเขา เหมือนกำลังตกจากที่สูงก่อนจะมีปืนยึดเกาะถูกยิงไปบนหินก้อนหนึ่ง
กล้องหมุนสามร้อยหกสิบองศาและหมุนอีกหลายตลบ แล้วตัดจบไป