"ฉันบอกให้แกแอบเอาเครื่องประดับพวกนั้นไปซ่อนในห้องของเจียงมั่วไม่ใช่หรือไง! แล้วทำไมยังพกติดตัวเอาไว้อีก! ตอนนี้เื่มันบานปลายขนาดนี้ ฉันจะไปช่วยแกได้ยังไง!" กู้หลิงเยว่กระชากเสียงอย่างหมดความอดทน
"คุณหนูครับ ผมก็อยากเอาไปวางจะตายอยู่แล้ว แต่ยัยเจียงมั่วนั่นฉลาดเป็กรด เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาเลย ผมเลยไม่มีโอกาสลงมือสักที! คุณหนู ตอนนี้ผมตกงานแล้วนะ คุณต้องช่วยหางานใหม่ให้ผมสิครับ"
"แกเกือบทำฉันซวยไปด้วย ยังมีหน้ามาสั่งให้ฉันหางานให้อีกเหรอ ฝันไปเถอะ!" น้ำเสียงของกู้หลิงเยว่เต็มไปด้วยความรังเกียจและรำคาญเต็มที
พอได้ยินแบบนั้น น้ำเสียงของคนรับใช้ชายก็เปลี่ยนเป็เ็าลงทันควัน "งั้นผมจะเอาเื่นี้ไปบอกคุณชายใหญ่!"
"แกกล้าเหรอ!"
"คุณหนูครับ คนเราพอโดนต้อนจนมุม อะไรก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ"
"..."
หลังจากความเงียบเข้าปกคลุมอยู่พักใหญ่ กู้หลิงเยว่จึงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ยอมอ่อนลง "ก็ได้ ฉันพอมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคุณชายตระกูลจ้าวอยู่บ้าง แกก็ไปทำงานที่บ้านตระกูลจ้าวแล้วกัน! แต่ฉันมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง..."
ประโยคหลังจากนั้นกู้หลิงเยว่ตั้งใจลดเสียงให้เบาลง เจียงมั่วเลยไม่ได้ยินชัดนักว่าหล่อนพูดอะไรต่อ แต่ก็คงไม่ใช่เื่ดีอะไรอยู่แล้วนั่นแหละ
วันต่อมา กู้เหลียนขับรถมาส่งเจียงมั่วที่โรงเรียนด้วยตัวเอง ภายในห้องพักของครูใหญ่ เจียงมั่วยืนตัวลีบด้วยท่าทางอึดอัดไม่เป็ตัวของตัวเองได้ไม่นาน หญิงวัยกลางคนสวมแว่นกรอบดำมัดผมหางม้าต่ำก็เดินหน้าบึ้งตึงเข้ามา หล่อนขยับแว่นเล็กน้อยก่อนจะถามเสียงติดไม่พอใจเล็กน้อย "ครูใหญ่เรียกฉันมามีเื่อะไรเหรอคะ?"
"อืม นี่เจียงมั่ว ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปจะย้ายมาเรียนที่ห้องของเธอนะ"
ผู้หญิงคนนั้นกวาดสายตามองเจียงมั่วั้แ่หัวจรดเท้า พลางหรี่ตาลงด้วยความเหยียดหยามจนดวงตาแทบปิด "เธอคือเจียงมั่วเหรอ ฉันได้ยินมาว่าตอนอยู่โรงเรียนมัธยมต้นธรรมดา ผลการเรียนของเธอก็ค่อนข้างย่ำแย่ ตอนนี้ย้ายมาที่อวี้เต๋อ จะเรียนตามเพื่อนคนอื่นทันหรือไง?"
ยังไม่ทันที่เจียงมั่วจะอ้าปากตอบ หล่อนก็หันไปพูดกับครูใหญ่ทันที "ครูใหญ่คะ แค่พวกเด็กเกเรในห้องแปดตอนนี้ก็ปวดหัวจะแย่แล้ว นี่ยังจะยัดเพิ่มเข้ามาอีกคน ครูใหญ่อยากให้ห้องเราสอบได้รั้งท้ายตลอดกาลหรือไงคะ"
ครูใหญ่เหลือบมองกู้เหลียนแวบหนึ่ง ก่อนจะแสร้งกระแอมไอสองทีแล้วเอ่ยขัด "ครูจาง พูดจาอะไรแบบนั้น นักเรียนเจียงดูท่าทางฉลาดเฉลียวจะตาย ที่ผ่านมาผลการเรียนไม่ดีก็เพราะสภาพแวดล้อมและครูอาจารย์ยังไม่พร้อมต่างหาก คนเป็ครูน่ะ ต้องเชื่อมั่นว่านักเรียนทุกคนสามารถพัฒนาได้!" พูดจบเขาก็กวักมือไล่ไปทางประตู "ใกล้จะเข้าเรียนแล้ว รีบพาเธอไปที่ห้องเรียนเถอะ"
จางหลานถอนหายใจออกมาอย่างเนือย ๆ ก่อนจะสะบัดหน้าหันหลังแล้วพูดด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น "ตามฉันมา!"
เจียงมั่วเดินตามไปเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรสักคำ ระหว่างทางก็ต้องทนฟังจางหลานที่ยังคงบ่นอุบด้วยความไม่พอใจไม่เลิกรา "ทำไมเวลามีนักเรียนย้ายมาใหม่ทีไร ต้องส่งมาที่ห้องฉันทุกทีเลยนะ เห็นห้องฉันเป็ห้องรองรับเด็กเส้นหรือไง เื่ดี ๆ ไม่เคยตกถึงท้อง เื่แย่ ๆ โยนมาให้ฉันรับผิดชอบหมด ตำแหน่งก็ไม่ได้เลื่อน เงินเดือนก็ไม่ได้ขึ้น ไม่มีอนาคตเลยจริง ๆ "
เจียงมั่วฟังถ้อยคำประชดประชันเ่าั้แล้วแอบนึกขำอยู่ในใจ จนกระทั่งได้ยินหล่อนเรียก เธอจึงดึงสติกลับมา
"จริงสิ เจียง...มั่ว? อวี้เต๋อใช้ระบบคัดออกตามลำดับคะแนนท้ายแถวนะ เธอรู้ใช่ไหม อย่าคิดว่ามีบ้านตระกูลกู้คอยหนุนหลังแล้วจะชะล่าใจได้ จะอยู่รอดที่นี่ได้นานแค่ไหนมันขึ้นอยู่กับความสามารถของเธอเอง เอาล่ะ ถึงแล้ว เข้าไปได้เลย!"
ตอนนี้เป็่เวลาคาบอ่านหนังสือตอนเช้า แต่พอผลักประตูเปิดออก เจียงมั่วแทบคิดว่าตัวเองเดินเข้าห้องผิด เื่กินอาหารเช้า แต่งหน้า แต่งตัว หรือนอนหลับน่ะช่างมันเถอะ แต่ไอ้ที่ตั้งวงไพ่แถมยังมีคู่หนึ่งกำลังกอดจูบกันอย่างดูดดื่มอยู่นั่น มันจะไม่ประเจิดประเจ้อเกินไปหน่อยเหรอ? พอเพ่งมองดี ๆ ก็เห็นพวกผู้ชายกลุ่มหนึ่งกำลังโยนวิกผมส่งต่อกันไปมาอย่างสนุกมือ โดยมีชายสูงวัยคนหนึ่งวิ่งไล่ตามอยู่ข้างหลังอย่างทุลักทุเล
เจียงมั่วตาโตแอบตะลึงในใจ ชายสูงวัยคนนี้คงไม่ใช่ครูสอนภาษาอังกฤษหรอกนะ พอความคิดนี้ผุดขึ้นมา จางหลานก็ทุบประตูเสียงดังลั่นห้อง "พวกเธอทำอะไรกันน่ะ! จ้าวตงอวี่ อินไห่เสียง อันเคอ เวินจี้อวิ๋น เลิกเล่นกันได้แล้ว รีบเอาวิกผมคืนครูมู่ไปเดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียงตวาด ทุกคนในห้องต่างหยุดชะงักและหันมามองที่ประตูเป็ตาเดียว ในตอนนั้นเอง จางหลานก็ดันหลังเจียงมั่วให้ก้าวไปข้างหน้าเล็กน้อย "นี่คือนักเรียนที่ย้ายมาใหม่ เจียงมั่ว อยู่ร่วมกันดี ๆ แล้วก็ช่วยกันดูแลเพื่อนใหม่ด้วยล่ะ เข้าใจไหม?"
พูดจบหล่อนก็สะบัดตูดปิดประตู แล้วเดินจากไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
ในห้องเรียนมีเสียงผิวปากแซวขึ้นมาทันที "เด็กใหม่เหรอ? หน้าตาสวยดีนี่หว่า มาดิ มานั่งข้างพี่นี่เลย!"
เด็กหนุ่มที่พูดตบโต๊ะข้างตัวเสียงดังพลางส่งยิ้มเ้าชู้ตาเชื่อมมาให้
ส่วนครูมู่ที่ในที่สุดก็ได้วิกผมของตัวเองกลับมารีบจัดวิกให้เข้าที่ด้วยท่าทีลนลาน จากนั้นก็หันมายิ้มให้เจียงมั่ว "นักเรียนเจียงใช่ไหม? เธอลองดูว่าตรงไหนมีที่ว่าง ก็นั่งตรงนั้นไปก่อนแล้วกันนะ"
เจียงมั่วพยักหน้ารับ พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องเรียน ในห้องมีที่ว่างอยู่ทั้งหมดสามที่ นอกเหนือจากข้างตัวเด็กหนุ่มท่าทางเ้าชู้คนเมื่อกี้แล้ว ก็ยังมีที่ว่างข้างเด็กผู้หญิงคนหนึ่งและเด็กผู้ชายอีกคน
เด็กผู้หญิงคนนั้นพอเห็นสายตาของเจียงมั่วที่มองมา ก็ถลึงตาใส่ด้วยความไม่เป็มิตร ก่อนจะรีบโกยกระเป๋าและกองหนังสือออกมาวางจับจองพื้นที่ตรงที่ว่างข้างตัวทันที แสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากให้นั่งด้วย
เจียงมั่วแค่นยิ้มเยาะในใจเบา ๆ ก่อนจะเดินดิ่งไปโยนกระเป๋านักเรียนของตัวเองลงบนที่ว่างสุดท้ายที่เหลืออยู่ทันที เมื่อทุกคนเห็นการกระทำของเธอ บรรยากาศรอบตัวก็เงียบกริบจนน่าอึดอัด หลายคนถึงกับกลั้นหายใจ ยิ่งไปกว่านั้น บางคนยังมีสีหน้าสะใจและแววตารอดูเื่สนุกอย่างปิดไม่มิด
เจียงมั่วเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย หึ ดูท่าหมอนี่คงจะเป็ตัวแสบประจำห้องที่ไม่ธรรมดาแน่ ๆ เธอยังคงเดินตรงไปข้างหน้าเพื่อจะนั่งที่ที่เลือกไว้ พอเดินมาถึงเธอก็ลากเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงด้วยท่าทีเรียบเฉย
ครูมู่ขยับวิกผมให้ตรงอีกครั้ง พลางเอ่ยเตือนด้วยความระมัดระวังและเป็กังวล "นักเรียนเจียง ครูว่าเธอเปลี่ยนไปนั่งที่อื่นจะดีกว่านะ..."
"ทำไมเหรอคะ ตรงนี้ไม่ได้ว่างอยู่เหรอ?"
"มันว่างก็จริง แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่หรอกค่ะ สองที่ตรงนั้นฉันไม่อยากนั่ง ขอนั่งตรงนี้แล้วกัน"
ตามพล็อตนิยายรักน้ำเน่าทั่วไป ถ้าคนรอบข้างมีปฏิกิริยาหวาดกลัวขนาดนี้ แสดงว่าคนข้าง ๆ เธอ ถ้าไม่ใช่พระเอกก็ต้องเป็พระรองแน่นอน แถมยังต้องเป็คนที่มีเบื้องลึกเื้ักับนางเอกอย่างกู้หลิงเยว่ด้วย ก็ดีเหมือนกัน จะได้เอาไว้ปั่นประสาทเล่นงานกู้หลิงเยว่
พอเธอนั่งลง คนข้าง ๆ ที่กำลังฟุบโต๊ะสะลึมสะลือก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยท่าทางเกียจคร้าน และฉายแววหงุดหงิดเต็มทน "ใครสั่งให้เธอมานั่งตรงนี้"
เมื่อคำพูดนิ่งสนิททรงพลังหลุดออกมา บรรยากาศในห้องเรียนที่เงียบอยู่แล้วก็ยิ่งเงียบเข้าไปอีก ทุกสายตาต่างพากันจับจ้องมาที่จุดนี้เป็จุดเดียว แถมยังมีเสียงหัวเราะคิกคักแว่วมาจากมุมห้องเบา ๆ เจียงมั่วใช้หางตาชำเลืองมอง ก็เจอเด็กผู้หญิงคนเดิมที่เคยเอาหนังสือมาวางกั๊กที่นั่งนั่นเอง
"หูหนวกเหรอ?!" เด็กหนุ่มคนนั้นเห็นเจียงมั่วนิ่งเฉยไม่ยอมตอบ จึงตวาดซ้ำด้วยความรำคาญใจ
เจียงมั่วเหลือบสายตามองเขาอย่างราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวก่อนจะตอบกลับไป "รู้แล้วว่านายหูหนวก ไม่ต้องถามย้ำหรอก"
ทันทีที่เธอพูดจบ ก็มีเสียงสูดปากด้วยความตะลึงดังขึ้นระงมทั่วทั้งห้องเรียนทันที
ครูมู่ที่เห็นแบบนั้นจึงรีบเข้ามาไกล่เกลี่ยสถานการณ์ตึงเครียด "นักเรียนฉี นักเรียนเจียงเพิ่งย้ายมาใหม่ ยังไม่รู้กฎของที่นี่ อย่าไปถือสาเธอเลยนะ" พูดจบเขาก็รีบส่งสายตาสัญญาณเตือนเจียงมั่ว "เอาเป็ว่า นักเรียนเจียงลองไปหาที่นั่งอื่นดูดีไหม?"
"ครูมู่คะ ยัยนี่ไม่ได้ไม่รู้กฎหรอกค่ะ เธอตั้งใจจะนั่งตรงนั้นต่างหาก ไม่แน่ว่าอาจจะตั้งใจเล็งฉีอิ้นหรานไว้แต่แรกแล้วก็ได้ ก็แหม เดือนโรงเรียนของเราน่ะดังจะตายไป ใคร ๆ ก็รู้กันทั้งนั้น!"
ยังคงเป็เด็กผู้หญิงคนที่กั๊กที่นั่งคนเดิม ตอนนี้หล่อนกำลังเอามือป้องปากแอบหัวเราะเยาะสะใจ
เจียงมั่วตวัดสายตาเ็าดุดันมองตรงไปที่หล่อน "นักเรียนคนนี้ ดูเธอจะชอบเื่ของคนอื่นดีจังเลยนะ ชื่ออะไรเหรอ?"
เด็กผู้หญิงคนนั้นชะงักไปทันที ก่อนจะรู้สึกตัวว่าเมื่อกี้เธอเผลอกลัวสายตาเ็าของเจียงมั่วจนตัวแข็งทื่อ ตอนนั้นเอง หล่อนก็เปลี่ยนเป็โกรธจัดจนหน้าดำหน้าแดง "เหอะ เธอคิดจะหาเื่ฉันเหรอ? งั้นก็ฟังให้ดีนะ คุณหนูอย่างฉันชื่อห่าวซือฉี จำใส่หัวสมองเอาไว้ด้วยล่ะ!"