“ถ้าท่านจะให้ข้าสอบถามเขาต่อข้าขอยี่สิบตำลึง” นักพรตจูเิข่มความกลัวเป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นิญญาในระยะกระชั้นชิด
“ได้!” นายท่านตระกูลสือหันไปพยักหน้าให้พ่อบ้านฝ่ายหลังรีบควักถุงเงินออกมายื่นให้กับซูเยว่
เมื่อได้เงินตาม้านักพรตหนุ่มก็ข่มความกลัวหันไปหาพ่อบ้าน
“คุณชายของพวกท่านอยู่ในเรือนพาข้าไปที”
ซูเยว่กับกงเชากลืนน้ำลายพวกเขารู้แล้วว่าท่านอาจารย์คงตนคงจะเห็นิญญาคุณชายในเรือนนี้จริงๆคนทั้งสองแสร้งเดินช้าๆ จนนักพรตต้องหันมาเตือน
“พวกเ้าต้องเข้าไปกับข้า”
ซูเยว่เดินเข้าไปกระซิบ“ท่านอาจารย์ขอรับ พวกข้าไม่เข้าไปได้หรือไม่? กงเชากลัวผีจนจะก้าวขาไม่ออกแล้วส่วนข้าเองก็ปัสสาวะจะเล็ด”
เสี่ยวหยี่ที่เดินอยู่ใกล้ๆได้ยินเช่นนั้นก็หันไปหาจูเิ “ท่านอาจารย์ให้ข้าเข้าไปด้วยนะเ้าคะ ข้าไม่กลัว”
ศิษย์พี่ทั้งสองหันมามองเด็กหญิงพร้อมกันทั้งสองใช้มือคนละข้างตบบ่านางเบาๆ “ศิษย์น้องเล็ก เื่นี้คงต้องฝากเ้า”
“ข้าจะพาท่านอาจารย์เข้าไปเองพวกท่านรออยู่ข้างนอกก็แล้วกัน” เสี่ยวหยี่นึกขำนางรู้สึกมาตลอดว่าตนเองเหมือนมิใช่ตนเองไม่น่าจะต่างจากิญญาที่เคยออกจากร่างแล้วกลับมาเข้าร่างใหม่
….นางคิดว่าิญญาคงไม่น่ากลัวเท่ากับโจรเป็แน่....
พอถึงหน้าเรือนนั้นนักพรตจูเิก็หันมาคว้าข้อมือของลูกศิษย์คนเล็กเอาไว้แล้วเดินเข้าไปในห้องของคุณชายผู้นั้นอีกครั้ง
“เขาอยู่ในนี้จริงหรือเ้าคะ?”เสี่ยวหยี่ที่ได้เห็นจูเิยืนยันข้อมูลคนตายได้ถูกต้องก็เริ่มจะเชื่อแล้วว่าอาจารย์กำมะลอของนางมองเห็นผีจริงๆ
เด็กหญิงกวาดตามองไปรอบๆห้องเรือนนี้ปิดประตูหน้าต่างมิดชิดมีแสงผ่านมาตามกระดาษที่กรุหน้าต่างพอมองเห็นได้
“ยืนอยู่มุมห้องขวามือ”
เสี่ยวหยี่หันไปมองจนทั่วแต่กลับไม่เห็นสิ่งใด
“อาจารย์เ้าคะข้าจะถามเขา ท่านฟังคำตอบด้วยนะเ้าคะ”
นักพรตหนุ่มไม่แม้แต่จะหันไปมองซ้ำเขาเองก็กลัวเกินจะเผชิญหน้ากับิญญาคุณชายที่ยืนอยู่มุมห้อง “ดีๆ”
“เอาล่ะคุณชายสือข้ารู้ว่าท่านอยู่ในนี้ เหตุใดท่านจึงซ่อนอยู่ที่นี่?”
ภายในห้องเงียบไปอึดใจหนึ่งนักพรตจูเิจึงตอบ
“เขาบอกว่าจิตใจยังไม่สงบเพราะคนที่ลอบวางยาเขายังไม่ถูกจับได้จึงแอบซ่อนผู้คุมิญญาอยู่ที่นี่”
“แสดงว่าท่านตายเพราะถูกวางยาพิษที่ยากจะตรวจสอบได้ผู้ใดเป็คนวางยาท่าน?”
ทั้งศิษย์และอาจารย์แทบจะกลั้นใจรอคำตอบเพราะคราวนี้ิญญานั้นนิ่งอึ้งไปพักใหญ่จูเิสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงพูดสั่นเครือมาจากมุมห้อง
“เขาบอกว่าสหายสนิทที่ชื่ออวี๋จวิ้นเจี๋ย”
สีหน้าของจูเิเริ่มหนักใจเดิมเขาคิดเพียงจะออกมาทำเื่หลอกลวงเล็กๆ น้อยๆ พอได้เงินสะสมไปสร้างอารามใหม่แต่ไม่คาดว่าจะมีิญญาซ่อนอยู่ในบ้านจริงๆ ซ้ำยังตายเพราะการฆาตกรรมเช่นนี้แล้วนับเป็ความยุ่งยากนัก
“ท่านอาจารย์เขาพูดแค่นี้หรือ?”
“ใช่! เดินไปร้องไห้ที่เตียงแล้ว”
เสี่ยวหยี่หันไปมองที่เตียงว่างเปล่า“คุณชายสือ เขาวางยาท่านได้อย่างไร?”
คนทั้งสองยืนอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบนักพรตจูเิกระตุกข้อมือศิษย์ตัวน้อย
“เขาส่ายหน้าคงจะไม่รู้ว่าเพื่อนของตนใช้วิธีใด แต่น่าจะวางยาตอนไปโรงน้ำชาด้วยกัน”
“ไม่เป็ไรท่านอาจารย์เื่ที่เหลือเราค่อยไปหาทางต่อ”
“เช่นนั้นเราออกไปกันเถอะข้าเองก็เริ่มจะหายใจไม่คล่องแล้ว”
นักพรตจูเิเองก็เริ่มรู้สึกกลัวจนอยากจะเผ่นออกมาจากห้องกว้างที่แสนจะวังเวงของคุณชายสือเขาจูงมือเสี่ยวหยี่สาวเท้าเร็วจนแทบจะเป็วิ่งเมื่อออกมาได้ก็เข้าไปใกล้และเล่าสิ่งที่ทราบให้กับนายท่านสือได้ฟัง
“ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็คนผู้นี้ตอนที่ลูกชายข้านอนป่วยเขาก็เยี่ยมเยียนอยู่หลายคราว กระทั่งวันที่ลูกข้าจะสิ้นลมหายใจเขาก็ยังแวะเข้ามาดู”
นักบวชหนุ่มยิ้มน้อยๆ“ไม่ใช่ว่าเขาคอยติดตามดูอาการเพื่อให้มั่นใจหรอกหรือขอรับ?”
“ตอนที่ลูกข้าจะสิ้นลมเขาตาไม่หลับทั้งยังเอ่ยออกมาคำหนึ่ง...อวี๋ข้านึกว่าเขาคิดจะเรียกสหายที่เพิ่งลุกเดินออกไปเอาไว้ที่แท้ก็เป็ชื่อคนร้ายนี่เอง”
เสี่ยวหยี่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ“นายท่าน ข้าน้อยขอออกความเห็นหน่อยเถอะเ้าค่ะ”
ชายวัยกลางคนมองนักพรตตัวน้อยที่กล้าหาญด้วยความเมตตา“นักพรตน้อยเ้าว่ามาสิ”
“ข้าว่าเื่นี้ควรให้คนไปสืบและใช้วิธีให้ิญญาบีบให้เขาสารภาพ”
นายท่านสือกับพ่อบ้านขมวดคิ้ว“อย่างไรหรือ?”
“ข้ามีแผนจะเสนอแต่ท่านต้องมีมือปราบที่ไว้ใจได้มาทำคดีให้นะเ้าคะ”
“ครั้งนี้ข้าจะเป็ผู้ขอร้องให้หัวหน้ามือปราบโหยวมาช่วยทำดคีด้วยตนเอง”
เสี่ยวหยี่จึงบอกแผนให้กับคนตระกูลสือได้ทราบพวกเขาฟังแล้วก็รู้สึกเห็นด้วย จึงไปเตรียมชุดของคุณชายที่คล้ายกับชุดวันเสียชีวิตมาไว้และคัดคนหนุ่มที่รูปร่างหน้าตาใกล้เคียงกับคุณชายเพื่อมาแสดงเป็ิญญาทวงแค้น
หัวหน้ามือปราบโหยวอีแม้จะไม่เชื่อเื่ภูตผีิญญาแต่เมื่อบิดาของผู้ตายยังคงติดใจและร้องขอให้สอบสวนคดีอีกครั้งจึงได้สั่งให้คนไปตามตัวท่านหมอที่ตรวจศพคุณชายสือขณะที่เสียชีวิตมา
“ท่านหมอยืนยันอาการของคุณชายสือแล้วขอรับมีจุดแดงเต็มแก้มหลังจากเสียชีวิตสองชั่วยามอย่างที่ท่านอาจารย์ว่าจริงๆและพอไปหาท่านหมอเกาก็ได้รับการยืนยันว่านั่นคืออาการของผู้ที่ถูกพิษหญ้าพรากชีพซึ่งไม่อาจตรวจพบได้ง่ายในร่างของผู้เสียชีวิต”ซูเยว่เข้าไปหาพ่อบ้านสกุลสือจึงได้รู้ความคืบหน้า
“คงเหลือแต่ทำให้คนร้ายยอมสารภาพด้วยตนเองข้าหวังว่าิญญาของคุณชายสือจะทำให้ทุกสิ่งกระจ่าง”
ไป๋ซิงซวี่รับฟังการรื้อคดีของคุณชายสือด้วยความฉงนเขาขมวดคิ้วขณะมองหน้าหัวหน้ามือปราบโหยว
“สกุลสือเรียกร้องให้รื้อคดีเพราะเชิญนักพรตมาติดต่อกับิญญาหรือขอรับ?”
“ใช่! ที่แรกข้าก็คิดว่าน่าจะเป็ตุ้มตุ๋นหลอกลวง แต่เมื่อบิดาผู้ตายยืนยันว่านักพรตผู้นี้เอ่ยถึงสิ่งที่ไม่เคยมีคนนอกรู้ได้อย่างถูกต้องข้าจึงจำใจทำตามคำขอร้อง เรียกหมอคนเดิมมาสอบสวนและไปตามหาท่านหมอที่เก่งเื่พิษปรากฏว่าสิ่งที่พวกเขาสงสัยกลายเป็ความจริง”
*****************************
