รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนเหมันตนคร แต่แทนที่จะนำพาความสดใสและความหวังมาด้วย มันกลับนำพาข่าวร้ายที่ะเืฟ้าะเืดินมาแทน... ข่าวที่แพร่กระจายไปทั่วเมืองเร็วกว่าไฟลามทุ่ง และเยือกเย็นยิ่งกว่าพายุหิมะที่โหดร้ายที่สุด
ข่าวการถล่มของ "เหมืองเหล็กอัคคี"!
ในตอนแรก ไม่มีผู้ใดเชื่อถือข่าวลือที่น่าเหลือเชื่อนี้ มันเป็ไปได้อย่างไรทีู่เาทั้งลูกจะถล่มลงมา? แต่เมื่อขบวนผู้รอดชีวิตที่เนื้อตัวมอมแมมเปรอะเปื้อนไปด้วยเืและฝุ่นดินจำนวนหยิบมือเดียวหนีตายกลับเข้ามาในเมือง พร้อมกับบอกเล่าเื่ราวหายนะที่น่าสะพรึงกลัวด้วยแววตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความหวาดผวา... ทุกคนก็ต้องตกตะลึงจนสิ้นสติ!
ูเาทั้งลูกถล่มลงมาจริงๆ! เหมืองแร่ที่เป็ดั่งหัวใจและเส้นเืใหญ่ทางเศรษฐกิจของตระกูลเซียวถูกฝังอยู่ใต้ซากหินนับล้านตัน! ผู้คุมที่แข็งแกร่งและคนงานนับพันคนถูกฝังทั้งเป็โดยไม่มีโอกาสได้หลบหนี! ข่าวนี้เปรียบเสมือนอสนีบาตที่ฟาดลงกลางใจของทุกคนในเหมันตนคร สร้างแรงสั่นะเืที่รุนแรงยิ่งกว่าการแหกคุกอเวจีเมื่อสองวันก่อนนับร้อยเท่า!
ณ หอประชุมใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลเซียว บรรยากาศนั้นหนักอึ้งและกดดันจนแทบจะทำให้คนหายใจไม่ออก ผู้าุโทุกคนที่เคยมีท่าทีหยิ่งผยอง บัดนี้กลับมีใบหน้าที่เคร่งเครียดและซีดเผือด นั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหิน ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากออกมาแม้แต่คำเดียว
เพล้ง!
เสียงถ้วยชาราคาแพงที่ทำจากหยกขาวเนื้อดีถูกขว้างลงกับพื้นจนแตกกระจายดังขึ้น! เซียวคัง ยืนอยู่กลางห้องประชุม ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดจนน่ากลัว ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่าเ็สาหัสและกำลังคลุ้มคลั่ง เส้นเืบนหน้าผากของเขาปูดโปนจนแทบจะะเิออกมา
"หายนะ! นี่มันคือหายนะ!" เขาสคำรามลั่นเสียงสั่นเครือ "เหมืองเหล็กอัคคีคือทุกสิ่งทุกอย่างของเรา! มันคือที่มาของรายได้กว่าเจ็ดส่วน! บัดนี้มันพังพินาศลงแล้ว! แล้วพวกเราจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายเป็เบี้ยหวัดให้กองทัพ! จะเอาอาวุธที่ไหนไปส่งมอบให้สำนักกระบี่ครามตามสัญญา!"
"ท่านผู้นำ... โปรดสงบสติอารมณ์ด้วย" ผู้าุโฝ่ายกลยุทธ์กล่าวเตือนอย่างกล้าๆ กลัวๆ "เื่นี้... มันดูไม่ชอบมาพากลนัก ูเาจะถล่มลงมาเองตามธรรมชาติได้อย่างไร? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... หลังจากที่คุกเพิ่งจะแตก... ข้าเกรงว่า... นี่อาจจะเป็ฝีมือของใครบางคน"
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ ความหนาวเยือกเย็นที่ไม่ได้มาจากอากาศภายนอกแล่นไปทั่วสันหลังของพวกเขา
"เป็ไปไม่ได้!" เซียวเทียนอี้ ที่ยืนอยู่ข้างๆ บิดาของเขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว แม้ใบหน้าของเขาจะยังคงหล่อเหลา แต่ความหยิ่งผยองที่เคยมีนั้นได้ถูกแทนที่ด้วยความมืดมนและไอสังหารอันเย็นเยียบ "ใครกันจะมีปัญญาทำลายูเาทั้งลูกได้? ต่อให้เป็ยอดฝีมือระดับราชันย์ก็ยังทำได้ยาก! ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ไม่มีทางมียอดฝีมือระดับนั้นอยู่แน่นอน!"
"บางที... อาจจะไม่ใช่คนของเมืองนี้" ผู้าุโอีกคนเสนอความเห็นด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา "อาจจะเป็ตระกูลคู่แข่งทางการค้าของเราจากเมืองหลวง... พวกมันอาจจะอิจฉาในความมั่งคั่งของเราและ้าจะทำลายเรา!"
ข้อสันนิษฐานต่างๆ นานาถูกยกขึ้นมาถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อน พวกเขาสงสัยทุกคน... ั้แ่ตระกูลคู่แข่งไปจนถึงสำนักยุทธ์ที่เป็ศัตรู... แต่ไม่มีผู้ใดเลยที่เอ่ยถึงชื่อของเด็กหนุ่มที่พวกเขาคิดว่ากลายเป็ธุลีไปแล้วในก้นบึ้งของหุบเหว...
ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์ตระกูลหลันที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง บรรยากาศก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน
หลันเจี้ยน นั่งจิบชาอย่างสงบอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม แต่ปลายนิ้วที่เคาะอยู่บนที่เท้าแขนเป็จังหวะอย่างต่อเนื่องได้เผยให้เห็นความไม่สงบในใจของเขา เขามองไปยัง หลันซูเหยา บุตรสาวคนงามของตนที่ยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่าง มองออกไปยังทิศทางของูเาที่เคยเป็ที่ตั้งของเหมืองด้วยแววตาที่ซับซ้อนและยากจะหยั่งถึง
"เ้าคิดว่าเื่นี้เป็ฝีมือใครกัน?" หลันเจี้ยนเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ
หลันซูเหยาไม่ได้หันกลับมา นางยังคงมองออกไปข้างนอก "ข้าไม่ทราบเ้าค่ะท่านพ่อ แต่เื่นี้... มันเกิดขึ้นหลังจากที่คุกอเวจีแตกเพียงแค่สองคืน มันช่างประจวบเหมาะเกินไป"
"เ้ากำลังจะบอกว่า... สองเื่นี้มีความเกี่ยวข้องกันงั้นรึ?"
"ข้าไม่แน่ใจ" หลันซูเหยากล่าวเสียงเรียบ "แต่ในใจของข้า... กลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างประหลาด... ราวกับว่ามีสายตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังอันไร้ที่สิ้นสุด... กำลังจ้องมองพวกเราอยู่จากในเงามืด"
ไม่รู้ว่าทำไม... ภาพของเด็กหนุ่มที่นอนจมกองเืบนลานประลองเมื่อหนึ่งปีก่อนจึงได้แวบเข้ามาในหัวของนางอีกครั้ง... แววตาที่เต็มไปด้วยคำสาบานคู่นั้น... แต่นางก็รีบสลัดมันทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
'เป็ไปไม่ได้... ไอ้ขยะนั่นมันตายไปแล้ว'
"จับตาดูความเคลื่อนไหวของตระกูลเซียวไว้ให้ดี" หลันเจี้ยนสั่งการ "เมื่อเสือาเ็... มันย่อมดุร้ายและบ้าคลั่งที่สุด อย่าให้พวกมันมาลากเราลงเหวไปด้วย"
ข่าวร้ายได้กลายเป็คลื่นใต้น้ำที่กัดเซาะความสงบสุขของเมือง บรรดาชาวบ้านต่างพากันจับกลุ่มซุบซิบนินทากันด้วยความหวาดกลัวและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน หลายคนที่เคยถูกตระกูลเซียวกดขี่ข่มเหงต่างแอบสะใจอยู่ลึกๆ พวกเขามองว่านี่คือ "การลงทัณฑ์จาก์" ที่มาลงโทษตระกูลที่โหดร้ายและไร้คุณธรรม
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนั้นเอง ณ โรงฆ่าสัตว์ที่ถูกลืมเลือน...
เฟิงหลงนั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่ง เขาไม่ได้ออกไปไหนเลยตลอดทั้งวัน เขาเพียงแค่หลับตาลงและใช้จิตััอันเฉียบคมของเขารับฟัง "เสียง" ของเมือง... เสียงกระซิบ, เสียงร่ำลือ, และเสียงแห่งความหวาดกลัว ทุกข้อมูลที่ลอยมาตามลมได้ถูกนำมาปะติดปะต่อกันเป็ภาพที่ชัดเจนในหัวของเขา
เขาลืมตาขึ้นช้าๆ รอยยิ้มที่เย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"เป็ไปตามที่ข้าคาดไว้... พวกมันเริ่มสงสัยกันเองแล้ว และเริ่มระแวงแม้กระทั่งพันธมิตรของตัวเอง" เขาพึมพำกับตัวเอง
"หลงเอ๋อร์... เ้าจะทำอะไรต่อไป?" เฟิงเจิ้นที่อาการดีขึ้นเล็กน้อยจากการดูแลของบุตรชายเอ่ยถามขึ้น
เฟิงหลงหันไปมองบิดา ดวงตาของเขาฉายแววอันชาญฉลาดและอำมหิต "การทำลายเส้นเืใหญ่เป็เพียงการเริ่มต้นขอรับท่านพ่อ ขั้นต่อไป... คือการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดระแวงให้งอกงาม"
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำ "อีกสามวัน... คาราวานขนส่งผ้าไหมและเครื่องเทศซึ่งเป็สินค้าราคาสูงของตระกูลหลันจะเดินทางผ่าน 'ช่องเขาหมาป่าคร่ำครวญ' เพื่อไปยังเมืองท่าทางทิศใต้... และมันจะไม่มีวันไปถึงจุดหมาย"
"เ้าจะ...ปล้นคาราวานของตระกูลหลันรึ?" เฟิงเจิ้นถามอย่างใ
"ใช่... แต่ไม่ใช่ในนามของข้า" เฟิงหลงยิ้มเย็น "เหมืองของตระกูลเซียวเพิ่งจะถล่มไป พวกมันกำลังขาดแคลนเงินทุนอย่างหนัก... คงจะไม่แปลกใช่ไหม... หากพวกมันจะ 'ปล้น' คาราวานของตระกูลอื่นเพื่อชดเชยความเสียหาย? โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... หาก 'พยาน' ที่รอดชีวิตเพียงคนเดียว ยืนยันว่าเห็นสัญลักษณ์หมาป่าสีทองของตระกูลเซียวบนชุดของกลุ่มโจร"
เฟิงเจิ้นอ้าปากค้าง เขารู้สึกหนาวเยือกไปถึงขั้วหัวใจ... แผนการนี้มันช่างแยบยลและโเี้ยิ่งนัก! มันคือการใช้หินก้อนเดียวฆ่านกสองตัว... ทั้งทำลายทรัพย์สินของตระกูลหลัน และทั้งโยนความผิดให้ตระกูลเซียว ทำให้รอยร้าวระหว่างสองตระกูลที่เริ่มมีอยู่แล้ว ขยายกว้างขึ้นจนยากที่จะประสาน!
เฟิงหลงลุกขึ้นยืนและเดินไปที่มุมมืดของโรงเก็บของ เขาก้มลงหยิบดาบเล่มหนึ่งที่เขาซ่อนไว้ขึ้นมา... มันคือดาบขององครักษ์ตระกูลเซียวที่เขาฆ่าตายคนหนึ่ง
แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบคมดาบจนเกิดเป็ประกายแสงอันเย็นเยียบ... สะท้อนภาพของเงาร่างที่กำลังจะกลายเป็นักฆ่าไร้ร่องรอย...
เป็ปีศาจที่จะชักใยสองตระกูลที่ยิ่งใหญ่ให้ห้ำหั่นกันเองจนพินาศ
"การแสดงฉากต่อไป... กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว"