พอขบวนเสด็จขององค์ชายรองกลับมาถึงพระราชวังแคว้นฉีฝ่าาแห่งแคว้นฉีก็ทรงมีรับสั่งให้องค์ชายรองทรงเป็ผู้ตรวจการที่เมืองไห่หลางเพราะที่นั่นเกิดน้ำป่าไหลหลาก มีน้ำมวลมหาศาลท่วมหมู่บ้านชาวบ้านต่างพากันเดือดร้อนต้องอพยพหนีมาอยู่ตามวัดวาอารามอย่างน่าอนาถ
“พ่อรู้สึกละอายใจจริงๆที่ไม่ได้จัดพิธีเฉลิมฉลองที่เ้านั้นได้อภิเษกกับองค์หญิงแห่งแคว้นฝางแต่เื่ประสบอุทกภัยนั้นเป็เื่ด่วนจริงๆ หวังว่าลูกจะเข้าใจ” ฝ่าาแคว้นฉีตรัส
“กระหม่อมเข้าใจพะย่ะค่ะ”องค์ชายรองตรัส
“งั้น เ้ารีบออกเดินทางเถิด”ฝ่าาทรงร้อนพระทัย
“พะย่ะค่ะ กระหม่อมทูลลา”
******************************
ก่อนที่องค์ชายรองจะเสด็จออกเดินทางพระองค์ทรงมีรับสั่งให้มีการสร้างตำหนักพระชายาแยกต่างหากโดยให้อยู่ด้านหลังสุดของตำหนักองค์ชายรอง
“ตอนนี้ตำหนักของเ้ายังสร้างไม่เสร็จให้เ้าอยู่ที่ตำหนักของเราไปก่อน” องค์ชายรองตรัส
“เพคะ” ฉู่หลินทำใจไว้แล้ว
“เ้าไม่คิดจะติดตามเราไปด้วยงั้นหรือ”องค์ชายรองตรัสถามหยั่งเชิง
ฉู่หลินเผลอหัวเราะ “หึ หึ แล้วพระองค์ทรงยอมให้หม่อมฉันตามไปด้วยงั้นหรือเพคะ”
“ไม่!” องค์ชายรองตรัสสั้นๆ
“ก็นั่นไงเพคะหม่อมฉันไม่เห็นต้องเสียเวลาร้องขอติดตามพระองค์ไปเลย” ฉู่หลินกล่าว
“หงเจินไม่ใช่นางกำนัลนางจะติดตามเราไปด้วย ดังนั้นเราอนุญาตให้เ้าหานางกำนัลเอง ไม่มีอะไรแล้วเราไปล่ะ”องค์ชายรองเสด็จออกไปจากห้องพักของพระชายาฉู่หลินเนื่องจากทั้งสองพระองค์บรรทมแยกห้องกัน
“ขอบพระทัยเพคะ”
ฉู่หลินรู้สึกโล่งอกอย่างประหลาดตอนนี้นางยังคงสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ แถมมีฐานะเป็ถึงพระชายาอีก ไม่ต้องคอยรับใช้ใครอีกแล้ว
******************************
วันต่อมาพระสนมเอกทรงเห็นว่าถ้าเป็สภาวะปกติ องค์ชายรองทรงต้องพาพระชายามาเยี่ยมพระองค์ถึงที่ตำหนักแต่ตอนนี้พระองค์ทรงเห็นโอกาสเหมาะที่จะทรงหลอกใช้พระชายาต่างแคว้นเป็เครื่องมือกำจัดองค์ชายรองเสียเอง
“เหตุใดเ้าถึงไม่ติดตามพระสวามีไปล่ะปล่อยไปโดยลำพังแบบนี้ไม่ดีนะ ไม่แน่ว่าองค์ชายรองทรงอาจหมายตาหญิงชาวบ้าน และแต่งตั้งให้มาเป็นางสนมอีก”พระสนมเอกทรงมองว่าองค์ชายรองเป็คนเ้าชู้
“หม่อมฉันเชื่อใจพระสวามีเพคะ” ฉู่หลินกลั้นใจพูดเพราะไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
“แล้วเ้ารู้หรือเปล่าว่าองค์ชายรองทรงไม่ได้มีแค่เ้าเพียงคนเดียว ก่อนหน้าเ้าก็มีเอิ่นลั่วอีกแต่เราคิดว่าเอิ่นลั่วน่าจะเป็เพียงนางสนมเท่านั้นเพราะเป็เพียงหญิงชาวบ้านธรรมดา” พระสนมเอกตรัส
“งั้นหรอเพคะ” ฉู่หลินแสร้งทำเป็ไม่รู้
“เอาอย่างนี้ดีมั้ยเราจะมอบนางกำนัลให้เ้า นางกำนัลคนนี้ทั้งฉลาดและเก่งมากนางสามารถช่วยเ้ากำจัดนางสนมคนอื่นๆให้พ้นทาง เพื่อที่ว่าต่อไปองค์ชายรองจะได้มีเ้าเพียงคนเดียวเท่านั้น”พระสนมเอกทรงเข้าแผน
ฉู่หลินยิ้มแหยๆนางกำลังคิดว่าจะปฏิเสธอย่างไรดี นางไม่้ากำจัดใครทั้งนั้นองค์ชายรองทรงรักใครมันก็ไม่ใช่เื่ของนาง ดังนั้นนางจึงตอบไปว่า “น่าเสียดายจริงๆเพคะ หม่อมฉันรับนางกำนัลมาแล้ว ต้องขอบพระทัยในความหวังดีของพระองค์เพคะ”ฉู่หลินกล่าวไปทั้งๆที่นางยังไม่มีนางกำนัลส่วนตัว
“ไม่เป็ไรไว้โอกาสหน้า เ้ามีอะไรให้เราช่วย บอกมาได้เลย เราพร้อมสนับสนุนเ้าอย่างเต็มที่”พระสนมเอกตรัส
“ขอบพระทัยเพคะ”
หลังจากนั้นพระสนมเอกก็เสด็จกลับตำหนักของพระองค์อย่างผิดหวังพระองค์ทรงมองออกว่าชายาพระองค์นี้ทรงฉลาดมากกว่าที่คิดนางไม่ได้หัวอ่อนที่ใครจะมาชักจูงนางได้ง่ายๆ
******************************
พระชายาฉู่หลินทรงรู้สึกเบื่อมากนางก็เลยปลอมตัวเป็หญิงชาวบ้านลอบออกนอกวังเพื่อไปเดินเล่นที่ตลาด
ฉู่หลินกำลังเลือกซื้อปิ่นปักผมอยู่ดีๆสักพักก็ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเนื้อหมูหนักสองกิโลเ้าโกงตาชั่งใช่หรือไม่” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าว
“เห็นๆกันอยู่ว่าเข็มตาชั่งชี้ไปที่สองกิโลแม่นางจะหาว่าข้าโกงได้อย่างไร” พ่อค้าชี้ให้ดู
“ข้าเคยเป็แม่ค้ามาก่อนน้ำหนักที่ข้าถือนี้ไม่ถึงสองกิโลอย่างแน่นอน” หญิงสาวเถียง
“ข้าไม่ขายให้แม่นางแล้วแม่นาง้ามาป่วนข้าเสียมากกว่า ไปไกลๆเลย” พ่อค้ารีบไล่
“ข้าเปล่านะเ้าคดโกงเช่นนี้ ถ้าคนซื้อรู้ความจริง ต่อไปพวกเขาก็จะไม่กลับมาซื้อเ้าอีกเ้าไม่เคยได้ยินหรอว่า ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นานน่ะ” หญิงสาวพูดสั่งสอน
“ไปเลยไปอย่าให้ข้าต้องแจ้งทางการมาไล่เ้า ไปเดี๋ยวนี้” พ่อค้าะโไล่
“มีอะไรอย่างนั้นหรือข้ารอเ้านานมากแล้วนะซือหยี” เอิ่นลั่วกล่าว
“แม่นางเอิ่นลั่วคนขายหมูคนนี้โกงตาชั่ง เครื่องชั่งของเขาไม่ได้มาตรฐาน ข้ายกดูก็รู้ว่ามันไม่ถึง 2 กิโลเลยด้วยซ้ำเ้าค่ะ” ซือหยีฟ้อง
“พวกเ้าเป็นักต้มตุ๋นตั้งใจมาป่วนข้าล่ะสิ” พ่อค้ากล่าวอ้าง
“เอาล่ะข้าจะไปยืมตราชั่งของร้านข้างๆมาก็แล้วกัน” เอิ่นลั่วตัดปัญหา
“ข้าไม่ยอมเสียเวลาไปไกลๆเลยแม่นาง” พ่อค้าไม่ยอม
“ทำไมล่ะ หรือว่าเ้าโกงจริงๆ”ซือหยีกล่าว
“ใครโกงไม่ทราบ” พ่อค้าไม่ยอมรับ สักพักก็กล่าวอีกว่า “ถ้าเ้าไปยืมตราชั่งมาได้ข้าจะยอมให้ชั่งก็ได้”
“งั้นรบกวนแม่นางท่านนี้ถือห่อหมูให้หน่อยนะข้ากลัวคนขายคนนี้สับเปลี่ยน” เอิ่นลั่วยื่นห่อหมู่ให้กับฉู่หลิน
“ข้างั้นหรือ” ฉู่หลินใชี้มาที่ตัวเอง
“ทำไมล่ะกลัวมือเปื้อนงั้นหรือ” เอิ่นลั่วสงสัย
“ก็ได้ ข้าถือให้ก็ได้”ฉู่หลินยอมถือให้
เอิ่นลั่วใช้อัฐจ่ายเพื่อเช่ายืมตราชั่งมาสองคันแล้วชั่งให้เห็นกันจะๆ “ท่านโกงจริงๆเนื้อหมูชิ้นนี้หนักเพียงหนึ่งกิโลครึ่งเท่านั้น”
“พวกเ้ารวมหัวกันใส่ร้ายข้าและตราชั่งทั้งสองนี้ก็ไม่ได้มาตรฐาน” พ่อค้ากล่าว
“ท่านต่างหากใส่ร้ายพวกเราตราชั่งทั้งสองนี้ได้มาจากบ้านท่านเศรษฐีและจวนผู้ว่า ไม่เชื่อก็ดูเห็นมั้ยว่ามีประทับตราประจำตระกูลด้วย” เอิ่นลั่วชี้ให้ดู
“ทะ ทำไมถึงไปยืมมาได้” พ่อค้าใ
“นั่นสิ ทำไมกันนะแสดงว่าพรรคพวกของข้ามีฐานะไม่ธรรมดาหรือเปล่า” เอิ่นลั่วกล่าว
“ท่านเป็ใครกันแน่”พ่อค้าอยากรู้
เอิ่นลั่วยิ้มมุมปาก “งั้นข้าขอแนะนำ ผู้หญิงท่านนี้เป็ถึงพระชายาขององค์ชายรองเ้ายังจะกล้ากล่าวหาพวกเราอีกมั้ย”
“ข้า ไม่….” พ่อค้าใเพราะไม่คิดว่าตนอยู่กับหญิงสูงศักดิ์
“พระชายาเพคะทรงกลับตำหนักองค์ชายรองได้แล้วทรงอย่าลืมว่ามีคนเฝ้าดูความเคลื่อนไหวของพระองค์ตลอดเวลา” เอิ่นลั่วเตือน
“เราจะกลับเดี๋ยวนี้”ฉู่หลินยอมฟัง
“เอาล่ะวันนี้ข้าจะไม่เอาเื่ท่าน พ่อค้าหมู แต่หากคิดโกงต่อไปอีก ข้าจะแจ้งทางการมาเอาเื่ท่านจริงๆ”เอิ่นลั่วขู่
“ขอบคุณแม่นางต่อไปข้าจะไม่คดโกงอีกแล้ว” พ่อค้ากล่าวคำมั่น
“กลับกันเถอะซือหยี”เอิ่นลั่วกล่าว
“เ้าค่ะ” ซือหยีกำลังจะเดินตามเ้านายไป
เอิ่นลั่วสั่งให้ทหารยกตราชั่งไปทำความสะอาดแล้วคืนให้กับท่านเศรษฐีและท่านผู้ว่าฯ
******************************
ณ ตำหนักองค์ชายรอง
“องค์ชายรองทรงสั่งให้เ้าคุมความประพฤติของเราอย่างนั้นหรือเอิ่นลั่ว” ฉู่หลินกล่าวอย่างเอาเื่
“น่าแปลกพวกเราไม่เคยพบกันมาก่อน เหตุใดพระองค์ถึงทรงทราบว่าหม่อมฉันคือเอิ่นลั่วล่ะเพคะ”เอิ่นลั่วสงสัย
“เรามาอยู่ที่นี่ในฐานะพระชายาก็ต้องสืบให้รู้ว่าองค์ชายรองทรงมีหญิงอื่นอยู่แล้วหรือไม่” ฉู่หลินกล่าวอ้างสักพักนางก็ถามย้ำว่า “สรุปว่าเ้าจงใจตามดูพฤติกรรมของเราอย่างนั้นหรือ”
“เปล่าเพคะพวกเราเพียงแค่บังเอิญเจอกันที่ตลาดเท่านั้น ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หม่อมฉันทูลลาเพคะ”เอิ่นลั่วปฏิเสธ
“ช้าก่อน เอิ่นลั่วเรา้าให้ซือหยีมาเป็นางกำนัลคนสนิทของเรา” ฉู่หลินอยากได้คนซื่อตรงมาเป็นางกำนัลส่วนตัว
“จะดีหรือเพคะซือหยีมีนิสัยซื่อตรงจนเกินไป นางอาจก่อปัญหาให้พระองค์ก็เป็ได้นะเพคะเหตุใดถึงไม่รับนางกำนัลของพระสนมเอกล่ะเพคะนางกำนัลคนนั้นได้รับการฝึกฝนมาเป็อย่างดี อาจให้การสนับสนุนพระองค์ได้” เอิ่นลั่วกล่าว
“เราไม่ชอบการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในวังใครอยากจะอยู่เหนือคับฟ้าก็ช่างเขา ขอเราอยู่อย่างมีความสุขดีกว่า” ฉู่หลินรู้สึกปลงๆกับการใช้ชีวิตในวัง
“ดูลักษณะนิสัยของพระองค์ช่างไม่เหมือนกับที่เหวยเซียงเขียนในจดหมายเลยนะเพคะ” เอิ่นลั่วสงสัย
“เ้าได้อ่านจดหมายด้วยงั้นหรือ”ฉู่หลินใจนหลุดปาก
“เป็คำถามที่แปลกมากเพคะเหตุใดถึงไม่ถามว่าเหวยเซียงเขียนเล่าเื่ราวเกี่ยวกับพระองค์ด้วยงั้นหรือ”เอิ่นลั่วยิ่งสงสัย
“อ้อ ใช่เรากำลังจะถามเช่นนั้น” ฉู่หลินแก้ตัว
“องค์ชายรองทรงสั่งให้หม่อมฉันอ่านจดหมายของเหวยเซียงให้พระองค์ฟังเพคะ”เอิ่นลั่วอธิบาย
“เื่จดหมายนั้นช่างมันเถอะแล้วเ้าจะยอมมอบซือหยีให้เราหรือไม่”ฉู่หลินรีบเปลี่ยนเื่
“เ้ายินดีไปรับใช้พระชายาหรือไม่”เอิ่นลั่วสอบถามบริวาร
“ข้าไปก็ได้เ้าค่ะแต่ข้ามีข้อแม้” ซือหยีกล่าว
“ข้อแม้นั้นคือ” เอิ่นลั่วรอฟัง
“แม่นางเอิ่นลั่วจะต้องเขียนหนังสือสัญญาว่าจะไม่ใช้เื่บุญคุณมาบังคับให้ข้ากระทำใดๆที่เป็การทรยศพระชายาเด็ดขาดหากข้าได้เป็ข้ารับใช้ใครแล้ว นายของข้าจะมีแค่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นเ้าค่ะ”ซือหยีกล่าว
“555 เื่นี้นี่เองได้สิ ข้าจะเขียนหนังสือสัญญาเดี๋ยวนี้ล่ะ” เอิ่นลั่วยอมรับในความซื่อตรงของหญิงสาว
“แล้วเ้าไม่เสียดายนางกำนัลคนนี้อย่างนั้นหรือ”ฉู่หลินสงสัย
“หม่อมฉันเป็เพียงสามัญชนคนธรรมดาเท่านั้นไม่เหมาะที่จะเป็นายของซือหยีหรอกเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“ข้ายอมรับใช้ท่านเพราะท่านมีบุญคุณเกื้อหนุนครอบครัวข้าต่างหาก ข้าไม่เคยหวังลาภยศใดๆเลยเ้าค่ะ”ซือหยีกล่าว
“เราเองก็ไม่สามารถมอบลาภยศให้กับเ้าได้เราเป็พระชายาต่างแคว้นไร้อำนาจเท่านั้น เ้ายินยอมรับใช้เราหรือไม่” ฉู่หลินกล่าว
“หม่อมฉันยินยอมรับใช้พระองค์เพคะหม่อมฉันเชื่อใจแม่นางเอิ่นลั่ว หากนางยอมยกหม่อมฉันให้ใครแสดงว่าคนคนนั้นจะไม่เป็พิษเป็ภัยต่อหม่อมฉันเพคะ” ซือหยีกล่าว
“ไม่มีอะไรแล้วหม่อมฉันทูลลาเพคะ”เอิ่นลั่วทำท่าคารวะ
“เดี๋ยว!คืนนี้เรา้ารับประทานอาหารร่วมโต๊ะกับท่าน” ฉู่หลินมีเื่อยากถามอีก
“ได้สิเพคะ เจอกันคืนนี้” เอิ่นลั่วตอบรับคำเชิญ
******************************
เอิ่นลั่วนั่งร่วมรับประทานอาหารกับพระชายาฉู่หลินท่ามกลางทุกสายตาของคนในตำหนักขององค์ชายรอง เพราะทุกคนเข้าใจว่าเอิ่นลั่วเป็ภรรยาหลวงเพราะมาก่อนแต่พระชายานั้นก็มีฐานะสูงศักดิ์ซึ่งนั่นทำให้พระชายาดูเหนือกว่าเอิ่นลั่วอย่างเห็นๆ
ระหว่างทานอาหาร พระชายาก็เกริ่น “องค์ชายรองกับเ้าคบกันมานานแค่ไหนแล้ว เล่าให้เราฟังบ้างสิ”
“จะทรงเชื่อหรือไม่ความจริงแล้วองค์ชายรองทรงมีคนรักอยู่แล้วเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าวยิ้มๆ
“จริงหรอผู้หญิงคนนั้นเป็ใครกันล่ะ” ฉู่หลินไม่เชื่อหรอกแต่แสร้งทำเป็อยากรู้
“หากพระองค์ทรงอยากรู้จริงๆทรงลองไปเปิดกล่องสมบัติเล็กๆที่อยู่ในห้องบรรทมขององค์ชายรองสิเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
“มันคืออะไรงั้นหรือ”ฉู่หลินสงสัย
“ของแทนใจเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าวสั้นๆ
“แล้วเ้ากับองค์ชายรองเป็อะไรกันล่ะ”ฉู่หลินลองถาม
“เ้านายกับลูกน้องเท่านั้นเพคะทรงสบายพระทัยได้” เอิ่นลั่วกล่าวอย่างมั่นใจ
ฉู่หลินคิดในใจว่า “ถ้าเราไม่เคยเป็กำนัลที่วังแห่งนี้มาก่อน เราคงหลงเชื่อเ้าไปแล้วเอิ่นลั่ว เ้าคงพูดเพื่อไม่ให้เราเกิดหึงหวงและคิดร้ายต่อเ้าล่ะสิ”
พอทานอาหารเสร็จฉู่หลินนั้นก็เกิดอยากรู้ขึ้นมาจริงๆว่า หญิงในดวงพระทัยขององค์ชายรองนั้นแท้จริงแล้วเป็ใครกันแน่ นางจึงแอบมองหากล่องสมบัติเล็กๆ พอเห็นนางก็หันซ้ายและหันขวาก่อนที่จะเปิดกล่องดู
ฉู่หลินเปิดมาก็เห็น “นี่มันป้ายหยกประจำตระกูลเรานี่” นางคิดในใจว่า “นี่เอิ่นลั่วกล้าหลอกเราได้ยังไง ดีนะที่เราคือเ้าของป้ายหยกนี้ไม่งั้นคงหลงเชื่อเ้าไปแล้ว ตัวเราจะเป็หญิงในดวงพระทัยขององค์ชายรองได้อย่างไร”
ฉู่หลินอยากได้ป้ายหยกคืนอย่างมากนางก็เลยกำลังจะเก็บป้ายหยกไว้กับตัว แต่ทว่า สักพัก นางก็ชะงักและคิดในใจว่า “ไม่ได้สิ หากองค์ชายรองทรงไม่เห็น อาจทรงกล่าวโทษเราได้ดังนั้นเราต้องทำป้ายหยกปลอมขึ้นมา แล้วนำมาวางแทนที่ดีกว่า”ดังนั้นฉู่หลินจึงวางป้ายหยกไว้ในกล่องสมบัติเหมือนเดิม
ทุกอิริยาบถไม่อาจรอดพ้นสายตาของเอิ่นลั่วไปได้นาง้าลองใจและทดสอบว่าพระชายาทรงกระทำเช่นไร
******************************
ฉู่หลินจึงลอบปลอมเป็หญิงชาวบ้านออกนอกวังอีกและไม่ยอมให้ใครติดตามมาด้วยนางรีบไปสั่งทำป้ายหยกที่มีรูปแบบเหมือนป้ายหยกประจำตระกูลของตัวเอง ซึ่งจะได้ในวันถัดมา
เพื่อไม่ให้นางกำนัลซือหยีสงสัยวันถัดมาฉู่หลินก็ชวนให้นางกำนัลติดตามมาด้วยแต่บอกให้ซือหยีสามารถไปเที่ยวตลาดได้ตามใจชอบ ไม่ต้องคอยติดตาม
ฉู่หลินไปรับป้ายหยกที่สั่งทำมาเรียบร้อยนางก็เลยออกตามหานางกำนัลซือหยี
“ช่วยด้วยช่วยด้วยเ้าค่ะ ท่านแม่เฒ่าหายใจไม่ออก หมั่นโถติดคอเ้าค่ะ” ซือหยีะโ
ฉู่หลินรีบวิ่งไปตามเสียงด้วยสัญชาตญาณความเป็หมอ นางรีบเข้าทางด้านหลังของแม่เฒ่า โอบแม่เฒ่าจากทางด้านหลังเอามือประสานกัน กดไปที่หน้าอก ยกแม่เฒ่าเล็กน้อยแล้วเขย่าตัวเพื่อให้แม่เฒ่าสำลักหมั่นโถออกมาโชคดีที่ชิ้นหมั่นโถคำใหญ่หลุดออกมาพอดี แล้วท่านแม่เฒ่าก็มีอาการดีขึ้น
“ขอบคุณมากแม่นาง”แม่เฒ่ากล่าวอย่างอ่อนแรง
“ท่านแม่เฒ่าต้องค่อยๆทานนะเ้าคะ”ฉู่หลินกล่าว
“ข้าหิวมากไปหน่อยพอแม่นางซือหยีมอบหมั่นโถให้ข้า ข้าก็เลยรีบกิน” แม่เฒ่าอธิบาย
“ต้องโทษข้า ข้าน่าจะหาซื้ออาหารย่อยง่ายกว่านี้ให้ท่านแม่เฒ่า”ซือหยีรู้สึกผิด
“อย่าโทษตัวเองเลยแม่นาง”ท่านแม่เฒ่ากล่าว
“เอาอย่างนี้ดีมั้ยเ้าคะข้าขอเลี้ยงอาหารที่โรงเตี๊ยมดีกว่า” ฉู่หลินเสนอโดยปกปิดฐานะที่แท้จริงของนาง
และแล้วหญิงทั้งสามก็พากันไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมเป็กิจจะลักษณะดีๆ
ทุกๆเหตุการณ์นั้นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเอิ่นลั่วไปได้เช่นกัน
******************************
ตกกลางคืนฉู่หลินรีบไปที่ห้องบรรทมขององค์ชายรองนางตั้งใจว่าจะรีบสับเปลี่ยนป้ายหยกประจำตระกูล แต่ทว่า
“ไม่มี! มันหายไปไหนกันแน่” ฉู่หลินใ
“ไม่คิดว่าพระองค์ทรงอยากรู้ว่าหญิงในดวงพระทัยขององค์ชายรองเป็ใครแต่ของชิ้นนั้นไม่อยู่แล้วเพคะ” เอิ่นลั่วกล่าว
ฉู่หลินใมากที่เอิ่นลั่วเข้ามาในห้องนางก็เลยรีบแก้ตัว “ไม่เห็นจะมีเลยเห็นแต่กล่องเปล่าเท่านั้น”
“องค์ชายรองทรงส่งพิราบสื่อสารมาบอกว่าให้นำสิ่งนั้นไปฝังที่สุสานบรรพชนของพระองค์เพคะ” เอิ่นลั่วอธิบาย
“ป้ายหยกนั่นไม่ใช่ของตระกูลของพระองค์เสียหน่อย”ฉู่หลินหลุดปากแย้ง
“อ้อทรงทอดพระเนตรเห็นแล้วสินะเพคะ เหตุใดถึงมาดูอีกล่ะเพคะ” เอิ่นลั่วแอบยิ้ม
“เรา เอ่อ….เราจะนำมันไปทิ้ง ในเมื่อเราเป็ชายาแล้วองค์ชายรองทรงต้องลืมหญิงคนนั้นให้ได้สิ” ฉู่หลินรีบแก้ตัว
“ไม่เป็ไรเพคะหม่อมฉันกำจัดป้ายหยกนั้นให้พระองค์เรียบร้อยแล้ว”เอิ่นลั่วกล่าว
“ขอบใจมาก เราไปล่ะ”ฉู่หลินใแต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการไว้
******************************
แต่ทว่าฉู่หลินก็ไม่ยอมแพ้วันต่อมานางรีบจ้างคนตัดฟืน ให้มาช่วยกันขุดสุสานบรรพชนขององค์ชายรอง
“แม่นางที่นี่เป็สุสานเปล่า ไม่เห็นมีอะไรเลย” คนงานกล่าวหลังจากขุดเสร็จ
“ไม่จริง” ฉู่หลินก็เลยชะเง้อมอง ก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่าไม่เห็นว่าจะมีอะไรเลยจริงๆ
“พวกเราจะรีบกลบให้เหมือนเดิมก็แล้วกัน” คนงานอยากรีบกลับ เพราะกลัวทางการมาเห็นเข้า
“รบกวนพวกท่านแล้วงานเสร็จเราจะมอบอัฐให้” ฉู่หลินรู้สึกผิดหวัง
และแล้วฉู่หลินก็เสียเงินไปเปล่าๆนางไม่ได้ป้ายหยกคืน นางพึมพำเบาๆว่า “นี่เอิ่นลั่วหลอกข้าอย่างนั้นหรือแล้วป้ายหยกไปอยู่ที่ไหนกันแน่”
“อยู่นี่เพคะ” เอิ่นลั่วยกป้ายหยกให้ดู
“เอิ่นลั่ว! นั่นป้ายหยกของเรานี่” ฉู่หลินเผลอหลุดปาก
“มันเป็ของพระองค์ได้อย่างไรเพคะ”เอิ่นลั่วสงสัย
“เรา เอ่อเราชอบป้ายหยกนี้มาก เราก็เลยจะยึดเสียเลย” ฉู่หลินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ
“พระองค์ทรงอย่าแต่งเื่เลยเพคะพระองค์คือเหวยเซียงใช่หรือไม่” เอิ่นลั่วถามตรงๆ
“ใครเป็เหวยเซียงกันเ้าก็เห็นนี่ว่าเราเป็ใคร” ฉู่หลินไม่ยอมรับ
“แต่หลังจากที่หม่อมฉันคอยติดตามพระองค์ตลอดเจ็ดวันทั้งคำพูด พฤติกรรม และความสามารถทางการแพทย์ มันเหมือนเหวยเซียงแทบทุกอย่างและถ้านำไปประกอบกับคำทำนายของหม่อมฉันมันก็เป็ไปได้ว่าเหวยเซียงเกิดใหม่ในร่างของฉู่หลินใช่มั้ยเพคะ” เอิ่นลั่วปะติดปะต่อเื่ราวเอง
“เื่เหลือเชื่อแบบนี้นักปราชญ์อย่างเ้ายอมเชื่ออย่างนั้นหรือ” ฉู่หลินสงสัย
“ตอนแรกหม่อมฉันก็ไม่เชื่อหรอกเพคะแต่พอหม่อมฉันขอดูใบสั่งทำป้ายหยกประจำตระกูลของเหวยเซียง แม้ภาพอาจจะวาดไม่สวยแต่คำอธิบายนั้นสามารถบรรยายลักษณะของป้ายหยกได้อย่างชัดเจนซึ่งลายมือนั้นก็เหมือนลายมือในจดหมายอย่างมาก” เอิ่นลั่วกล่าว
“ลายมือคนเราเหมือนกันได้นี่” ฉู่หลินยังคงไม่ยอมรับ
“ใช่เพคะลายมือเหมือนกันได้ แต่ถ้าเป็ฉู่หลินตัวจริงนางไม่มีความจำเป็ต้องสับเปลี่ยนป้ายหยกเพคะ นางคงทำลายป้ายหยกนี้ไปเลย” เอิ่นลั่วดูออก
“ก็ได้เรายอมรับก็ได้ว่าเราคือเหวยเซียงเราเองก็ไม่รู้ว่าเื่บ้าๆแบบนี้มันเกิดขึ้นกับเราได้อย่างไร” เหวยเซียงในร่างของฉู่หลินยอมรับแต่โดยดี
“มันคงเป็ชะตาฟ้าลิขิตเพคะ”เอิ่นลั่วไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ
“เราขอร้องล่ะอย่าบอกเื่นี้กับใคร แต่ก็อย่างว่า ถึงบอกไปก็ไม่มีใครเชื่อเ้าหรอก” ฉู่หลินขอร้อง
“ได้เพคะหม่อมฉันจะไม่บอกใคร” เอิ่นลั่วกล่าวคำมั่น
“เราขอป้ายหยกคืนได้มั้ย”ฉู่หลินอยากได้ป้ายหยกจริงๆ
“ก็ได้เพคะส่งป้ายหยกปลอมมาให้หม่อมฉันสิ” เอิ่นลั่วแบมือรอรับป้ายหยกปลอม
และแล้วสองสาวก็ยอมแลกเปลี่ยนป้ายหยกกัน
เอิ่นลั่วรู้สึกโล่งใจมากที่รู้ว่าเหวยเซียงอยู่ในร่างของฉู่หลินหากเอิ่นลั่วไม่ใช่หมอดูที่เคยทำนายดวงให้กับเหวยเซียงมาก่อน นางก็คงจะไม่เชื่อเื่เหลือเชื่อแบบนี้