บทที่ 19 กินของเขาปากอ่อน รับของเขาพึงเกรงใจ
เมื่อคิดได้ดังนั้น แม่นางสวีก็ตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย กุมมือหรานหร่านไว้แน่น "หนูน้อย เ้ารู้หรือว่าข้ากำลังคิดสิ่งใด?"
หรานหร่านหัวเราะคิกคัก เอ่ยเสียงใส "ความลับ์แพร่งพรายมิได้เ้าค่ะ หรานหร่านรู้เพียงแค่ว่า 'ัวารีโบราณกาล ยามประสบธาราจึงสำแดงเดช' ท่านน้าควรระวังคนใกล้ตัวไว้ให้มากนะเ้าคะ!"
พูดจบ หรานหร่านก็ะโลงจากเตียง แล้วโบกมือลาแม่นางสวี "ไว้หรานหร่านจะมาเยี่ยมท่านน้าใหม่นะเ้าคะ"
"หรานหร่าน"
แม่นางสวีร้องเรียก
นางสังหรณ์ใจว่าคำพูดของเ้าก้อนแป้งน้อยมีความนัยแอบแฝง
หรานหร่านหันกลับมายิ้มกว้างให้แม่นางสวีอีกครั้ง กล่าวเสียงเจื้อยแจ้ว "ท่านอาจารย์เคยสอนว่า ทำความดีวันละนิด กุศลสั่งสมนับพันชั่ง! ท่านน้าไม่ต้องขอบใจข้าหรอกเ้าค่ะ"
ว่าแล้ว หรานหร่านก็จูงมือท่านหมอผู้เฒ่าสวี่เดินะโโลดเต้นจากไป
แม่นางสวีมองตามแผ่นหลังเล็กจ้อยนั้น พลางหลุบตาลงครุ่นคิด
"ัวารีโบราณกาล ยามประสบธาราจึงสำแดงเดช?"
หมายความว่ากระไร?
แล้วยังให้ระวังคนใกล้ตัว...
ทันใดนั้น แววตาของแม่นางสวีก็ฉายประกายเย็นเยียบ หันไปถามถังมัวมัว "แม่นม ปี้เหลียนกับปี้เหอที่ติดตามข้าเมื่อวาน ตอนนี้อยู่ที่ใด?"
ถังมัวมัวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบ "ทั้งสองกลับไปที่จวนแล้วเ้าค่ะ ฮูหยินมีอะไรจะสั่งการหรือเ้าคะ?"
"ให้เยี่ยนชูจับตาดูสองคนนี้ไว้ให้ดี!" แม่นางสวีสั่งเสียงเข้ม
ถังมัวมัวใ "ฮูหยิน หรือว่าพวกนาง..."
"แม่นม เมื่อวานตอนที่ข้าล้ม มีคนขัดขาข้า ทีแรกข้านึกว่าเป็เพราะคนบนถนนพลุกพล่าน แต่ตอนนี้พอลองไตร่ตรองดูให้ดี สองคนนั้นประกบอยู่ข้างกายข้าแท้ ๆ เหตุใดถึงเกิดเหตุเช่นนั้นขึ้นได้?"
ได้ยินดังนั้น สีหน้าของถังมัวมัวก็เย็นลงทันที
"ฮูหยินวางใจเถิด บ่าวจะไปสั่งเยี่ยนชูเดี๋ยวนี้ หากสองคนนั้นกล้าคิดร้ายต่อฮูหยินและนายน้อย บ่าวจะไม่ละเว้นพวกมันแน่!"
"อืม" แม่นางสวีพยักหน้า
ถังมัวมัวประคองนางให้นอนลง พอจะผละออกไป ก็ถูกแม่นางสวีดึงมือไว้
ถังมัวมัวหันกลับมา "ฮูหยินมีอะไรจะสั่งอีกหรือเ้าคะ?"
"่นี้มีผู้ลี้ภัยเข้ามาในเมืองยงหลินไม่น้อย ไปเบิกตั๋วเงินสองหมื่นตำลึงจากห้องบัญชี นำไปมอบให้ใต้เท้าเซียว แล้วสั่งการลงไปว่า โรงงานของตระกูลสวีจะรับคนงานเพิ่ม ให้พิจารณารับผู้ลี้ภัยที่มีความสามารถก่อน"
"ฮูหยิน ท่านทำเช่นนี้... นายรองกับนายสามจะไม่โวยวายเอาหรือเ้าคะ?"
"ฮึ!" แม่นางสวีแค่นเสียง "โวยวายแล้วอย่างไร? หลายปีมานี้ข้าคอยตามเช็ดก้นให้พวกเขามากี่ยกแล้ว? อยากจะโวยวายก็ปล่อยให้โวยวายไป! ข้าเองก็ทนมาพอแล้ว หากไม่เห็นแก่หน้าท่านพ่อท่านแม่ ข้าคงไล่ตะเพิดพวกเขาออกจากบ้านไปนานแล้ว"
"เ้าค่ะ" ถังมัวมัวรับคำ
อีกด้านหนึ่ง เ้าก้อนแป้งน้อยกำลังเล่นอยู่ในหุยชุนถังได้สักพักก็บ่นหิว
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่รีบสั่งให้คนออกไปซื้อของอร่อยมากองพะเนินเทินทึก
หลังจากกินอิ่มนอนหลับไปตื่นหนึ่ง เ้าก้อนแป้งน้อยก็เริ่มสอนวิชา 'เก้าเข็มคืนชีพ' ให้ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่
เ้าก้อนแป้งน้อยทำท่าทางราวกับผู้เฒ่าทรงภูมิ เลียนแบบท่าทางยามไต้ซือเหลียวคงสอนนาง มือข้างหนึ่งไพล่หลัง อีกข้างลูบเคราในจินตนาการที่ปลายคาง
ส่วนท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ก็วางตัวเป็นักเรียนที่ดี ไม่ถือตัวที่จะซักถามข้อสงสัยต่าง ๆ นานา
เหล่าหมอในหุยชุนถังที่มองดูอยู่ห่าง ๆ ต่างพากันเดาะลิ้นด้วยความอัศจรรย์ใจ พากันคาดเดาว่าเ้าก้อนแป้งน้อยผู้นี้เป็ใครมาจากไหนกันแน่
ขณะเดียวกัน ณ ที่ว่าการอำเภอ
เซียวจิ้งเสวียนมองตั๋วเงินสองหมื่นตำลึงที่ถังมัวมัวนำมามอบให้ด้วยความประหลาดใจ
ถังมัวมัวกล่าวว่า "ใต้เท้าเซียว นี่เป็เงินที่ฮูหยินของข้าสั่งให้นำมามอบให้เ้าค่ะ ฮูหยินทราบว่าใต้เท้าทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อเื่ผู้ลี้ภัย จึงอยากจะขอมีส่วนช่วยแบ่งเบาภาระเล็ก ๆ น้อย ๆ เ้าค่ะ"
เซียวจิ้งเสวียนส่งสัญญาณให้ลู่ชิงรับตั๋วเงินไว้ แล้วประสานมือคารวะถังมัวมัว "รบกวนท่านแม่นมช่วยกล่าวขอบคุณแม่นางสวีแทนข้าด้วย"
"ใต้เท้าเกรงใจไปแล้ว หากมิได้แม่หนูหรานหร่าน ป่านนี้คงไม่มีฮูหยินและนายน้อยทั้งสองของข้าแล้วเ้าค่ะ!"
"ฮูหยินยังสั่งกำชับอีกว่า ต่อไปโรงงานต่าง ๆ ของตระกูลสวีจะรับคนงานเพิ่ม โดยจะให้โอกาสผู้ลี้ภัยก่อนเ้าค่ะ"
เซียวจิ้งเสวียนยืดอก กล่าวเสียงหนักแน่น "น้ำใจของแม่นางสวี ข้าจะจดจำไว้มิลืม ข้าย่อมไม่ให้เงินสองหมื่นตำลึงของแม่นางสวีสูญเปล่าเป็แน่"
ถังมัวมัวพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอีกว่า "ฮูหยินฝากเตือนใต้เท้าว่า หากใต้เท้า้าเข้าแทรกแซงสมาคมการค้า มิสู้เริ่มต้นจากตระกูลิ่จะดีกว่าเ้าค่ะ"
พูดจบ ถังมัวมัวก็ย่อกายคารวะเซียวจิ้งเสวียน แล้วขอตัวลา
ลู่ชิงรีบเดินไปส่งถังมัวมัวที่หน้าประตูที่ว่าการอำเภอ
พอกลับมา ใบหน้าเขาก็เปื้อนยิ้ม "ใต้เท้า ตอนนี้ตระกูลสวียอมเปิดทางแล้ว ต่อไปงานของเราคงราบรื่นขึ้นมากขอรับ"
"อืม" เซียวจิ้งเสวียนพยักหน้า
ลู่ชิงกล่าวต่อ "ครั้งนี้ต้องขอบคุณหรานหร่านแท้ ๆ หากไม่ใช่เพราะหรานหร่าน เราคงไม่ทำงานได้ราบรื่นเพียงนี้"
เซียวจิ้งเสวียนได้ยินดังนั้น ก็ปรายตามองลู่ชิงแวบหนึ่ง เม้มปากบาง ๆ เอ่ยถาม "นางยังไม่กลับมาอีกรึ?"
ลู่ชิงยิ้มทะเล้น เอ่ย "เพิ่งจะไม่เจอหน้ากันครู่เดียว ใต้เท้าก็คิดถึงนางแล้วหรือขอรับ?"
เซียวจิ้งเสวียนมองเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ สั่งเสียงเรียบ "ให้ในครัวเตรียมกับข้าวไว้ให้มากหน่อย นางชอบกินน่องไก่ชิ้นโต ก็เตรียมไว้ให้นางด้วย"
"ขอรับ"
ลู่ชิงรับคำยิ้ม ๆ
ใต้เท้าของเขา ปากก็บอกว่ารำคาญ แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม
ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมฮูหยินผู้เฒ่าและเหล่าฮูหยินถึงอยากได้ลูกสาวกันนัก
หลังจากลู่ชิงไปสั่งความป้าเซียวและแม่เฒ่าเฝิงในครัวแล้ว ก็ออกจากที่ว่าการมุ่งหน้าไปหุยชุนถัง
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่กำลังซักไซ้หรานหร่านเื่ยาเม็ดที่ให้นางสวีกินเมื่อวาน พอเห็นลู่ชิงโผล่มา ก็ถลึงตาใส่อย่างไม่สบอารมณ์
"เ้ามาทำไม?"
ลู่ชิงเกาหัว หัวเราะแห้ง ไม่ตอบคำถามท่านผู้เฒ่า แต่หันไปหาหรานหร่าน "หรานหร่าน ใต้เท้าคิดถึงเ้าแล้ว เตรียมของอร่อยไว้รอเ้าเพียบเลย!"
ดวงตาหรานหร่านเป็ประกายวิบวับทันที รีบวิ่งไปหาลู่ชิง ถามเพื่อความแน่ใจ "จริงหรือ?"
"แน่นอน!" ลู่ชิงพยักหน้า "ใต้เท้ายังสั่งกำชับให้แม่ครัวเตรียมขาน่องไก่ไว้ให้เ้าเป็พิเศษด้วย"
พอได้ยินคำว่าน่องไก่ น้ำลายของหรานหร่านก็แทบจะไหลย้อย
นางรีบจูงมือลู่ชิง "เร็วเข้า เร็วเข้า เรารีบกลับกันเถอะ อย่าให้ท่านพ่อรอนาน"
พูดจบ หรานหร่านก็หันไปโบกมือน้อย ๆ ให้ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่ "ท่านปู่ วันหน้าหรานหร่านมาเล่นด้วยใหม่นะเ้าคะ"
ท่านหมอผู้เฒ่าสวี่แม้จะอาลัยอาวรณ์ไม่อยากให้หรานหร่านกลับ แต่ก็จำใจเอ่ย "เอาเถอะ เอาเถอะ กลับดี ๆ ล่ะ!"
"ลาก่อนเ้าค่ะท่านปู่"
หรานหร่านกล่าวลา แล้วจูงมือลู่ชิงะโโลดเต้นออกจากหุยชุนถัง
พอพ้นประตู หรานหร่านก็ยัดลูกกวาดใส่มือลู่ชิงเม็ดหนึ่ง "ท่านอาลู่ชิง ข้าให้กินเ้าค่ะ ท่านยายแซ่ถังให้มา"
ลู่ชิงโยนลูกกวาดเข้าปากเคี้ยว ยิ้มร่า "หวานดีจริง"
หรานหร่านเงยหน้าฉีกยิ้มกว้างให้เขา ดวงตาโค้งหยีเหมือนจิ้งจอกน้อยเ้าเล่ห์ เอ่ยเสียงใสแจ๋ว "ท่านอาลู่ชิง โบราณท่านว่าไว้... กินของเขาปากอ่อน รับของเขาพึงเกรงใจนะเ้าคะ"
ได้ยินดังนั้น หัวใจของลู่ชิงก็กระตุกวูบ ก้มลงจ้องมองเ้าก้อนแป้งน้อยที่สูงพ้นเข่าเขามานิดเดียวอย่างตะลึงงัน