ตอนที่ 25 การมาของพระฤๅษีคงกระพันธ์
ผับผับ ผับผับ ผับผับ
แก้วจ๋า แก้วจ๋า แก้วจ๋า!
หืม!
“เอ็งมิต้องแปลงกายเป็นกแก้วมาตบตาข้าเสียให้ยากดอกไอ้คง!”หลวงตาเสาร์ได้หันไปมองนกแก้วที่บินมาเกาะอยู่ที่หน้าต่างพระอุโบสถ หลังจากที่มันส่งเสียงร้องมาแต่ไกลซึ่งท่านก็ได้รู้ทันทีว่านกแก้วตัวนี้คือพระฤๅษีคงเพื่อนรักของตนนั่นเอง..........
เพราะว่านกแก้วตัวนี้มีลักษณ์ที่แตกต่างจากนกแก้วทั่วๆไปที่อาศัยอยู่แถวนี้โดยที่นักแก้วตัวนี้จะมีขนที่สวยงามและมันวาวกว่าแถมยังมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าด้วยเกือบเท่าตัว ดังนั้น หลวงตาเสาร์จึงได้รู้ในทันทีว่านกแก้วตัวนี้เป็เพื่อนรักที่จำแลงกายมา………
วืดดดดดดดดด!
“ท่านรู้ได้เยี่ยงใดว่าเป็กระผม เก่งจังเลยนะท่านพระเสาร์!ดูเหมือนว่าจิตััและการรับรู้ของท่านจะยังไม่ตกย่อนไปเลย”นกแก้วได้พูดตอบหลวงตาเสาร์กลับไปทันที ซึ่งทั้งสองถึงแม้เป็เพื่อนรักกันมานานั้แ่เด็กๆแต่ก็ต้องพูดจาด้วยความเคารพต่อกัน เพราะพระฤๅษีถือศีลน้อยกว่าพระภิกษุสงฆ์อยู่แล้ว.........
“เ้าเข้ามาก็ดีแล้ว ข้ากำลัง้าอย่ากเจอเ้าเพื่อปรึกษาหารืออยู่พอดี!”หลวงตาเสาร์พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เพราะท่านมีความอัดอั้นที่อยู่ในใจอยากจะพูดออกมา..........
หือ?!
โอมจงคลาย!
พรึบ!
ในขณะนั้นเอง พระฤๅษีคงที่อยู่ในร่างจำแลงของนกแก้วก็ได้แปลงกายกลับสู่ร่างเดิมของเขาก่อนที่จะเดินเข้าไปก้มลงกราบหลวงตาเสาร์สามครั้ง แล้วค่อยถอยหลังกลับออกมานั่งลงในท่าสุภาพเพื่อเตรียมที่จะพูดคุยกันอย่างจริงจัง.........
“ท่านมิต้องพูดอะไรดอก! กระผมรู้ดี!”พระฤๅษีคงมองไปที่หลวงตาเสาร์ที่กำลังแสดงสีหน้าที่ดูเศร้าหมอง ก่อนจะพูดขึ้นมาคล้ายๆกับตนรู้ในสิ่งที่หลวงตาเสาร์กำลังจะพูดออกมา.......
“เอ็งรู้กระนั้นรึ? ไหนลองว่ามาสิ!?” หลวงตาเสาร์รู้ว่าพระฤๅษีคงนั้นมีวิชาอ่านใจคน เลยสามารถทราบเื่ที่ตนยังไม่ทันได้พูดแต่ท่านก็ยังเลือกที่จะถามออกไปเหมือนกับยังไม่รู้........
เฮ้ย!
“ได้สิท่าน! ถ้างั้นเื่ที่หนึ่งก็คงจักเป็เื่ที่ท่านอยากได้คนที่จะมาสืบทอดวิชาของท่านต่อไปใช่หรือไม่?! ส่วนเื่ที่สองก็น่าจักเป็เื่อายุขัยของท่านที่ใกล้จะถึงวาระแล้วกระมัง!” ฤๅษีคงได้พูดถึงสิ่งที่ตนได้รู้คร้าวๆเกี่ยวกับหลวงตาเสาร์ออกมาก่อนจะยิ้มที่มุมปากอย่างเยาะเย้ยและมั่นใจในวิชาของตน........
“เอ็งนี่เสียมารยาทจริงๆนะ มาใช้วิชาอ่านใจกับพระได้!มันบาปนะรู้ไหม?!” หลวงตาเสาร์รู้ว่าสิ่งที่พระฤๅษีเพื่อนรักพูดออกมานั้นเป็เื่จริงแต่ท่านก็ยังแกล้งทำเป็ไม่ยอมรับโดยการพูดย้อนและทำเป็ไม่พอใจกลับไปแถมยังพูดถึงเื่บุญและบาปอีก..........
“บาป? ทีท่านยังใช้วิชาตาทิพย์สอดส่องคนอื่นเลย กระผมรู้นะฮั่นแน่!” พระฤๅษีคงได้พูดตอบเพื่อหยอกย้อนหลวงตาเสาร์กลับไปบ้างเื่ที่หลวงตาเสาร์เองก็ใช้วิชาอาคมเพื่อสอดส่องดูผู้คนภายในหมู่บ้านด้วยวิชาของท่าน.........
บ๊ะ!
“อันนั้นไม่นับโว้ย! ข้าจำต้องใช้มันดูแลชาวบ้านแห่งนี้มันเกี่ยวกันตรงไหน! เอ็งนี่ติดตลกไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนะถึงแม้ว่ากาลเวลาจะไปนานเท่าใด เอ็งก็ยังเป็เอ็งเหมือนเดิม ไอ้คง!” หลวงตาเสาร์ดูเหมือนจะอารมณ์ดีขึ้นกว่าเก่า เมื่อได้พูดคุยอย่างสนุกและออกรสกับฤๅษีคง…….
ก็นะ!
สองชั่วโมงผ่านไป.......
หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยกันในเื่ต่างๆไปมากมายในที่สุดหลวงตาเสาร์กับพระฤๅษีคงก็ได้มาหยุดอยู่ตรงหัวข้อสำคัญและเป็เื่หลักในการพูดคุย..........
อื้ม!
“เมื่อถึงเวลา กระผมจะดูแลเ้าเด็กกล้วยเป็อย่างดี แล้วจักถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งหมดที่กระผมได้ร่ำเรียนมาให้แก่เขา!”พระฤๅษีคงได้รับปากหลวงตาเสาร์ ว่าเมื่อถึงเวลาที่นัดหมายกันเอาไว้ ตนจะมารับกล้วยไปดูแลและถ่ายทอดวิชาทั้งหมดที่มีให้แก่เขา........
“ขอบใจเอ็งมากไอ้คง ส่วนไอ้ผาพ่อของเ้าหนูกล้วย ข้าคิดว่าจักให้มันมาแทนที่ข้า!เพราะดูเหมือนมันจัก้าความสงบทางจิตใจ บางทีมันอาจจะบวชแบบไม่สึกเลยก็ได้”หลวงตาเสาร์กล่าวขอบคุณฤๅษีคงที่ตอบรับคำขอของตนที่ให้ช่วยดูแลและสั่งสอนเ้ากล้วยต่อจากตัวเขาเพื่อให้กล้วยกลายเป็ผู้ใหญ่ที่ดีและสามารถนำวิชาไปช่วยเหลือผู้อื่นได้ส่วนเื่ของพันผานั้น หลวงตาเสาร์ก็จะพยายามหวาดล้อมและทำให้พันผามาบวชและรับหน้าที่ต่อจากตน.....
“กระผมเข้าใจแล้วพระเพื่อน!” ฤๅษีคงได้พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะพูดอีกว่า “ว่าแต่เื่ของไอ้พวกั์ที่บุกมาเข่นฆ่าผู้คนในระแวงนี้ล่ะ ซึ่งคงอีกไม่นานพวกมันก็จักรู้ถึงการมีอยู่ของหมู่บ้านท่านเสด็จนี้และมาที่หมู่บ้านของท่านเป็แน่ เมื่อถึงเวลานั้น ท่านจักทำเยี่ยงใด!? หากว่าหมู่บ้านท่าเสด็จยังมีผู้คนเพียงหยิบมือและไร้อาวุธแลชุดเกราะที่ดี”ฤๅษีคงได้พูดถึงเื่ั์ที่กำลังออกอาละวาดในแถวนี้ว่าอีกไม่นานพวกมันคงสืบรู้ถึงตำแหน่งที่ตั้งของหมู่บ้านแห่งนี้ได้ และคงพากันยกพลมาโจมตีอย่างแน่นอน.........
“ข้าคงทำอะไรไม่ได้ดอกไอ้คง ยังไงก็ต้องปล่อยให้มันเป็ไปตามเวรตามกรรมแล้วแต่โชคชะตาจะนำพาไปเท่านั้นแหละ แต่ก็ยังดีที่มีเ้ากล้วยที่พอจักฝากผีฝากไข้เอาไว้ให้ปกป้องผู้คนและสามารถต่อกรกับพวกั์ได้ในอนาคต!”หลวงตาเสาร์เข้าใจและทราบดีว่าไม่วันใดก็วันหนึ่งเหตุการณ์นี้ก็ต้องเกิดขึ้นอยู่ดี เพียงแต่ท่านจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด........
อื้ม!
“ว่าแต่ก่อนหน้านี้กระผมได้เห็นโขลงคชสารพงไพรจำนวนมากที่ตรงข้ามวัดไม่ทราบว่าพวกนั้นมาจากที่ใดกัน ปกติแล้วคชสารพงไพรจะไม่มาแถวนี้ไม่ใช่หรือ?”ซึ่งในตอนนั้นฤๅษีคงได้คิดว่าควรที่จะเปลี่ยนเื่พูด เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศดีๆเขาจึงได้ถามถึงโขลงคชสารพงไพรจำนวนมากที่เขาเห็นก่อนที่จะมาถึงที่พระอุโบสถนี้………
“อ๋อ! พวกนั้นมาเพราะกลุ่มคนในหมู่บ้านพามา แต่จะพูดให้ถูกก็เป็เพราะฝีมือของไอ้เ้าหนูกล้วยนั่นแหละที่ทำให้พญาคชสารพงไพรนำของโขลงของเขามาอยู่ที่นี่” หลวงตาเสาร์ได้ตอบกลับฤๅษีคงไปทันทีก่อนจะยิ้มให้อย่างพึงพอใจ……
อ่า!
“เป็อย่างนี้นี่เอง! ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จักมีความสามารถเกินกว่าที่คิดอีกนะเนี่ย!” ฤๅษีคงรู้สึกอยากที่จะเห็นกล้วยแล้วในตอนนี้แต่เพราะเขายังมีเื่ที่ต้องกลับไปทำ เขาจึงได้พูดขึ้นต่อไปอีกว่า“วันนี้คงอยู่พูดคุยได้เพียงแค่เท่านั้นนะพระเพื่อนกระผมยังมีธุระที่ต้องทำอีกเล็กน้อยที่บ้านค่ายสิงค์ เพราะพอดีมีเหตุการณ์ไอ้พวกั์ออกอาละวาดทำร้ายผู้คนที่บ้านนั้นและเห็นว่ายังมีผู้รอดชีวิตอยู่ กระผมจึงคิดที่จะไปดูเสียหน่อย!”
อื้ม!
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปเถอะ อย่าได้เสียเวลาอยู่เลย ชีวิตของคนสำคัญกว่า!” หลวงตาเสาร์พยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะให้ฤๅษีคงกลับไปเพราะการช่วยชีวิตถือเป็เื่ที่ดี……
“กระผมขอกราบลาเลยแล้วกัน! ส่วนเื่เ้าหนูกล้วยกระผมยินดีที่จะทำเมื่อถึงเวลา!”
โอมจงกลาย!
วืดดดดดดดดดดด!!
พรึบ พรึบ พรึบ
หลังจากที่ทั้งสองท่านพูดคุยกันจนหมดสิ้นแล้ว พระฤๅษีก็ได้แปลงกายกลับไปเป็นกแก้วแล้วบินออกจากไปทางหน้าต่างพระอุโบสถทันทีส่วนหลวงตาเสาร์ก็นั่งปฏิบัติธรรมต่อไป........
เช่าวันต่อมา ณ พระอุโบสถวัดท่าเสด็จ.........
ตุบ ตุบ ตุบ
“กราบหลวงตาขอรับ!” พันผากับกล้วยเดินเข่าเข้าไปกราบหลวงตาพร้อมกับนั่งพับเพียบด้วยความนอบน้อมเมื่อถึงเวลาที่นัดหมายกัน..........
“มากันแล้วอย่างนั้นรึ? ดี! วันนี้ข้าจะสอนวิชาพระกรรมฐานในรูปแบบอิริยาบถต่างๆไม่ว่าจะเป็การยืน การเดิน การนั่งและการนอน เพราะอริยาบทต่างๆเหล่านี้จะมีส่วนช่วยในเื่ที่แตกต่างกันออกไปแต่ก่อนจะพูดถึงเื่นั้น พวกเ้าทั้งสองคนตั้งใจปฏิบัติตามหลวงตาให้ดีก็แล้วกันนะ!เอาพื้นฐานให้ได้ก่อน ส่วนเื่ที่เจาะลึกกว่านี้ค่อยว่ากันบทต่อไป!”
หลวงตาเสาร์ได้พูดขึ้นเมื่อเห็นพันผากับกล้วยมาเข้าหาตนในเช้าวันนี้ก่อนที่ท่านจะเอ่ยอธิบายให้ทั้งสองได้รู้ว่าวันนี้จะต้องเรียนรู้เื่อะไรจากนั้นจึงให้ทั้งสองทำตามทีละขั้นตอน........
“ขอรับหลวงตา!”
เย็นวันที่สาม ณ พระอุโบสถวัดท่าเสด็จ.........
ดีมาก!
“เอาล่ะ! วันนี้พอแค่นี้แหละนี่ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่พวกเ้าได้เรียนการทำสมาธิในรูปแบบต่างๆจนเข้าใจในพื้นฐานของมันแต่ว่าแค่วันมันยังไม่เพียงพอหรอกนะ พวกเ้าจะต้องมั่นฝึกฝนและทำให้เป็นิสัยถึงแม้ว่าจะวันละไม่กี่ชั่วโมงก็ตามที!”หลวงตาเสาร์พูดขึ้นหลังจากที่พระอาทิตย์เริ่มที่จะตกดินแล้วซึ่งได้เวลาทำวัตรเย็นพอดีดังนั้นหลวงตาเสาร์จึงบอกให้ทั้งสองพ่อลูกหยุดการทำสมาธิในท่านอนและกลับบ้านได้…….
ขอรับหลวงตา!
“พวกเราจะขยันและมั่นเพียรฝึกทำสมาธิในทุกๆวันควบคู่กับการฝึกกายและวิชาการต่อสู้ขอรับหลวงตา!”พันผาเป็คนตอบกลับแทนกล้วยที่ดูเหมือนจะหลับไปแล้วเพราะการทำสมาธิในท่านอนที่แสนจะสบาย…….
“ดีแล้วล่ะ! เ้ากล้วยยังเด็ก มันเป็ธรรมดาที่เขาควรจะได้รับการฝึกสมาธิให้สูงเข้าไว้เ้าควรสอนเขาให้รู้ว่าอะไรควรมิควร อย่าให้เขาเลือกเดินในเส้นทางที่ผิดเป็อันขาด!” หลวงตาเสาร์พยักหน้าให้กับพันผา ก่อนจะกล่าวเตือนและฝากความคิดให้พันผาเอาไปบอกกับกล้วยหลังจากนี้และสืบต่อไป……….
ขอรับหลวงตา……
หลังจากที่พันผากล่าวลาหลวงตาเสาร์แล้วเขาก็อุ้มกล้วยที่กำลังหลับอยู่กลับบ้านพร้อมเขาในทันทีซึ่งเขาใช้เวลาไม่นานก็สามารถกลับมาถึงบ้านได้แล้วและในตอนที่กลับมาถึงนั้นกล้วยก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นพอดี……..
อ๊ะ!
ซืด!
อ่า!
“ที่นี่ที่ไหนนิท่านพ่อ ทำไมเหมือนบ้านของเราจัง?หรือว่าหลวงตาสามารถเปลี่ยนพระอุโบสถให้เป็บ้านของเราได้ขอรับ?!”กล้วยถามขึ้นในขณะที่ดวงตาของเขาอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นและดูพล่ามั่วยังมองเห็นไม่ชัดซึ่งการที่เขาพึ่งตื่นนี้มันจึงทำให้เขาคิดว่าหลวงตาเสาร์สามารถใช้วิชาอาคมเปลี่ยนสถานที่จากโบสถ์เป็บ้านของเขาได้…….
“ใช่ที่ไหนกันละกล้วย ที่นี่บ้านของพวกเราเองพ่ออุ้มเ้ากลับมาเนื่องจากเ้าหลับในตอนที่ทำสมาธิในท่านอน และดูเหมือนว่าลูกจะหลับอย่างมีความสุขนะถึงกับละเมอเรียกชื่อของอุษาด้วยแหละ นอกจากจะเรียกชื่อแล้วลูกยังพูดอีกว่า………”
“หยุดเลยน่ะท่านพ่อ! ข้าไม่มีทางพูดอะไรแบบนั้นแน่ท่านกำลังแกล้งข้าอยู่ ข้ากับอุษาเป็แค่เพื่อนกันเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรอื่นเลย!” กล้วยที่อยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นถึงกับดีดตัวขึ้นยืนอย่างรวดเร็วดลยเมื่อเขาได้ยินในสิ่งที่พ่อของเขาพูดซึ่งเขาได้พยายามที่จะแก้ตัวว่าตนนั้นไม่ได้คิดกับอุษามากเกินไปกว่านี้เลยถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้เื่เกี่ยวกับความรักก็เถอะ……..
“อ่าห๊ะ! พ่อก็ไม่ได้จะพูดอะไรแบบนั้นซะหน่อยพ่อแค่จะบอกว่าเ้าละเมอทะเลาะกับอุษาเท่านั้นเอง หรือว่าจริงแล้วลูก………..ไม่นะ! นี่เ้ายังเด็กอยู่เลยทำไมถึงได้ไวไฟเช่นนี้ละ ใครกัน! ใครมันเป็คนสอนให้ลูกคิดแบบนี้บอกพ่อมาสิ!” พันผาอยากที่จะหัวเราะเต็มแก่แล้วเขารู้ว่าลูกชายของเขานั้นเริ่มที่จะโตขึ้นและเขาก็ไม่ใช้คนที่มีความคิดปิดกั้นใดๆ เพียงแต่เขาก็ต้องคอยป้องกันไม่ให้กล้วยทำอะไรที่เกินวัยของตัวเอง……..
ท่านพ่อ!
“นี่ท่านพูดอะไรของท่านกัน ข้าเป็เด็กนะ ข้าไม่รู้เื่หรอก”กล้วยรู้ว่าตัวเขากำลังถูกบิดากลั่นแกล้งอยู่เขาจึงคิดที่จะแก้เผ็ดพ่อของเขาโดยการตีหน้ามึนทำเป็ใสซื่อโดยใช้อายุของเขามาเป็ข้ออ้างในการตอกกลับบบิดาของเขา………
อ๊ะ!
ลูกนี่มัน………..ร้ายจริงๆ!
ก็ข้าเป็ลูกของท่านไง!
อึก!