บทที่5
อันฉีเดินผ่านจวนของคุณชายใหญ่ทุกวันชะเง้อคอรอสหายเขามิได้รับอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมเข่อซิงทำได้เพียงถามไถ่อาการผ่านพี่เหม่าเท่านั้น
เข่อซิงที่เดินพ้นประตูเรือนก็เห็นสหายเดินไปเดินมา“อันฉี” เข่อซิงะโเรียก
“เข่อซิง! เ้าเป็อย่างไรบ้าง”มือเล็กจับเข่อซิงหมุนตัวไปมาสำรวจร่างกายของสหายเมื่อมั่นใจแล้วว่าไม่มีตรงไหนสึกหรอก็พลอยโล่งใจ
“ข้ามึนหัวไปหมดแล้วอันฉี”
“ข้าขอโทษข้าแค่เป็ห่วงเ้ามากไปหน่อย เ้าเจ็บตรงไหนรึไม่”ใบหน้าที่จิ้มลิ้มตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อยคุณชายใหญ่คงจะมิได้ทำมิดีมิร้ายสหายของข้าหรอกนะ
“ข้าสบายดีได้คุณชายใหญ่ดูแลข้าอย่างดีแถมยาของท่านหมอเว่ยก็ดีมาก ร่างกายข้าจึงดีขึ้นมาก”
“เข่อซิงข้าว่าคุณชาย...”ปากเล็กที่ยังเอ่ยไม่จบก็ดันไปสบเข้ากับสายตามาดร้ายของเ้าของเรือนที่มองมาทางข้าอย่างมุ่งร้าย
เข่อซิงที่เห็นอันฉีเงียบไปก็ถามด้วยความสงสัย“คุณชายทำไมรึ?”
หลี่ิยกมีดสั้นขึ้นมาทำท่าปาดที่คอของตนเองเป็การเตือนในสิ่งที่บ่าวผู้นั้นจะเอ่ยคำใดที่ไม่สมควรออกมา
“ขข้าจะบอกว่าคุณชายใหญ่ดูแลเ้าดีมากจริง ๆ หน้าตาเ้าดูสดใส่ขึ้นมาก” พูดไปปากน้อยๆ ก็สั้นไป คุณชายใหญ่น่ากลัว
“เป็จริงดั่งเ้าว่าคุณชายใหญ่ยังแสนดีกับข้าเสมอ”
“เช่นนั้นรึ”ดีแค่กับเ้าคนเดียวนะสิ ข้าเห็นสายตาเขาจับจ้องมาที่เ้าทีไหร่ก็อดที่จะขนลุกไม่ได้เหมือนกับเสือที่รอวันจะขย้ำเหยื่อให้ตายอยู่ใต้กงเล็บ หิวโหย อยากรอยยิ้มที่เ้าเล่ห์ประดับบนหน้าของผู้ชนะทุกอย่างมันรวมอยู่ในตัวของคุณชายใหญ่หมดแล้ว ชายผู้นี้อันตรายเหลือเกิน
เด็กน้อยวัยสิบสองทั้งสองคนจากไปแล้วเหลือเพียงเด็กหนุ่มที่ยังคงยืนมองอยู่ตรงหน้าต่างอย่างไม่ละสายตา
เ้าบ่าวผู้นี้นับว่ายังรู้ความ แต่ก็ปล่อยให้คาดสายตาไม่ได้หากสบโอกาสก็ไม่รู้จะพ่นคำใดที่ไม่น่าฟังออกมา
***
“เข่อซิงวันนี้เ้าพาข้าไปร้านป้ามู่หน่อยนะท่านพ่ออยากกินซาลาเปา” อันฉีหันไปถามสหายที่ยังนั่งซักผ้าของคุณชายใหญ่
เข่อซิงหันมายิ้มเ้าเล่ห์ใส่สหายพร้อมพูดอย่างเย้าหยอก“ท่านพ่อบ้านอยากกินหรือเป็เ้ากันแน่ที่อยากไปพบใคร”
อันฉีที่ได้ยินเข่อซิงเอ่ยแซวใบหูก็ยิ่งขึ้นสีแก้มนวลทั้งสองแดงระเรื่อ
“ทท่านพ่ออยากกิน ข้าจะอยากไปพบใครได้เล่า เ้าก็พูดไป”ร่างน้อยของอันฉีบิดไปมาเสียยิ่งกว่าผ้าในมือของข้าตอนนี้เสียอีก
“เช่นนั้นหรอกรึข้าคิดว่าเ้าอยากไปเจอพี่ลี่เสียอีก นี่ข้าเข้าใจผิดไปเองสินะ”เหตุใดข้าจะไม่รู้ว่าเ้ากับพี่ลี่นั้นมีใจให้กัน
“เข่อซิงเ้าคนบ้า” มือเล็กฟาดไปที่หลังของเข่อซิงอย่างเต็มแรง
“โอ๊ยเ้าฟาดข้าแรงขนาดนี้ถ้าข้าเจ็บหลังขึ้นมาก็พาเ้าไปหาพี่ลี่ไม่ได้หรอกนะ”อันฉีเวลาเขินอายแรงช่างมหาศาลเหลือเกิน
“ข้าขอโทษ”
“ไปกันเถอะข้าซักเสร็จพอดี”
ก่อนจะลุกไปอันฉีก็นึกสงสัยไม่ได้จึงได้เอ่ยถามเข่อซิงด้วยความใคร่รู้ “เหตุใดเ้าถึงได้มาซักผ้าของคุณชายได้?” แปลกจริง ๆ ปกติหน้าที่ซักผ้าย่อมเป็หน้าที่ของบ่าวหญิง
“ข้าข้าทำชุดคุณชายเปื้อนนะ จึงมาซักให้แทน”
“เ้าทำอะไรเปื้อนรึ”
“เอ่อ...ข้าว่าเรารีบไปกันเถิดประเดี๋ยวซาลาเปาจะขายหมดเสียก่อน” ข้าจะบอกเหตุผลเ้าได้อย่างไรเล่าว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เปรอะเปื้อนมันเป็น้ำวิสุทธิของข้าเองให้ตายเถอะเื่หน้าขายหน้าเช่นนี้ข้าจะกล้าพูดออกไปได้อย่างไร
ั้แ่ยามนั้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาข้าดันมีความรู้สึกที่มิอาจหักห้ามใจตนเองได้ทุกครั้งยามอยู่ใกล้คุณชายในครั้งนั้นที่คุณชายได้ให้ข้ายืมชุดมาเปลี่ยนใส่ข้าก็นำมานอนกอดทุกค่ำคืนแต่เมื่อคืนข้าดัน...ดันฝันว่าข้ากับคุณชายได้ร่วมเสพสังวาสกันพอตื่นเช้ามา...ก็เปรอะเปื้อนเสื้อข้าต้องรีบลุกมาซักก่อนคนจะมาเห็น์ยังเข้าข้างข้าที่ส่งเ้ามาหลังข้าซักคราบเสร็จแล้ว ขอบคุณ์ที่เมตตาลูก
“ได้ ๆ พวกเราไปกันเถอะ” เข่อซิงเ้ามีพิรุธ ข้าจะต้องจับตาดูเ้าเอาไว้เสียแล้ว
เข่อซิงและอันฉีใช้เวลาเดินออกจากจวนแม่ทัพไม่นานก็มาถึงตลาดเด็กน้อยทั้งสองเดินไปตามทิศทางที่คุ้นชินหนึ่งอาทิตย์อย่างน้อยก็ต้องมาซื้อซาลาเปาร้านป้ามู่สามครั้งแม้จะหลับตาเดินก็ยังมาถูก ร้านป้ามู่วันนี้ก็ยังคงคึกคักเช่นเคยลูกค้ามากหน้าหลายตายังคงนั่งกันอยู่เต็มร้านเข่อซิงและอันฉีเมื่อมาถึงยังไม่ทันต้องอ้าปากสั่ง พี่ลี่ก็เดินมาหาพร้อมกับพูดคำเดิมทุกครั้ง“เอาอย่างเดิมใช่หรือไมอันฉี”พี่ลี่ชายหนุ่มวัยสิบเจ็ดถามด้วยน้ำเสียงหวานสายตาก็จับจ้องเพียงสหายข้างกายที่ยืนยิ้มไม่หุบข้าเป็เพียงแค่อากาศอีกแล้วรึ
“ฮะแฮ่ม”เข่อซิงป้องปากส่งเสียงเตือนถึงการมีตัวตนอยู่
พี่ลี่ที่ได้ยินเสียงก็หันมายิ้มทักทาย“เ้าก็มาด้วยรึเข่อซิง” พี่ลี่นี้ท่านล้อข้าเล่นรึไงข้าก็ยืนหัวโด่มานานสองนานแล้ว จงใจเมินกันสินะ
ลี่เจียงไม่สนใจสีหน้าของเข่อซิงที่แสดงความไม่พอใจมาที่ตนก็เอือมมือมาขว้าแขนของคนที่ตนชอบ
“มาเถอะข้าเตรียมโต๊ะให้เ้าแล้วมานั่งรอก่อน”ลี่จางที่มาส่งคนทั้งสองถึงโต๊ะด้านในก็เดินจากไปเตรียมของที่อันฉี้า
“ชักเอาใหญ่แล้วนะพี่ลี่ของเ้าน่ะ”กล้าดีอย่างไรมาจับมือถือแขนสหายของข้ากัน
“ของข้าเสียที่ไหนกันเล่าเ้าอย่าพูดเช่นนี้หากผู้ใดมาได้ยินเข้าจะดูไม่ดี”
“ใครจะมาได้ยินก็ช่างปะไรผู้คนย่านนี้เขารู้กันทั่วแล้วว่าพี่ลี่ ชอบ เ้า”
“นี่! เ้าอย่าได้พูดเสียดังไปสิ ข้าอายนะ”
“เ้าจะอายอะไรนู้นว่าที่สามีเ้าเดินยิ้มแฉ่งมาแต่ไกลเลย” กลัวชาวบ้านไม่รู้รึไงว่าวันนี้มีเื่ดี
“มาแล้วซาลาเปาที่เ้าสั่ง”ลี่เจียงวางถุงที่ใส่ซาลาเปาไว้ตรงหน้า มือข้างขวาล่วงเข้าไปในอกเสื้อด้านซ้ายหยิบก้อนซาลาเปารูปหัวที่ตั้งใจปั้นเองกับมือมอบให้อันฉี
“หัวใจดวงนี้ข้ามอบให้เ้า”อันฉีเมื่อได้ยินคำพูดของลี่เจียงใบหูก็เปลี่ยนจากสีชมพูอ่อนกลายเป็สีแดง แก้มเนียนขึ้นสีจนแทบจะสุกปากก็ฉีกยิ้มจนเกือบถึงใบหู
“หิ้ววว!” เสียงของลูกค้าที่อยู่ภายในร้านเมื่อเห็นเหตุการณ์ก็ส่งเสียงแซ่วจนเด็กหนุ่มทั้งคู่เขินอาย
“อันฉีหากเ้าอายุสิบห้าเมื่อใดข้าจะไปสู่ขอเ้า”ลี่เจียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง มั่งคง
“พี่ลี่พยานอยู่เต็มร้านหากท่านผิดคำพูดข้าจะขนบ่าวชายทั้งจวนแม่ทัพมารุมตีท่านแน่”ข้าพูดจริงนะหากท่านทำให้สหายข้าเสียใจข้าจะจัดการท่านมิให้มีบุตรสืบสกุลได้เลย
“ท่านหมอลี่เ้าช่างเป็เด็กหนุ่มที่มุ่งมั่นเสียเหลือเกิน”ลูกค้าชายโต๊ะ ๆ ข้างเอ่ยขึ้น พึ่งสอบเป็หมอในกองทัพได้ก็อยากแต่งเมียเสียแล้วเด็กหนุ่มสมัยนี้ช่างรีบร้อนเสียจริง
“พี่ลี่นี่ท่านเป็หมอในกองทัพได้แล้วจริงๆ งั้นรึ” ร่างเล็กเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น
“ใช่พึ่งติดประกาศเมื่อวานนี้เอง”
อันฉีลุกยืนจับมือลี่เจียงด้วยความตื่นเต้น“จริงรึพี่ลี่”
“หากเ้าไม่เชื่อข้าจะพาเ้าไปดู”สิ้นประโยคลี่เจียงก็ดึงอันฉีให้เดินตามไป...และทิ้งเข่อซิงที่อ้าปากค้างไว้เพียงลำพัง
“เหอะๆ ข้าชินแล้วละชินแล้ว...”เข่อซิงนั่งลงที่โต๊ะอีกครั้งตาก็มองระห้อยอยู่กับก้อนซาลาเปารูปหัวใจที่โดนทิ้งไว้บนโต๊ะเหมือนกับข้า
จู่ๆ ก็มีเสียงชายหนุ่มดังขึ้นมาพร้อมกับร่างที่นั่งตรงข้าม
“เ้าโดนทิ้งรึ”พอดีเมื่อครู่ข้ามาเห็นเหตุการณ์ที่ช่างเปรี่ยมไปด้วยความสุขดังดอกไม้บาน
เข่อซิงพยักหน้าหงึกๆ เป็คำตอบ
“อ่ะนี่น้ำชาปลอบใจ” มือยาวดันแก้วมาตรงหน้าเข่อซิงใบหน้าที่เปื้อนยิ้มยามเห็นใบหน้าเล็กที่ดูหดหู่ ช่างน่ารักเสียจริง
“ขอบใจ”เข่อซิงช้อนตาขึ้นมองชายที่ตนไม่รู้จักตรงหน้า
“ว่าแต่ท่านกับข้าเรารู้จักกันหรือ?”
“แน่นอน...ว่าไม่ข้าพึ่งเคยมาร้านนี้ครั้งแรก ข้าผ่านทางมาเห็นเหตุการณ์ที่ดูน่ายินดีเลยเดินเข้ามา”
“อ่อท่านอยากรู้อยากเห็นสินะ” เข่อซิงถามออกไปด้วยน่าเสียงเอื่อยเฉื่อย
“นี่เ้าไม่ได้หลอกด่าข้าใช่ไหม”เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าว่าข้าเช่นนี้มาก่อน เ้าเป็คนแรกหากเป็ผู้อื่นข้าจะสะบั้นคอมันทิ้งซะ!
“ข้าเปล่าข้าเพียงแค่พูดความจริงเท่านั้น”
ยิ่งเ้าพูดก็ยิ่งเหมือนกับข้ามานั่งให้เ้าด่า“ช่างเถอะ ว่าแต่เ้าชื่อแซ่ใด”
“ท่านจะถามชื่อใครก็ควรบอกชื่อตัวเองก่อนสิ”
เ้าเด็กนี่ฝีปากช่างคมนัก “ข้าชื่อหลิงหยุน”
“แซ่หลิงชื่อหยุนหรือ”
“มิใช่ชื่อสองพยางค์หลิง ที่แปลว่าสูง หยุน ที่แปลว่าเมฆ ส่วนแซ่มิประสงค์ที่จะบอก”หากข้าบอกแซ่เ้าไปคงจะหัวใจวายกันพอดี
“เหตุใดถึงบอกไม่ได้หรือเ้าเป็ผู้ร้ายที่โดนหมายจับ” ต้องใช่แน่ ๆ คนผู้นี้แม้จะแต่งตัวด้วยผ้าเนื้อดีหน้าตาหล่อเหลาเอาการ แต่อยู่ ๆก็เข้ามาทักทายคนที่ตนเองไม่รู้จักเช่นนี้ช่างสงสัย
“นี่หน้าเ้าบ่งบอกหมดแล้วว่าในหัวน้อย ๆ ของเ้าคิดสิ่งใดอยู่ ข้าไม่ใช่ผู้ร้ายอย่างที่เ้ากล่าวหา”
“จริงรึ?”
“แน่นอนข้าก็เป็เพียงแค่คนที่เกิดมาเป็ผู้ลาภมากดี ท่านพ่อท่านแม่ร่ำรวย เพียงเท่านั้น”
เหอะ ยิ่งพูดคนผู้นี้ยิ่งน่าหมั่นไส้พุดจ้าโอ้อวดอยู่ได้ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดี!
“ข้าก็บอกแล้วอย่างไรว่าหน้าเ้าบ่งบอกทุกอย่าง”ช่างเป็คนที่เก็บสีหน้าไม่เก่งเอาเสียเลย คิดสิ่งใดก็แสดงออกมาจนหมด
“ข้าชื่อเข่อซิง”
“เข่อซิงช่างเป็นามที่ไพเราะยิ่งนัก”ชื่อช่างสมกับคนจริงๆ
“งั้นั้แ่นี้ไปเ้ากับข้าเราเป็สหายกันแล้วนะ”ต้องเริ่มจากสหายก่อนแล้วถึงขยับสถานะของเ้า จากสามัญชนเป็อนุชายาขององค์ชายจะมีผู้ใดโชคดีไปกว่าเ้าได้อีก
“ก็ได้”มีมิตรย่อมดีกว่าศัตรู ดูไปคนผู้นี้ก็ไม่ได้น่ากลัวสักเท่าไหร่
“หากเ้ามีเื่ใดเดือดเนื้อร้อนใจก็มาหาข้าได้ที่โรงน้ำชาเหอจิ่งเพียงแค่เ้าบอกเสี่ยวเอ้อว่ามาพบท่านหลิง”
“ได้ท่านพูดแล้วนะแล้วข้าจะไปรบกวนท่านบ่อย ๆ แต่หากท่านมีเื่ใดให้ข้าช่วยข้าขอบอกท่านไว้ก่อนเลยว่า ข้า ช่วย ท่าน ไม่ ได้ เพราะข้ามีสถานะเป็แค่บ่าว”
“เื่นั้นย่อมไม่สำคัญสำหรับข้าข้าคบสหายย่อมไม่้าสิ่งใด ข้ามีอำนาจมากพอไม่้าความช่วยเหลือจากเ้า”
“มีใครบอกท่านหรือไม่ว่าท่านเป็คนหลงตัวเอง” สมแล้วที่เป็คุณชายบ้านรวยช่างพูดจาโอ้อวดตัวเองเหลือเกิน
“เ้าเป็คนแรก”คงไม่มีผู้ใดใจกล้าเท่าใจแล้วเ้าหนู
***
หลังจากพาสหายไปหาคนในใจ ก็ได้คนโอ้อวดตนเองมาเป็สหายใหม่อีกหนึ่งคนหลังจากตอนนั้นข้าก็ไปรบกวนหลิงหยุนทุกครั้งที่พาอันฉีไปหาพี่ลี่ แน่นอนเื่ที่ข้าไปรบกวนเขาย่อมเป็เื่ดีๆ ทั้งนั้น อย่างเมื่อวานข้าก็รบกวนเื่อาหารเสียจนจุกท้องเดินแทบไม่ไหวแม้จะบอกว่าเป็สหายแต่ชายผู้นั้นอายุมากกว่าข้าเสียแล้วปีอายุสิบแปดมีภรรยาหนึ่งคน ทุกครั้งที่พบหน้าก็เอาแต่บ่นเื่ภรรยาตนเองว่ามักจะชอบเร้าหรือให้ร่วมหลับนอนด้วยทุกค่ำคืนเขาคงลืมไปกระมังว่าข้าเป็เพียงแค่เด็กอายุสิบสองสิบสามหนาวเหตุใดข้าต้องมานั่งฟังเื่บนเตียงของเขากัน พอกลับจวนมาตกกลางคืนข้าก็จะเก็บเื่บนเตียงของเขามาฝันจากฉากในจิตนการเวลาฟังเปลี่ยนจากหลิงหยุนเป็คุณชายใหญ่และภรรยาของเขาก็เป็ข้าหากความคิดนี้ถูกคุณชายรับรู้ข้าจะต้องโดนเกลียดเป็แน่
แต่ชายผู้นั้นเมื่อรู้จักกันนานเข้าก็เป็คนนิสัยดีอยู่ไม่น้อยยามข้าทุกข์ใจก็ได้คุณชายหลิงหยุนคอยให้กำลังใจอยู่เสมอ