ตอนที่ 31: การแข่งสี่สำนัก
แสงจากวงเวทส่งตัวส่องสว่างทั่วจัตุรัส
“เริ่มการแข่งขัน!”
เสียงประกาศ จากผู้าุโหอิญญายุทธ์ดังกึกก้อง ก่อนที่ร่างของเหล่าผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่สำนักจะหายวับเข้าสู่เจดีย์สมบัติเทพ
ชั้นที่หนึ่ง: ทดสอบความกล้า – ฝ่าฝูงสัตว์อสูร
ฤทธากับพวกตกลงกลางป่าทึบ แต่คนละจุด พวกเขาต้องรวมตัวกันใหม่โดยใช้สัญญาณพิเศษจากฤทธา ฤทธาทำให้เกิดเมฆก้อนหนึ่งลอยอยู่ใกล้ตัวเอง เป็การบอกตำแหน่ง ทุกคนก็รีบมารวมที่จุดเดียวกัน
“มีฝูงหมาป่ามายาสิบตัว มันกำลังมาทางนี้” ฤทธาใช้โทรจิตบอกทุกคน จากนั้นเขาใช้จิตััตรวจสอบต่อไป
“แน่จริงก็เข้ามาเล้ยยย”
เรโซ่ะโใส่หมาป่าด้วยความฮึฮึกเหิม
จิมมี่กับซูคิมหันมามองเรโซ่
“มันอยู่ทางนี้”
ฤทธาบอก พลางชี้มือไปทางที่หมาป่าอยู่ ซึ่งตรงข้ามกับทิศทางที่เรโซ่ะโ
“อ่อ”
เรโซ่ตอบแบบเขินๆ ทำให้ทุกคนยิ้มออกมาได้
ไม่นานนัก พวกเขาถูกล้อมด้วยฝูง หมาป่ามายาที่สามารถแยกร่างได้หลายตัว ตัวจริงมีเพียงหนึ่ง ตอนนี้มีหมาป่าร่วมสี่สิบตัวอยู่รอบป่า ล้อมทีมแสงเงาไว้ กำลังค่อยๆ กระชับเข้ามา
ทั้งสี่คนหันหน้ากันคนละทิศ
“ข้าจะชี้เป้าตัวจริงให้ เรโซ่จัดการก่อน พี่จิมมี่ตัวที่สอง ต่อด้วยพี่ซูแล้วก็ข้า แล้ววนไปจนกว่าจะหมด” ฤทธาบอกทุกคน
จากนั้นเข้าใช้เนตรพินิจมอง พอรู้ตัวจริงก็ใช้ทักษะทัณฑ์อัสนีต่อ ฤทธาตั้งท่าร่ายเวท
ทัณฑ์อัสนีนั้นก่อนใช้จะก่อตัวเป็เมฆดำ ก่อนที่จะมีฟ้าผ่าลงมา เป็วิชาที่จำลองมาจากการลงทัณฑ์ของ์ ฤทธาใช้การก่อตัวเป็เมฆเป็ตัวชี้เป้า
เรโซ่ใช้ทักษะเคลื่อนที่เร็วจากธาตุเวลาจัดการ ทุกอย่างรอบตัวเรโซ่ช้าลงในพริบตา เรโซ่เคลื่อนตัวหาเป้าหมาย ที่มีเมฆลอยอยู่บนหัว แล้วใช้ยันต์ะเิเพลิง
ฤทธาใช้เมฆชี้ตัวต่อไปทันที จิมมี่ก็จัดการ ทุกอย่างเป็ไปตามแผนไม่นานก็จัดการได้ทั้งหมด ทีมแสงเงามุ่งหน้าลึกเข้าไปในใจกลางป่าดงดิบ
พิธีกรบรรยายภาพ ทางสำนักเย่วจีดูเหมือนจะถูกหมาป่ามายาล้อมไว้ราวสี่สิบตัว แต่ดูเหมือนจะให้เ้าหนูฤทธาเป็คนชี้ตำแหน่งตัวจริง โดยใช้เมฆชี้ตำแหน่ง แล้วให้เพื่อนจัดการนะครับ
ผู้ชมและกองเชียร์ที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ ต่างมองจอถ่ายทอดสดอย่างตื่นเต้น
ทีมเงาพยัคฆ์ดำ ถูกส่งไปในทะเลทราย เจอกับฝูงตะขาบทะเลทรายยี่สิบตัว
ทีมหยาดฟ้าเหนือบึงชิงเหอ ถูกส่งไปในซากปรักหักพังเจอกับภูติเงาปีศาจยี่สิบตัว
ทีมเพลิงอัสนีแห่งเทียนหลง ถูกส่งไปบึงอสุรกาย เจอจระเข้หนังหินยี่สิบตัว
ทุกทีมผ่านสัตว์อสูรชุดแรกไปได้ไม่ยาก แต่ชุดที่สองกำลังมา ฝูงสัตว์อสูรสี่สิบตัวจากคลื่นสัตว์ชุดที่สองทำให้ทุกทีมเปลืองแรงไม่น้อย
จากนั้นต่อด้วย การเผชิญกับเหล่าสัตว์อสูรระดับสามอีกหกสิบตัว ใช้เวลาเกือบครึ่งวันก็ฝ่าด่านไปได้ในที่สุด ทุกทีมต่างพักเอาแรง ไม่นานก็ถูกเวทย้ายตำแหน่งทุกคน
ทีมเย่วจีชายขึ้นอันดับสามจากแปดทีม
ชั้นที่สอง:
ทุกทีมถูกส่งเข้าสู่ห้องหินรูปแปดเหลี่ยม แต่ละห้องถูกปิดด้วยค่ายกล ไม่มีทางออก ไม่มีคำบอกใบ้ตรง ๆ มีเพียงกระจกแปดบานตั้งอยู่รอบตัวในแต่ละทิศ บานละหนึ่งด้าน
เมื่อทุกคนก้าวเข้ามา ประตูก็ปิดลง ทันใดนั้น เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากกลางห้อง “เมื่อแสงไม่เปล่งเสียง เมื่อเงาไม่เคลื่อนไหวความจริงจะปรากฏ”
ทุกคนมองหน้ากันอย่างงุนงง
จิมมี่มองกระจก เห็นภาพพ่อเดินหันหลังจากไปตอนที่เขายังเด็ก
เรโซ่เห็นภาพพ่อกับแม่ร้องไห้ ตอนเขาต้องมาเรียนที่สำนัก
“ค่ายกลลวงจิตใจ”
ซูคิมบอกฤทธา
“ทุกคนใช้ยันต์คุ้มกาย” ฤทธาใช้โทรจิตบอกทุกคน ทำให้จิมมี่กับเรโซ่ได้สติ
ทุกคนเรียกยันต์ออกมา มีแสงสีทองอ่อนๆ มาเคลือบตัวเด็กทั้งสี่
ฤทธาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วค่อย ๆ เปิดตาอีกครั้ง
“เนตรพินิจ”
ซูคิมเดินไปแตะกระจก แต่พบว่าตอนนี้ตัวเองไม่มีเงาในนั้น
กระจกแต่ละบานสะท้อนเพียง บางคนในทีม แต่ละบานยังมีอักษรรูนโบราณแ่จาง ๆ อยู่ที่มุมของกรอบ
เรโซ่เดินตรวจแต่ละกระจก แล้วพึมพำออกมา
“อักษรบนกรอบแต่ละบานต่างกัน แต่กลับดูเหมือน ‘ส่วนหนึ่งของข้อความ’ ...”
จิมมี่เสริมขณะมองดูกระจก
“แต่เรามองไม่เห็นข้อความทั้งหมดในกระจกเดียว”
ฤทธาพยักหน้าเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง
“อาจต้องหาจุดแรกก่อน แล้วปรับองศากระจกทีละบาน หนึ่งเห็นสอง สาม สี่เรียงไป ถึงจะเห็นข้อความทั้งหมด”
ฤทธาเสนอความคิด
“บานนี้น่าจะเป็อักษรแรก คงเรียงจากซ้ายไปขวา”
เรโซ่ชี้ตำแหน่งที่ตัวเองยืนอยู่
ทุกคนจึงจัดทิศยืนตามแนวแปดเหลี่ยม ใช้พลังปราณเบา ๆ เปลี่ยนมุมกระจกในห้อง ให้ตกกระทบกันทีละบาน เรียงไปตามที่เรโซ่บอก เมื่อทำสำเร็จ พวกเขาก็เริ่มเห็นอักษรชัดขึ้นตามลำดับ
“รวมใจ ส่องแสงจากภายใน มองผ่านเงา เห็นทางเปิด”
ฤทธาบอกทุกคน “ต้องรวมพลังปราณด้วยกัน… ถึงจะเปิดได้”
ทุกคนจึงรวมพลังปราณเข้าด้วยกัน ปล่อยออกไปเป็ลำแสงพุ่งสู่กลางห้อง ซึ่งเผยให้เห็นเงาที่ไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้ เงาของประตูอยู่กลางห้อง
เมื่อทุกคนรวมปราณอีกครั้งเพื่อัักับเงานั้น... เสียงของประตูดังขึ้นช้า ๆ และค่ายกลก็สลาย ประตูสีดำกลายเป็ประตูมิติวงรีสีน้ำเงิน
ทีมเย่วจีได้โบนัสเวลาที่เหลืออยู่ก่อนขึ้นชั้นถัดไป
ภายนอกสนาม เนื่องจากปีนี้สำนักเย่วจีเป็เ้าภาพจึงมีกองเชียร์จำนวนมาก มีเสียงเฮ หลังทีมเย่วจีผ่านด่านไป บนจอแสดงทีมเพลิงอัสนีแห่งเทียนหลง ทีมจากสำนักแชมป์เก่ากำลังแก้ปริศนาสำเร็จ
ชั้นที่สาม:
ถ้ำหินขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหมอกดำ
“จะมีปีศาจไฮยีน่าระดับห้าปรากฏตัวทีละห้าตัว แล้วเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ รอบละตัว อีกสี่รอบ หากสังหารสำเร็จจะได้คริสตัลพลังเพิ่มแต้มให้ทีม”
นี่คือข้อความขึ้นอยู่หน้าปากถ้ำ
ฤทธาคิดถึงข้อมูลที่เคยอ่านในหนังสือทันที
ปีศาจเหล่านี้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์และมีสติปัญญา มันสามารถกลายร่างเป็ร่างพิเศษได้หากถูกกดดันหรือใกล้ตาย
“ไฮยีน่าถ้ามันโมโห มันจะกลายร่างแล้วจะจัดการยาก เราต้องจัดการให้ได้ในครั้งเดียว ใช้ยันต์สายฟ้าที่ข้าให้ไปนะ พี่ซูเราสองคนวางค่ายกลเวทกับดักะเิกัน แยกย้ายกันหาเลย”
ฤทธาบอกเสร็จทุกคนก็แยกย้าย
“นิล นิลออกมา คราวนี้ต้องให้เ้าช่วยละนะ” ฤทธาเรียกันิลออกมา
“ตอนนี้นิล นิลระดับสี่แล้ว สายฟ้าก็แรงมาก คงพอช่วยได้” ฤทธานึกในใจ
ทุกอย่างราบรื่นจนรอบสุดท้ายมีเก้าตัว จัดการไปได้หกตัว อีกสามตัวกลายร่างแล้ว
แต่ละคนาเ็เล็กน้อย
“ทุกคนล่อมันมารวมที่ข้า มองหาเมฆของข้า ใครที่สู้อยู่ให้ล่อมันมาทางข้านะ” ฤทธาใช้โทรจิตบอกเสร็จก็วิ่งไปที่ตำแหน่ง เริ่มก่อตัวเมฆทัณฑ์อัสนี แล้วก็ช่วยนิล นิลสู้ เพื่อนร่วมทีมทยอยกันมา
“พี่ซูค่ายกลกับดักะเิ” ฤทธาะโบอก
ในจังหวะที่ทีมเย่วจีกำลังเสียเปรียบ นิลคำรามเสียงดัง พลังสายฟ้าพลุ่งพล่านออกจากกลางหน้าผาก แล้วรวมตัวกับทัณฑ์อัสนีของฤทธา จึงเกิดเป็ทักษะพิเศษของฤทธากับนิลๆ
คลื่นพลังแผ่กระจาย เคล็ดทัณฑ์อัสนี รวมกับกับดักะเิเป็สายฟ้าหลายสาย บดขยี้ปีศาจกลายร่างทั้งสามตัว ร่างะเิกระจุย
ได้แต้มพิเศษสองเท่าจากการกำจัดสามตัวในคราวเดียว ดันอันดับขึ้นสู่อันดับสองของทุกทีม ผู้ชมที่กำลังมองจอถ่ายทอด ต่างมีเสียงฮือฮาออกมาจากลำคอ
“เราคงต้องหาที่พักฟื้นพลังก่อน” จิมมี่บอกทุกคน
ทุกคนหยิบยาฟื้นพลังมากิน
ขณะทุกคนกำลังนั่งพัก ก็ได้ยินเสียงะเิจากที่ไกลออกไป
“ข้าจะไปดูเอง แล้วจะส่งข่าวมาบอก”
ฤทธาบอกพร้อมใช้ทักษะเงาอัสนีพุ่งตัวไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานฤทธาก็มาถึงที่เกิดเหตุ
ด้านหน้าฤทธาเห็นทีมสำนักชิงเหอกำลังสู้กับปีศาจไฮยีน่าร่างแปลงสองตน สามคนในทีมนั้นมีอาการาเ็ ซ่งอวี่หัวหน้าทีมกับจ้าวหลง กำลังปักหลักต่อสู้ แต่ท่าทางดูเสียเปรียบอยู่
ฤทธาตัดสินใจเข้าไปช่วยซ่งอวี่ที่ดูอ่อนแรงเต็มทน ฤทธาใช้โล่แสงกระแทกมันออกไป เขาโยนขวดโอสถให้ซ่งอวี่
“รีบไปดูคนเจ็บก่อน ทางนี้ข้าจัดการเอง”
ซ่งอวี่ไม่มีเวลาคิดมาก เขาทำตามฤทธาบอก ฤทธาเสกหุ่นเชิดหมาป่าระดับสามมาช่วยเฝ้าระวังคนาเ็
“นิล ๆ ออกมา” ทันใดนั้นนิล ๆ ก็ปรากฏ
“ไปช่วยทางนั้นที” ฤทธาสื่อสารด้วยใจกับนิล ๆ
ทุกอย่างนั้นจ้าวหลงสังเกตเห็นหมดขณะกำลังสู้อยู่
นิล ๆ บินไปช่วยทางจ้าวหลง ใช้สายฟ้าเข้าโจมตีทางปีศาจไฮยีน่า
ฤทธาเรียกเชือกรัดอสูรออกมา เชือดรัดอสูรพันรอบหมัดของฤทธา มือทั้งสองข้างกำลังก่อเกิดสายฟ้า
ฤทธาใช้เงาอัสนี พุ่งไปด้วยความเร็ว แล้วชกไปที่ปีศาจสามหมัดรวด จนมันกระเด็นลงไปกองกับพื้น
จังหวะนั้นเองฤทธาเรียกค่ายกลิญญาออกมา จักระเกิดขึ้นด้านหลังฤทธาก่อตัวเร็วมาก วงเวทโผล่มาด้านหน้าฤทธา
ปีศาจไฮยีน่าที่สู้กับฤทธา ลุกขึ้นมากำลังจะใช้ทักษะแต่ไม่ทัน ถูกแสงแห่งิญญาศักดิ์สิทธิ์ที่ยิงออกจากวงเวท โจมตีเข้าอย่างแรงจนตายไป
มาที่ปีศาจอีกตัว โจมตีนิล ๆ จนลงไปกองกับพื้น นิล ๆ าเ็หนัก ฤทธาหันไปเห็นพอดี เขาพุ่งตัวไปขวางแล้วใช้แสงิญญาศักดิ์สิทธิ์โจมตี
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากไฮยีน่าตัวนั้นหลบไม่ทัน ถูกแสงเข้าเต็มๆ ตายไป
“ขอบใจมาก เ้าจากสำนักเย่วจีใช่หรือไม่” ซ่งอวี่พาทีมมาทางฤทธา
“ข้าศิษย์ปีสามจากสำนักเย่วจี พวกศิษย์พี่เป็อย่างไรบ้าง” ฤทธาพูดขณะกำลังใช้ธาตุแสงรักษานิล ๆ เสร็จแล้วเอายาป้อนให้ แล้วนำกลับเข้ากำไล
“พวกข้าดีขึ้นแล้ว สัตว์ิญญาเ้าเป็อย่างไรบ้าง” จ้าวหลงถามฤทธาบ้าง
“นั่นเป็สัตว์พาหนะข้าน่ะขอรับ าเ็ไม่มาก ไม่ต้องห่วงขอรับ” ฤทธาบอกอย่างนอบน้อม
“สัตว์พาหนะ เป็สัตว์พาหนะที่แข็งแกร่งมาก” จ้าวหลงเหมือนจะพูดแทนทั้งทีม
“เป็ปีสามที่มากฝีมือจริง ๆ ใกล้ได้เวลาไปชั้นถัดไปแล้ว พวกข้าติดค้างน้ำใจไว้ก่อนนะ มีโอกาสต้องตอบแทนแน่”
ซ่งอวี่และทุกคนเดินเข้ามาขอจับมือกับฤทธา
ฤทธาจับเสร็จก็ประคองหมัดคารวะ ขณะนั้นเอง ทุกคนถูกแสงสีฟ้าพาไปชั้นถัดไป
ชั้นที่สี่:
คราวนี้เป็ห้องแปดเหลี่ยมที่มีค่ายกลป้องกันสามชั้น มีเสาหลายเสาตั้งอยู่ โดยไม่มีคำใบ้ใด ๆ
“ทีมที่ไม่สามารถแก้ปริศนาได้จะถูกส่งตัวออกจากห้องไป”
ผู้บรรยายด้านนอกบอกกติกาให้ผู้ชมทราบ
“เมื่อสักครู่นี้เกิดอะไรขึ้น” เรโซ่ถามฤทธาก่อนใคร เพราะคิดว่าทุกคนก็อยากรู้
“พอข้าไปถึงเห็นพวกสำนักชิงเหอกำลังสู้กับปีศาจและมีคนเจ็บ ข้าจึงเข้าไปช่วย เสร็จแล้วก็ถูกส่งมาที่นี่เลย ทุกอย่างไวมาก” ฤทธาบอกเรโซ่
ฤทธานั่งลงทันทีหลับตาและเปิด พริบตานั้น ดวงตากลายเป็สีเงินเทา สามารถมองเห็นรอยต่อของมิติได้ เพื่อนร่วมทีมกำลังมองฤทธา คนดูก็เช่นกัน
“ผมเห็นแค่รอยต่อมิติ ตรงนี้คงเป็ประตู เราต้องแก้ปริศนาก่อน” ฤทธาบอกทุกคน
เขาเดินวนหนึ่งรอบ แล้วให้ทุกคนยืนประจำเสาคนละเสา เป็สี่ทิศ บนพื้นหินมีวงเวทและอักขระ ฤทธาแตะเสาหินตรงสลักอันหนึ่ง แล้ววงเวทที่เป็พื้นหิน ก็หมุนวนไปครึ่งรอบ
“พี่ซู แตะที่เสาต้นของพี่” ฤทธาบอกศิษย์พี่
ขณะเรโซ่กำลังอ่านข้อความแต่ละเสา ขณะพื้นวงเวทก็หมุนย้อนทวนกลับมาหนึ่งรอบ
“ครึ่งรอบหนึ่ง ย้อนหนึ่งเท่าคือสอง กับอีกสอง เท่ากับสี่” เรโซ่อ่านข้อความบนเสา
“ใช่ ตอนนี้เรโซ่กับพี่จิมมี่แตะที่สลักพร้อมกันนะ” ฤทธาส่งเสียงบอก พอทั้งคู่แตะสลัก พื้นวงเวทก็หมุนตามเข็มอีกสองรอบ
“คราวนี้” ฤทธากำลังจะบอก
“พร้อมกัน” ทุกคนพูดพร้อมกันหมด ต่างมองหน้ากันแล้วยิ้ม พร้อมกับพยักหน้า
พรึ่บ! ค่ายกลสลายทันที เสาสี่ต้น หดลงไปในดิน กลางวงมีแท่นหินโผล่ขึ้นมา บนแท่นหินมีหีบคล้ายหีบสมบัติสีทองวางอยู่
ตอนนี้บนจอ เห็นทีมสำนักเทียนหลง กำลังเอาคริสตัลออกจากหีบ แล้วไปชั้นต่อไป เป็ทีมแรกที่ไปชั้นห้าก่อนใคร
ตอนนี้ทีมฤทธาเก็บคริสตั้นหมดแล้ว กำลังจะไปต่อ
“เดี๋ยวก่อน” ฤทธาบอกทุกคนหยุด เขาใช้เนตรพินิจเห็นรอยแยกมิติเล็กๆ บนฝาหีบด้านในที่เปิดหงายอยู่ ฤทธาทำลายฝาหีบด้านใน ลองใช้มือล้วงเข้าไป ด้านในมีคริสตัลซ่อนอยู่อีกจำนวนหนึ่ง
มีเสียงฮือทั้งสนามที่ดูอยู่บนจอ เสียงของผู้คุมการแข่งขันด้วย
... แล้วทีมฤทธาก็ไปชั้นห้าต่อ
ชั้นที่ห้า:
“บททดสอบสุดท้ายของเจดีย์สมบัติเทพ ไม่ใช่พลัง ไม่ใช่สติปัญญา... แต่คือจิตใจ”
“ผู้ชมจะเห็นแค่เพียงพวกเด็กๆ กำลังขึ้นบันไดต่อสู้กับแรงดึงดูดและแรงกดดัน แต่ไม่มีใครเห็นภาพมายา ที่พวกเด็กๆ ต้องเผชิญ”
ผู้บรรยายบอกกับผู้ชม
“ผู้เข้าแข่งขันจะถูกส่งเข้าสู่ มิติส่วนตัวของตนเอง ผ่านภาพมายา สะท้อนเบื้องลึกภายใน และต้องเผชิญ บันไดลอยฟ้าสิบแปดขั้น ซึ่งแรงดึงดูดจะเพิ่มขึ้นตามระดับของความลังเล ความเห็นแก่ตัว และความมืดในใจ”
ผู้บรรยายบอกข้อมูลกับผู้ชม
“ในประวัติศาสตร์ มีคนไปได้สูงสุดที่สิบหกขั้น นั่นคือผู้ก่อตั้งหอิญญายุทธ์ ซึ่งเป็หนึ่งในหกอัจฉริยะ และเป็จ้าวยุทธภพเมื่อพันปีก่อน”
พอถึง่ถ่ายทอดบนจอ ให้คนดู ทุกคนเห็นเด็กนั่งอยู่ตามขั้นบันไดต่างๆ ทุกอย่างใช้เวลาไม่นาน เด็กๆ ก็ถูกส่งออกมาที่ลานด้านนอกแล้ว แม้ในความรู้สึกของผู้เข้าแข่งทุกคน จะรู้สึกนานขนาดไหนก็ตาม
“ผ่านเพียงหนึ่งภาพลวงตา เ้าขึ้นได้หนึ่งขั้น หากใจสั่นไหว จะถูกฉุดกลับสู่พื้น”
---
ซ่งอวี่: สำนักชิงเหอ – ผู้ขึ้นบันไดถึงขั้นที่สิบ
ในภาพมายา เขาถูกพาเข้าสู่สถานการณ์การแข่งประลองกลยุทธ์ระหว่างสำนักชิงเหอ กับ สำนักพยัคฆ์ทมิฬ เหตุการณ์ดำเนินไปเหมือนจริงทุกประการ... จนกระทั่งเขาเผชิญกับหัวหน้าทีมของพยัคฆ์ทมิฬบนหน้าผา
หลังการต่อสู้อันดุเดือด เขานั้นเสียท่าและกำลังจะตกจากหน้าผาสูงชัน
มือหนึ่งของเขายังคว้าขอบไว้ อีกมือเอื้อมขอความช่วยเหลือจากคู่แข่ง
ในใจซ่งอวี่รู้ดี... ว่ามีโอกาสน้อย
คู่แข่งเขาเดินหันหลังจากไป เขาตกลงมาที่อีกสนามหนึ่ง เจอลูกทีมสำนักเทียนหลง ครั้งนี้เขาได้เปรียบ สู้จนคู่แข่งเกือบตกหน้าผาเหมือนเขาในครั้งก่อน ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว ถ้าเขาเลือกที่จะช่วยเขาอาจไม่มีวันคว้าชัยชนะให้สำนักของตน
เขาเลือกหันหลังเดินจากไป
เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัว
“เ้าผ่านแล้ว… แต่เ้าปฏิเสธความเมตตาในใจ นี่คือผลตอบแทน”
ซ่งอวี่หยุดที่ขั้นที่สิบด้วยใบหน้าเคลือบแคลง แม้จะผ่าน แต่หัวใจกลับหนักอึ้ง
ในมือเขามีขวดโอสถที่มาจากไหนไม่รู้เป็รางวัล
ตอนนี้เขารู้สึกว่าพลังเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมาก
---
ฤทธา: ผู้ขึ้นถึง “ยอดบันไดขั้นสิบแปด” ที่ไม่มีใครเคยเห็น
เมื่อฤทธาถูกส่งมายังมิติส่วนตัว เขาอยู่ในา ในวัยที่เป็หนุ่ม่อายุราวสามสิบ กำลังพากองทหารบุกยึดเมืองปีศาจเมืองหนึ่ง และได้รับชัยชนะ ในงานเลี้ยงฉลองทุกคนต่างมายินดี มีทหารวิ่งมารายงานว่า ทางศิษย์พี่ซู พี่จิมมี่ และเรโซ่ ต่างก็ยึดเมืองได้ทุกคนตามแผนการของเขา
ฤทธาได้เลื่อนเป็ผู้บัญชาการ ได้ติดยศจากองค์กษัตริย์
ภาพไปที่ศึกใหญ่ศึกหนึ่ง ฤทธารได้สู้กับจอมอสูรและกำลังพ่ายแพ้ จอมอสูรอยู่ในชุดคลุมยาวสีดำ มีผ้าคลุมหัวมองเห็นแค่ดวงตาสีแดงในนั้น เขาถูกจับให้คุกเข่าอยู่ต่อหน้าจอมอสูร พร้อมกับถูกเวทสีแดงรัดตัวไว้
เหล่าปีศาจนำพ่อ แม่ ชีต้าร์และนิลๆ มา
“ถ้าเ้ายอมสวามิภักดิ์ข้า ครอบครัวเ้าจะรอดตาย”
จอมมารกล่าวเสียงเรียบ ดูเยือกเย็น ในโทนเสียงทุ้มต่ำและกังวาน
“แล้วจะใช้ข้าไปฆ่าพวกมนุษย์ด้วยกันงั้นรึ พวกข้ายอมตายเสียดีกว่า ข้าขอโทษทุกคน ข้าขอโทษ” ฤทธาที่น้ำตาอาบแก้มหันไปทางพ่อกับแม่ที่ถูกเวทสีแดงปิดปากและมัดมือมัดเท้า
ทันใดนั้น พวกเขาทั้งหมดถูกลำแสงสีแดงพุ่งทะลุตัว ถูกยกให้ลอยขึ้น เืไหลอาบทั่วร่าง สิ้นใจคาที่ไม่สั่นไหวใด ๆ
ฤทธาเห็นภาพนั้นคาตา น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
“ม่ายยยยยยยยย……..อ๊ากกกกกกกก”
ฤทธาพยายามเร่งพลังสุดฤทธิ์ เพื่อให้พ้นพันธนาการ แต่ไม่สามารถทำได้ เขาเสียใจอย่างสุดซึ้ง กระอักเืออกมา ความแค้นพวยพุ่งเต็มอกแทบะเิ
“ฤทธา…ฤทธา ใจเย็น ๆ เ้าอยู่ในการทดสอบจิตใจ เ้าต้องใจเย็น ๆ การทดสอบจิตใจจะเอาสิ่งที่เ้ากลัวที่ซ่อนไว้ลึกที่สุดมาเล่นงานเ้าเอง เ้าต้องมีสติและใจเย็นกว่านี้” เสียงไค่หยงดังขึ้นเตือนฤทธา
“การทดสอบจิตใจการทดสอบจิตใจ สิ่งที่ข้ากลัว ข้าอยู่ในการทดสอบจิตใจงั้นรึ”
ฤทธาพยายามรวบรวมสติ
“ใช่ เ้าอยู่ในการแข่งสี่สำนัก จำได้หรือไม่ รวบรวมสมาธิ แล้วเข้ามาในทะเลจิติญญา”
ภายนอกตรงบันไดขั้นที่สิบแปด เืที่ริมฝีปากฤทธ หยดลงมาที่บันได บันไดสีทองมีการสั่นพ้อง มีคลื่นพลังงานแผ่กระจายออกมา
ในทะเลจิติญญา ฤทธานั่งรวบรวมสมาธิ
“ใช่…ข้าอยู่ในการแข่ง และการทดสอบของเจดีย์” เสียงในใจเขาดังขึ้น
เมื่อฤทธาลืมตาตื่น เขายืนขึ้นมีประตูปรากฏบนยอดของบันได เขาก้าวผ่านบานประตูที่ปรากฏขึ้นแล้วหายเข้าไปในนั้น
ที่ยอดเจดีย์
ที่นั่นเขาพบหินสีดำขนาดมหึมาลอยกลางอากาศ มีอักษรเรืองแสงอยู่ทั่วหิน
แม้เขาอ่านไม่ออก แต่เสียงของไค่ก็ดังขึ้นมา
“มันคือ... เคล็ดวิชาิญญา์ วิชาในตำนาน วิชาที่อยู่บนแดน์ บรรพบุรุษเผ่าข้าเคยบันทึกไว้”
ขณะที่เสียงไค่หยงที่ดังในใจของฤทธาและกำลังอธิบาย ฤทธาก็เห็นแสงดวงเล็กๆ กำลังก่อตัวและขยายขึ้น เป็ร่างสีทอง
“เสี้ยวจิติญญาเทพ” เสียงไค่หยงอุทานออกมาในใจของฤทธา
“เ้ามาแล้วสินะ เจดีย์นี้ข้าสร้างขึ้นเพื่อไว้ปราบอสุรกาย เ้ายังคงใช้มันไม่ได้หรอกในตอนนี้ แต่เข้าไปฝึกฝนข้างในได้ เรียนรู้การใช้เจดีย์ แล้วหมั่นฝึกเคล็ดิญญา์ มันจะมีประโยชน์ในอนาคต”
เสียงสิ้นสุดแค่นี้ แล้วร่างสีทองก็หายไป ทิ้งฤทธาไว้กับความสับสน
ฤทธาหลับตา ปล่อยจิตเข้าสู่ทะเลจิติญญา จารึกเคล็ดวิชานั้นลงในจิติญญา
หินดำสั่นะเื และแตกออก ก่อนจะปล่อยเจดีย์ขนาดเล็ก ลอยเข้ามาอยู่ในมือเขา
“มันคืออาวุธยุคโบราณ” ไค่หยงเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“เก็บไว้ก่อนละกัน” ฤทธากล่าวเรียบ ๆ ก่อนจะเก็บเข้าแหวนเก็บของ
ผลลัพธ์ที่ไม่มีใครรู้
ชื่อของเขา... ปรากฏอยู่ใน “ยอดเจดีย์”
แต่ไม่มีใครเห็น ไม่มีการประกาศ
ผลการแข่งขัน โลกภายนอก
เมื่อทุกคนถูกเคลื่อนย้ายกลับมา ทุกคนต่างได้รางวัลจากเจดีย์ จิมมี่ได้ค้อนิญญาจากบันไดขั้นสิบสี่ ซูคิมได้กระบี่ิญญา เรโซ่ได้พู่กันิญญา ทั้งสามคนอยู่บันไดขั้นสิบสี่เหมือนกัน พวกเขาได้รับผลรวมแต้มแต่ละชั้นของเจดีย์
ทีมชายเย่วจี ขึ้นสู่อันดับหนึ่งด้วยคะแนนรวมสูงสุด!
ทีมหญิงเย่วจีได้อันดับห้า จากแปดทีม
เสียงเชียร์กึกก้อง หอิญญายุทธ์ถึงกับกล่าวชมออกช่องกระจายเสียงกลางเมือง
“ทีมเย่วจีแสดงให้เห็นถึงการประสานงาน การแก้ปัญหา และการควบคุมพลังที่ดีมาก”
แต่ไม่มีใครรู้ว่า...รางวัลจริงของฤทธา ไม่ใช่แค่ชัยชนะ หากแต่คือ “เจดีย์ทมิฬ” และเคล็ดวิชา
จบตอน.