“กรี๊ด!!!!”
เสียงกรีดร้องของหญิงสาวพร้อมกับเสียงของบางอย่างหล่นลงพื้นถนนทำให้อรุณ บอดี้การ์ดของแผ่นฟ้าทำหน้าใเขาเพียงก้มลงหยิบโทรศัพท์มือถือที่ตกลงไปที่พื้น
แต่จังหวะที่เงยหน้าขึ้นเขากับรู้สึกว่าเฉี่ยวชนเข้ากับบางอย่างเข้าพอมองดูกระจกหลังก็พบนักศึกษาคนหนึ่งนอนกองอยู่กับพื้นใกล้กับรถจักรยานคันสีชมพูเขารีบจอดรถแล้วลงจากรถไปดูเหตุการณ์ในทันที
“เห้ย!!! ซวยแล้วไอ้อรุณเอ๊ย....”อรุณสบถออกมาขณะที่รีบจอดรถที่ข้างทางแล้วลงไปดู
“น้อง...น้อง....เป็อะไรไหม”
เขาเอ่ยถามออกมาพร้อมทั้งสำรวจร่างกายของเธอหญิงสาวที่ล้มลงไปกับพื้นเงยหน้าขึ้นมาดูก่อนที่จะตอบออกมา
“หนูไม่เป็ไรค่ะพี่แต่...โอ๊ย!!!” ข้อศอกของเธอเืไหล แถมขาก็ยังขยับไม่ได้
“ไม่เป็ไรได้ไงไหน.... ดูซิ”
จุฑารัตน์ถึงแม้เธอจะรู้สึกโมโหในตอนแรกแต่พอได้เห็นถึงความมีน้ำใจของคนที่ขับรถมาเฉี่ยวเธอความโกรธในตอนแรกก็เบาบางลง
“ไม่ได้การล่ะ...ไปหาหมอเถอะ”
เขาไม่ฟังเสียงปฏิเสธของเธอเลยแม้แต่น้อยท่อนแขนแข็งแรงสอดมาประคองร่างบาง ก่อนที่เขาจะอุ้มเธอจนตัวลอยเข้าไปในรถเบนซ์สุดหรูที่ไม่รู้ว่าเป็ของเขาหรือเปล่า แต่เขาแต่งกายคล้ายกับคนที่ทำงานเป็ผู้คุ้มกัน หรือพวกบอดี้การ์ดให้กับพวกคนมีเงิน
จุฑารัตน์นั่งนิ่งยอมให้ชายหนุ่มพาเธอไปโรงพยาบาลแต่โดยดีอรุณจัดการค่ารักษาพยาบาล และให้เด็กสาวได้พักฟื้นอยู่ที่ห้องพิเศษเขานั่งรอเพื่อนสนิทของเธออยู่ครู่ใหญ่ กว่าที่นักศึกษาสาวที่เป็เพื่อนของคนเจ็บจะเดินทางมาถึงโรงพยาบาล
แต่พอเพื่อนสนิทของเธอมาถึงโรงพยาบาลก็โวยวายด่าว่าเขาที่เขาทำให้เพื่อนของเธอเจ็บอรุณมองเด็กสาวที่มีใบหน้าสะสวยแต่ทว่าฝีปากกล้าด้วยสายตาทึ่งๆเธอช่างไม่กลัวเขาที่แต่งชุดดำน่าเกรงขามแบบนี้เขากลับรู้สึกขำเสียด้วยซ้ำเมื่อมองไปยังเด็กสาวบนเตียงที่ส่งยิ้มแหยๆ มาให้เขาไม่ได้เถียงเธอกลับ เพราะเขาผิดจริงๆ ที่ทำให้เพื่อนของเธอต้องเจ็บ
“พอเถอะดาว...พี่เขาไม่ได้ตั้งใจ และก็ไม่ได้ชนแล้วหนีด้วย”
จุฑารัตน์รีบห้ามปรามเพื่อนสนิททันทีนั่นแหละสาวสวยในชุดนักศึกษาจึงหยุดต่อว่าคนตัวโต
“ผมขอโทษจริงๆครับที่ไม่ทันระวัง ผมจะดูแลรับผิดชอบค่ารักษาให้เพื่อนของคุณจนกว่าจะหายดี”
เขาเอาน้ำเย็นเข้าลูบและก็ดูเหมือนว่าเธอจะใจเย็นลงเพราะคำพูดของเพื่อนสนิท มากกว่าคำพูดของเขาเสียอีก
“มันก็ต้องเป็อย่างนั้นอยู่แล้วค่ะขอโทษด้วยนะคะที่ต่อว่าไปเยอะ”
ดาราภัสยกมือไหว้หลังจากเอ่ยประโยคแรกจบอย่างน้อยเขาก็ไม่ทอดทิ้งเพื่อนของเธอ อีกทั้งยังพามารักษาแถมอยู่ห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้อีกต่างหาก
เื่ราวจึงจบลงด้วยดีชายหนุ่มจึงได้กลับไปหาเ้านายของตนที่อาณาจักรคูเวอร์ เพื่อพาเ้านายหนุ่มเดินทางไปไนต์คลับในเย็นวันนี้ ไม่รู้ว่าเ้านายจะอารมณ์เสียไหม แต่ถึงอย่างไร เขาก็ยอมรับความผิดของตัวเอง
แสนพันหมื่นล้านไนต์คลับ
หลังจากที่ส่งคนไปสืบประวัติหญิงสาวที่เดินเข้ามาชนเขาในวันงานหมั้นของพี่สาวฝาแฝดฟ้า แผ่นฟ้า นิรันนุกุล คูเวอร์ก็เอาแต่เฝ้ารอคอยแต่ผ่านไปเพียงหนึ่งวันข้อมูลทุกอย่างของหญิงสาวที่เขาสนใจก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าดวงตาคมกวาดสายตาไล่อ่านไปตามตัวหนังสือที่บ่งบอกว่าเป็ประวัติของหญิงสาวั้แ่แรกเกิดจนถึงปัจจุบัน
“ชีวิตคนเรานี่มันก็ไม่แน่นะเป็ลูกคุณหนูอยู่ดีๆ พอพ่อแม่เสียก็ไม่มีใครรับดูแลซะอย่างนั้น ญาติแต่ละคนทำไมเห็นแก่ตัวกันจังเลยวะ”
ชายหนุ่มอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้เมื่อได้อ่านประวัติของหญิงสาวที่เฝ้าเอาแต่นึกถึงดวงตากลมโตกับปากจิ้มลิ้มของเธอ
‘ดาว ดาราภัสพงษ์วิภา อายุ 20 ปี เป็ลูกสาวคนเดียวของนายพิภพและนางวิลาวรรณพงษ์วิภา ทั้งนายพิภพและนางวิลาวรรณเสียชีวิตพร้อมกันทั้งคู่เนื่องจากอุบัติเหตุตอนนั้นเด็กสาวอายุเพียงสองขวบ ญาติๆที่พอจะรับเด็กหญิงไปเลี้ยงได้กลับไม่มีใครอยากจะแบกรับภาระนี้เอาไว้
อดีตครอบครัวนี้เคยมีธุรกิจโรงแรมอยู่หลายแห่งทั่วประเทศแต่ถูกโกงจึงทำให้ธุรกิจทั้งหมดตกอยู่ในมือญาติทางพ่อเด็กหญิงถูกรับเลี้ยงโดยสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าั้แ่อายุเพียงสองขวบครึ่งจนอายุสิบแปดปีจึงได้ออกมาใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนภายในหอพักของมหาวิทยาลัยตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ปีสอง คณะการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมบริการหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการการโรงแรม’
“ใฝ่ดี รักเรียน เออ...ชื่อสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าคุ้นๆใช่ที่ครอบครัวของฉันสนับสนุนและให้ทุนมาตลอดใช่หรือเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นถามวิรุตและอรุณ
“ใช่ครับเ้านายและเด็กคนนี้ก็อยู่ในโครงการที่คุณท่านให้ทุนการศึกษาด้วยครับ”
วิชิตตอบหากแต่อรุณนั้นยังไม่เคยได้เห็นประวัติของเด็กสาวมาก่อนจึงก้มมองรูป
“เอ๊ะ!! ใช่เด็กนั่นจริงๆด้วย คนเดียวกันเลยครับ” อรุณเอ่ยออกมาตาเป็ประกาย
“เด็กไหน!!”
เสียงเ็าของเ้านายหนุ่มดังขึ้นมาในทันที
“ก็นักศึกษาที่ผมขับรถชนเมื่อวานยังไงล่ะครับเด็กคนนั้นเป็เพื่อนของเธอคนนี้ คนในรูปนี่แหละครับแล้วคนที่โวยวายให้ผมเมื่อวานก็เธออีกนี่แหละ” อรุณรายงานเ้านายหนุ่ม
“แล้ว... เพื่อนเธอออกจากโรงพยาบาลหรือยัง”เสียงเ็าดังออกมาจากผู้เป็นาย
“ออกเช้าพรุ่งนี้ครับ” อรุณรายงาน
“แล้วเด็กคนนี้คือเพื่อนของเธอคนนั้นแน่เหรอ”แผ่นฟ้าเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
“แน่ครับนาย เป็คนเดียวกันไม่ผิดแน่ครับ”
อรุณตอบออกมาด้วยความมั่นใจ แผ่นฟ้ากวาดสายตาลงไปในประวัติที่วิรุตสืบมาได้อีกครั้งก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองอรุณ
“มีเบอร์ติดต่อของพวกเธอไหม”
คำถามที่เ้านายหนุ่มถามออกมาทำเอาสองบอดี้การ์ดอ้าปากค้าง
“เอ่อ... มีครับแต่เป็ของน้องที่ผมขับรถเฉี่ยวนะครับ”
อรุณตอบออกมาพร้อมกับค้นเบอร์โทรของนักศึกษาสาวคนที่เขาขับรถเฉี่ยวเมื่อวานมือหนาจดใส่กระดาษให้เ้านายหนุ่ม
“ใครบอกว่าจะเอา...” คำตอบของแผ่นฟ้าถึงกับทำให้สองบอดี้การ์ดอ้าปากค้างพร้อมกับทำหน้างุนงงไปตามๆ กัน
ร่างสูงโปร่งลุกจากที่นั่งก่อนที่จะเดินลงไปด้านล่างของไนต์คลับสองบอดี้การ์ดหนุ่มไม่รอช้ารีบตามเ้านายไปเช่นกัน
ร่างระหงในชุดนักศึกษากำลังเยื้องย่างไปเรียนที่ตึกคณะของตนเองแต่ระหว่างทางก็มีสายตาหลายคู่มองมา นั่นก็เป็เพราะความสวยของสาวคณะการท่องเที่ยวและการโรงแรมคนนี้ที่ดึงดูดสายตาให้หนุ่มๆมองมาเป็ตาเดียวกัน
หลายคนแอบสงสัยว่าสวยๆแบบเธอไปเรียนคณะนิเทศศาสตร์ได้อย่างสบาย ทำไมถึงเลือกเรียนคณะนี้ แต่อาจจะเป็เพราะความชอบส่วนตัวของเธอก็เป็ได้
“ยัยดาวยัยเฟรนด์เป็ไงบ้าง” เพื่อนในคณะเดียวกันเอ่ยถามขึ้น
“พรุ่งนี้เช้าถึงจะได้ออกจากโรงพยาบาลน่ะคุณหมอให้นอนดูอาการอีกคืน ไม่ได้เป็อะไรเยอะหรอกแต่เธอก็รู้ว่าเฟรนด์ไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนพวกเราฉันเลยอยากให้เฟรนด์ได้พักผ่อนอีกวัน” ดาวดาราภัสตอบเพื่อนอีกคนขณะที่เดินไปนั่งลงข้างๆ
“จดแลคเชอร์ไว้ให้แล้วนะอืม...เห็นบอกอยากทำงานพาร์ทไทม์กันใช่เปล่า” วาสนาเอ่ยถาม
“อืม...เธอมีงานแนะนำเราเหรอ”ดาราภัสตอบก่อนที่จะเอ่ยถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ใช่...แต่เป็งานกลางคืนนะ เธอทำได้ไหม” พอได้ยินว่าเป็งานกลางคืน สีหน้าของคนดีใจก็เจื่อนลง
“งานแบบไหนอะคงไม่ใช่งานแบบว่าใช่ไหม”
เธอเคยได้ยินเพื่อนๆเล่าให้ฟังเกี่ยวกับนักศึกษาบางคนที่ไปหางานพิเศษทำ เพราะอยากมีของใช้ราคาแพงมีเงินใช้ไม่ขาดมือ
“ไม่ใช่!!!งานรับออเดอร์ เสิร์ฟแล้วก็เก็บร้านพวกนี้แหละ พี่หมิวปีสามคณะเดียวกับเราไงแกหาคนไปทำอยู่ เห็นบอก่นี้ที่ไนต์คลับรับคนเพิ่ม” วาสนาบอกออกมาเสียงเบา
“พี่หมิวเหรอ... อืม...เดี๋ยวเราลองไปถามข้อมูลเพิ่มเติมจากพี่เขาดู”
ดาราภัสทวนชื่อของรุ่นพี่สาวที่ค่อนข้างจะสนิทกันเพราะเคยร่วมงานแคชชวลในโรงแรมกันมาหลายต่อหลายครั้งก่อนที่จะสองสาวจะหยุดคุยกันเพราะอาจารย์เข้ามาภายในห้องพอดี
่พักกลางวันดาราภัสจึงโทรหาพี่หมิวรุ่นพี่ปีสามที่วาสนาเพื่อนอีกคนในกลุ่มแนะนำมาเพื่อคุยเื่งานหมิวรีบปรี่มาหารุ่นน้องที่กำลังนั่งรับประทานอาหารกลางวันอยู่กับวาสนาที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัยทันที
“น้องดาว... ทำจริงไหม พี่กำลังหาคนไปช่วยงานพอดีเลย” หมิวเอ่ยถามเด็กสาวที่มีใบหน้าสะสวยอย่างตื่นเต้น
“จริงค่ะ เข้างานกี่โมง แล้วเลิกประมาณกี่โมงคะ”
หญิงสาวเอ่ยถามออกมาเพื่อความแน่ใจว่าการไปทำงานพาร์ทไทม์ในครั้งนี้จะไม่รบกวนเวลาเรียนของเธอ
“เข้างานหนึ่งทุ่ม เลิกงานประมาณเที่ยงคืนตีหนึ่ง เป็ไง...ไหวหรือเปล่า”
ปีสองยังไม่ได้เรียนหนักเท่าปีสี่ดาราภัสจึงตัดสินใจได้ในทันที
“ไหวค่ะพี่หมิวแต่ดาวขอให้ยัยเฟรนด์ไปทำด้วยได้ไหมคะ”
หมิวคิดถึงหน้ารุ่นน้องที่ชื่อเฟรนด์ก็พยักหน้าตกลงเพราะไนต์คลับแห่งนี้ไม่ได้เน้นเื่หน้าตา แต่เน้นเื่การทำงานคล่องแคล่วและว่องไวสองสาวรุ่นน้องน่าจะทำได้ไม่ยากเพราะเคยผ่านงานเสิร์ฟมาบ้างแล้ว
“แล้วน้องดาวกับน้องเฟรนด์พร้อมไปทำวันไหนล่ะพี่จะได้แจ้งผู้จัดการร้านเอาไว้ให้ ตอนนี้เขารับคนพี่เลยไม่อยากให้เราสองคนพลาดโอกาส ไม่อยากจะบอกเลยว่าเ้าของคลับน่ะหล่อมากแถมไม่ขี้หลี ไม่เ้าชู้อีกด้วยนะ”
หมิวเอ่ยออกมาพร้อมกับทำหน้าเพ้อฝันยามนึกถึงบอสสุดหล่อแต่เธอก็แอบคิดอยู่ว่าทำไมเ้าของไนต์คลับแบบเขาถึงไม่เคยพาสาวๆมาที่ไนต์คลับหรือคั่วสาวๆ ที่มาเที่ยวในไนต์คลับเลยสักครั้งหรือที่คนเขานินทาว่าบอสสุดหล่อแต่เ็าของเธอเป็เกย์นั้นเป็เื่จริง