กว่างานเลี้ยงบ้านตระกูลเซียวจะเลิก เวลาก็ล่วงเลยไปในเวลาย้ำค่ำ พวกขุนนางที่ถูกเชิญมางานก็เริ่มที่เดินทยอยออกจากบ้านตระกูลเซียว โดยที่มีเด็กรับใช้ของบ้านคอยส่งเหล่าบรรดาแขก ๆ อย่างมีเกียรติ
“ท่านพ่อ– วันนี้ภายในงานเลี้ยง ท่านคิดจะทำอะไรกันแน่เนี่ยห้ะ– ท่านทำเช่นนี้ จะเป็การสร้างศัตรูหรือเปล่า— ทะ ทะท่านก็รู้ ขุนนางใหญ่นอกเมืองหลวง มีส่วนได้ส่วนเสียกับคนระดับไม่ธรรมดากันทั้งนั้น ท่านพูดออกไปเช่นนี้จะไม่เป็การสร้างศัตรูเข้าอย่างนั้นเหรอ”
ภายในห้องทำงานของเซียวหม่าทง เซียวจิ้นกำลังเดินวนไปวนมาทั่วห้อง พลันเป็กังวลอย่างยิ่งยวด ที่บิดาของตนเองพูดจาออกไปในงานเลี้ยง เกี่ยวกับพวกขุนนางทุจริตเงินเยียวยาชาวบ้านผู้ประสบภัย
อันตัวเขาเองก็เฝ้าดูจนจบงานเลี้ยง แล้วจึงค่อยมาไถ่ถามผู้เป็บิดา เพราะตัวของเขาเองมีความรู้สึกว่าบิดากำลังคิดจะทำอะไรบางอย่างที่เขาอาจไม่คาดคิด จึงไม่ได้เข้าห้ามในทันที เพราะอาจจะทำเสียงานใหญ่ได้
“เ้านี่…เท่านี้ก็มองไม่ออกหรอกงั้นเหรอ– ฮ่าฮ่าฮ่า~~”
เซียวหม่าทงตอบคำถามของลูกชายด้วยอารมณ์ขำขัน เหมือนเขากำลังมีแผนที่ดีอยู่ในใจ
เซียวหม่าทงที่กำลังนั่งบนโต๊ะทำงานอย่างสบายใจเฉิบ ทำสีหน้าสีตายิ้มกริ่ม แล้วจึงอธิบายต่อว่า
“ข้าจะบอกเ้าให้อย่างหนึ่ง ไม่เพียงแต่พวกขุนนางพวกนั้นจะไม่เป็คิดเป็อริ หรือทำร้ายข้า แต่กลับกันจะมาผูกมิตร และเชื่อมไมตรีกับตระกูลเซียวของเราให้แน่นแฟ้นขึ้นเสียด้วยซ้ำ”
เซียวจิ้นงงงงวยกับคำกล่าวอ้างเช่นนั้นอยู่เล็กน้อย เซียวหม่าทงผู้พ่อจึงกล่าวต่อ
“ตอนนี้ฝ่าา ให้องค์ชายใหญ่ ทำหน้าที่สืบสวนเื่ทุจริตที่กำลังเกิดขึ้น แสดงถึงว่าพระองค์กำลังเอาจริงเอาจัง กับเื่นี้ ไม่นานพวกขุนนางที่รับผิดชอบ อย่างไรก็คงเป็ขุนนางเล็กๆน้อยตามหัวเมืองอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่มีใครนับประกันได้ว่าพวกขุนนางใหญ่ที่เกี่ยวข้องจะไม่โดนเอาผิดด้วย ฉะนั้นก็จึงต้องพยายาม เข้าหาข้าและทำท่าทีเห็นด้วยกับข้า ที่เพิ่งแสดงตนไม่ยอมรับต่อการทุจริต จึงจะเป็ทางรอดที่ทำให้ฝ่าาลดความระแวงลงบ้าง เช่นนี้เ้าเข้าใจหรือยัง—”
“ท่านพ่อ ความคิดลึกซึ้งยิ่งลูกจะจำไว้ขอรับ แต่ว่าทำไมท่านพ่อต้องทำเช่นนี้ด้วยล่ะ เพราะอย่างไรท่านพ่อก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินพวกนั้น ท่านพ่อจะทำเื่พวกนี้ไปเพื่ออะไรกันขอรับ”
เซียวจิ้นยังไม่สิ้นสงสัยถึงสาเหตุที่แท้จริงที่เป็ประสงค์ของเซียวหม่าทงพยายามกระทำ
“ถึงข้าจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เื่นั้นใช่ว่าฝ่าาจะทรงรู้เสียเมื่อไหร่ พระองค์ไม่มีทางไว้พระทัยขุนนางคนไหนได้ แต่เวลานี้พ่อได้โอกาสให้เป็ผู้ที่ให้พระองค์ไว้พระทัยมากที่สุด ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ ถ้าเป็เช่นนี้หยาเอ๋อร์ จะได้มีโอกาสมากขึ้น หากข้าจะทูลเกล้าให้อภิเษกเป็พระชายาองค์ชายใหญ่”
เซียวจิ้น ทำหน้ากระจ่างในความคิดทันที เหมือนตอนนี้เขากำลังรู้แจ้งทุกอย่างในแผนการของบิดาของตนแล้ว
“ท่านช่างความคิดล้ำเลิศยิ่งนัก ท่านพ่อ ฮ่าฮ่าฮ่า~~” เซียวจิ้นเกิดหัวเราะออกมาด้วยความตื้นเต้นดีใจ และภูมิใจกับพ่อตัวเอง
^^^^^^^^
เช้าวันถัดมาหลังงานเลี้ยงวันเกิดครบรอบหกสิปีของเซียวหม่าทง ณ บ้านตระกูลเซียวจบสิ้นลง ณ กลางเมืองฉางอันที่มีร้านลวงสินค้า มีการจับจ่ายใช้สอยกันอย่างชุกชุมทั่วทั้งเมือง
จะกล่าวถึงหลานสาวทั้งสองของเซียวหม่าทง ผู้เป็ลูกสาวของเซียวจิ้น ทั้งสองได้ทำการออกมาเดินตามตลาดกลางเมืองฉางอันเล่นอยู่ปกติเป็ประจำอยู่แล้ว
เซียวรั่วหยา สาวงามประดุจหงส์งามผู้เป็ดั่งกุลสตรี กำลังหยุดลงตรงหน้าร้านขายผ้าที่นางจะมาซื้ออยู่เป็ประจำ กับสาวใช้ของนางอีกหนึ่งคนมีชื่อว่า เยี่ยเหนียง
“เยี่ยเหนียง เ้ารอข้าอยู่ตรงนี้เถอะนะ ไม่ต้องตามข้าเข้าไปหรอก ของที่ข้าเพิ่งซื้อมา มีแต่ของกลิ่นคาวทั้งนั้น ถือเข้าไปด้วยกลิ่นจะไม่ติดเสื้อผ้าของร้านเขาเปล่า ๆ”
เมื่อคุณหนูใหญ่ ผู้เป็นายสั่งมาแบบนี้ แลทั้งยังมีเหตุผลพอรองรับอยู่ เยี่ยเหนียงจึงไม่ถกเถียงอันใด
“เ้าค่ะ คุณหนู”
เซียวรั่วหยา เดินเข้าร้านผ้าไปทันที
หากให้กล่าวถึงนางเลยจึงกล่าวได้อีกเป็ร้อยรอบว่างดงามเสียจริง รูปโฉมไม่มีที่ติ ไม่ต้องพูดถึง การแต่งกายก็ดูเลอเลิศสมฐานะ กิริยาท่าทาง ถ่วงท่าก็ดูอ่อนช้อย เครื่องประดับที่นางใส่อยู่ก็ล้วนเป็แต่ของหาอยาก ที่เมื่อเห็นก็ต้องรู้เลยว่ามาจากตระกูลขุนนางใหญ่ ไม่ก็ต้องเป็พ่อค้าที่ร่ำรวยเป็แน่
“โอ้ คุณหนูตระกูลเซียว— เชิญเลือกได้ตามสบายขอรับ คุณหนูเซียว”
เถ้าแก่เ้าของร้านเอ่ยทักทายนางในฐานะลูกค้าประจำนางจึึงยิ้มรับคำทักทายเป็การตอบรับ
เดินเลือกผ้าอยู่ภายในร้ายได้สักพักหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงของกลุ่มคนกำลังทะเลาะกัยอยู่ที่ภายนอกร้าน ซึ่งนางก็คงจะไม่ได้สนใจอะไร เพราะแค่คนข้างนอกทะเลาะกันก็คงจะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนาง นางจึงคิดเช่นนั้น
—--
“นี่พวกเ้าทำเช่นนี้กันได้ยังไงฮะ ไม่เห็นกันหรือยังไงว่าน้องชายคนนี้น่ะไม่มีทางสู้พวกเ้า แถมเขายังหิวอีกต่างหาก"
เสียงทะเลาะกันเมื่อครู่ ที่แท้ก็มาจากกลุ่มผู้ชายกลุ่มหนึ่ง โดนสาวน้อยผู้หนึ่งดูท่าทางแก่นแก้วมิใช่เบาสั่งสอนอยู่ต่อหน้าชาวบ้านที่มุงดูนับสิบคนเลย
“นี่สาวน้อย…เ้าไม่รู้อะไรเนี่ย อย่ามาพูดดีกว่า ข้าทำร้านบะหมี่หน่า เ้าเด็ก เนี่ยมันมาอยู่เกะกะแถวร้านของข้าอย่างเนี่ย สภาพเนื้อตัวมอบแมมสกปรก ลูกค้าเห็น ใครเขาจะอยากเข้าร้านอะฮะ”
“ใช่แล้ว ๆ”
“ใช่”
“เออ…จริง”
พ่อค้าขายบะหมี่ที่ได้รับผลกระทบก็พูดออกมาถึงเหตุผลของเขา พร้อมด้วยเหล่าพ่อค้าร้านอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากเด็กจรจัดคนนี้
“ถึงอย่างไร…พวกเ้าก็ต้องมีวิธีจัดการที่ดีกว่านี่เซ่!!! ไม่ใช่มาลงไม้ลงมือทำร้ายกันเช่นนี้ ลงมือกับเด็กไม่มีทางสู่ไม่ละอายกันบ้างรึไง”
ที่สาวน้อยพูดมาก็มีเหตุผล วิธีแก้ปัญหามีอีกตั้งหลายวิธี ไม่เห็นจำเป็ต้องใช้วิธีที่รุนแรงกัับเด็กที่ไม่มีทางสู้เช่นนี้เลย
“นี่สาวน้อย…แล้วเ้าจะมายุ่งอะไรกับเื่ของพวกข้าด้วยล่ะฮะ ข้าจะทำอย่างไรมันก็เื่ของข้า…ไม่เห็นเกี่ยวกับเ้าเสียหน่อย"
“อ่อ ต้องเกี่ยวอยู่แล้ว พอดีข้าเห็นคนดีถูกรังแกจากคนชั่วไม่ได้ยังไงล่ะ”
“หนอย นี่เ้ากล้าพูดถึงขนาดนี้เชียวหรอ”
—-------
“คุณหนูใหญ่เ้าคะ ๆ — เกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ”
เยี่ยเหนียงสาวรับใช้บ้านตระกูลเซียว วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในร้านผ้าอย่างตื้นตระหนก
“มีอะไรกัน เยี่ยเหนียง ข้าให้รอข้างนอกไม่ใช่เหรอ”
“เกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ– เฮ่อ ๆ– คุณหนูน้อย” เยี่ยเหนียงพูดไปหอบไป
“ทำไม– ถิงเอ๋อร์ เป็อะไร”
—--------
“แบบนี้ก็สวยสิสาวน้อย!!!”
ตัดมาพ่อค้าบะหมี่ก็กำลังจะถลำเข้าไปดูเหมือนจะกระทำบางอย่างต่อสาวน้อย
แลดูเหมือนสาวน้อยกำลังจะตั้งท่าทางเตรียมสู้แล้วเสียด้วยซ้ำ แต่ทันใดนั้นเองพ่อค้าก็ล้มลงหัวขมำพื้นทันที
ชายหนุ่มรูปงามท่านหนึ่ง มีลักษณะสง่างามท่าทางกำยำ ใบหน้าหล่อเหลา แต่งชุดคล้าย ๆ กับพวกองครักษ์ เข้ามากระโดนถีบเข้าที่กลางหน้าอกของพ่อค้าบะหมี่ทันใด
“แม้แต่เด็ก แลสตรี เ้ายังไม่เว้น นี่เ้ายังเป็ลูกผู้ชายอยู่หรือไม่— ถ”ถ้าไม่อยากโดนมากกว่านี้ล่ะก็ กลับไปซะ!!!”
กลุ่มพ่อค้าต่างพากันวิ่งเตลิดไปเพราะหวาดกลัว เมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่มที่แข็งแกร่งก็พากันหนีหางจุกตูด ไม่มีมาตรกันเสียเลย
ทันใดนั้นชายหนุ่มจึงเข้าไปหาเด็กจรจัดแล้วจึงบอกว่า
“จากนี้ไปข้าจะพาเ้าไปอยู่ด้วย หากเ้าอยากได้ที่อยู่ แลอยากทำงานแลกเงิน จะได้ไม่ต้องมาอยู่แบบหลบ ๆ ซ้อน ๆ เช่นนี้”
สาวน้อยได้แต่ยืนมอง เพราะกำลังใอยู่ เมื่อนางได้สติกลับมาก็จึงกล่าวขอบคุณชายหนุ่มผู้นี้ไป
“ว่าแต่ท่านเป็ผู้ใดอย่างนั้นเหรอ…”
“อ่อ…เอิ่ม…เอ่อออ..ข้าชื่อจวินฉง น่ะ เป็องครักษ์อยู่ในวัง พอดีวันนี้ออกมาทำธุระเล่นข้างนอกนิดหน่อย แล้วก็มาเห็นว่าแม่นางกำลังมีเื่เมื่อครู่ จึงเข้ามาดูน่ะ—”
“ว่าแต่ แม่นางล่ะ มีชื่อเรียงเสียงใด”
จวินฉงเอ่ยถามกลับสาวน้อยถึงคำถามเดียวกัน
“ข้าชื่อว่า เซียวรั่วถิง เรียกข้าว่า รั่วถิง ก็ได้นะ”