ดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน

    ตอนที่ 94 ชีวิตวันหยุดอันสงบเงียบ I

              เรย์ช่วยคางูยะทําอาหารเช้าเพิ่มอีกสองสามเมนูตามที่เขาถนัด ใช้ชีวิตวันหยุดร่วมกันอย่างเรียบง่ายเหมือนได้รับความสงบกลับคืนมาชั่วคราว


              หลังจัดเรียงเตรียมอาหารลงบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยเสียงอินเตอร์คอมหน้าประตูได้ดังขึ้นอย่างพอดิบพอดี


              “เอนซุคงมาถึงแล้วค่ะ”


              “เดียวผมไปเปิดให้เองครับ”


              เรย์ที่อาสาเดินมาเปิดประตูกลับต้องทำสีหน้าประหลาด


              “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้นล่ะ...หื้ม?”


              หลังทักทายกันเล็กน้อยเอนซุที่กำลังคล้ายโผสท่ายืนรออยู่หน้าห้องก็เลิกคิ้วยิงคำถามอย่างสงสัยให้เรย์ตอบกลับมาอย่างง่ายดาย


              “เอ่อ...แค่รู้สึกว่าเหมือนมีนักท่องเที่ยวที่ไหนไม่รู้มาเรียกผิดห้องน่ะครับ”


              คำพูดไม่ได้น่าแปลกจนน่าขบขันอะไรขนาดนั้นแต่เหมือนจะไปจี้จุดหญิงสาวผู้แต่งตัวให้ชวนเข้าใจผิดว่าที่นี่เป็นชายหาดที่ไหนหรือเปล่าเข้าพอดีเธอถึงทำหน้ากลั้นหัวเราะอยู่


              บางทีคงได้ฤดูกาลช่วยเสริม


              ทำให้เรย์คิดว่ารอยยิ้มนี้ช่างเหมือนดอกทานตะวัน


              เป็นเพียงมายาในภวังค์จากการประสานของแสงแดดไอร้อน และความชื้น


              หลักฐานยืนยันคือรอยยิ้มของเอนซุเปลี่ยนกลับไปเป็นอารมณ์ชอบกลั่นแกล้งในทันที


              “ว่าแต่เรย์คุงคิดว่านี่เป็นยังไงบ้าง?”


              นี่มัน...ในคำพูดของเธอน่าจะไม่ผิดแน่


              หมายถึงชุดเดรสฤดูร้อนที่เธอสวมใส่อยู่


              ใช้ท่าโพสต์สองมือจับขอบหมากปีกกว้างหันมาโชว์เดรสขาวที่บางจนเห็นชุดบิกินี่สีแดงสดด้านใน โชว์ทรวดทรงให้เห็นกันแบบนี้ทำให้เด็กหนุ่มอย่างเขาใจเต้นได้ไม่มากก็น้อย


              รวมเข้ากับสำเนียงกระเซ้าหยอกล้อและสีหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ช่างเหมาะสมกับชุดที่ใส่อย่างที่สุด


              “เหมาะมากจริงๆ ครับ แต่ว่าแต่งตัวแบบนี้เตรียมจะไปเล่นน้ำที่ไหนเหรอครับ”


              ความเห็นโดยตรงที่บังเกิดอยู่ในใจของเรย์คือเข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายมาเที่ยวพักร้อนอยู่ที่ไหนหรือเปล่า


              “ก็เล่นที่สระว่ายน้ำในห้องเธอน่ะสิแต่ว่านะ... ถ้าชมกันด้วยท่าทางเขินอายสักนิดหน่อยคงดีใจจนไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะ”


              หญิงสาวอายุมากกว่าเป็นสิบปีกำลังกรีดนิ้วประสานมือยื่นออกมาหน้าลำตัว ในท่าแหงนหน้ามองอย่างอ้อนวอนตามความต่างของส่วนสูง


              ส่วนสูงน้อยกว่าจนดูร่างเล็กกับทรวงอกขนาดใหญ่กำลังถูกสองแขนดันรวบเผยร่องอกให้เห็น


              ถึงขนาดนี้คิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากจงใจยั่วยวนกันอยู่


              “…ลำบากแย่เลยนะครับ”


              “เอ๋?”


              ถึงเรย์จะไม่มีทางล่วงรู้รายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวของเธอแต่เขาพอได้ยินเรื่องทำนองนี้จากคางูยะบ้าง


              คิดว่ามันคงสร้างความเครียดสะสมให้กับเธออยู่ไม่น้อย


              “เข้ามาข้างในก่อนเถอะครับอาหารเตรียมพร้อมไว้รอเรียบร้อยแล้ว น่าจะช่วยให้ผ่อนคลายได้บ้าง”


              “ดะ... เดี๋ยวสิเรย์คุงเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า!”


              ถูกมองด้วยสายตาเห็นใจกับความเหนื่อยยากอย่างกะทันหันทำเอาเอนซุโกรธ แก้มป่องในท่ายกมือสองข้างเท้าเอว


              หลังจากเอนซุเข้ามาในห้องก็ติชมกับความสะอาดเเละความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องหลังจากเรย์เข้ามาอยู่อาศัยเเละถามไปว่าที่ห้องเป็นระเบียบขนาดนี้เพราะจะได้ชวนสาวเข้าห้องได้ตลอดสินะ


              “ผมยังไม่มีเเฟนหรอกครับ ถ้าสมมติว่ามี ผมคงไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในห้องเเน่”


              “ผู้หญิงที่ได้เธอเป็นเเฟนโชคดีน่าดูเลยเนอะ”


              เอนซุพูดชมออกมาด้วยเสียงสบายอารมณ์ไม่ได้มีความคิดประสงค์ร้ายอะไร ไม่รู้ทำไมเรย์ถึงรู้สึกปวดหัวขึ้นมา


              “อ้าว เอนซุแต่งตัวซะน่ารักเลยนี่นา ที่บอกว่าอยากเล่นน้ำหมายถึงแบบนี้เองสินะ”


              คางูยะเสริมช่องว่างในบทสนทนาอย่างได้จังหวะมองเรือนร่างระหงในชุดกระโปรงของเพื่อนอย่างชื่นชมปนอ่อนใจ


              “อย่างนั้นแหละเนอะน่ารักใช่มั้ย? แต่เรย์คุงไม่ยอมชมสักคำเลยล่ะ”


              เอนซุบิดตัวไปมาซ้ายขวาขยับชายกระโปรงของชุดเดรสให้ขยับไหวไปมา ออกปากบ่นเหมือนไม่ค่อยพอใจนัก


              จากนั้นคางูยะได้สั่งให้เอนซุไปนั่งรอบนเก้าอี้แม้ว่าเธอพยายามเสนอที่จะช่วยเตรียมอาหารก็ตาม


              ซึ่งข้าวมื้อเช้าวันนี้เป็นข้าวผัดกะเพราฝีมือของคางูยะและต้มยำกุ้งเมนูชื่อดังจากอาหารไทยฝีมือของเรย์ เอนซุลองชิมดูถึงกับเอ่ยปากชม


              “โหรสชาติไม่ได้แย่เลยนะเนี่ย ใกล้เคียงกับต้นตํารับที่ฉันเคยได้ไปกินที่ไทยเลย”


              เอนซุยังคงซดน้ำซุปต้มยำไม่หยุดอย่างหน้าระรื่นแม้ว่าจะเริ่มมีอาการแสบร้อนจากความเผ็ดของเครื่องเทศมากก็ตาม


              จนเรย์คิดว่าเป็นคนเปลี่ยนอารมณ์ไวดีจริงพลังงานล้นเหลือที่แผ่ออกมาจากตัวเธอทำให้คนรอบข้างรู้สึกดี


              “ท่าทางเหมือนคุณอาเอนซุไม่ค่อยได้กินอาหารของชาติอื่นเลยนะครับปกติเป็นคนเดินทางตลอดนี่นา ยิ่งต่างประเทศน่าจะได้ไปบ่อยแท้ ๆ”


              “อาก็เคยกินเป็นบางอย่างรู้จักอยู่หลายเมนูแต่ไม่ได้ลึกซึ้งอะไร แต่ละครั้งกิน ๆ ไปแล้วก็ลืม กินมั่วซั่วแบบไม่ได้สนใจอะไรมากมายบางทีก็ถามคนอื่นพอเป็นพิธี แต่ไม่เคยใส่ใจจริง ๆ ว่ามันทำมาจากอะไร เรียกยังไงกินแบบไหน ถ้าไม่ประทับใจจริง ๆ ล่ะก็นะ”


              “’งั้นแสดงว่าประทับใจเมนูพวกนี้สินะครับ”


              เขาพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ


              “แล้วเธอล่ะ...ทำไมถึงทำอาหารเก่งจัง คนเป็นแฟนคงจะดีใจน่าดูเนอะ ได้แฟนทำอาหารอร่อยขนาดนี้เนี่ย”


              หลังจากทุกคนทานอาหารเสร็จเรียบร้อยเอนซุพูดเหมือนตั้งใจจะชมเขา ทว่าสีหน้าดันแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์


              “คุณอาเอนซุทำอาหารไม่เก่งเหรอครับ”


              เขาเลี่ยงตอบคำถามด้วยคำถาม


              “ฉันไม่มีเวลาฝึกฝนเลยสักนิดเพราะอยู่ที่บ้านก็มีแต่คนคอยทำให้ทุกอย่าง”


              เอนซุไม่ได้เก็บมาใส่ใจเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง


              “งั้นมากินทุกวันเลยไหมล่ะครับ”


              “นี่เธอกำลังจีบฉันอ้อม ๆอยู่เหรอฮะหลานชาย?”


              “ผมหมายถึงไหนไหนคุณอาก็เป็นเพื่อนสนิทของอาจารย์ก็แวะมากินข้าวหม้อเดียวกันได้บ่อย ๆ ต่างหากล่ะครับ”


              เขายิ้มให้เธอด้วยความเหนื่อยใจอย่างตั้งใจ


              “ฉันล้อเล่นน่า...เด็กอย่างเธอคงไม่สนใจคนอายุปูนนี้หรอกเนอะ”


              “แต่ผมไม่คิดแบบนั้นนะครับ”


              “เอ๊ะ?”


              “คุณอาเอนซุเป็นคนประเภทสเปคในใจผมเลยล่ะครับแถมตัวผมก็ชอบคนมีอายุมากกว่าอยู่แล้วด้วยถ้าอีกฝั่งขอคบผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธ”


              เอนซุเอามือปิดปากแสร้งเบิกตาโตอย่างคาดไม่ถึง


              “ว้าวขอบคุณนะ ฉันก็ชอบเธอเหมือนกันนะ... ในฐานะหลานตัวน้อยที่เคยเดินตามพวกฉันต้อย ๆ”


              “ถึงตอนนี้ผมจะไม่น้อยแล้วแต่ดูเหมือนว่าเรามีความรู้สึกร่วมกันสินะครับเนี่ย”


              เขาหัวเราะขณะรับมุก


              “อืมแล้วแต่เธอจะตีความละกัน”


              “ผมไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าคุณอาจะชอบผมในฐานะเพศตรงข้ามน่ะ”


              “ไม่มีทางหรอกย่ะ!”


              เอนซุค้อนประหลักประเหลือบใส่เขา


              “ผมจะรอวันที่ความรู้สึกของคุณอาเปลี่ยนไปนะครับ”


              “โถ่พ่อหนุ่มน้อยคิดบวกแท้… ว่าแต่ทำไมเธอทำหน้าแบบนั้น”


              ท้ายประโยคเอนซุหันมากล่าวกับคางูยะที่กำลังหรี่ตาจ้องมองบทสนทนาของทั้งคู่


              ใบหน้าของคางูยะเหมือนปรากฏเป็นเครื่องหมายคำถามคงเพราะยังไม่เข้าใจความหมายในบทสนทนาแปลก ๆ ของทั้งคู่ทันที


              ส่วนทางเอนซุหลุดขำพรืดออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนสาว


              “อาจารย์คงกำลังคิดว่า...ที่พวกเราคุยกันเป็นเรื่องจริงล่ะมั้งครับ”


              น้ำเสียงของเรย์เองฟังดูมีอารมณ์ขบขันอยู่ด้วย


              “…”


              ความนิ่งเงียบแผ่ปกคลุมอยู่หลายวินาทีคางูยะตอบสนองอย่างเรียบเฉยปลายตามองทั้งคู่ก่อนจะลุกขึ้นเก็บภาชนะใส่อาหารเตรียมนำไปทำความสะอาดโดยไม่พูดอะไร


              “ทำไมหน้าง้ำแบบนั้น...โกรธอยู่งั้นเหรอจ้ะ”


              แม้คางูยะยังคงหน้านิ่งดั่งเช่นปกติแต่เอนซุที่เป็นเพื่อนกันมานานมองปราดเดียวย่อมดูออก


              “สงสัยโกรธอยู่ชัวร์ ๆครับ”


              ท่าทีของเพื่อนเล่นเอาเอนซุหัวเราะคิกอย่างสนุกสนานเข้าไปใหญ่


              “ช่างน่ารักจริงๆ เลยนะเธอเนี่ย~”


              คำพูดวลีเดียวของเอนซุช่วยแทนความรู้สึกของเขาได้อย่างรวบรัด

    คล้ายกับเรื่องดันเจี้ยน x ดันเจี้ยน ที่คุณอ่าน