เรย์ช่วยคางูยะทําอาหารเช้าเพิ่มอีกสองสามเมนูตามที่เขาถนัด ใช้ชีวิตวันหยุดร่วมกันอย่างเรียบง่ายเหมือนได้รับความสงบกลับคืนมาชั่วคราว
หลังจัดเรียงเตรียมอาหารลงบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยเสียงอินเตอร์คอมหน้าประตูได้ดังขึ้นอย่างพอดิบพอดี
“เอนซุคงมาถึงแล้วค่ะ”
“เดียวผมไปเปิดให้เองครับ”
เรย์ที่อาสาเดินมาเปิดประตูกลับต้องทำสีหน้าประหลาด
“ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้นล่ะ...หื้ม?”
หลังทักทายกันเล็กน้อยเอนซุที่กำลังคล้ายโผสท่ายืนรออยู่หน้าห้องก็เลิกคิ้วยิงคำถามอย่างสงสัยให้เรย์ตอบกลับมาอย่างง่ายดาย
“เอ่อ...แค่รู้สึกว่าเหมือนมีนักท่องเที่ยวที่ไหนไม่รู้มาเรียกผิดห้องน่ะครับ”
คำพูดไม่ได้น่าแปลกจนน่าขบขันอะไรขนาดนั้นแต่เหมือนจะไปจี้จุดหญิงสาวผู้แต่งตัวให้ชวนเข้าใจผิดว่าที่นี่เป็นชายหาดที่ไหนหรือเปล่าเข้าพอดีเธอถึงทำหน้ากลั้นหัวเราะอยู่
บางทีคงได้ฤดูกาลช่วยเสริม
ทำให้เรย์คิดว่ารอยยิ้มนี้ช่างเหมือนดอกทานตะวัน
เป็นเพียงมายาในภวังค์จากการประสานของแสงแดดไอร้อน และความชื้น
หลักฐานยืนยันคือรอยยิ้มของเอนซุเปลี่ยนกลับไปเป็นอารมณ์ชอบกลั่นแกล้งในทันที
“ว่าแต่เรย์คุงคิดว่านี่เป็นยังไงบ้าง?”
นี่มัน...ในคำพูดของเธอน่าจะไม่ผิดแน่
หมายถึงชุดเดรสฤดูร้อนที่เธอสวมใส่อยู่
ใช้ท่าโพสต์สองมือจับขอบหมากปีกกว้างหันมาโชว์เดรสขาวที่บางจนเห็นชุดบิกินี่สีแดงสดด้านใน โชว์ทรวดทรงให้เห็นกันแบบนี้ทำให้เด็กหนุ่มอย่างเขาใจเต้นได้ไม่มากก็น้อย
รวมเข้ากับสำเนียงกระเซ้าหยอกล้อและสีหน้ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ช่างเหมาะสมกับชุดที่ใส่อย่างที่สุด
“เหมาะมากจริงๆ ครับ แต่ว่าแต่งตัวแบบนี้เตรียมจะไปเล่นน้ำที่ไหนเหรอครับ”
ความเห็นโดยตรงที่บังเกิดอยู่ในใจของเรย์คือเข้าใจผิดว่าอีกฝ่ายมาเที่ยวพักร้อนอยู่ที่ไหนหรือเปล่า
“ก็เล่นที่สระว่ายน้ำในห้องเธอน่ะสิแต่ว่านะ... ถ้าชมกันด้วยท่าทางเขินอายสักนิดหน่อยคงดีใจจนไม่มีอะไรจะพูดแล้วล่ะ”
หญิงสาวอายุมากกว่าเป็นสิบปีกำลังกรีดนิ้วประสานมือยื่นออกมาหน้าลำตัว ในท่าแหงนหน้ามองอย่างอ้อนวอนตามความต่างของส่วนสูง
ส่วนสูงน้อยกว่าจนดูร่างเล็กกับทรวงอกขนาดใหญ่กำลังถูกสองแขนดันรวบเผยร่องอกให้เห็น
ถึงขนาดนี้คิดเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากจงใจยั่วยวนกันอยู่
“…ลำบากแย่เลยนะครับ”
“เอ๋?”
ถึงเรย์จะไม่มีทางล่วงรู้รายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวของเธอแต่เขาพอได้ยินเรื่องทำนองนี้จากคางูยะบ้าง
คิดว่ามันคงสร้างความเครียดสะสมให้กับเธออยู่ไม่น้อย
“เข้ามาข้างในก่อนเถอะครับอาหารเตรียมพร้อมไว้รอเรียบร้อยแล้ว น่าจะช่วยให้ผ่อนคลายได้บ้าง”
“ดะ... เดี๋ยวสิเรย์คุงเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่า!”
ถูกมองด้วยสายตาเห็นใจกับความเหนื่อยยากอย่างกะทันหันทำเอาเอนซุโกรธ แก้มป่องในท่ายกมือสองข้างเท้าเอว
หลังจากเอนซุเข้ามาในห้องก็ติชมกับความสะอาดเเละความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องหลังจากเรย์เข้ามาอยู่อาศัยเเละถามไปว่าที่ห้องเป็นระเบียบขนาดนี้เพราะจะได้ชวนสาวเข้าห้องได้ตลอดสินะ
“ผมยังไม่มีเเฟนหรอกครับ ถ้าสมมติว่ามี ผมคงไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในห้องเเน่”
“ผู้หญิงที่ได้เธอเป็นเเฟนโชคดีน่าดูเลยเนอะ”
เอนซุพูดชมออกมาด้วยเสียงสบายอารมณ์ไม่ได้มีความคิดประสงค์ร้ายอะไร ไม่รู้ทำไมเรย์ถึงรู้สึกปวดหัวขึ้นมา
“อ้าว เอนซุแต่งตัวซะน่ารักเลยนี่นา ที่บอกว่าอยากเล่นน้ำหมายถึงแบบนี้เองสินะ”
คางูยะเสริมช่องว่างในบทสนทนาอย่างได้จังหวะมองเรือนร่างระหงในชุดกระโปรงของเพื่อนอย่างชื่นชมปนอ่อนใจ
“อย่างนั้นแหละเนอะน่ารักใช่มั้ย? แต่เรย์คุงไม่ยอมชมสักคำเลยล่ะ”
เอนซุบิดตัวไปมาซ้ายขวาขยับชายกระโปรงของชุดเดรสให้ขยับไหวไปมา ออกปากบ่นเหมือนไม่ค่อยพอใจนัก
จากนั้นคางูยะได้สั่งให้เอนซุไปนั่งรอบนเก้าอี้แม้ว่าเธอพยายามเสนอที่จะช่วยเตรียมอาหารก็ตาม
ซึ่งข้าวมื้อเช้าวันนี้เป็นข้าวผัดกะเพราฝีมือของคางูยะและต้มยำกุ้งเมนูชื่อดังจากอาหารไทยฝีมือของเรย์ เอนซุลองชิมดูถึงกับเอ่ยปากชม
“โหรสชาติไม่ได้แย่เลยนะเนี่ย ใกล้เคียงกับต้นตํารับที่ฉันเคยได้ไปกินที่ไทยเลย”
เอนซุยังคงซดน้ำซุปต้มยำไม่หยุดอย่างหน้าระรื่นแม้ว่าจะเริ่มมีอาการแสบร้อนจากความเผ็ดของเครื่องเทศมากก็ตาม
จนเรย์คิดว่าเป็นคนเปลี่ยนอารมณ์ไวดีจริงพลังงานล้นเหลือที่แผ่ออกมาจากตัวเธอทำให้คนรอบข้างรู้สึกดี
“ท่าทางเหมือนคุณอาเอนซุไม่ค่อยได้กินอาหารของชาติอื่นเลยนะครับปกติเป็นคนเดินทางตลอดนี่นา ยิ่งต่างประเทศน่าจะได้ไปบ่อยแท้ ๆ”
“อาก็เคยกินเป็นบางอย่างรู้จักอยู่หลายเมนูแต่ไม่ได้ลึกซึ้งอะไร แต่ละครั้งกิน ๆ ไปแล้วก็ลืม กินมั่วซั่วแบบไม่ได้สนใจอะไรมากมายบางทีก็ถามคนอื่นพอเป็นพิธี แต่ไม่เคยใส่ใจจริง ๆ ว่ามันทำมาจากอะไร เรียกยังไงกินแบบไหน ถ้าไม่ประทับใจจริง ๆ ล่ะก็นะ”
“’งั้นแสดงว่าประทับใจเมนูพวกนี้สินะครับ”
เขาพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ
“แล้วเธอล่ะ...ทำไมถึงทำอาหารเก่งจัง คนเป็นแฟนคงจะดีใจน่าดูเนอะ ได้แฟนทำอาหารอร่อยขนาดนี้เนี่ย”
หลังจากทุกคนทานอาหารเสร็จเรียบร้อยเอนซุพูดเหมือนตั้งใจจะชมเขา ทว่าสีหน้าดันแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“คุณอาเอนซุทำอาหารไม่เก่งเหรอครับ”
เขาเลี่ยงตอบคำถามด้วยคำถาม
“ฉันไม่มีเวลาฝึกฝนเลยสักนิดเพราะอยู่ที่บ้านก็มีแต่คนคอยทำให้ทุกอย่าง”
เอนซุไม่ได้เก็บมาใส่ใจเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง
“งั้นมากินทุกวันเลยไหมล่ะครับ”
“นี่เธอกำลังจีบฉันอ้อม ๆอยู่เหรอฮะหลานชาย?”
“ผมหมายถึงไหนไหนคุณอาก็เป็นเพื่อนสนิทของอาจารย์ก็แวะมากินข้าวหม้อเดียวกันได้บ่อย ๆ ต่างหากล่ะครับ”
เขายิ้มให้เธอด้วยความเหนื่อยใจอย่างตั้งใจ
“ฉันล้อเล่นน่า...เด็กอย่างเธอคงไม่สนใจคนอายุปูนนี้หรอกเนอะ”
“แต่ผมไม่คิดแบบนั้นนะครับ”
“เอ๊ะ?”
“คุณอาเอนซุเป็นคนประเภทสเปคในใจผมเลยล่ะครับแถมตัวผมก็ชอบคนมีอายุมากกว่าอยู่แล้วด้วยถ้าอีกฝั่งขอคบผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปฏิเสธ”
เอนซุเอามือปิดปากแสร้งเบิกตาโตอย่างคาดไม่ถึง
“ว้าวขอบคุณนะ ฉันก็ชอบเธอเหมือนกันนะ... ในฐานะหลานตัวน้อยที่เคยเดินตามพวกฉันต้อย ๆ”
“ถึงตอนนี้ผมจะไม่น้อยแล้วแต่ดูเหมือนว่าเรามีความรู้สึกร่วมกันสินะครับเนี่ย”
เขาหัวเราะขณะรับมุก
“อืมแล้วแต่เธอจะตีความละกัน”
“ผมไม่ว่าอะไรหรอกนะถ้าคุณอาจะชอบผมในฐานะเพศตรงข้ามน่ะ”
“ไม่มีทางหรอกย่ะ!”
เอนซุค้อนประหลักประเหลือบใส่เขา
“ผมจะรอวันที่ความรู้สึกของคุณอาเปลี่ยนไปนะครับ”
“โถ่พ่อหนุ่มน้อยคิดบวกแท้… ว่าแต่ทำไมเธอทำหน้าแบบนั้น”
ท้ายประโยคเอนซุหันมากล่าวกับคางูยะที่กำลังหรี่ตาจ้องมองบทสนทนาของทั้งคู่
ใบหน้าของคางูยะเหมือนปรากฏเป็นเครื่องหมายคำถามคงเพราะยังไม่เข้าใจความหมายในบทสนทนาแปลก ๆ ของทั้งคู่ทันที
ส่วนทางเอนซุหลุดขำพรืดออกมาเมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนสาว
“อาจารย์คงกำลังคิดว่า...ที่พวกเราคุยกันเป็นเรื่องจริงล่ะมั้งครับ”
น้ำเสียงของเรย์เองฟังดูมีอารมณ์ขบขันอยู่ด้วย
“…”
ความนิ่งเงียบแผ่ปกคลุมอยู่หลายวินาทีคางูยะตอบสนองอย่างเรียบเฉยปลายตามองทั้งคู่ก่อนจะลุกขึ้นเก็บภาชนะใส่อาหารเตรียมนำไปทำความสะอาดโดยไม่พูดอะไร
“ทำไมหน้าง้ำแบบนั้น...โกรธอยู่งั้นเหรอจ้ะ”
แม้คางูยะยังคงหน้านิ่งดั่งเช่นปกติแต่เอนซุที่เป็นเพื่อนกันมานานมองปราดเดียวย่อมดูออก
“สงสัยโกรธอยู่ชัวร์ ๆครับ”
ท่าทีของเพื่อนเล่นเอาเอนซุหัวเราะคิกอย่างสนุกสนานเข้าไปใหญ่
“ช่างน่ารักจริงๆ เลยนะเธอเนี่ย~”
คำพูดวลีเดียวของเอนซุช่วยแทนความรู้สึกของเขาได้อย่างรวบรัด