แสงอรุณทอประกายเจิดจ้าเหนือยอดหอคอยปราสาทเครท ลมตะวันออกพัดเอากลิ่นอายของเหล็กและน้ำมันรักษาอาวุธลอยอบอวลไปทั่วบริเวณลานกว้างทางทิศใต้ ซึ่งเป็พื้นที่ของลานฝึกซ้อมรวมและตอนนี้ก็เป็เวลาฝึกของทหารปกติโดยมีทหารราบเกราะหนักเป็ผู้ฝึกสอน
ที่ด้านหน้าจะเห็นร่างหนึ่งในชุดพร้อมรบเต็มอัตราศึกยืนเด่นดุจกำแพงที่ไม่มีวันเคลื่อนไหว ชุดเกราะแผ่นผสมโซ่ถักที่สะท้อนแสงแดดเป็ประกายทึมๆ และผ้าคลุมไหล่สีแดงสดอันเป็เอกลักษณ์ของตระกูลเครทเคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง เสียงะโสั่งการดังกึกก้องสลับกับเสียง "ตึง! ตึง!" ของโพลแอกซ์ด้ามเหล็กที่กระแทกกับพื้นดินเพื่อเรียกรวมทหารที่กระจัดกระจายกันอยู่รอบๆ ให้มาเข้าแถว แม้ทหารราบเหล่านี้จะสวมเพียงเกราะหนังและชุดฝึกสีหม่น แต่พวกเขาก็ไม่ใช่แค่นักรบรับจ้างทั่วไป พวกเขาคือเหล็กกล้าที่ผ่านการเคี่ยวกรำจากสมรภูมิชายแดนเพื่อต่อกรกับออร์คและก็อบลิน กลิ่นอายความดุดันและพละกำลังแผ่ออกมาจากทุกย่างก้าวที่หนักแน่น
ท่ามกลางมวลบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของชายฉกรรจ์และพละกำลัง... ร่างเล็กๆ ของเด็กหนุ่มอายุ 14 ปีได้ปรากฏตัวขึ้นที่ริมสนามฝึก
เดรสมอนด์ เครท ก้าวเท้าลงบนพื้นดินที่ถูกเหยียบย่ำจนอัดแน่น เขาไม่ได้สวมชุดหรูหราของนายน้อย แต่กลับอยู่ในชุดฝึกสีเทาเรียบง่ายที่รัดกุม มือทั้งสองข้างว่างเปล่า ผิวพรรณที่เคยซีดเซียวบัดนี้กลับดูสุขภาพดีอย่างน่าประหลาด สายตาคมกล้าของเขากวาดมองไปรอบๆ ลานฝึกด้วยความรู้สึกโหยหาอดีต
ทันทีที่เขาก้าวเข้าสู่เขตสนามฝึก เสียงะโสั่งการและการฝึกซ้อมรอบตัวเริ่มเบาบางลงทีละจุด บรรดาทหารราบในชุดฝึกซ้อมต่างพากันหยุดมือและหันมามองนายน้อยสามด้วยสายตาที่เป็หนึ่งเดียวกัน... มันคือ 'สายตาแห่งการดูแคลน'
"โอ้... ดูนั่นสิพวกเรา นายน้อยเดรสมอนด์ผู้สูงส่งก้าวเท้าลงมาเหยียบดินโคลนกับเขาด้วยเหรอเนี่ย?" ทหารคนหนึ่งที่มีรอยแผลเป็ยาวที่โหนกแก้มส่งเสียงหัวเราะเยาะคิกคัก
"ระวังหน่อยนะนายน้อย ดินที่นี่มันแข็งกว่าหินอ่อนในวิหาร เดี๋ยวจะสะดุดล้มจนกระดูกหักเอา คนเดือดร้อนจะเป็พวกเรานะ ฮ่าๆๆ!"
เดรสมอนด์ไม่ได้ตอบโต้ เขาเดินตรงเข้าไปหากลุ่มทหารที่กำลังรวมตัวกันเพื่อเริ่มบทเรียนยามเช้า บรรยากาศรอบตัวเขาไม่มีอะไรนอกจากเสียงลมและเสียงฝีเท้าหนักๆ สลับกับเสียงเสียดสีของเกราะหนังยามเคลื่อนไหวของทหารคนอื่นๆ
ครูฝึกทหารราบเกราะหนัก ร่างกำยำในชุดเกราะที่ดูหนาและดุดันกว่าใครเพื่อน แผ่นเหล็กบนตัวเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยขีดข่วนจากสมรภูมิจริง เขาขยับถุงมือเหล็กจนเกิดเสียงเสียดสีของโลหะที่น่าขนลุก ก่อนจะะโก้องด้วยพลังที่เต็มเปี่ยม "ทหาร! ทุกคนทำตามจังหวะข้า! เริ่มจากการวิ่งรอบลานฝึก 20 รอบ! ใครช้าข้าจะถีบมันให้คลานไปกับพื้น!"
เดรสมอนด์สูดหายใจเข้าลึกและเริ่มก้าวเท้าตามขบวนทหารราบ ใน่แรก... ร่างกายนี้ช่าง "หนักอึ้ง" อย่างประหลาด จิติญญาของยอดนักรบสั่งการให้เขาวิ่งด้วยจังหวะที่ประหยัดพละกำลังที่สุด แต่ขาที่เพิ่งหายจากการาเ็สาหัสกลับมีอาการสั่นพัลวัน ย่างก้าวของเขามันช่าง 'เก้ๆ กังๆ' และไร้สมดุลจนแทบจะเดินสะดุดขาตัวเอง
"เฮ้ยๆ ดูนายน้อยสิ วิ่งเหมือนลูกเป็ดหัดเดินเลยว่ะ!" ทหารราบรุ่นพี่ที่วิ่งนำอยู่ะโข้ามไหล่มา
เดรสมอนด์กัดฟันแน่น เขาไม่สนคำถากถาง แต่โฟกัสไปที่การ 'ผสาน' สิ่งที่เขารู้เข้ากับร่างกายนี้ ใน่ 5 รอบแรก เขาดูเหมือนคนเพิ่งฝึกใหม่ที่รับมือกับจังหวะร่างกายไม่ถูก ทว่าพอเข้ารอบที่ 10 ประสบการณ์จากชาติที่แล้วเริ่มทำงาน ลมหายใจที่กระชั้นถี่เริ่มถูกปรับให้สม่ำเสมอ ย่างก้าวที่เคยแกว่งไกวเริ่มเข้าที่เข้าทางด้วยความพยายามของกล้ามเนื้อล้วนๆ
[เปิดระบบการช่วยเหลือมือใหม่]
[สถานะร่างกาย: เริ่มต้นกระบวนการจดจำจังหวะ]
เมื่อสิ้นสุดการวิ่ง ครูฝึกสั่งหยุดและเริ่มบทสนทนาถัดไป "ดึงดาบฝึกขึ้นมา! ท่าเตรียมที่ 1 ฟันแนวดิ่ง 500 ครั้ง!"
เดรสมอนด์เดินไปหยิบดาบไม้โอ๊คหนัก 2.5 กิโลกรัม น้ำหนักของมันทำให้ข้อมือเขาห้อยลงในตอนแรก เขาพยายามเงื้อดาบขึ้นฟันตามจังหวะทหารคนอื่นๆ แต่วิถีดาบของเขากลับดู "เบี้ยว" และไร้น้ำหนัก ทหารรอบข้างต่างฟันดาบจนเกิดเสียงแหวกอากาศดังฟึ่บฟั่บ แต่นายน้อยสามกลับทำได้เพียงแค่เหวี่ยงดาบไม้ทื่อๆ ให้พอพ้นตัวไปเท่านั้น เขาััได้ถึงความเจ็บแปลบที่ไหล่และแผ่นหลังยามที่ต้องฝืนเหวี่ยงอาวุธที่หนักเกินพละกำลังในตอนนี้
[ตรวจพบความพยายามในการเรียนรู้: Sword Mastery]
[กำลังรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน... ความคืบหน้า: 10%... 25%... 45%...]
'ยัง... ยังไม่ถูก' เดรสมอนด์คิดในใจขณะที่เหงื่อไหลเข้าตา 'ร่างนี้่แขนสั้นกว่าเดิม... จุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่าเดิม... ต้องปรับองศาข้อศอก...'
เขาลดดาบลงครึ่งจังหวะเพื่อจัดระเบียบเท้าช้าๆ ทหารบางคนเริ่มมองว่าเขาจะยอมแพ้ แต่พวกเขากลับคิดผิด เดรสมอนด์เริ่มเงื้อดาบขึ้นใหม่อีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ฟันตามแรง แต่ฟันตาม 'วิถี' ที่ถูกต้องที่สุดที่โครงสร้างร่างกายจะเอื้ออำนวย
*วืด...*
คราวนี้เสียงดาบเริ่มมีโทนเสียงที่เปลี่ยนไป แม้จะไม่มีพลังพิเศษใดๆ มาช่วยส่งเสริม แต่น้ำหนักของดาบที่ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงบวกกับองศาที่แม่นยำเริ่มสร้างแรงปะทะที่ชัดเจนขึ้น
[ความคืบหน้า: 65%... 80%... 95%...]
[ติ๊ง! ระบบได้บันทึกทักษะใหม่]
[คุณได้รับทักษะ: Sword Mastery (ระดับ 0) (passive) ]
ความรู้สึกมั่นคงเริ่มแล่นผ่านมือสู่หัวไหล่ ทันทีที่สกิลระดับ 0 ปรากฏขึ้น ระบบประมวลผลก็ช่วย 'ปรับจูน' การเคลื่อนไหวของเขาให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น ย่างก้าวที่เคยเก้ๆ กังๆ หายวับไปราวกับเขาค้นพบชิ้นส่วนที่ขาดหายไปของร่างกาย
เดรสมอนด์เริ่มฟันดาบได้เข้าจังหวะกับทหารรบรุ่นพี่ และเขาใช้เพียงความจำของกล้ามเนื้อที่เพิ่งฟื้นตัวมาช่วยนำทางดาบ
ดาบไม้ในมือของเขาสะบัดลงมาในแนวตรงไร้ที่ติ ไม่มีการสั่นคลอน ไม่มีการเสียพลังงานโดยไม่จำเป็
[Sword Mastery (ระดับ 0) กำลังพัฒนา... ความชำนาญ: 10%... 20%... 30%]
[ติ๊ง! ระดับความชำนาญเพิ่มขึ้นจนถึงขีดจำกัดเบื้องต้น]
[ทักษะ Sword Mastery เลื่อนระดับเป็: ระดับ 1]
พละกำลังที่ส่งออกจากไหล่ของเขามันหนักแน่นขึ้นจนทหารราบที่อยู่ข้างๆ ััได้ถึงแรงเหวี่ยงที่เฉียบคม เดรสมอนด์ในตอนนี้ไม่ได้ดูเหมือนเด็กหนุ่มที่มาวิ่งเล่นอีกต่อไป แต่เขากลายเป็คนที่กำลังขัดเกลาพื้นฐานอย่างบ้าคลั่ง
ครูฝึกหยุดมือและจ้องมองเดรสมอนด์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง ท่าทางการฟันดาบที่ 'ถูกต้องตามตำรา' ขนาดนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่เด็กอายุ 14 จะฝึกได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง...
เดรสมอนด์ลดดาบลงช้าๆ เมื่อการฝึกเซตสุดท้ายจบลง ร่างกายของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อจนเสื้อลินินแนบไปกับิั เขาหอบหายใจอย่างหนักหน่วงด้วยความเหนื่อยล้าทางกายอย่างแท้จริง
[คะแนนประสบการณ์ (EXP) : 5/100]
[คุณได้รับแต้มคุณสมบัติพละกำลัง 0.1 จากการเคี่ยวกรำร่างกาย]
ความเงียบงันกลับมาปกคลุมลานฝึกอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงความสงสัยที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางหมู่ทหารราบ บรรยากาศรอบตัวนายน้อยสามในยามนี้กลับดู "ขลัง" และแฝงไปด้วยความกดดันอย่างประหลาด ราวกับจิติญญาของยอดนักรบกำลังเริ่มตื่นขึ้นจากหลับใหล เหล่าทหารราบที่เคยหัวเราะเยาะ พากันหยุดนิ่งและจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางเหงื่อและกลิ่นอายของเหล็ก... พวกเขาััได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
มันคือแววตาของผู้ที่เคยผ่านความเป็ความตายมานับครั้งไม่ถ้วน... สายตาที่ทำให้ผู้คนพากันใจสั่น และทำให้พวกเขาต้องกลับมามองนายน้อยผู้นี้ใหม่ไปตลอดกาล ทว่าในขณะที่ทุกคนกำลังจะแยกย้ายกันไปพักหลังจบคาบเช้า...
*ครืนนนนน...*
เสียงบางอย่างที่ฟังดูเหมือนเสียงคำรามต่ำๆ จากูเาแดนใต้ดังแว่วมาตามลม มันเป็เสียงที่เต็มไปด้วยความดุดันจนทหารบางคนถึงกับต้องชะงักฝีเท้า
เดรสมอนด์หันขวับไปทางทิศของเสียง สัญชาตญาณของเขาร้องเตือนถึงบางสิ่งที่ไม่ปกติ แววตาที่เหนื่อยล้าของเขาเปลี่ยนเป็คมปลาบราวกับใบดาบที่เพิ่งถูกลับ
"เสียงนั่นมัน..." เขาพึมพำกับความว่างเปล่า