เฟย์ริน
วันต่อมา
การเข้าสู่ภารกิจผู้ฟูมฟักในวันถัดมาของเนย่าถูกจัดเตรียมไว้พร้อมแล้วหลังจากเตรียมตัวเรียบร้อยเธอไม่ได้พบเจอหรือพูดคุยใด ๆกับใครทั้งสิ้นเมื่อพร้อมแล้วตัวเธอก็ถูกตะเกียงเซนเทียเข้ามาล้อมรอบและพากลับมาโผล่ที่สุสานทันที
“โธ่เอ้ย! แล้วกันนึกว่าจะได้ไปที่ดี ๆกว่านี้ซะอีกลับมาเจอสุสานอีกแล้วเหรอนี่ แถมบรรยากาศก็ยังเหมือนเมื่อวานเด๊ะเลยเฮ้อ!!” เนย่าบ่นทำคอตก ไม่มีที่ดี ๆกว่านี้ให้เธอแล้วหรือไรนะ อยากจะรีบหาให้เจอแล้วออกไปจากสุสานนี่เร็ว ๆแต่ติดตรงที่ไม่รู้ทิศทางเลย หรือเธอจะนั่งเล่นเฉย ๆ แล้วให้ไข่มาหาหรือต้องขุดหลุมให้ลึก หรือว่าจะต้องท่องคาถาบทไหนกัน
เนย่าครุ่นคิดและออกเดินไปเรื่อย ๆป้ายหลุมศพเมื่อวานถูกทำให้คืนสภาพเดิมเรียบร้อยแล้วเธอจึงทำการเดินสำรวจหลุมศพต่าง ๆ ที่คิดว่าจะเป็ที่ซ่อนของไข่ได้แต่จนแล้วจนรอดเวลาผ่านไปก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบสิ่งใดเลยจริง ๆ
“มันยากเย็นอะไรขนาดนี้นะ ป่านนี้รินรินจะเจอไข่ัรึยังนะ” เนย่านั่งลงอย่างหมดแรงได้แต่หยิบกิ่งไม้เขี่ยดินเล่นไปมา และเอาแต่บ่นถึงเพื่อน
“จะนั่งตรงนี้ไปถึงเมื่อไร” เสียงเรียบนิ่งคุ้นหูดังขึ้นเนย่าผุดลุกอย่างรวดเร็วด้วยความดีใจ
“บาร์ราม นี่คุณตามฉันมาด้วยเหรอดีเลยจะได้ไม่เหงาและจะได้หาไข่ได้ง่ายขึ้น” เนย่าถึงกับยิ้มแป้นแต่ก็ต้องหุบลงเมื่อได้ฟังคำตอบของบาร์ราม
“นี่เขตพลังของข้า ข้าจะอยู่ตรงไหนก็ได้ไม่ได้แปลว่าจะมาช่วยเ้า” บาร์รามเอ่ยอย่างถือตัว เขาสังเกตเนย่ามาพักใหญ่เด็กโง่นี่นอกจากคุ้ยหาไข่ัตามสุมทุมพุ่มไม้ ก็ไม่คิดจะทำอะไรไปมากกว่าหมดแรงและนั่งเล่นรอเวลาเอาดื้อๆ
คงจะคิดไม่ออกสินะว่าจะต้องทำยังไงนี่ไงเหตุผลที่เขาต้องปรากฏตัว ก็เด็กบ้านี่โง่จะตายถ้าเขาไม่ออกมาป่านนี้คงใช้กิ่งไม้นั่งไชดินไปทั่วจนทะลุเขตภารกิจไปแล้วกระมัง
“แล้วกัน โธ่! หนูก็นึกว่าจะมาช่วยให้ภารกิจลุล่วงแต่อย่างน้อยคุณก็ทำให้บรรยากาศน่ากลัวน้อยลงล่ะนะ” อย่างน้อย ๆก็ช่วยให้ความวังเวงลดลงไปเยอะล่ะน่า
“แต่วันนี้ข้าว่างเคยสัญญาไว้ด้วยว่าจะสอนเ้าใช้พลังถ้าจะหมดหวังเื่หาไข่ก็ทดลองเรียนดูก่อนก็ได้เผื่อได้ใช้ประโยชน์” บาร์รามยื่นข้อเสนอ
“จริงด้วยคุณบอกว่าจะสอนหนูมาเริ่มกันเลยไหมไข่ัน่ะอยากฟักเดี๋ยวก็คงออกมาเองแหละเบื่อจะหาแล้วเล่นตัวชะมัด” มีเื่แก้เบื่อแล้วส่วนเื่ไข่ถ้าเ้าันั่นไม่อยากเจอเธอไม่อยากฟักออกมาก็อยู่ไปอย่างนั้นก็แล้วกันเนย่าคิดตัดบทเพราะสิ่งสำคัญกว่าคือการได้เรียนรู้ที่จะควบคุมพลังและเอาตัวรอดเองต่างหาก
“ตอนนี้สิ่งที่เ้ามีคืออาวุธจากเปลือกไข่ัเ้าได้มันมาทั้งที่ยังไม่พบกับไข่และสามารถใช้พลังจากมันได้เมื่อยามตัวเ้ามีภัยถ้าเ้าอยากเรียกใช้มันและควบคุมพลังก็คงจะต้องตั้งใจฟังสิ่งที่ข้าจะบอกเ้าและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”
“ได้เลยหนูพร้อมแล้ว” เนย่าทำท่าบริหารแขนและคอสะบัดคลายเส้นเตรียมพร้อมกับการเรียนรู้
“ก่อนอื่นทำจิตให้เป็สมาธิก่อนแล้วกันอย่าว่อกแว่กฟังแค่เสียงข้าเท่านั้น” เด็กหญิงพยักหน้ารับไม่ตอบโต้อะไรถอยออกไปยืนให้ได้ระยะ วางเท้าสองข้างมั่นและหลับตาลง
“ตอนนี้เ้ามีเพียงจิตที่ยังไม่มีพลังมากพอที่จะเรียกอาวุธออกมาได้จงทำจิตใจให้เข้าสู่สภาวะนายเพื่อเรียกใช้อาวุธของเ้าจิตใจเ้าจะต้องเชื่อมกับอาวุธและเรียกใช้มันได้อย่างอิสระเ้าจะต้องอยู่เหนือกว่าอาวุธที่เ้ามีอย่าให้อาวุธเป็นายของเ้าลองััความรู้สึกนั้นแล้วส่งพลังออกมาสิ เรียกอาวุธของเ้าออกมา” น้ำเสียงราบเรียบของบาร์รามเหมาะแก่การทำให้จิตใจสงบไม่ไขว้เขว
สิ่งที่เนย่าทำได้ในตอนนี้คือทำตามที่เขาบอกจิตใจต้องเข้าสู่สภาวะนายเสียก่อน จึงจะเรียกใช้อาวุธได้เธอพยายามเชื่อมต่อกับสร้อยคอของเธอ มันส่งแสงเรือง ๆ คล้ายกับตอบรับแล้วก็ดับลงเป็เช่นนี้อยู่หลายครั้งเลยทีเดียว
“จิตเ้าต้องนิ่งกว่านี้เนย่าเ้าต้องอยู่เหนือกว่าอาวุธเ้าให้ได้แล้วลองเรียกใช้ดู” บาร์รามเองไม่คิดว่ามนุษย์ผู้ไม่มีพลังอะไรจะสามารถส่งพลังให้อาวุธจากเปลือกไข่มีปฏิกิริยาได้แม้การเชื่อมจิตจะติด ๆ ดับๆ อยู่หลายหนเด็กมนุษย์ก็ทำได้ไม่เลวทีเดียวช่างเป็เด็กหัวไวและเรียนรู้ได้เร็วจริงๆ
เพียงไม่นานเนย่าก็สามารถเชื่อมจิตกับอาวุธได้เด็กหญิงยื่นมือออกไปสร้อยคอรูปเสี้ยวจันทร์ก็ลอยมาอยู่ในมือเธอและกลายสภาพเป็อาวุธทันทีคันธนูรูปเสี้ยวจันทร์นั้นงดงามเมื่อต้องกับแสงจันทร์สว่าง
“สุดยอดเลย เรียกออกมาได้แล้ว” เนย่ายิ้มอย่างดีใจเธอรวบธนูคันสวยมาลูบคลำอย่างรักใคร่เธอไม่เคยรู้สึกภูมิใจขนาดนี้มาก่อน ถือว่าเธอทำเื่ยาก ๆแบบนี้ได้ไม่เลวทีเดียว
“ขอบคุณนะคะ หนูจะจำไว้ไม่ลืมเลย” เด็กหญิงยิ้มร่า
“ถือว่าตอบแทนที่เคยช่วยข้า” บาร์รามยกยิ้ม ยังไม่ทันได้พูดจบเนย่าก็ลองง้างสายธนูเพื่อลองอาวุธเสียแล้ว
“เดี๋ยวหยุดก่อน” ไม่ทันได้ปรามบาร์รามก็ทรุดลงกับพื้นคล้ายกับถูกกระชากิญญาอารมณ์พลุกพล่าน ฮึกเหิมและเกรี้ยวกราดธนูนั่นกำลังดึงร่างแยกของเขา
ไอดำจากร่างเขาพุ่งไปรวมตัวกันที่สายธนูรูปร่างแปรเปลี่ยนเป็ศรและพญางูดำขนาดใหญ่กำลังจะโผนทะยานขึ้นไปบนฟ้าถ้าหากเพียงเนย่าปล่อยมือจากศร
ยังไม่ทันได้ปล่อยศรออกไปเนย่าก็หันกลับมาเห็นอาจารย์ของเธอทรุดลงเอามือกุมอกเสียก่อนเนย่าหยุดง้างธนูทำให้ลูกธนูหายไปในทันทีและไอดำขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้ากระแทกร่างของบาร์รามอย่างแรง
“คุณ คุณเป็อะไรไปคะ” เนย่าวางธนูลงมันกลับคืนสภาพเป็สร้อยเช่นเดิมเธอรีบวิ่งเข้าไปประคองบาร์รามที่ยังนั่งตัวแข็งไม่คิดว่าเด็กนี่จะมีพลังมากถึงเพียงนี้ถึงกับดึงร่างแยกเขาไปใช้โดยไม่ทันตั้งตัวเลยทีเดียวบาร์รามฝืนลุกขึ้นทั้งที่อาการปวดแปลบในอกยังไม่หาย
“ทำได้ดีมาก เ้าเรียนรู้ไวดี” บาร์รามเอ่ยชมเสียงเรียบ
“เพราะคุณสอนไงเอาไว้คราวหน้าหนูจะฝึกควบคุมให้ได้ดีกว่านี้ค่ะเมื่อกี้ว่าจะลองยิงดูแต่เห็นคุณอาการไม่ค่อยดีเลย เป็เพราะคุณสอนหนูรึเปล่าคะ” บาร์รามพยักหน้าน้อย ๆ
“อาวุธของเ้าสามารถดึงพลังจากข้าไปใช้ได้น่ะ” บาร์รามจำต้องบอกความจริงเพราะหากปิดไว้เนย่าอาจจะไม่ระมัดระวังในการใช้อาวุธจนเขาและเธออาจลำบากได้
“หา...ถ้าเป็แบบนี้เวลาหนูจะใช้คุณก็เจ็บตัวน่ะสิ ถ้าอย่างนั้นหนูไม่ใช้แล้วค่ะเดี๋ยวคุณเป็อันตรายไม่ใช้ดีกว่า” เนย่าตบอกตัวเองเบา ๆอย่างมั่นใจทำท่าเหมือนจะปกป้องคนอายุนับพันปี
“ไม่เป็ไรหรอก ถ้าเ้าคุมพลังของมันได้พลังของข้าแม้จะถูกดึงไปใช้ก็ไม่มีผลอะไรกับข้าหรอก” บาร์รามลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้ปกติ
“แน่ใจนะคะว่าคุณจะไม่เป็อันตราย” เนย่าย้ำด้วยความห่วงใยบาร์รามทำเพียงพยักหน้าแล้วผ่อนลมหายใจอย่างเอ็นดู ยายเด็กนี่กลัวเขาเจ็บอย่างนั้นหรือไม่เจียมตัวเอาซะเลยจริง ๆ
ตูม!!! เสียงะเิดังสนั่นราวกับเกิดการปะทุของบางอย่างทำให้พื้นะเืเนย่าถึงกับเซ ยังดีที่บาร์รามคว้าเธอไว้ได้ทันจึงไม่ล้มลงไปกองกับพื้น
“เกิดอะไรขึ้นอีกคะ” เนย่าเอามือปิดหูแต่ไม่วายมองหาต้นเสียง
“เฟย์ริน ตื่นขึ้นมาจนได้สินะ” บาร์รามรำพันกับตัวเองไม่คิดว่าจะไวขนาดนี้การถูกดึงพลังออกไปใช้เมื่อครู่คงไปรบกวนผนึกของเฟย์รินเข้าร่างแยกเธอคอยถูกใช้เมื่อถูกกระตุ้นอีกครั้งจึงตื่นง่ายกว่าปกติ
“ใครหรือคะ สมุนของโฮล์เบเรียสเหรอ” เนย่าเอ่ยถาม หากครั้งนี้เธอถูกกลั่นแกล้งอีกคราวนี้เธอก็พอจะมีอาวุธเอาไว้สู้บ้างแล้ว
“ไม่ใช่ อาจจะเลวร้ายกว่านั้น ออกไปจากเขตภารกิจก่อนที่นางจะมาดีกว่า” บาร์รามเอ่ยเตือนเด็กหญิง
“แต่หนูยังไม่เจอไข่ัเลยหนูไม่อยากเสียโอกาสดี ๆไปเพราะถ้าวันนี้หาไม่เจอวันต่อไปหนูก็ต้องเข้ามาอยู่ในสุสานอีกซึ่งหนูไม่ชอบเลย” เนย่าบ่นอิดออด
“รีบไปเถอะน่า” บาร์รามลงทุนแบกเด็กหญิงใส่บ่าแล้วพยายามจะหายตัวออกไปแต่ก็ถูกลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งมาหา
บาร์รามเกรงว่าเนย่าจะไม่ปลอดภัยเขาจึงใช้ร่างแยกเป็งูใหญ่โอบรัดบังตัวเนย่าไว้ทั้งหมดแล้วรับลูกไฟนั่นคนเดียวพลังจากเพลิงนั้นแม้จะรุนแรงแต่ก็ไม่ได้ระคายผิวบาร์รามในร่างงูั์
เขาคืนร่างกลับเป็คนอีกครั้งสะบัดแขนสองข้างดาบยาวคมกริบก็ถูกเรียกออกมาจากแขนทั้งคู่สองมือจับดาบคู่ไว้มั่นแล้วเชิดหน้าขึ้นท้าทายผู้ปองร้าย
นกไฟขนาดมหึมาบินโฉบผ่านทั้งสองไปเปลวความร้อนจากแรงลมที่มาจากปีกและหางยาวนั่นทำเอาต้นไม้ใบหญ้าแถวนั้นถึงกลับมอดไหม้เป็เถ้าในทันที
ร่างนั้นบินกลับมาอีกครั้งปีกสองข้างหุบลงห่อหุ้มกายและเมื่อกางออกอีกครั้งก็เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดบางพลิ้วสีแดงเพลิงเรือนผมสีแดงเืยาวสยายดุจไหมเนื้อดีแววตาสีทองจ้องมองบาร์รามด้วยความโกรธเกรี้ยวมือขวากระชากแส้ลาวาออกมาจากกลางอากาศสะบัดฟาดมาทางที่ทั้งสองยืนอยู่ราวกับประกาศา
“คนทรยศ” เสียงใสเอ่ยปรามาสก่อนจะฟาดแส้ลาวาใส่บาร์รามโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัวบาร์รามคว้าร่างเล็กได้ก็พาหลบในที่ปลอดภัยแต่ยังไม่ทันที่บาร์รามจะขยับตัวหนี แส้ลาวาก็ฟาดเข้าเต็มหลังของเขา
“นังเด็กมนุษย์นั่นปล่อยเ้าออกมาสินะ ไอ้คนทรยศสมเพชเ้ายิ่งนักที่ต้องใช้เืโสมมมาปลดปล่อยตัวเอง” เ้าของชุดแดงปรามาสอย่างร้ายกาจใส่คนที่อยู่บนพื้น
“อย่าพล่ามให้มากความดีกว่าเฟย์รินเื่ระหว่างพวกเ้ากับข้าเด็กนี่ไม่เกี่ยว เด็กนี่แค่มาหาไข่ัให้เด็กออกไปจากนี่แล้วเ้ากับข้าค่อยมาคิดบัญชีกัน” บาร์รามเอ่ยขอ
“คิดว่าง่ายขนาดนั้นหรือบาร์รามไม่สนุกน่ะสิถ้าเ้ายังห่วงหน้าพะวงหลังอย่างนี้ข้าจะกำจัดเด็กนั่นแล้วเราค่อยมาตัดสินกันดีกว่า” เฟย์รินยิ้มเยาะมันจะไปสนุกได้ยังไงในเมื่อต้องสู้กับคนที่ทำอะไรไม่เต็มกำลังคอยแต่จะกังวลกับคนอื่น
“ข้าบอกว่าอย่ายุ่งกับเด็กไง” บาร์รามเอ่ยเสียงเข้ม
“เหตุใดข้าต้องฟังเ้า” ว่าแล้วแส้ลาวาก็ฟาดใส่เนย่าเด็กหญิงวิ่งหลบแต่ก็ไม่อาจพ้นกระแสความร้อนของแส้ได้เสื้อผ้าจึงมีรอยไฟไหม้อยู่บ้าง
บาร์รามใช้ดาบคู่ขวางแส้ของเฟย์รินไว้ได้ทั้งสองเข้าสู่การต่อสู้อย่างเต็มกำลัง การต่อสู้ของสองผู้ปกปักทำม่านภารกิจเกิดรอยร้าวใหญ่อาวุธทั้งสองเข้าโรมรันจนเนย่าแทบจะหาที่หลบไม่ได้เฟย์รินเข้าสู่ร่างแยกเช่นเดียวกับบาร์รามสองสัตว์ใหญ่จิกตีกอดรัดฟัดกันไปมาอุตลุด
เมื่อหลบเอาตัวรอดแทบจะไม่พ้นและเธอก็มักจะทำให้บาร์รามเสียจังหวะการต่อสู้เนย่าจึงคิดจะช่วยบาร์รามเธอเรียกอาวุธขึ้นมาแล้วง้างสายธนูทันทีร่างแยกของทั้งคู่มีปฏิกิริยาต่ออาวุธของเนย่าทั้งสองจึงคืนร่างปกติแต่ก็ยังคงต่อสู้กันไม่มีใครยอมใคร
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เนย่าะโง้างสายธนูสุดแรง พลังของทั้งคู่ถูกดึงมาไว้ในอาวุธเกือบครึ่งแต่ทั้งสองก็ยังไม่ฟังคำทัดทานและมีแรงที่ยังจะต่อสู้กัน
เด็กหญิงทนไม่ไหวปล่อยสายธนูขึ้นฟ้าทำให้ร่างแยกของทั้งคู่รวมอยู่ในลูกธนูดอกเดียวลูกธนูที่ถูกยิงขึ้นฟ้าและะเิออกจนทั้งสองร่างจริงกระเด็นผละออกจากกัน
แต่อาณาเขตภารกิจถูกทำลายเกิดเป็รอยร้าวขนาดใหญ่อีกและแตกออกเป็เสี่ยงๆ ในที่สุด คล้ายกับแสงหิ่งห้อยนับล้านกำลังแยกตัวบินกระจายกันออกไปเขตภารกิจถูกทำลายแล้ว สองผู้ปกปักษ์ต่างได้รับาเ็เพราะพลังสะท้อนกลับของเขตภารกิจ
“ฉันบอกว่าให้เลิกทะเลาะกันไม่ได้ยินรึไง” เสียงประสานคำรามก้องในคอเด็กหญิงราวกับมีหญิงชายในร่างเดียวเสียงทรงพลังดวงตาสีเขียวมรกตทอประกายรูม่านตาคล้ายกับงูจ้องมองทั้งสองอย่างเดือดดาลก่อนสายธนูจะพุ่งเข้ารัดร่างของเฟย์รินแล้วจับเธอกระแทกซ้ำๆ กับป้ายหลุมศพใกล้ ๆ แล้วเหวี่ยงเฟย์รินไปอีกทาง
“เนย่าตั้งสติก่อน” บาร์รามที่กำลังหายตัวย้ายร่างมาหาเด็กหญิงเพื่อปลุกสติเนย่าให้ฟื้นคืนยังไม่ทันถึงตัวเด็กหญิงก็คว้าคอของเขาไว้แล้วบีบอย่างรุนแรง
“ทำหน้าที่ของเ้าซ่ะ อย่าให้ข้าต้องลงมืออีก” เสียงกร้าวออกจากปากเด็กหญิงก่อนจะเหวี่ยงบาร์รามไปอีกทางแล้วล้มลงหมดสติไป